หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 300
ตอนที่ 300 : หญิงชราผมขาว
ตอนที่ 300
เนี่ยไฉจูเดินมาถึงหน้าวิหารกวนอิม แต่กลับไม่เข้าไป นางเลือกเดินเลี่ยงไปตามระเบียงข้างวิหารใหญ่ ตรงเข้าสู่ลานหลังวัดแทน
เมื่อเซินลั่วตามมาถึง ก็พบว่า(@NameIsNovel)นางหยุดยืนอยู่ข้างบ่อน้ำ ท่ามกลางความมืด แผ่นหลังหันมาให้เขา(@NameIsNovel)
“มี(@NameIsNovel)สิ่งผิดปกติจริงๆ!” เมื่อเห็นภาพนี้ เซินลั่วก็ยิ่งมั่นใจในความสงสัยของตนเอง
ทันใดนั้น เนี่ยไฉจูกลับหันกายมา ใบหน้ายังคงหลับตาแน่น แต่กลับเหมือน “มอง” ตรงมายังทิศทางที่(@NameIsNovel)เซินลั่วซ่อนอยู่
หัวใจเซินลั่วพลันหดเกร็ง รีบขยับกายหลบไปซ่อนหลังเสาใหญ่ทันที
แต่ยังไม่ทันได้(@NameIsNovel)พินิจให้ถนัด ก็พลันมี(@NameIsNovel)เสียง “กุ๊กลุก” ดังขึ้นมาจากหลังลาน ราวกับมี(@NameIsNovel)บางสิ่งตกลงไปในน้ำ
หัวใจเซินลั่วสะท้าน รีบวิ่งออกไปอย่างเร่งรีบ กลับพบว่า(@NameIsNovel)เงาร่างของเนี่ยไฉจูหายไปแล้ว
เขา(@NameIsNovel)รีบตรงไปถึงขอบบ่อน้ำ โน้มกายมองลงไป ก็เห็นผิวน้ำยังคงมี(@NameIsNovel)ระลอกไหวอยู่เล็กน้อย ภายใต้เงามืด เขา(@NameIsNovel)มองเห็นเงาคนรางเลือนกำลังดำลึกลงไป
เซินลั่วตะลึงงัน รีบยกมือขึ้นประกอบเป็น(@NameIsNovel)อักขระเวท พลางท่องคาถาแผ่วเบา
เมื่อถ้อยคำสุดท้ายสิ้นสุด ร่างเขา(@NameIsNovel)ถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีฟ้าจางๆ กลายเป็น(@NameIsNovel)แสงระยิบระยับเหมือนละลายเข้ากับผืนน้ำ
ภายนอกปรากฏคลื่นลอนน้ำเล็กๆ คล้ายถูกปกคลุมด้วยอาภรณ์น้ำบางเบา แท้จริงแล้วนี่คือ วิชาขับธารา
ทว่า(@NameIsNovel) วิชาขับธาราที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ใช้ในยามนี้กลับต่างไปจากที่(@NameIsNovel)เคยเรียนรู้ในแดนฝันมากนัก ถึงขั้นที่(@NameIsNovel)ไม่แน่ว่า(@NameIsNovel)จะมี(@NameIsNovel)พลังป้องกันได้(@NameIsNovel)จริงหรือไม่
แต่เวลานี้เขา(@NameIsNovel)ไม่มี(@NameIsNovel)เวลามาครุ่นคิดให้มาก รีบก้าวข้ามราวบ่อ กระโจนลงไปทันที
ทันทีที่(@NameIsNovel)ร่างเขา(@NameIsNovel)ดิ่งลงน้ำ ก็รู้สึกพึงพอใจเล็กน้อย ไม่ว่า(@NameIsNovel)พลังป้องกันของวิชาขับธาราจะอ่อนด้อยเพียงใด แต่คุณสมบัติของมันยังคงอยู่ — ร่างเขา(@NameIsNovel)ลงสู่ผิวน้ำโดยไร้เสียงและ(@NameIsNovel)แทบไม่ก่อให้เกิดระลอกคลื่น
ยิ่งไปกว่า(@NameIsNovel)นั้น เขา(@NameIsNovel)ยังสามารถหายใจใต้น้ำได้(@NameIsNovel)อย่างอิสระ ให้ความรู้สึกโล่งสบายประหนึ่งปลาว่า(@NameIsNovel)ยน้ำในธารา จึงรีบเร่งดำลึกลงไป มุ่งหน้าตามร่องรอยสู่ก้นบ่อ
