หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 225
ตอนที่ 225 : แขกอาวุโสคนที่แปด
ตอนที่ 225
“เซินลั่ว พูดตามตรง การที่(@NameIsNovel)เจ้าสามารถไว้วางใจข้าและ(@NameIsNovel)บอกความจริง ทำให้ข้ายินดีมาก ทว่า(@NameIsNovel) ข้าไม่สามารถยอมรับคำขอของเจ้าได้(@NameIsNovel)” แววแห่งความโล่งใจฉายผ่านดวงตาของไป๋เสี่ยวเถียนขณะที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)พูด
“เหตุใดจึงเป็น(@NameIsNovel)เช่นนั้น?” เซินลั่วถามด้วยความประหลาดใจ
“ก่อนหน้านี้ บรรพบุรุษของข้าได้(@NameIsNovel)แสวงหาโอกาส ให้ข้าได้(@NameIsNovel)เข้าสังกัดวัดหัวเซิง ข้าเพิ่งได้(@NameIsNovel)รับคำตอบเมื่อไม่นานมานี้ และ(@NameIsNovel)ข้าก็วางแผนที่(@NameIsNovel)จะออกจากเมืองเจี้ยนเย่ในไม่ช้า” ไป๋เสี่ยวเถียนมองออกไปนอกหน้าต่างขณะที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)พูดช้าๆ
“วัดหัวเซิง?”
เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินชื่อนี้ เซินลั่วก็รู้สึกคุ้นเคย หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขา(@NameIsNovel)ก็นึกออก
เขา(@NameIsNovel)เคยพบข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับวัดหัวเซิงในหอตำราของภูเขา(@NameIsNovel)ฟางชุน ถ้อยคำเหล่านั้นดูเหมือนจะเต็มไปด้วยการยอมรับและ(@NameIsNovel)คำชื่นชม
“เจ้าเคยได้(@NameIsNovel)ยินชื่อสถานที่(@NameIsNovel)นี้หรือ?” ไป๋เสี่ยวเถียนถาม
“ข้าเคยได้(@NameIsNovel)ยินมาบ้าง มันเป็น(@NameIsNovel)หนึ่งในสำนักบำเพ็ญเพียรหลักภายในราชวงศ์ถัง ด้วยพรสวรรค์ของเจ้า หากเจ้าสามารถเข้าร่วมกับพวกเขา(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel) เจ้าจะต้องประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในภายภาคหน้าอย่างแน่นอน” เซินลั่วกล่าวชมเขา(@NameIsNovel)อย่างจริงใจ
“เมื่อข้าได้(@NameIsNovel)เข้าสังกัดวัดหัวเซิงแล้ว ข้าจะไม่ถูกนับว่า(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)ศิษย์ของสำนักชุนชิวอีกต่อไป ดังนั้น ข้าจึงไม่สามารถตกลงที่(@NameIsNovel)จะสืบทอดคัมภีร์หยางบริสุทธิ์และ(@NameIsNovel)สร้างสำนักชุนชิวขึ้นมาใหม่ได้(@NameIsNovel)” ไป๋เสี่ยวเถียนละสายตากลับมาแล้วกล่าวกับเซินลั่วอย่างเคร่งขรึม
