หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 743
ตอนที่ 743 : ปีศาจบุกโจมตี
ตอนที่ 743
"ที่(@NameIsNovel)นี่ไม่สะดวกที่(@NameIsNovel)จะพูดคุย เราไปหารือกันที่(@NameIsNovel)อื่นได้(@NameIsNovel)หรือไม่" เซินลั่วเอ่ยถาม พลางเหลือบมองไปรอบๆ ซึ่งมี(@NameIsNovel)สมาชิกเผ่าจิ้งจอกอยู่มากมาย
ราชันจิ้งจอกหมื่นปีพยักหน้ารับ สั่งให้สตรีในอาภรณ์สีครามและ(@NameIsNovel)ชายหนุ่มในชุดเกราะสีเงินไปตรวจสอบความสูญเสียของเผ่าจิ้งจอก แล้วจึงนำเซินลั่วเข้าไปในถ้ำเมฆาปัด
จากภายนอก ถ้ำเมฆาปัดเป็น(@NameIsNovel)เพียงถ้ำบนภูเขา(@NameIsNovel)ทั่วไป แต่ภายในกลับกว้างขวาง มี(@NameIsNovel)โถงต่างๆ ถูกแกะสลักขึ้น ประดับประดาด้วยอัญมณีและ(@NameIsNovel)หยกหลากสีสัน เกือบจะโอ่อ่าราวกับพระราชวังหลวง
"ที่(@NameIsNovel)นี่มี(@NameIsNovel)เพียงเราสองคนแล้ว สหายเซิน มี(@NameIsNovel)อะไรที่(@NameIsNovel)ท่านต้องการจะพูดก็เชิญได้(@NameIsNovel)เลย" ราชันจิ้งจอกหมื่นปีกล่าว หลังจากที่(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)นั่งลงในโถงแห่งหนึ่งกับเซินลั่ว
"ข้าได้(@NameIsNovel)ยินมาว่า(@NameIsNovel)เผ่าพันธุ์จิ้งจอกหยกมี(@NameIsNovel)ความใกล้ชิดกับราชาอสูรวัวกระทิงผู้ยิ่งใหญ่
ดังนั้น ข้าจึงมาที่(@NameIsNovel)นี่เพื่อขอความกรุณาจากท่านราชันจิ้งจอก ให้ช่วยแนะนำข้าให้รู้จักกับราชาอสูรวัวกระทิงผู้ยิ่งใหญ่" เซินลั่วพบว่า(@NameIsNovel)ราชันจิ้งจอกหมื่นปีไม่ชอบการพูดจาอ้อมค้อม เขา(@NameIsNovel)จึงเข้าประเด็นโดยตรง
"เพื่อพบกับราชาอสูรวัวกระทิงผู้ยิ่งใหญ่งั้นรึ" สีหน้าของราชันจิ้งจอกมืดครึ้มลง
ในขณะนั้นเอง ก็มี(@NameIsNovel)เสียงความวุ่นวายแว่วมาจากที่(@NameIsNovel)ไกลๆ
"เกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำเสียงเอะอะโวยวาย! ใครก็ได้(@NameIsNovel)ไปดูซิว่า(@NameIsNovel)เกิดอะไรขึ้น!" ราชันจิ้งจอกหมื่นปีคำรามด้วยความโกรธ
สมาชิกเผ่าจิ้งจอกคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นนอกโถง กำลังจะออกไป ทว่า(@NameIsNovel)ทหารปีศาจที่(@NameIsNovel)อาบไปด้วยเลือดก็บินเข้ามา
"ท่านราชัน แย่แล้วขอรับ พวกปีศาจมันบุกกลับมาอีกแล้ว!" ทหารปีศาจตะโกนลั่นโดยไม่ได้(@NameIsNovel)ทำความเคารพเสียด้วยซ้ำ
"ว่า(@NameIsNovel)อะไรนะ!" ราชันจิ้งจอกหมื่นปีลุกขึ้นยืนพรวดพราด ร่างของเขา(@NameIsNovel)กลายเป็น(@NameIsNovel)แสงสีขาวพุ่งออกไปข้างนอกในทันที
เซินลั่วขมวดคิ้ว เหล่าปีศาจที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)เพิ่งเอาชนะไป กล้าดียังไงถึงกลับมาอีก?
