หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 292
ตอนที่ 292 : ปาฏิหาริย์แห่งพุทธรัศมี
ตอนที่ 292
แม้เซินลั่วจะยังคงมี(@NameIsNovel)ยันต์น้ำค้างเขียวเหลืออยู่บ้าง แต่เขา(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)นำส่วนใหญ่ไปใช้ในการวาดยันต์อัสนีสวรรค์ ดังนั้นโดยปรกติแล้ว เขา(@NameIsNovel)จึงไม่สามารถแบ่งแยกเพื่อใช้วาดยันต์ทำลายม่านวายุได้(@NameIsNovel)ในตอนนี้
ส่วนยันต์เทพอัศวเกราะนั้น แม้จะไม่มี(@NameIsNovel)ข้อกำหนดตายตัวสำหรับการใช้กระดาษยันต์ แต่หมึกยันต์ที่(@NameIsNovel)ต้องการกลับพิเศษยิ่งนัก ส่วนผสมของมันประกอบด้วยวัตถุดิบวิญญาณที่(@NameIsNovel)รู้จักกันในชื่อ "สมุนไพรดาวปฐพี"
เซินลั่วเคยเห็นสมุนไพรชนิดนี้ในหอลู่เป่ามาก่อน มันไม่ได้(@NameIsNovel)ถูกจัดว่า(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)สมุนไพรวิญญาณล้ำค่า แต่ทว่า(@NameIsNovel) ณ ตอนนั้น เขา(@NameIsNovel)ไม่ทราบประโยชน์ใช้สอยของมัน จึงไม่ได้(@NameIsNovel)ซื้อติดมือมาด้วย และ(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)แน่นอนว่า(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ไม่สามารถหาสิ่งนี้ได้(@NameIsNovel)ในเมืองชุนฮว่า(@NameIsNovel)แล้วในตอนนี้
หลังจากจัดการและ(@NameIsNovel)จัดเรียงสิ่งต่างๆ เล็กน้อย เซินลั่วก็พบว่า(@NameIsNovel)ยันต์ชนิดเดียวที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)สามารถลองวาดได้(@NameIsNovel)ในเวลานี้คือ ยันต์ข้ามขุนเขา(@NameIsNovel)
เมื่อเซินลั่วจัดเตรียมทุกสิ่งพร้อมแล้ว เขา(@NameIsNovel)ก็เริ่มลงมือวาดยันต์ข้ามขุนเขา(@NameIsNovel)
เมื่อเทียบกับยันต์อื่นๆ ที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)เคยล้มมือวาดมาก่อนหน้านี้ ยันต์นี้มี(@NameIsNovel)ระดับต่ำกว่า(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ความซับซ้อนน้อยกว่า(@NameIsNovel)มาก
เพียงสิบวันหลังจากเริ่มฝึกฝน ยันต์ก็เริ่มเผยแสดงพลังปราณของมันแล้ว
เช้าวันหนึ่ง หลังจากเซินลั่วเสร็จสิ้นการบำเพ็ญเพียรนั่งสมาธิ เขา(@NameIsNovel)กำลังวางแผนที่(@NameIsNovel)จะฝึกฝนการวาดยันต์ต่อไป แต่ก่อนที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)จะเริ่มลงมือ ก็มี(@NameIsNovel)เสียงเคาะประตูขัดจังหวะเสียก่อน
เมื่อเขา(@NameIsNovel)เปิดประตูออก ก็เห็นเนี่ยไฉ่จูยืนอยู่ใต้ชายคาพร้อมกับสาวใช้ของนาง เสี่ยวชุน
