หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 1,026
ตอนที่ 1,026 : ศึกเทียนจุน
ตอนที่ 1026
“นี่คือศาสตรานั้นเอง! ไม่น่าแปลกใจที่(@NameIsNovel)มันฉกฉวยพลองเหล็กสะกดสมุทรของข้าไปได้(@NameIsNovel)อย่างง่ายดาย” เซินลั่วรำพึงกับตน พลางยื่นมือซ้ายออกไปคว้าวัชรจักรเข้าไว้ในอุ้งมือ
ยังมิทันได้(@NameIsNovel)โคจรปราณเต๋าเพื่อกลั่นหลอม ก็เก็บเข้าสู่แผนที่(@NameIsNovel)สมบัติสวรรค์แห่งภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)แม่น้ำทันที มือขวาพลันถือแส้เทพสงคราม ฟาดลงอีกครา เล็งไปยังศีรษะของจิ่วโยว
พลังปีศาจในร่างของจิ่วโยวถูกเชือกทองคำพันธนาการไว้ จนไม่อาจขยับเขยื้อน และ(@NameIsNovel)ใกล้จะถึงกาลดับสิ้นแล้ว
พลันมี(@NameIsNovel)แสงสีเขียวสายหนึ่งปรากฏขึ้น เข้าขวางแส้เทพสงครามเอาไว้ แส้นั้นถูกยึดตรึงอยู่กลางอากาศ ไม่อาจกดทับลงได้(@NameIsNovel)แม้เพียงเล็กน้อย
สีหน้าเซินลั่วฉายแววประหลาดใจ ทว่า(@NameIsNovel)ก็มิได้(@NameIsNovel)ตื่นตระหนก แผนที่(@NameIsNovel)สมบัติสวรรค์แห่งภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)แม่น้ำข้างกายพลันพุ่งออกไปในฉับพลัน ม้วนตัวเข้าหาจิ่วโยว
“แม้ศาสตราจะดีเลิศ แต่ก็น่าเสียดายที่(@NameIsNovel)ระดับบำเพ็ญของเจ้ายังไม่เพียงพอที่(@NameIsNovel)จะปลดปล่อยพลังที่(@NameIsNovel)แท้จริงของมันได้(@NameIsNovel)” เสียงเรียบเฉยดังมาจากสุญญตาเบื้องหน้า
“ผู้ใด!”
เซินลั่วมี(@NameIsNovel)สีหน้าเคร่งขรึมอย่างยิ่ง ด้วยจนบัดนี้ เขา(@NameIsNovel)ยังมิอาจสัมผัสได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)บุคคลนั้นซ่อนกายอยู่ ณ แห่งหนใด อีกทั้งสัมผัสจิตเทวะของเขา(@NameIsNovel)ก็มิอาจตรวจจับสิ่งใดได้(@NameIsNovel)เลย
สุญญตามิได้(@NameIsNovel)ตอบคำ ทว่า(@NameIsNovel)แสงสีขาวอีกสายหนึ่งพลันปรากฏขึ้น กวาดเข้าหาจิ่วโยวที่(@NameIsNovel)อยู่บนพื้น ทว่า(@NameIsNovel)ขนนกปัดฝุ่นสีขาวสายหนึ่ง คล้ายแพรแถบสีขาว
พุ่งออกจากแผนที่(@NameIsNovel)สมบัติสวรรค์แห่งภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)แม่น้ำเร็วยิ่งกว่า(@NameIsNovel) ม้วนพันแสงสีขาวพร้อมกับออกแรงดึงรั้ง
เสียง “ปัง” ดังสนั่น ขนนกปัดฝุ่นสีขาวขาดสะบั้นลงเมื่อปะทะ และ(@NameIsNovel)ชิ้นส่วนที่(@NameIsNovel)ขาดสะบั้นก็ถูกแสงสีขาวกวาดพัดหายไป ทว่า(@NameIsNovel)เซินลั่วก็ฉวยโอกาสรวบร่างจิ่วโยวขึ้นจากพื้น ดึงเข้าสู่แผนที่(@NameIsNovel)สมบัติสวรรค์แห่งภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)แม่น้ำได้(@NameIsNovel)สำเร็จ
“หึ!” เสียงแค่นหัวร่อเย็นชาดังมาจากสุญญตา ตามมาด้วยแสงสีเขียว เหลือง แดง ดำ และ(@NameIsNovel)ขาว ส่องประกายเจิดจ้า แต่ละสายแผ่ขยายยาวกว่า(@NameIsNovel)ร้อยจั้ง ดุจพลังอำนาจยิ่งใหญ่ที่(@NameIsNovel)โหมกระหน่ำกดทับลงมายังเซินลั่วและ(@NameIsNovel)แผนที่(@NameIsNovel)สมบัติสวรรค์แห่งภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)แม่น้ำ