ขณะที่(@NameIsNovel)คิดเช่นนั้น เซินลั่วก็ติดตามราชันจิ้งจอกไปอย่างใกล้ชิด
พวกเขา(@NameIsNovel)มาถึงด้านนอกถ้ำเมฆาปัดอย่างรวดเร็ว ที่(@NameIsNovel)นั่นมี(@NameIsNovel)ภูตอสูรนับไม่ถ้วน นอกเหนือจากพวกที่(@NameIsNovel)เคยหลบหนีไปก่อนหน้านี้ ยังมี(@NameIsNovel)ปีศาจตนใหม่ๆ ที่(@NameIsNovel)ไม่เคยเห็นมาก่อนอีกมากมายกำลังบุกเข้ามา
ปีศาจเหล่านี้ล้วนมี(@NameIsNovel)แววตาสีแดงฉาน ทำให้พวกมันดูน่าขนลุกเป็น(@NameIsNovel)อย่างยิ่ง
ชายผู้หนึ่งจากเผ่าจิ้งจอกตวัดกระบี่ยาวสีเขียวในมือ มันฟันผ่านอสูรหมาป่าที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)พละกำลังทัดเทียมกัน ทำให้เกิดบาดแผลขนาดใหญ่บนไหล่ของอสูรหมาป่า กระดูกของมันหักไปหลายท่อน
ทว่า(@NameIsNovel)กรงเล็บแหลมคมของอสูรหมาป่าก็แทงทะลุหน้าอกของชายผู้นั้นไปพร้อมกัน ทะลวงผ่านไปจนสุด
อสูรหมาป่าส่งเสียงคำรามอย่างโหดเหี้ยม ความชั่วร้ายบนร่างของมันเพิ่มพูนขึ้นและ(@NameIsNovel)ลดลง มันสะบัดแขนแล้วฉีกร่างของชายเผ่าจิ้งจอกออกเป็น(@NameIsNovel)สองท่อน โลหิตสาดกระเซ็นไปทั่ว
ในขณะเดียวกัน บาดแผลบนอกของอสูรหมาป่าก็สมานตัวอย่างรวดเร็วเมื่อมี(@NameIsNovel)เส้นด้ายสีเลือดปรากฏขึ้น และ(@NameIsNovel)หายไปภายในลมหายใจเพียงไม่กี่ครั้ง
เมื่อเห็นเช่นนี้ ทั้งเซินลั่วและ(@NameIsNovel)ราชันจิ้งจอกต่างก็มี(@NameIsNovel)สีหน้าตกตะลึง
ในบรรดาภูตอสูรเหล่านี้ มี(@NameIsNovel)ผู้ที่(@NameIsNovel)แข็งแกร่งอยู่ไม่น้อย มี(@NameIsNovel)ถึงยี่สิบตนที่(@NameIsNovel)อยู่ในระดับมหาโพธิญาณ และ(@NameIsNovel)อีกนับไม่ถ้วนที่(@NameIsNovel)อยู่ในระดับก่อกำเนิด
เซินลั่วกวาดตามองภูตอสูรราวๆ ยี่สิบตนที่(@NameIsNovel)อยู่ในระดับมหาโพธิญาณ และ(@NameIsNovel)อุทานออกมาเบาๆ
ปีศาจเหล่านี้คือพวกที่(@NameIsNovel)มาจากสระโลหิตใต้ภูเขา(@NameIsNovel)หมาป่าดำนั่นเอง
เผ่าจิ้งจอกได้(@NameIsNovel)รับความสูญเสียอย่างหนักในการต่อสู้ครั้งก่อน พละกำลังลดน้อยลงอย่างมาก
เมื่อเห็นเหล่าภูตอสูรตาเลือดที่(@NameIsNovel)น่าขนลุกเหล่านี้ กองทัพของเผ่าจิ้งจอกก็เริ่มเสียเปรียบ จวนเจียนจะแตกพ่ายอยู่รอมร่อ
"บุก!" ด้วยความสิ้นหวัง ราชันจิ้งจอกหยิบกระบี่เจ็ดดาวนักษัตรออกมาจากแขนเสื้อ แสงสีขาวที่(@NameIsNovel)ปลายกระบี่สว่า(@NameIsNovel)งวาบขึ้นอย่างมหาศาล
ทันใดนั้น รังสีแสงนับล้านก็หักเหและ(@NameIsNovel)ฟาดฟันไปยังกองทัพปีศาจ ฉีกกระชากปีศาจหลายสิบตนเป็น(@NameIsNovel)ชิ้นๆ และ(@NameIsNovel)โลหิตก็สาดกระเซ็นไปทั่ว