“แม่นางเนี่ย มี(@NameIsNovel)อะไรให้ข้าช่วยเหลือหรือไม่?” เซินลั่วเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
เนี่ยไฉ่จูดูลังเล และ(@NameIsNovel)ดูเหมือนจะเอ่ยคำพูดออกมาได้(@NameIsNovel)ยากลำบากยิ่งนัก
“คุณ... คุณชาย นายท่านของข้าปรารถนาจะไปวัดหยวนจู้เพื่อถวายธูปเทียน นางสงสัยว่า(@NameIsNovel)ท่านจะกรุณาไปเป็น(@NameIsNovel)เพื่อนได้(@NameIsNovel)หรือไม่เจ้าคะ” เสี่ยวชุนเกือบจะหลุดคำว่า(@NameIsNovel) "ท่านเขย" ออกมา แต่ก็เปลี่ยนคำได้(@NameIsNovel)อย่างทันท่วงที
หลังจากพูดจบ นางก็แลบลิ้นออกเบาๆ เพื่อขอโทษนายท่านของนาง
“ท่านพี่ ถ้าท่านไม่ว่า(@NameIsNovel)ง ก็ไม่เป็น(@NameIsNovel)ไร ไม่ต้องลำบาก” เนี่ยไฉ่จูกล่าว
“ไม่ลำบากเลย ไม่ลำบากเลย ข้าจะไปเป็น(@NameIsNovel)เพื่อนท่าน” เซินลั่วส่ายหน้าทันทีเมื่อได้(@NameIsNovel)ยินคำพูดของนาง
เซินลั่วพลันตระหนักขึ้นมาว่า(@NameIsNovel) ช่วงนี้เขา(@NameIsNovel)จมอยู่กับการบำเพ็ญเพียรจนลืมเรื่องคู่หมั้นของเขา(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)เดินทางมาไกลเพื่อตามหาเขา(@NameIsNovel) จึงอดรู้สึกผิดขึ้นมามิได้(@NameIsNovel)
“ขอบคุณสำหรับความกรุณาของท่านเจ้าค่ะ” เนี่ยไฉ่จูโค้งคำนับเล็กน้อย
ทั้งสามคนออกจากคฤหาสน์ทันที ขึ้นรถม้าออกจากเมือง มุ่งหน้าไปยังวัดหยวนจู้
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อไม่นานมานี้ การรักษาความปลอดภัยนอกเมืองชุนฮว่า(@NameIsNovel)ก็ได้(@NameIsNovel)รับการเสริมกำลังอย่างเห็นได้(@NameIsNovel)ชัด และ(@NameIsNovel)ความสงบสุขก็ได้(@NameIsNovel)กลับคืนมาแล้ว
จำนวนผู้คนที่(@NameIsNovel)เดินทางไปวัดหยวนจู้เพื่อถวายธูปเทียนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
เซินลั่วและ(@NameIsNovel)คณะออกเดินทางล่าช้า เมื่อพวกเขา(@NameIsNovel)มาถึงวัดหยวนจู้ ก็เลยช่วงเวลาที่(@NameIsNovel)ผู้ศรัทธาแย่งกันจุดธูปดอกแรกไปแล้ว ผู้คนเริ่มทยอยออกจากวัดเป็น(@NameIsNovel)กลุ่มๆ
เนี่ยไฉ่จู พาเสี่ยวชุนเข้าไปในโถงเพื่อจุดธูป และ(@NameIsNovel)เซินลั่วซึ่งเป็น(@NameIsNovel)ผู้บำเพ็ญเพียรแห่งสำนักเต๋า สำนักชุนชิว ก็รู้สึกว่า(@NameIsNovel)ไม่เหมาะสมที่(@NameIsNovel)จะเข้าไปในโถง เขา(@NameIsNovel)จึงตัดสินใจรอพวกนางขณะเดินเล่นชมทิวทัศน์ของวัดแห่งนี้
