หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 52
ตอนที่ 52 : ความไม่รู้เรื่องโลกมนุษย์
ตอนที่ 52
เมื่อเซินลั่วมาถึงนอกเมืองซงฝาน เวลาก็ล่วงเลยเข้า ยามซวี ไปแล้ว ประตูเมืองปิดลงตั้งนาน
เมื่อเห็นว่า(@NameIsNovel)ไม่อาจเข้าเมืองได้(@NameIsNovel) เขา(@NameIsNovel)จึงขับม้าเลาะตรงไปยังตำบลเล็กๆ ที่(@NameIsNovel)อยู่ทางตะวันออกของเมืองแทน
เมืองซงฝานรุ่งเรืองด้วยการค้า ตำบลแห่งนี้ก็อยู่บนเส้นทางสายหลักที่(@NameIsNovel)เชื่อมออกจากเมือง ถนนสายยาวเรียงรายด้วยห้างร้าน สร้างเป็น(@NameIsNovel)ตลาดขนาดย่อม ที่(@NameIsNovel)ส่วนมากเป็น(@NameIsNovel)โรงเตี๊ยมไว้รับพ่อค้าเร่แรมค้างแรม
หน้าโรงเตี๊ยมแต่ละแห่งต่างมี(@NameIsNovel)เด็กเล็กหรือเสมี(@NameIsNovel)ยนยืนเรียกลูกค้า เสียงเชื้อเชิญแข่งกันอื้ออึง
“คุณท่าน เชิญพักที่(@NameIsNovel)ร้านเราเถิด มี(@NameIsNovel)น้ำร้อนพร้อมสรรพ เนื้อน่องวัวตุ๋นพึ่งสุกใหม่ๆ รสเลิศยิ่ง อีกทั้งยังมี(@NameIsNovel)ห่านตุ๋น รับรองถูกปากแน่นอน!”
“คุณท่าน เชิญที่(@NameIsNovel) เต๋อเยว่จวี ของเราเถิด สุรากลั่น ‘ไป๋หยางเซียง’ สูตรเฉพาะของร้านเราขึ้นชื่อไปไกล ดื่มเพียงคำเดียว รับรองว่า(@NameIsNovel)ต้องอยากชิมอีก!”
พอเห็นเซินลั่วขี่ม้าเข้ามา บรรดาเสมี(@NameIsNovel)ยนร้านรอบๆ ต่างพากันกรูกันออกมาเรียกแข่งกันเสียงเซ็งแซ่
ทว่า(@NameIsNovel)เซินลั่วหาได้(@NameIsNovel)ใส่ใจไม่ เพียงกวาดตามองโรงเตี๊ยมรอบข้าง แล้วก็บังคับม้ามุ่งไปยังโรงเตี๊ยมเล็กที่(@NameIsNovel)ดูเรียบง่ายเงียบสงัดแห่งหนึ่ง ทำเอาเสมี(@NameIsNovel)ยนเหล่านั้นต่างพากันผิดหวังนัก เพราะการแต่งกายของเซินลั่วงดงามหรูหรา อีกทั้งม้าที่(@NameIsNovel)ขี่ก็ดีเลิศ ปรากฏเด่นชัดว่า(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)แขกผู้มี(@NameIsNovel)เงิน
โรงเตี๊ยมเล็กแห่งนั้นมี(@NameIsNovel)เสมี(@NameIsNovel)ยนวัยรุ่นราวสิบห้าหรือสิบหกปีเฝ้าอยู่หน้าประตู ตากลมโต กลอกกลิ้ง ดูคล่องแคล่วว่องไวไม่น้อย
“คุณท่าน จะเข้าพักหรือไม่? แม้โรงเตี๊ยมของเราจะไม่ใหญ่โต แต่สงบ ราคาเป็น(@NameIsNovel)ธรรมแน่นอน” เสมี(@NameIsNovel)ยนหนุ่มเห็นเซินลั่วตรงเข้ามาก็รีบยิ้มต้อนรับ
“ขอห้องชั้นบนที่(@NameIsNovel)เงียบๆ สักห้อง อีกทั้งหาอาหารมาให้หน่อยตอนนี้ ข้าหิวมากแล้ว” เซินลั่วกล่าวเสียงอ่อนแรง หลังจากลุยน้ำในลำน้ำครึ่งค่อนวัน ร่างกายก็อ่อนล้าและ(@NameIsNovel)หิวโหยนัก
“ได้(@NameIsNovel)เลยขอรับ!” เสมี(@NameIsNovel)ยนหนุ่มรีบเผยยิ้มกว้างด้วยความยินดี รีบรับสายบังเหียนม้าอย่าง นอบน้อมแล้วนำทางเข้าด้านใน
เสมี(@NameIsNovel)ยนจากโรงเตี๊ยมอื่นต่างเหลียวมามองด้วยสายตาอิจฉาและ(@NameIsNovel)ริษยา
เซินลั่วลงจากหลังม้า แต่เพียงเท้าวางลงพื้น ร่างกายพลันอ่อนแรงราวกับมี(@NameIsNovel)โพรงกลวงอยู่ภายใน ดูดกลืนเรี่ยวแรงจนหมดสิ้น
หูของเขา(@NameIsNovel)ดังอื้อ ดวงตาพร่ามัว สลับมืดดับวูบวาบ แล้วร่างทั้งร่างก็ร่วงลงกระแทกพื้น “ตุ้บ!”