เซินลั่วไม่ได้(@NameIsNovel)ยืนดูอยู่เฉยๆ แต่แทนที่(@NameIsNovel)จะโจมตีด้วยตนเอง เขา(@NameIsNovel)กลับอัญเชิญทหารสวรรค์ระดับมหาโพธิญาณกว่า(@NameIsNovel)สิบตน และ(@NameIsNovel)แม่ทัพสวรรค์หน่วยอัสนีระดับเซียนแท้ออกมา ส่งพวกเขา(@NameIsNovel)เข้าไปในกองทัพปีศาจ
ด้วยความช่วยเหลือของแม่ทัพสวรรค์หน่วยอัสนี และ(@NameIsNovel)ทหารสวรรค์ระดับมหาโพธิญาณกว่า(@NameIsNovel)สิบตน พวกเขา(@NameIsNovel)ก็สามารถควบคุมสถานการณ์ให้คงที่(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)อย่างรวดเร็ว
ราชันจิ้งจอกหมื่นปี เหลือบมองเซินลั่วอย่างขอบคุณ ก่อนจะนำทัพบุกเข้าไปในส่วนที่(@NameIsNovel)ดุเดือดที่(@NameIsNovel)สุดของการต่อสู้
บนกระบี่เจ็ดดาวนักษัตรของเขา(@NameIsNovel) แสงสีขาวปั่นป่วน ไม่มี(@NameIsNovel)ปีศาจตนใดสามารถต้านทานการโจมตีจากเขา(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)แม้แต่ครั้งเดียว
ในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ ราชันจิ้งจอกก็ได้(@NameIsNovel)สังหารภูตอสูรไปหลายร้อยตนและ(@NameIsNovel)ทำให้กองทัพปีศาจเกิดความโกลาหล ช่วยลดแรงกดดันให้กับเผ่าพันธุ์จิ้งจอกหยก
เซินลั่วเฝ้ามองราชันจิ้งจอกด้วยความชื่นชม ก่อนจะตะโกนเตือนขึ้นอย่างกะทันหัน
“ราชันจิ้งจอก ระวัง!” สีหน้าของเซินลั่วเปลี่ยนฉับพลัน คว้าแส้หกเฉินไว้ในมือ แสงทองระเบิดจากแขน ขว้างมันพุ่งตรงไปยังราชันจิ้งจอก
ด้วยเสียงกรีดร้องอันแหลมคม แส้หกเฉินข้ามระยะทางยี่สิบสามสิบจั้งในชั่วพริบตา มันพุ่งไปยังราชันจิ้งจอกราวกับสายฟ้าสีดำวาบหนึ่ง
มี(@NameIsNovel)เสียงโลหะปะทะกัน ตามมาด้วยเสียง 'ปัง!' กึกก้อง
แส้หกเฉินถูกปัดออกไป แต่ในไม่ช้าเงาดำสูงใหญ่ก็โซเซออกมาจากห้วงมิติข้างกายราชันจิ้งจอก
ร่างนี้เป็น(@NameIsNovel)พยัคฆ์ในร่างมนุษย์สวมเกราะสีดำสนิท ถือดาบยักษ์ผ่าขุนเขา(@NameIsNovel) มันคือปีศาจพยัคฆ์ดำที่(@NameIsNovel)เคยเห็นในถ้ำใต้ดินของภูเขา(@NameIsNovel)หมาป่าดำก่อนหน้านี้
ราชันจิ้งจอกตกตะลึงกับความอาจหาญของอสูรตนนี้ ที่(@NameIsNovel)เข้ามาใกล้เขา(@NameIsNovel)ถึงเพียงนี้และ(@NameIsNovel)รีบถอยห่างออกไปทันที
"เจ้าเป็น(@NameIsNovel)ใครกันถึงมองทะลุการล่องหนของข้าได้(@NameIsNovel)" ปีศาจพยัคฆ์ดำไม่ได้(@NameIsNovel)ไล่ตามราชันจิ้งจอก แต่กลับหันดวงตาขนาดเท่าระฆังมาที่(@NameIsNovel)เซินลั่ว
เซินลั่วไม่สนใจอสูรตนนั้น เขา(@NameIsNovel)เรียกแส้หกเฉินกลับมาและ(@NameIsNovel)สำรวจรอบๆ เตือนราชันจิ้งจอกว่า(@NameIsNovel)ยังมี(@NameIsNovel)ปีศาจระดับเซียนแท้ตนอื่นๆ อยู่รอบๆ