พลัน ปราณวิญญาณฟ้าดินโดยรอบก็แปรปรวนอลหม่าน ก่อตัวเป็น(@NameIsNovel)วังวนพลังวิญญาณนับไม่ถ้วนในชั่วพริบตา จุดแสงวิญญาณห้าสีส่องประกายระยิบระยับอยู่ภายใน สลับสว่า(@NameIsNovel)งมืดมิด สร้างทัศนียภาพงดงามตระการตายิ่ง
เซินลั่วพลันสูญเสียการควบคุมปราณวิญญาณฟ้าดินภายนอก ปราณเต๋าในร่างของเขา(@NameIsNovel)ก็พลอยได้(@NameIsNovel)รับผลกระทบจากพลังงานอันบ้าคลั่ง จนไม่อาจตอบสนองได้(@NameIsNovel)ดังใจ
แสงวิญญาณบนแผนที่(@NameIsNovel)สมบัติสวรรค์แห่งภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)แม่น้ำพลันหรี่แสงลง ราวกับจะถูกดูดกลืนเข้าสู่กระแสวังวนพลังวิญญาณโดยรอบ “ฮ่า!” เซินลั่วตะโกน
พลางโคจรเคล็ดวิชาหวงถิงจนสุดขีด กายพลันเปล่งแสงสีทองเรืองรอง ผิวพรรณกลายเป็น(@NameIsNovel)สีทองอร่ามราวกับเป็น(@NameIsNovel)ร่างทองทั้งภายในภายนอก
ปราณเต๋าที่(@NameIsNovel)เคยปั่นป่วนพลันกลับคืนสู่ความสงบเยือกเย็น คว้าจับแผนที่(@NameIsNovel)สมบัติสวรรค์แห่งภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)แม่น้ำไว้แน่นหนา แสงสว่า(@NameIsNovel)งบนแผนที่(@NameIsNovel)ก็พลันเจิดจ้ายิ่งขึ้น พร้อมกับรวมร่างเป็น(@NameIsNovel)หนึ่งเดียวกับแผนที่(@NameIsNovel)ถอยร่นออกไป
การร่ายเวททั้งหมดของเซินลั่วเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด เสร็จสิ้นลงในชั่วพริบตาเดียว
“อย่าคิดหนี!” เสียงจากภายในวังวนพลังวิญญาณพลันแสดงความประหลาดใจ แล้วพลันคำรามกึกก้องด้วยความโกรธเกรี้ยว พลันมี(@NameIsNovel)แสงกระบี่ห้าสีห้าสายพุ่งออกมาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ เพียงชั่วพริบตา ก็มาปรากฏอยู่เบื้องหน้าเซินลั่ว พุ่งเข้าใส่หมายปลิดชีพ
ทว่า(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ร่างหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากแผนที่(@NameIsNovel)สมบัติสวรรค์แห่งภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)แม่น้ำ มิใช่ใครอื่น นอกเสียจากเจิ้นหยวน แขนเสื้อของเขา(@NameIsNovel)สะบัดผายกว้างออก ปากแขนเสื้อพลันแปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)สีทองอร่ามเรือง
เสียงคำรามดังสนั่น!
วังวนสีทองขนาดยักษ์พลันปรากฏขึ้น กลืนกินแสงกระบี่ห้าสีเข้าไป หมายมั่นจะดูดกลืนและ(@NameIsNovel)จับกุมเอาไว้
แม้แสงกระบี่ห้าสีมิได้(@NameIsNovel)ใหญ่โตนัก แต่ก็แฝงพลังมหาศาลไว้มั่นคงดุจขุนเขา(@NameIsNovel)ไท่ซานมิคลอนแคลน มิแสดงอาการว่า(@NameIsNovel)จะถูกพัดกวาดไปได้(@NameIsNovel)เลยแม้แต่น้อย
เมื่อปะทะกับวังวนสีทองอย่างดุเดือด เสียง "เคร้ง" ดุจเสียงช่างตีเหล็กก็ดังสะท้อนก้องไปทั่วอากาศ ไม่มี(@NameIsNovel)ฝ่ายใดสามารถเอาชนะอีกฝ่ายหนึ่งได้(@NameIsNovel)เลย
เนี่ยไฉจูก็พลันพุ่งออกมาจากแผนที่(@NameIsNovel)สมบัติสวรรค์แห่งภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)แม่น้ำเช่นกัน ถือพฤกษากิ่งหลิวและ(@NameIsNovel)ขวดหยกชำระอยู่ในมือ เข้าต่อสู้กับภูตอสูรกระทิงคราม