“นายท่าน! ท่านไม่เป็น(@NameIsNovel)ไรใช่หรือไม่!” เสมี(@NameIsNovel)ยนหนุ่มตกใจ รีบเข้ามาพยุงเขา(@NameIsNovel)ไว้
เซินลั่วพยายามฝืนลืมตาจ้องมองเสมี(@NameIsNovel)ยนหนุ่ม อ้าปากอยากเอื้อนเอ่ยคำ แต่ไม่มี(@NameIsNovel)เรี่ยวแรงเอ่ยเสียงออกมาเลยแม้แต่น้อย เพียงไม่นานใบหน้าก็ซีดเผือดลงเรื่อยๆ
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ? หรือว่า(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ตกม้า?”
“ไม่ใช่ ข้าเห็นกับตาอยู่ เขา(@NameIsNovel)พึ่งลงจากหลังม้าแล้วก็หน้ามืดล้มลงไปเอง คงป่วยกะทันหันเป็น(@NameIsNovel)แน่”
“เสี่ยวซาน ดูท่าแขกที่(@NameIsNovel)เจ้าลากมาได้(@NameIsNovel)ครั้งนี้ คงเป็น(@NameIsNovel)ตัวปัญหาเข้าให้แล้วสิ”
ผู้คนที่(@NameIsNovel)เดินผ่านไปมาเห็นความวุ่นวาย ก็พากันมุงเข้ามาไม่ขาดปาก เด็กใช้จากโรงเตี๊ยมอื่นก็พากันกรูเข้ามาด้วย หลายคนแอบเหน็บแนมเยาะหยัน โดยเฉพาะพวกที่(@NameIsNovel)ก่อนหน้านี้ถูกเซินลั่วปฏิเสธไม่เข้าพักต่างเผยสีหน้าสะใจยิ่ง
เสี่ยวซานเห็นฝูงชนล้อมหน้าล้อมหลังมากขึ้นเรื่อยๆ จนเหงื่อไหลพรากด้วยความร้อนใจ รีบร้อนตะโกนเรียกคนจากด้านในโรงเตี๊ยมให้ช่วย
เวลานั้นในโรงเตี๊ยมไม่มี(@NameIsNovel)แขกพักอื่น มี(@NameIsNovel)เพียงคนงานอยู่สองคน กับบุรุษวัยกลางคนร่างผอม สวมหมวกบัณฑิต กำลังนั่งดูบัญชีอยู่ที่(@NameIsNovel)โต๊ะต้อนรับแขก
ทั้งสามได้(@NameIsNovel)ยินเสียงโกลาหลก็รีบออกมา พอเห็นสภาพตรงหน้า ก็ตกใจไม่น้อย
“เสี่ยวซาน เกิดอันใดขึ้น?” บุรุษผอมร่างนั้นถามเสียงต่ำ
“ท่านผู้จัดการ เราจะทำอย่างไรดี?” เสี่ยวซานรีบเล่าสถานการณ์ทั้งหมดด้วยใบหน้าอับจนหนทาง
“โอ๊ะ… แขกผู้นี้คงเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางจนหน้ามืดหมดสติ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด พวกเจ้า… ช่วยกันหามเขา(@NameIsNovel)เข้าไปข้างใน ส่วนเสี่ยวซาน เจ้ารีบไปที่(@NameIsNovel)ร้านขายยา ‘หลิวจี้’ แล้วเชิญหมอหลิวมาดู” ผู้จัดการโรงเตี๊ยมตรึกตรองครู่หนึ่ง ก่อนสั่งการออกเสียงดัง ให้คนที่(@NameIsNovel)มุงดูอยู่ได้(@NameIsNovel)ยินอย่างชัดเจน
เด็กใช้สองคนข้างกายก็รับคำ รีบเข้าไปหามเซินลั่วขึ้นแบกหามเข้าด้านใน ส่วนเสี่ยวซานรีบวิ่งออกไปทันที