"ไม่ว่า(@NameIsNovel)เจ้าจะเป็น(@NameIsNovel)ใคร บังอาจขัดขวางกองทัพปีศาจ ก็ต้องตาย!" ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่(@NameIsNovel)ถูกเซินลั่วเมินเฉย ปีศาจพยัคฆ์ดำจึงเหวี่ยงดาบผ่าขุนเขา(@NameIsNovel)ของมัน
ดาบสว่า(@NameIsNovel)งวาบพร้อมกับเงาดำเก้าสาย แต่ละสายแผ่ลำแสงสีดำขนาดใหญ่ออกมา อาณาเขตมืดมิดนี้ครอบครองครึ่งหนึ่งของท้องฟ้าและ(@NameIsNovel)กดทับลงมายังเซินลั่ว
ทว่า(@NameIsNovel) เซินลั่วกลับหายตัวไปในห้วงมิติได้(@NameIsNovel)อย่างง่ายดายด้วยประกายจันทราใต้ฝ่าเท้า
ปีศาจพยัคฆ์ดำชะงักไป และ(@NameIsNovel)เซินลั่วก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังมันราวกับภูตผี
สีหน้าของอสูรตนนั้นเปลี่ยนไป และ(@NameIsNovel)มันก็หันกลับมาโจมตีอย่างรวดเร็ว ทว่า(@NameIsNovel) ทันทีที่(@NameIsNovel)มันทำเช่นนั้น ด้ายสีทองเส้นหนึ่งก็พุ่งออกจากมือของเซินลั่วก่อนจะพันรอบตัวอสูรตนนั้น
เชือกสีทองโอบล้อมร่างของปีศาจพยัคฆ์ดำ กักขังไอปีศาจภายในของอสูรตนนั้นไว้
แสงสีดำสายหนึ่งดิ่งลงมาจากท้องฟ้า และ(@NameIsNovel)แส้หกเฉินของเซินลั่วก็ฟาดลงไปยังศีรษะของอสูรตนนั้น
ปีศาจพยัคฆ์ดำที่(@NameIsNovel)ไม่ทันได้(@NameIsNovel)ตั้งตัว ไม่มี(@NameIsNovel)ทางเลือกอื่นนอกจากเตรียมใจรับชะตากรรม
ราวกับว่า(@NameIsNovel)นั่นยังไม่พอ แสงสีเขียวก็ปรากฏขึ้นรอบตัวมัน เผยให้เห็นกระบวนเวทสีเขียว
ด้วยเสียง 'วูบ' อสูรตนนั้นถูกกลืนกินและ(@NameIsNovel)หายตัวไป
แส้ของเซินลั่วฟาดลงบนความว่า(@NameIsNovel)งเปล่า ก่อนที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)จะทันได้(@NameIsNovel)ทำอะไร เงาสีเขียวก็ปรากฏขึ้นด้าน กรงเล็บสีดำสนิทปรากฏขึ้นและ(@NameIsNovel)พุ่งเข้าใส่ศีรษะของเซินลั่ว
แส้หกเฉินพลุ่งพล่านด้วยไอสีดำ ขวางกั้นการโจมตีที่(@NameIsNovel)เข้ามาในวินาทีสุดท้าย
ด้วยเสียง 'ปัง' ดังลั่น แส้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและ(@NameIsNovel)ถูกกรงเล็บปัดออกไป แต่มันก็ได้(@NameIsNovel)ซื้อเวลาให้เซินลั่วเล็กน้อย
ด้วยแสงสีทองวาบหนึ่ง เซินลั่วก็เรียกพลองเหล็กสะกดสมุทรออกมา พลองสร้างเงาสีทองหลายสายขึ้นในอากาศเบื้องหลัง เงาเหล่านี้ฟาดเข้าใส่กรงเล็บสีดำขณะที่(@NameIsNovel)มันเข้าใกล้
มี(@NameIsNovel)เสียง 'ตูม' ดังสนั่นต่อเนื่อง และ(@NameIsNovel)แสงสีดำทองก็ระเบิดออกรอบตัว
เงาพลองทั้งหมดถูกทำลายจนแตกสลาย แต่กรงเล็บสีดำก็ถูกผลักถอยหลังไปสองสามก้าวเช่นกัน
----------