“เมื่อเจ้าเข้าร่วมสำนักเช่นนั้น เจ้าจะสามารถเรียนรู้เคล็ดวิชาที่(@NameIsNovel)ลึกซึ้งยิ่งขึ้น การพลาดคัมภีร์หยางบริสุทธิ์ไปก็ไม่ได้(@NameIsNovel)สำคัญอะไรมากนัก เช่นนี้แล้ว เราก็สามารถอยู่ด้วยกันได้(@NameIsNovel)อีกสองสามวัน เมื่อเจ้าออกจากเมืองเจี้ยนเย่ ข้าก็จะกลับไปยังเมืองชุนฮว่า(@NameIsNovel)” หลังจากได้(@NameIsNovel)ยินเช่นนี้ เซินลั่วก็พยักหน้าเห็นด้วย
“ในความเห็นของข้า การกลับไปยังเมืองชุนฮว่า(@NameIsNovel)ในตอนนี้อาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป” ไป๋เสี่ยวเถียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น
“เหตุใดเจ้าจึงพูดเช่นนั้น?” เซินลั่วประหลาดใจ
“นอกเหนือจากความจริงที่(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)คนที่(@NameIsNovel)พวกเราส่งไปไม่พบร่องรอยของเหล่าอสูรเลย แต่มันก็ไม่ได้(@NameIsNovel)หมายความว่า(@NameIsNovel)พวกมันได้(@NameIsNovel)ถอยทัพไปโดยสิ้นเชิง แม้ว่า(@NameIsNovel)พวกมันจะจากไปแล้วจริงๆ ใครเล่าจะรับประกันได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)พวกมันจะไม่กลับมาอีก?” ไป๋เสี่ยวเถียนสวนกลับ
“เจ้ากำลังจะบอกว่า(@NameIsNovel)ถ้าข้ารีบร้อนกลับไปที่(@NameIsNovel)เมืองชุนฮว่า(@NameIsNovel) ข้าอาจจะดึงดูดเหล่าอสูรให้กลับมาอีกงั้นหรือ?” เซินลั่วขมวดคิ้ว
“ในฐานะผู้รอดชีวิตจากสำนักชุนชิว เราต้องพิจารณาในทุกแง่มุม อสูรอาจไม่กล้ารุกรานเมืองเจี้ยนเย่เพราะมี(@NameIsNovel)ตระกูลไป๋คอยคุ้มครองอยู่ แต่พวกมันไม่มี(@NameIsNovel)ข้อจำกัดเช่นนั้นในเมืองชุนฮว่า(@NameIsNovel)” ไป๋เสี่ยวเถียนพูดอย่างจริงจัง
เซินลั่วเห็นด้วยกับความจริงในคำพูดของไป๋เสี่ยวเถียน และ(@NameIsNovel)คิ้วของเขา(@NameIsNovel)ก็ขมวดลึกยิ่งขึ้น
“พูดตามตรง ไม่ใช่แค่เมืองเจี้ยนเย่เท่านั้น แต่หลายแห่งภายในราชวงศ์ถังก็ไม่สงบสุข มหาวิบัติอสูรทวีความรุนแรงขึ้น และ(@NameIsNovel)สัญญาณแห่งความโกลาหลก็เริ่มปรากฏ
เหตุผลที่(@NameIsNovel)ครอบครัวของข้ากระตือรือร้นที่(@NameIsNovel)จะให้ข้าได้(@NameIsNovel)เรียนรู้ กฎแห่งเต๋าที่(@NameIsNovel)ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และ(@NameIsNovel)เพื่อให้ข้าเติบโตเร็วขึ้นก็เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์นี้
เซินลั่ว สิ่งที่(@NameIsNovel)เจ้าต้องทำตอนนี้ไม่ใช่การกลับบ้าน แต่คือการมุ่งมั่นบำเพ็ญเพียรของเจ้า เจ้าจะปราศจากความกลัวต่อการก่อกวนของเหล่าอสูรก็ต่อเมื่อเจ้ามี(@NameIsNovel)ความสามารถที่(@NameIsNovel)จะปกป้องตัวเองได้(@NameIsNovel)” ไป๋เสี่ยวเถียนตบบ่าของเซินลั่วขณะที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)พูดต่อไป