วัดหยวนจู้ได้(@NameIsNovel)รับการก่อตั้งขึ้นมาหลายปีแล้ว และ(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)รับการบูรณะซ่อมแซมหลายครั้ง มันจึงดูแตกต่างไปจากที่(@NameIsNovel)เซินลั่วจำได้(@NameIsNovel)มากนัก แม้ว่า(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)จะเคยมาที่(@NameIsNovel)นี่ครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้ แต่เขา(@NameIsNovel)มุ่งความสนใจไปที่(@NameIsNovel)การช่วยเหลือผู้คนในตอนนั้น จึงไม่ได้(@NameIsNovel)สังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงของวัด
อาคารและ(@NameIsNovel)กำแพงโดยรอบถูกทาสีเหลืองสดใส และ(@NameIsNovel)ยังมี(@NameIsNovel)หิมะสะสมอยู่บนยอดกำแพง ผิวผนังมี(@NameIsNovel)การจารึกบทสวดมนต์พุทธศาสนาหกพยางค์ไว้ และ(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)เสียงพระสงฆ์สวดมนต์ดังแว่วมาเป็น(@NameIsNovel)ครั้งคราว กลิ่นหอมจางๆ ของธูปที่(@NameIsNovel)กำลังลุกไหม้คละคลุ้งไปทั่วอากาศ
“ปรากฏขึ้นแล้ว ปรากฏขึ้นอีกแล้ว…”
“ดูสิ นั่นคือพุทธรัศมี(@NameIsNovel)…”
…
ในขณะนั้นเอง เสียงเอะอะวุ่นวายก็ปะทุขึ้นจากทุกมุมของวัด
เซินลั่วรู้สึกฉงน จึงรีบวิ่งกลับไปยังลานด้านหน้าพระอุโบสถ ซึ่งเขา(@NameIsNovel)เห็นพระสงฆ์พากันออกมาจากทุกทิศทาง พวกเขา(@NameIsNovel)กำลังพนมมือและ(@NameIsNovel)เปล่งพระนามพระพุทธเจ้าพร้อมกับกราบไหว้เบื้องฟ้า
เมื่อมองตามทิศทางของฝูงชน เซินลั่วก็มองไปยังท้องฟ้าด้านหลังวัด แสงสีม่วงเรืองรองจางๆ ส่องสว่า(@NameIsNovel)งทั่วท้องฟ้า และ(@NameIsNovel)เมฆเบื้องบนก็ถูกย้อมเป็น(@NameIsNovel)สีม่วงคล้ายกัน มันดูราวกับรัศมี(@NameIsNovel)แห่งทิพย์
เนี่ยไฉ่จูและ(@NameIsNovel)เสี่ยวชุนก็ออกมาจากโถง และ(@NameIsNovel)มองดูภาพปาฏิหาริย์กลางอากาศด้วยความเกรงขาม พร้อมกับพนมมือด้วยความเคารพ
ขณะที่(@NameIsNovel)เซินลั่วเฝ้ามองแสงนั้น จมูกของเขา(@NameIsNovel)ก็พลันขมวดเล็กน้อย เขา(@NameIsNovel)สัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงกลิ่นหอมแปลกประหลาดที่(@NameIsNovel)ไม่ธรรมดาในอากาศ
กลิ่นหอมนั้นปะปนกับกลิ่นธูปที่(@NameIsNovel)กำลังลุกไหม้ในวัด จึงไม่โดดเด่นนัก แต่ในขณะที่(@NameIsNovel)เซินลั่วได้(@NameIsNovel)กลิ่นมัน เขา(@NameIsNovel)รู้สึกถึงความพร่าเลือนเล็กน้อยในทะเลจิตวิญญาณของเขา(@NameIsNovel) มันไม่ได้(@NameIsNovel)ทำให้รู้สึกอึดอัดเลย อันที่(@NameIsNovel)จริงกลับรู้สึกน่ารื่นรมย์เสียด้วยซ้ำ
เซินลั่วหันสายตาไปมองผู้อื่น เมื่อเห็นสีหน้าผ่อนคลายของพวกเขา(@NameIsNovel) เขา(@NameIsNovel)ก็ยิ่งรู้สึกฉงนกับสถานการณ์มากขึ้น