บ่อน้ำนี้ลึกเกินคาด เขา(@NameIsNovel)ดำลงไปนับสิบจั้งจึงจะถึงก้นบ่อ
กำลังงงงวยอยู่ พลันรู้สึกได้(@NameIsNovel)ถึงคลื่นน้ำพุ่งมาจากด้านหลัง เขา(@NameIsNovel)รีบหันไปมอง ก็พบเป็น(@NameIsNovel)ครั้งแรกว่า(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)ผนังบ่อมืดทึบด้านหลังนั้น มี(@NameIsNovel)โพรงกว้างระดับความสูงมนุษย์ปรากฏอยู่
เซินลั่วไม่รีรอ รีบว่า(@NameIsNovel)ยเข้าไปในโพรงข้างบ่อทันที
เพียงดำไปได้(@NameIsNovel)ไม่ไกล ทางโพรงก็เริ่มเอียงสูงขึ้น มี(@NameIsNovel)ทางคดเคี้ยวหลายช่วง
ยิ่งลัดเลาะขึ้นไปสูงเท่าไร ระดับน้ำก็ลดลงเรื่อยๆ จนในที่(@NameIsNovel)สุดพื้นทางแห้งสนิท
เซินลั่วอาศัยแสงฟ้าที่(@NameIsNovel)ห่อหุ้มกาย ส่องนำทางไปข้างหน้า พลันพบรอยเท้าเปียกชื้นทอดยาวเข้าไปในความลึก
ผ่านไปประมาณครึ่งก้านธูป เขา(@NameIsNovel)พลันขมวดจมูก ได้(@NameIsNovel)กลิ่นหอมประหลาดลอยมากับอากาศ
กลิ่นนี้ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ ครั้งก่อนเมื่อเขา(@NameIsNovel)มากับเนี่ยไฉจูเพื่อสักการะวัดหยวนจู้ เขา(@NameIsNovel)เคยได้(@NameIsNovel)กลิ่นนี้ในคราวที่(@NameIsNovel) แสงพุทธะ ปรากฏขึ้น แต่ก่อนจะหาที่(@NameIsNovel)มาได้(@NameIsNovel) กลิ่นก็เลือนหายไป
ครั้งนั้นเขา(@NameIsNovel)ไม่ได้(@NameIsNovel)ใส่ใจนัก แต่เวลานี้กลับรู้ได้(@NameIsNovel)ทันทีว่า(@NameIsNovel)กลิ่นหอมนี้ต้องเกี่ยวข้องกับความลึกลับของบ่อน้ำแห่งนี้แน่
ยิ่งเขา(@NameIsNovel)เดินลึกเข้าไป กลิ่นนั้นก็ยิ่งแรงขึ้น รุนแรงจนทำให้ ทะเลจิตวิญญาณ ของเขา(@NameIsNovel)เกิดอาการขุ่นมัวเล็กน้อย
เซินลั่วรีบเร่งใช้ เคล็ดวิชาบำเพ็ญไร้นาม ปราณเย็นพลันพุ่งเข้าสู่ศีรษะ กำจัดความพร่ามัวในจิตเมื่อครู่ให้สลายไป
เขา(@NameIsNovel)ตั้งสติได้(@NameIsNovel) รีบดึง ยันต์อัสนีบาต ออกมาหลายแผ่นจากแขนเสื้อ ก่อนจะชะงักลังเลเล็กน้อย แล้วเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel) ยันต์อัสนีสวรรค์ แทนเพื่อความมั่นใจ จากนั้นก้าวเร่งต่อไป
ไม่นานนัก ทางเดินก็เริ่มกว้างขึ้น แสงสว่า(@NameIsNovel)งริบหรี่พลันสาดออกมาจากเบื้องหน้า
เซินลั่วหยุดใช้วิชาขับธารา ก้าวเดินอย่างระมัดระวังไปข้างหน้า เมื่อใกล้เข้าไปถึงจึงเห็นว่า(@NameIsNovel)ข้างหน้านั้นแท้จริงคือห้องหิน
ปากทางห้องหินเปิดกว้าง ภายในมี(@NameIsNovel)โต๊ะหินตั้งอยู่ ข้างโต๊ะนั้นมี(@NameIsNovel)เงาร่างหนึ่งนั่งอยู่แน่นิ่ง รูปร่างงดงามอ่อนช้อยยิ่งนัก ไม่ใช่ใครอื่น นั่นคือ… เนี่ยไฉจู!