“เจ้าพูดถูก แต่เมื่อเจ้าจากเจี้ยนเย่ไปแล้ว ข้าจะอยู่ที่(@NameIsNovel)บ้านของเจ้าต่อไปเฉยๆ ไม่ได้(@NameIsNovel)ใช่ไหม?” เซินลั่วถอนหายใจ เขา(@NameIsNovel)รู้ดีกว่า(@NameIsNovel)ใครถึงสภาพของโลกหลังจากมหาวิบัติอสูร
“เรื่องนี้ เจ้าไม่ต้องกังวล ก่อนที่(@NameIsNovel)ข้าจะไป ข้าจะเกลี้ยกล่อมบิดาของข้าให้เจ้ารับหน้าที่(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)แขกอาวุโสในตระกูลเราเป็น(@NameIsNovel)การชั่วคราว ถึงตอนนั้น ไม่เพียงแต่เจ้าจะสามารถบำเพ็ญเพียรในจวนตระกูลไป๋ต่อไปได้(@NameIsNovel) แต่เจ้าควรจะได้(@NameIsNovel)รับศิลาเซียนเป็น(@NameIsNovel)ค่าตอบแทนด้วย” ไป๋เสี่ยวเถียนโบกมือพลางพูด
“ข้าเกรงว่า(@NameIsNovel)มันคงเป็น(@NameIsNovel)ไปไม่ได้(@NameIsNovel) ข้าอยู่เพียงระดับชำระปราณ ขั้นกลางเท่านั้น จะมี(@NameIsNovel)คุณสมบัติเป็น(@NameIsNovel)แขกอาวุโสได้(@NameIsNovel)อย่างไร?” เซินลั่วตอบกลับทันที
“อืม... แขกอาวุโสส่วนใหญ่ในตระกูลไป๋ของเราเป็น(@NameIsNovel)ผู้บำเพ็ญเพียรในระดับชำระปราณ ขั้นปลาย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่(@NameIsNovel)บางคนจะอยู่ในขั้นกลาง ดังนั้นจึงไม่มี(@NameIsNovel)ปัญหา” ไป๋เสี่ยวเถียนกล่าว
“ไป๋เสี่ยวเถียน ข้าสงสัยเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของตระกูลไป๋ของเจ้ามาตลอด ในฐานะตระกูลนักล่าอสูรอันดับหนึ่งในเจี้ยนเย่ พวกเจ้าแข็งแกร่งเพียงใด และ(@NameIsNovel)แข็งแกร่งกว่า(@NameIsNovel)สำนักชุนชิวมากน้อยแค่ไหน?” เซินลั่วถามขึ้นอย่างกะทันหัน
“เมื่อเทียบกับสำนักชุนชิว โดยธรรมชาติแล้ว พวกเราแข็งแกร่งกว่า(@NameIsNovel) นอกจากบรรพบุรุษของเราซึ่งเป็น(@NameIsNovel)ผู้บำเพ็ญเพียรระดับหลอมวิญญาณแล้ว บิดาของข้าและ(@NameIsNovel)ท่านอาสามของข้ายังเป็น(@NameIsNovel)นักพรตระดับอิงปราณ ขั้นปลายและ(@NameIsNovel)ขั้นกลางตามลำดับ อีกทั้ง ยังมี(@NameIsNovel)ท่านย่าห้าที่(@NameIsNovel)เจ้าเคยพบที่(@NameIsNovel)ก้นทะเลสาบ นางก็เป็น(@NameIsNovel)ผู้บำเพ็ญเพียรระดับอิงปราณ ขั้นกลางเช่นกัน” ไป๋เสี่ยวเถียนให้คำตอบนี้