“ตูม”
แสงกระบี่ห้าสีและ(@NameIsNovel)มือเสื้อสีทองสั่นสะท้านอย่างรุนแรงในคราเดียวกัน ทั้งคู่ก็ถอยร่นไปด้านหลังในทันที
“เฮอะๆ แสงเทพห้าสีของสหายคงนับวันยิ่งล้ำลึกพิสดาร สามารถช่วงชิงขนนกปัดฝุ่นของข้าไปได้(@NameIsNovel)ในการโจมตีเพียงคราเดียว” เจิ้นหยวนหัวร่อ
“สหายเจิ้นหยวน วิชาแขนเสื้อเฉียนคุนของท่านก็ยอดเยี่ยมมิแพ้กัน ได้(@NameIsNovel)บรรลุถึงขั้นที่(@NameIsNovel)เมล็ดมัสตาร์ดสามารถกลายเป็น(@NameIsNovel)ภูเขา(@NameIsNovel)พระสุเมรุได้(@NameIsNovel)อย่างแท้จริงแล้ว
แต่ก็น่าเสียดายที่(@NameIsNovel)เราทั้งสองต่างรับใช้เจ้านายที่(@NameIsNovel)แตกต่างกัน ในวันนี้ คงต้องตัดสินผู้ชนะอย่างแท้จริงแล้ว” ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งพลันปรากฏขึ้นจากภายในวังวนพลังวิญญาณ
บุรุษผู้นี้สูงแปดจั้ง มี(@NameIsNovel)ผิวพรรณสีทองแดงเปล่งประกายดุจโลหะ ราวกับสร้างขึ้นจากทองเหลือง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพละกำลังอันมหาศาล สวมเกราะสีสว่า(@NameIsNovel)ง ถือดาบยาวใหญ่สีเขียว
ด้านหลังมี(@NameIsNovel)แสงวิญญาณห้าสี เขียว เหลือง แดง ดำ และ(@NameIsNovel)ขาว ส่องประกายระยิบระยับ
แขนของบุรุษร่างสูงใหญ่พลันขยับ ดาบยาวใหญ่สีเขียวพลันกลายเป็น(@NameIsNovel)สายรุ้งสีเขียว สับฟันลงมายังศีรษะของเจิ้นหยวน
เสียง “ฉึก” ดังคมกริบ สุญญตารอบกายรัศมี(@NameIsNovel)หลายร้อยจั้งก็พลันถูกผ่าแยกออกเป็น(@NameIsNovel)สองส่วน
ดวงตาเจิ้นหยวนพลันหรี่ลง พร้อมกับดึงขนนกปัดฝุ่นสีทองออกมาจากอกเสื้อ เมื่อสะบัดออกครั้งหนึ่ง ก็พลันขยายใหญ่ขึ้นร้อยเท่าในสายลม ดุจดั่งมังกรทองทะยานฟ้า พุ่งเข้าปะทะกับแสงคมดาบสีเขียวอย่างรุนแรง
เสียงกึกก้องดังสนั่น สุญญตา ณ จุดที่(@NameIsNovel)ทั้งคู่ปะทะกัน ไม่อาจทนทานต่อแรงกระแทกอันน่าสะพรึงกลัวเช่นนั้นได้(@NameIsNovel)ไหว ก็พลันแตกออกเป็น(@NameIsNovel)รอยแยกมิติ ที่(@NameIsNovel)บิดเบี้ยว
“ดี! มาอีกครา!” ดวงตาของบุรุษร่างสูงใหญ่พลันเปล่งประกายเจิดจ้า พลางตวัดฟันดาบยาวใหญ่สีเขียวออกไปอีกครั้ง เร็วกว่า(@NameIsNovel)เดิมสิบเท่า จนกลายเป็น(@NameIsNovel)ภาพติดตาของเงาดาบสีเขียว
ขนนกปัดฝุ่นสีทองของเจิ้นหยวนก็พลันเร่งความเร็วขึ้นเช่นกัน ศาสตราวุธทั้งสองต่างพันเกี่ยวกันเป็น(@NameIsNovel)ภาพติดตา สร้างเสียงกึกก้องปานฟ้าร้องดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย
ในไม่ช้า ร่างของเจิ้นหยวนและ(@NameIsNovel)บุรุษร่างสูงใหญ่ก็พลันพร่าเลือนไปสิ้น เหลือเพียงสองเงาร่างเลือนลางเข้าปะทะกันอยู่ตลอดเวลา รอยแยกมิติ ในสุญญตาก็พลันปรากฏและ(@NameIsNovel)สลายไปเป็น(@NameIsNovel)ระยะๆ
“นี่คือการต่อสู้ของผู้ที่(@NameIsNovel)อยู่ในระดับเทียนจุน!” เซินลั่วปรากฏกายขึ้นในระยะไกลเพียงชั่วพริบตา ตกตะลึงเงียบงันขณะเฝ้ามองเจิ้นหยวนและ(@NameIsNovel)บุรุษร่างสูงใหญ่เข้าปะทะกันอย่างดุเดือด