ในขณะที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)กำลังเดินตามกลิ่นไปยังด้านหลังของวัด ผ่านระเบียงหลายแห่ง และ(@NameIsNovel)มาถึงใกล้โถงกวนอิม กลิ่นหอมแปลกประหลาดนั้นก็พลันหายไป
ขณะที่(@NameIsNovel)เซินลั่วยังคงรู้สึกฉงน เขา(@NameIsNovel)เงยหน้าขึ้นและ(@NameIsNovel)เห็นว่า(@NameIsNovel)รัศมี(@NameIsNovel)สีม่วงอันยิ่งใหญ่บนท้องฟ้าเหนือวัดได้(@NameIsNovel)หายไปแล้ว
เขา(@NameIsNovel)ขมวดคิ้วและ(@NameIsNovel)สำรวจบริเวณโดยรอบอีกครั้งอย่างระมัดระวัง แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ เขา(@NameIsNovel)จึงกลับไปที่(@NameIsNovel)ลานกว้าง
พระสงฆ์ในลานกว้างต่างกลับเข้าไปในพระอุโบสถแล้ว และ(@NameIsNovel)ผู้ศรัทธาบางส่วนยังคงพูดคุยถึง "ปาฏิหาริย์" ที่(@NameIsNovel)เพิ่งปรากฏขึ้นเพียงชั่วครู่ สีหน้าของพวกเขา(@NameIsNovel)ส่องประกายด้วยความตื่นเต้น
“ท่านพี่ เมื่อครู่ท่านหายไปไหนมาเจ้าคะ? ท่านเห็นพุทธรัศมี(@NameIsNovel)อันน่าอัศจรรย์หรือไม่?” เนี่ยไฉ่จูเข้ามาหาเซินลั่วเมื่อเขา(@NameIsNovel)กลับมา ใบหน้าของนางยังคงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“ปาฏิหาริย์ พุทธรัศมี(@NameIsNovel) ใช่หรือไม่? ท่านหมายถึงแสงสีม่วงบนท้องฟ้าเมื่อครู่นี้ใช่หรือไม่?” เซินลั่วเอ่ยถาม
“ใช่แล้ว! นั่นคือปาฏิหาริย์อันเป็น(@NameIsNovel)เอกลักษณ์ของวัดหยวนจู้ พวกเขา(@NameIsNovel)บอกว่า(@NameIsNovel)มันจะปรากฏขึ้นเพียงครั้งเดียวในรอบสิบปีหรือประมาณนั้น ข้าอยู่ที่(@NameIsNovel)นี่มานานขนาดนี้แล้วก็ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ข้าไม่คาดคิดเลยว่า(@NameIsNovel)ข้าจะโชคดีได้(@NameIsNovel)เห็นมันขณะที่(@NameIsNovel)มาเป็น(@NameIsNovel)เพื่อนท่าน” ดวงตาของเนี่ยไฉ่จูเปี่ยมไปด้วยความยินดี นางดูสนใจเรื่องนี้มากทีเดียว
“คุณชาย ดูเหมือนว่า(@NameIsNovel)ท่านจะมี(@NameIsNovel)ความผูกพันกับพระพุทธศาสนา นะเจ้าค่ะ” เสี่ยวชุนก็พูดเสริมอย่างร่าเริง
เซินลั่วมี(@NameIsNovel)ความคลางแคลงใจเกี่ยวกับเรื่องพุทธรัศมี(@NameIsNovel) แต่เขา(@NameIsNovel)ไม่ต้องการทำลายอารมณ์ของเนี่ยไฉ่จู ดังนั้นเขา(@NameIsNovel)จึงเพียงแค่ยิ้มโดยไม่ยืนยันหรือปฏิเสธสิ่งใด
“เหตุใดท่านจึงมี(@NameIsNovel)ความเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งถึงเพียงนี้?” เซินลั่วพลันเอ่ยถามขณะที่(@NameIsNovel)ทั้งสามกำลังเดินออกจากวัด