“หนึ่งหลอมวิญญาณ สามอิงปราณ ตระกูลไป๋มี(@NameIsNovel)รากฐานที่(@NameIsNovel)น่าทึ่งจริงๆ” เซินลั่วอดไม่ได้(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)จะอุทานออกมาเมื่อได้(@NameIsNovel)ยินเช่นนี้
“ในบรรดาแขกอาวุโส มี(@NameIsNovel)ผู้บำเพ็ญเพียรระดับอิงปราณ ขั้นต้นหนึ่งคน ส่วนอีกหกคนล้วนเป็น(@NameIsNovel)ผู้บำเพ็ญเพียรระดับชำระปราณ ตั้งแต่ขั้นที่(@NameIsNovel)หกถึงขั้นที่(@NameIsNovel)เก้า หากเจ้าเข้าร่วม เจ้าก็จะเป็น(@NameIsNovel)แขกอาวุโสคนที่(@NameIsNovel)แปดของตระกูลเรา เจ้าคิดว่า(@NameIsNovel)อย่างไร อยากจะลองดูสักตั้งไหม?” ไป๋เสี่ยวเถียนกล่าว
“เมื่อเห็นว่า(@NameIsNovel)เจ้าคิดเผื่อข้าถึงเพียงนี้ หากข้าไม่ตกลง ก็คงจะอกตัญญูเกินไป จากสิ่งที่(@NameIsNovel)เจ้าพูด ข้ารู้ถึงเจตนาของเจ้า ดังนั้นข้าจะตกลง” เมื่อเห็นว่า(@NameIsNovel)ไป๋เสี่ยวเถียนมี(@NameIsNovel)เจตนาดี เซินลั่วจึงตกลง
“การสร้างสำนักชุนชิวขึ้นมาใหม่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ไม่ใช่แค่เงินที่(@NameIsNovel)จะต้องใช้ แต่ยังต้องใช้กำลังอันมหาศาลเพื่อสนับสนุนด้วย ภาระบนบ่าของเจ้าไม่เบาเลย” เมื่อเห็นเซินลั่วตอบตกลง ไป๋เสี่ยวเถียนก็ตอบกลับด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข
“ข้าเคยคิดจะลากเจ้ามาด้วย สองนักพรตช่วยกันแบกน้ำกิน แต่สุดท้าย ข้าก็คงต้องแบกรับมันไว้คนเดียว” เซินลั่วผ่อนคลายลงแล้วพูดติดตลก
“หลังจากจากกันไป ใครจะรู้ว่า(@NameIsNovel)เราจะได้(@NameIsNovel)พบกันอีกเมื่อไหร่! ไปกันเถอะ ข้าจะเลี้ยงสุราเจ้า และ(@NameIsNovel)เราจะไม่กลับจนกว่า(@NameIsNovel)จะเมา!” ไป๋เสี่ยวเถียนโบกมือแล้วลากเซินลั่วออกไปข้างนอก โดยไม่สนใจคำคัดค้านของเขา(@NameIsNovel)เลยแม้แต่น้อย
…
สองสามวันต่อมา ไป๋เสี่ยวเถียน พร้อมด้วยผู้อาวุโสของตระกูลคนหนึ่งคอยคุ้มกัน ก็ได้(@NameIsNovel)ออกจากเมืองเจี้ยนเย่ไป
เซินลั่วถูกเชิญไปยังห้องหนังสือในสวนหลังบ้านทันทีโดยคนของไป๋เหอเฉิง
“ท่านผู้อาวุโส” เซินลั่วทักทายเขา(@NameIsNovel)หลังจากเข้าไปในห้อง
“เฮะๆ เจ้ากับเสี่ยวเถียนเป็น(@NameIsNovel)สหายสนิทกัน เรียกข้าว่า(@NameIsNovel)ท่านลุงเถอะ มานั่งคุยกัน” ไป๋เหอเฉิงวางหนังสือในมือลงแล้วตอบกลับด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น
เซินลั่วตอบกลับด้วยรอยยิ้มและ(@NameIsNovel)นั่งลงฝั่งตรงข้ามอย่างนอบน้อม
“ข้าเรียกเจ้ามาในวันนี้เพราะมี(@NameIsNovel)เรื่องจะหารือกับเจ้า” ไป๋เหอเฉิงกล่าวต่อ