ทว่า(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)มิได้(@NameIsNovel)รีรอที่(@NameIsNovel)จะเฝ้าชมแต่อย่างใด ก็พลันเข้าสู่แผนที่(@NameIsNovel)สมบัติสวรรค์แห่งภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)แม่น้ำทันที
ภายในแผนที่(@NameIsNovel)สมบัติสวรรค์แห่งภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)แม่น้ำคือโลกส่วนตัวของตน ทุกสิ่งล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา(@NameIsNovel) ร่างของจิ่วโยวที่(@NameIsNovel)ถูกเชือกทองคำพันธนาการอยู่ก็พลันถูกรัดแน่นยิ่งขึ้น และ(@NameIsNovel)ถูกภูเขา(@NameIsNovel)สีทองกดทับเอาไว้จนไม่อาจขยับเขยื้อน
วัชรจักรก็วางอยู่ข้างกัน และ(@NameIsNovel)ถูกภูเขา(@NameIsNovel)สีทองกดทับเอาไว้เช่นกัน
เซินลั่วยกมือขึ้นเบื้องหน้า ปล่อยลำแสงสีทองสายหนึ่งออกสำรวจทั่วร่างของจิ่วโยว และ(@NameIsNovel)รีบดึงเข็มสีทองเล่มหนึ่งออกมา ซึ่งก็คือพลองเหล็กสะกดสมุทรนั่นเอง
“ศาสตรา กลับคืนมา!” พลางอุทานด้วยความยินดียิ่ง และ(@NameIsNovel)รีบกระตุ้นคาถาขึ้นทันที
พลองเหล็กสะกดสมุทรพลันเปล่งแสงสีทองสว่า(@NameIsNovel)งจ้า ขยายกลับคืนสู่ขนาดดั้งเดิม ก่อนจะร่อนลงสู่ฝ่ามือของเขา(@NameIsNovel)
ยามนี้เขา(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ศาสตราเวทมากมายอยู่ในครอบครอง และ(@NameIsNovel)แม้พลังของพลองเหล็กสะกดสมุทรจะมิใช่สุดยอดศาสตรา แต่ก็เป็น(@NameIsNovel)ศาสตราที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ใช้ได้(@NameIsNovel)อย่างเชี่ยวชาญคล่องแคล่วที่(@NameIsNovel)สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
หลังจากได้(@NameIsNovel)ศาสตรานี้คืนมา เซินลั่วก็คลายความกังวลใจลงไปได้(@NameIsNovel)มาก พลางเงยหน้ามองจิ่วโยว
“ข้ามิเคยคิดเลยว่า(@NameIsNovel)พลังบำเพ็ญของเจ้าจะมาถึงระดับนี้ ข้ายอมแพ้แล้ว อย่างไรก็ตาม ด้วยฝีมือเล็กน้อยเพียงนี้ของเจ้า ก็มิอาจสั่นคลอนท่านฉือโย่วได้(@NameIsNovel)แม้แต่น้อยนิด…” จิ่วโยวที่(@NameIsNovel)ถูกตรึงแน่นหนาเอ่ยด้วยความยากลำบากยิ่ง
แต่ก่อนที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)จะพูดจบ เสียงหวีดหวิวคมกริบก็พลันดังขึ้น แส้เทพสงครามพลันปรากฏเหนือศีรษะของจิ่วโยว ฟาดลงมาอย่างเหี้ยมโหดอำมหิตไร้ความปรานี
เนื่องจากจิตวิญญาณเทวะของมัจฉานุหกหูมิอาจใช้ซ่อมแซมคัมภีร์สวรรค์ได้(@NameIsNovel)แล้ว เช่นนั้นจิตวิญญาณเทวะของจิ่วโยวก็คงเป็น(@NameIsNovel)เช่นเดียวกัน เซินลั่วมิได้(@NameIsNovel)สนใจคำพูดเหลวไหลอันไร้สาระของเขา(@NameIsNovel) จึงลงมือโดยตรงในทันที
เสียง “ปัง” ดังขึ้น ศีรษะของจิ่วโยวก็พลันแตกออกเป็น(@NameIsNovel)เสี่ยง จิตวิญญาณเทวะในกายก็พลันแตกกระสานซ่านเซ็น และ(@NameIsNovel)ถูกดูดกลืนเข้าสู่กระบวนค่ายกลกลืนวิญญาณในแส้นั้น
------------------