เบื้องตรงข้ามเนี่ยไฉจู มี(@NameIsNovel)หญิงชราผมขาวโพลน นางหลังค่อม สวมอาภรณ์ยาวสีชมพู ข้างหูเสียบปิ่นไข่มุกสีชาด ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยลึก ดูแก่ชราจนแทบไม่เหลือเค้าโครงความงาม
แต่ยามนี้ ใบหน้าของนางกลับฉายรอยยิ้มตลอดเวลา ดวงตาจับจ้องอยู่ที่(@NameIsNovel)แก้มของเนี่ยไฉจูราวกับกำลังชื่นชมเครื่องลายครามล้ำค่า ความสนใจแน่วแน่ไม่ยอมให้สิ่งใดมารบกวน
แม้จะมี(@NameIsNovel)เซินลั่วซ่อนมองอยู่ด้านหนึ่ง หญิงชราคนนี้กลับดูไม่รู้สึกถึงสายตาใดๆ เลย
เซินลั่วเองก็กำลังสังเกตหญิงชราผู้นี้เช่นกัน แต่เขา(@NameIsNovel)กลับไม่พบร่องรอยของ พลังหยินอัปมงคล บนร่างนางเลยแม้แต่น้อย เขา(@NameIsNovel)จึงลอบกำยันต์ข้ามขุนเขา(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)ซ่อนในแขนเสื้อไว้แน่น ตั้งใจจะลองตรวจสอบอีกครั้ง
ทว่า(@NameIsNovel)พอยันต์เลื่อนออกจากแขนเสื้อเท่านั้น มันกลับ “วูบ” ลุกไหม้กลายเป็น(@NameIsNovel)เปลวไฟ เผาไหม้จนหมดสิ้นในทันที
“กลิ่นอายภูตอสูรเข้มข้นนัก!” เซินลั่วรีบหลบตัวไปด้านข้าง หัวใจเต้นแรงระรัว
ด้วยชั้นระดับของยันต์ข้ามขุนเขา(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)จำกัด มันสามารถตรวจจับกลิ่นอายภูตอสูรได้(@NameIsNovel)เพียงบางส่วน หากเจอภูตอสูรที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)พลังเกินกว่า(@NameIsNovel)ผู้ฝึกตน ระดับอิงปราณ ขั้นปลาย ยันต์ก็จะทนแรงกดดันไม่ไหวและ(@NameIsNovel)เผาไหม้เองเช่นนี้
ร่างเซินลั่วแนบชิดผนังหิน เขา(@NameIsNovel)ถึงกับตะลึงงัน หญิงชราผู้นี้อย่างน้อยก็ต้องมี(@NameIsNovel)พลังเทียบเท่าภูตอสูร ระดับอิงปราณ ขั้นปลาย แน่แท้
โชคยังดีที่(@NameIsNovel)การเคลื่อนไหวของเขา(@NameIsNovel)เมื่อครู่ไม่ได้(@NameIsNovel)ดึงดูดความสนใจของหญิงชรา เซินลั่วจึงลอบชะโงกมองเข้าไปในห้องอีกครั้ง และ(@NameIsNovel)เห็นว่า(@NameIsNovel)หญิงชรากำลังถือสมุนไพรสีแดงฉาน ใบมี(@NameIsNovel)เก้ากลีบ พยายามจะยัดเข้าไปในปากของเนี่ยไฉจู