“มารดาของข้าเชื่อในพระพุทธศาสนา นางสอนข้ามาตั้งแต่เด็กว่า(@NameIsNovel)พระพุทธศาสนาสอนให้ผู้คนเป็น(@NameIsNovel)คนดี และ(@NameIsNovel)ปลูกฝังแนวคิดเรื่อง กรรม ข้าก็เชื่อว่า(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ส่วนที่(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)ความจริงอยู่ในนั้น มันไม่ใช่สิ่งเลวร้าย” เนี่ยไฉ่จู กล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“เช่นนั้นก็ฟังดูมี(@NameIsNovel)เหตุผล” เซินลั่วพยักหน้าเห็นด้วย
หลังจากสนทนากัน ทั้งสามก็ขึ้นรถม้ากลับเข้าเมือง
…
เมื่อเดินทางกลับมาถึงจวนสกุลเซิน เซินลั่วก็เห็นรถม้าสามคันที่(@NameIsNovel)ตกแต่งอย่างหรูหราจอดอยู่ตรงทางเข้า จากระยะไกล ข้างรถม้าแต่ละคันมี(@NameIsNovel)ชายหนุ่มสองคนสวมชุดสีดำยืนอยู่ โดยมี(@NameIsNovel)กระบี่ห้อยอยู่ที่(@NameIsNovel)เอว
“เกิดอะไรขึ้น?” เซินลั่วพึมพำในใจขณะที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)คนแรกที่(@NameIsNovel)ลงจากรถม้า
ที่(@NameIsNovel)ทางเข้า ลุงฝูกำลังถูมือไปมาอย่างกระวนกระวายใจ มองมาทางพวกเขา(@NameIsNovel)
“คุณชาย ในที่(@NameIsNovel)สุดท่านก็กลับมาแล้ว” ลุงฝูเห็นเซินลั่วก็รีบเข้ามาทักทายทันที
“ลุงฝู เกิดอะไรขึ้น?” เซินลั่วเอ่ยถาม พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
ลุงฝูเหลือบมองเนี่ยไฉ่จู ซึ่งกำลังได้(@NameIsNovel)รับความช่วยเหลือจากเสี่ยวชุนให้ลงจากรถม้า แล้วกล่าวว่า(@NameIsNovel) “ครอบครัวสกุลเนี่ยมาตามหาคุณหนูเนี่ย ขอรับ”
“ลุงฝู ท่านพ่อของข้าอยู่ที่(@NameIsNovel)นี่หรือเจ้าคะ?” เนี่ยไฉ่จูหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อยขณะที่(@NameIsNovel)เดินไปข้างหน้าแล้วเอ่ยถาม
“ตามที่(@NameIsNovel)พวกเขา(@NameIsNovel)บอก ท่านลุงของท่านมา แต่ยังมี(@NameIsNovel)ผู้อื่นมาด้วยขอรับ” ลุงฝูตอบ
“พวกเราไปดูกันเถอะ” เซินลั่วกล่าว พลางมองไปที่(@NameIsNovel)เนี่ยไฉ่จู
หมายเหตุจากผู้แปล :
ต้นฉบับภาษาอังกฤษในตอนที่(@NameIsNovel) 293 ถึง 294 นั้น เป็น(@NameIsNovel)การที่(@NameIsNovel)ผู้เขียนกลับไปแก้ไข ตอนที่(@NameIsNovel)เจอชายชุดเทาประมูลของแข่งในตลาดผี ผมกลับไปแก้ไขให้แล้ว
ดังนั้นเพื่อเป็น(@NameIsNovel)การ รันเลขตอนที่(@NameIsNovel)ตรงกับต้นฉบับ ทำให้ผมไม่แปลตอนที่(@NameIsNovel) 293 ถึง 294 ไปเลยนะครับ
----------