“ทุกท่าน แขกเพียงแค่เพลียจนหน้ามืด ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร แยกย้ายกันได้(@NameIsNovel)แล้วเถิด” ผู้จัดการโรงเตี๊ยมเอามือไปแกะห่อสัมภาระที่(@NameIsNovel)แขวนอยู่บนอานม้าเซินลั่วลงมา จากนั้นก็คารวะผู้คนที่(@NameIsNovel)มุงดูอยู่หน้าประตูแล้วหันกลับเดินเข้าด้านใน
บรรดาผู้มุงดูพอเห็นว่า(@NameIsNovel)ไม่มี(@NameIsNovel)เรื่องให้ชมต่อก็ทยอยสลายตัวไป
เด็กใช้สองคนช่วยกันแบกเซินลั่วไปยังห้องพักในเรือนหลัง แล้ววางเขา(@NameIsNovel)ลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง
ถึงเซินลั่วร่างกายไม่หนักมาก แต่พอหามมาไกลก็ทำเอาทั้งคู่เหนื่อยหอบไม่น้อย
“ท่านเจ้าของ ข้าว่า(@NameIsNovel)คนผู้นี้ไม่ได้(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)แค่เพลียจนสลบ เขา(@NameIsNovel)ยังลืมตาอยู่ อีกทั้งเนื้อตัวก็เย็นชืดไปหมด เกรงว่า(@NameIsNovel)อาจจะเป็น(@NameIsNovel)โรคหนักหรือไม่?” เด็กใช้ตัวเตี้ยอ้วนคนหนึ่งปาดเหงื่อพลางคาดเดาออกมา
“อย่ามัวพูดเดาส่งเดช! รอให้หมอหลิวมาตรวจเสียก่อน” ผู้จัดการโรงเตี๊ยมขมวดคิ้วตำหนิ
“ขอรับ” เด็กใช้อ้วนรีบก้มหน้ารับรู้ว่า(@NameIsNovel)ตนพลั้งปากไป
“เมื่อครู่ข้างนอก วุ่นวายเรื่องอันใด?” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านนอกพร้อมกับฝีเท้าหนักๆ หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง…
นางอ้วนท้วน รูปหน้าถูกเนื้อบีบเสียจนเหลือเพียงร่องแคบๆ ผิวคล้ำหม่น นุ่งห่มชุดแพรสีแดงสด ปักปิ่นทองไว้บนศีรษะ การแต่งกายฉูดฉาดโอ่อ่าเกินงาม ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกขัดตาขัดใจตั้งแต่แรกเห็น
“คุณนาย” เด็กใช้สองคนรีบโค้งคารวะ สีหน้าดูหวาดเกรงสตรีในชุดแดงนี้ไม่น้อย
“พวกเจ้าไม่ไปอยู่ในครัว มามัวทำอะไรที่(@NameIsNovel)นี่?” เถ้าแก่โรงเตี๊ยมเหลือบมองนางด้วยแววตาไม่สบายใจนัก
“ทำไมเล่า โรงเตี๊ยมนี้เป็น(@NameIsNovel)ของเจ้าเพียงผู้เดียวหรือ? ข้าจะออกมาดูบ้างไม่ได้(@NameIsNovel)รึ?” สตรีชุดแดงเชิดคิ้วขึ้น ยืนเท้าเอวอย่างถือดี
“ในเมื่อมี(@NameIsNovel)แขกอยู่ที่(@NameIsNovel)นี่ ก็อย่าพูดจาเหลวไหลนัก” สีหน้าของเถ้าแก่แข็งกร้าวขึ้น เอ่ยเสียงเบาเป็น(@NameIsNovel)เชิงตักเตือน
นางชุดแดงเพิ่งสังเกตเห็นเซินลั่วที่(@NameIsNovel)นอนนิ่งอยู่บนเตียง สีหน้าก็อ่อนลงเล็กน้อย