อกเซินลั่วพลันแน่นอึดอัด เขา(@NameIsNovel)อยากจะเข้าไปห้ามทันที แต่พอเห็นว่า(@NameIsNovel)บนสมุนไพรนั้นกลับมี(@NameIsNovel)หมอกปราณแผ่ออกมาอย่างชัดเจน มิใช่พิษร้าย เขา(@NameIsNovel)จึงบังคับใจให้สงบลง ไม่ทำอะไรผลีผลาม
เนี่ยไฉจูยังคงหลับตาแน่น ปากเปิดปิดราวกับเชิดหุ่น เคี้ยวสมุนไพรสีเลือดทีละน้อย ก่อนกลืนลงท้อง
ลำคอของนางขยับเพียงครู่ สมุนไพรนั้นก็ถูกกลืนจนหมดสิ้น
ทันใดนั้น ร่างของนางก็พลันแผ่ กลิ่นอายภูตอสูร สีเหลืองออกมาอย่างหนาแน่นจนมองเห็นได้(@NameIsNovel)ด้วยตาเปล่า และ(@NameIsNovel)ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเห็นเช่นนี้ เซินลั่วก็อดเสียใจไม่ได้(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)ไม่ได้(@NameIsNovel)ขัดขวางตั้งแต่แรก
แต่แล้ว เนี่ยไฉจูก็ส่งเสียงครางเจ็บปวด ลืมตาพรวดออกมา ร่างแผ่คลื่นพลังลึกลับไร้รูปออกมารอบกาย แผ่นหลังของนางพลันฉายแสงสีเหลืองจ้า
เซินลั่วถึงกับชะงักงัน จากนั้นกลิ่นหอมรุนแรงสายหนึ่งก็ฟุ้งกระจายออกมา กลบกลิ่นประหลาดที่(@NameIsNovel)อบอวลอยู่ในห้องเมื่อครู่จนหมดสิ้น
แล้วภาพที่(@NameIsNovel)เหลือเชื่อก็ปรากฏขึ้น
จากแผ่นหลังของเนี่ยไฉจู แสงเหลืองพลันพุ่งพรวดออกมา ก่อเป็น(@NameIsNovel)ปีกคู่หนึ่งคล้ายผีเสื้อ ผงแสงเจิดจ้าล่องลอยออกมาจากปีกนั้น งามวิจิตร ราวกับอยู่กึ่งกลางระหว่า(@NameIsNovel)งความจริงและ(@NameIsNovel)มายา
“สำเร็จแล้ว… สำเร็จจริงๆ… สายเลือดนี้บ่มเพาะจนสมบูรณ์เสียที ฮ่า ฮ่า ฮ่า…” หญิงชราผมขาวพลันหัวเราะบ้าคลั่ง เมื่อเห็นภาพตรงหน้า
แม้เนี่ยไฉจูจะลืมตาขึ้นแล้ว แต่ในดวงตากลับไร้แววสดใสใดๆ นางยังคงนั่งนิ่งอยู่เช่นเดิม ราวกับไม่รู้สึกถึงสิ่งที่(@NameIsNovel)เกิดขึ้นกับร่างตนเลย
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะของหญิงชราก็หยุดลงฉับพลัน หมอกสีชมพูพลันลอยออกจากทั่วร่างนาง กลายเป็น(@NameIsNovel)กลุ่มหมอกหนาแน่นปกคลุมไปทั่วห้องหินทั้งห้อง…
----------
ขอบพระคุณทุกท่านที่(@NameIsNovel)สนับสนุนและ(@NameIsNovel)ติดตามเรา