“ท่านผู้อาวุโส โปรดสั่งมาได้(@NameIsNovel)เลยขอรับ” เซินลั่วตอบ
“ในช่วงไม่กี่ปีที่(@NameIsNovel)ผ่านมา ตระกูลไป๋ได้(@NameIsNovel)ขยายกำลังอย่างต่อเนื่อง โดยนำผู้บำเพ็ญเพียรภายนอกจำนวนมากมาเป็น(@NameIsNovel)แขกอาวุโส ข้าสงสัยว่า(@NameIsNovel)เจ้าจะเต็มใจเข้าร่วมกับตระกูลไป๋และ(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)แขกอาวุโสหรือไม่?” ไป๋เหอเฉิงถามอย่างตรงไปตรงมา
“การเป็น(@NameIsNovel)แขกอาวุโสของตระกูลไป๋ย่อมเป็น(@NameIsNovel)เรื่องที่(@NameIsNovel)ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว แต่ข้าเกรงว่า(@NameIsNovel)ระดับการบำเพ็ญเพียรของข้าจะต่ำเกินไปที่(@NameIsNovel)จะเป็น(@NameIsNovel)ไปตามข้อกำหนด” เซินลั่วตอบกลับอย่างทันท่วงที
“นั่นไม่ใช่ปัญหา ข้าเชิญเจ้ามาเป็น(@NameIsNovel)แขกอาวุโสของตระกูลไป๋ ไม่ใช่เพราะระดับการบำเพ็ญเพียรในปัจจุบันของเจ้า แต่เพราะข้าเห็นศักยภาพในตัวเจ้า ทั้งเสี่ยวหยุนและ(@NameIsNovel)ผู้อาวุโสสามต่างก็ชื่นชมเจ้าอย่างมาก และ(@NameIsNovel)ข้าคิดว่า(@NameIsNovel)เจ้ามี(@NameIsNovel)อุปนิสัยที่(@NameIsNovel)ดี ดังนั้นข้าจึงอยากให้เจ้าเป็น(@NameIsNovel)แขกอาวุโส” ไป๋เหอเฉิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ข้ารู้สึกเป็น(@NameIsNovel)เกียรติที่(@NameIsNovel)ท่านผู้อาวุโสเห็นคุณค่า ข้ายินดีที่(@NameIsNovel)จะเข้าร่วมกับตระกูลไป๋ในฐานะแขกอาวุโสและ(@NameIsNovel)รับใช้ตระกูลไป๋” เซินลั่วลุกขึ้นทันที ประสานหมัดคารวะ
“ดี ดีมาก นั่งลงคุยกัน” ไป๋เหอเฉิงรีบเชิญให้เซินลั่วกลับไปนั่ง
“ขอบคุณท่านประมุขตระกูล” เซินลั่วปฏิบัติตามและ(@NameIsNovel)นั่งลง
เมื่อไป๋เหอเฉิงได้(@NameIsNovel)ยินการเปลี่ยนแปลงในคำเรียกของเขา(@NameIsNovel) รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งสดใสขึ้น
“ในเมื่อตอนนี้เจ้าเป็น(@NameIsNovel)แขกของตระกูลเราอย่างเป็น(@NameIsNovel)ทางการแล้ว มี(@NameIsNovel)บางเรื่องที่(@NameIsNovel)ข้าต้องบอกเจ้าล่วงหน้า ตอนนี้เจ้ายังอยู่ในระดับต่ำ ดังนั้นค่าตอบแทนของเจ้าจึงไม่สามารถเท่ากับแขกอาวุโสคนอื่นๆ ได้(@NameIsNovel) เจ้าจะได้(@NameIsNovel)รับศิลาเซียนหนึ่งก้อนทุกๆ สามเดือน ในทำนองเดียวกัน ตระกูลจะมอบหมายภารกิจปราบอสูรง่ายๆ ให้เจ้า หลังจากเจ้าทำภารกิจเหล่านี้สำเร็จ ก็จะมี(@NameIsNovel)รางวัลที่(@NameIsNovel)สอดคล้องกัน” ไป๋เหอเฉิงอธิบาย
----------