“เขา(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)อะไรไปเล่า? เหตุใดจึงนอนนิ่งอยู่เช่นนั้น?” นางกวาดตามองพลางเอ่ยถาม
เด็กใช้อ้วนเตี้ยก้าวออกไป เล่าถึงเหตุการณ์ที่(@NameIsNovel)เกิดขึ้นโดยสังเขป
“อะไรนะ! พวกเจ้ากล้าพาคนป่วยอาพาธเยี่ยงนี้เข้ามาในโรงเตี๊ยมได้(@NameIsNovel)อย่างไร! รีบหามออกไปทางประตูหลังเดี๋ยวนี้!” สตรีชุดแดงส่งเสียงแหลมสั่งการทันที
เด็กใช้ทั้งสองลังเลหันไปมองเถ้าแก่
“พูดเหลวไหลอะไร! แขกผู้นี้มาถึงหน้าโรงเตี๊ยมของเราแล้วหน้ามืดล้ม จะให้เรานิ่งดูดายได้(@NameIsNovel)หรือ? หากเล่าลือกันไปว่า(@NameIsNovel)โรงเตี๊ยมเราไล่แขกป่วย แล้วเราจะยังค้าขายอยู่ได้(@NameIsNovel)อย่างไร?” เถ้าแก่โต้กลับด้วยสีหน้าขมวดคิ้ว
“เจ้าต่างหากที่(@NameIsNovel)พูดเหลวไหล! หากเขา(@NameIsNovel)ตาย อยู่ที่(@NameIsNovel)นี่ แล้วผู้ใดจะกล้าเข้าพักอีกเล่า!” สตรีชุดแดงตะคอกตอบ เสียงยิ่งดังลั่น
“ข้าได้(@NameIsNovel)ส่งเสี่ยวซานไปเชิญหมอหลิวมาแล้ว เรื่องนี้ข้าจะเป็น(@NameIsNovel)ผู้จัดการเอง เจ้าอย่าได้(@NameIsNovel)ก่อความวุ่นวายอีก!” น้ำเสียงของเถ้าแก่เริ่มเย็นลง แววตาเผยความขุ่นเคือง
“โฮ่วเหลียงไฉ! เจ้ากล้าขัดข้าเชียวหรือ? อย่าลืมว่า(@NameIsNovel) หากไม่มี(@NameIsNovel)สินเดิมจากบ้านแม่ข้าแล้วไซร้ ชนบทอย่างเจ้าจะเอาที่(@NameIsNovel)ไหนมาเปิดโรงเตี๊ยมนี้ได้(@NameIsNovel)!” สตรีชุดแดงตวาดด้วยโทสะราวแม่บ้านปากจัด
“เจ้า…” เถ้าแก่โฮ่วจุกจนพูดไม่ออก
“นายท่าน หมอหลิวมาถึงแล้ว” เสียงของเสี่ยวซานดังขึ้นจากด้านนอก
ยังไม่ทันสิ้นเสียง ก็มี(@NameIsNovel)ร่างสองคนเดินเข้ามา เสี่ยวซานนำหน้า ตามมาด้วยบุรุษในชุดคลุมขาว
บุรุษผู้นี้ดูอายุสี่สิบกว่า(@NameIsNovel) หน้าตาเรียบร้อยอ่อนโยน เคราสีดำใต้คางยาวหลายชุ่น ยิ่งขับให้ดูสง่างามยิ่งนัก
“ท่านโฮ่ว คนเจ็บอยู่ที่(@NameIsNovel)ใด?” บุรุษในชุดขาวเหลียวมองรอบห้อง หยุดสายตาลงครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถามอย่างลังเล
“หมอหลิวมาแล้ว ดีจริง เรื่องอื่นไว้คุยกันทีหลัง อย่าได้(@NameIsNovel)ก่อเรื่องวุ่นต่อหน้าผู้คน!” เถ้าแก่โฮ่วปรายตามองสตรีชุดแดงด้วยความลำบากใจ รีบออกมาต้อนรับหมอหลิวทันที
สตรีชุดแดงเห็นสามี(@NameIsNovel)ถอยร่นก็ไม่ได้(@NameIsNovel)เอ่ยต่อ เพียงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง…
----------