หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 1,060
ตอนที่ 1,060 : สันโดษ
ตอนที่ 1060
“หลายปีมานี้ ข้าเพียงมุ่งมั่นบำเพ็ญ มิได้(@NameIsNovel)ใส่ใจการบริหารสำนัก หากศิษย์พี่ฉินยังคงปฏิเสธอีกครา ข้าคงต้องจากที่(@NameIsNovel)นี่ไปเป็น(@NameIsNovel)แน่ ส่วนคัมภีร์หยางบริสุทธิ์ ตราบใดที่(@NameIsNovel)ข้ายังคงอยู่ที่(@NameIsNovel)นี่ ย่อมไม่มี(@NameIsNovel)ผู้ใดกล้าเข้ามายุ่มย่ามให้เสียการ” เซินลั่วเอ่ยเสียงหนักแน่น พร้อมโบกมือเป็น(@NameIsNovel)สัญญาณ
เมื่อเห็นเซินลั่วยืนกรานหนักแน่น ฉินหมิงจึงจำต้องรับจี้หยกมาตามความประสงค์แต่โดยดี
ทั้งสามเดินเข้าสู่สำนักชุนชิว เซินลั่วคารวะต่อป้ายวิญญาณปรมาจารย์บรรพบุรุษแห่งสำนัก ก่อนจะหันมาสนทนากับฉินหมิงและ(@NameIsNovel)โจวฝูอยู่ครู่หนึ่ง เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)พบเจอมาตลอดหลายปี
ตามคำบอกเล่าของฉินหมิง เมื่อครั้งสำนักชุนชิวถึงกาลล่มสลายในปีนั้น ตนเองบังเอิญอยู่นอกสำนัก ด้วยความโชคดีจึงรอดพ้นจากภัยพิบัติ ครั้นเมื่อกลับคืนสู่สำนัก ก็พบเพียงซากปรักหักพังอันว่า(@NameIsNovel)งเปล่า มิเหลือเค้าเดิมของสำนักชุนชิว
ฉินหมิงออกตามหา ศิษย์ของสำนักผู้รอดชีวิตจากซากปรักหักพัง จนกระทั่งพบดวงวิญญาณที่(@NameIsNovel)ใกล้ดับสูญของปรมาจารย์อาวุโสในหุบเขา(@NameIsNovel) ปรมาจารย์ผู้นั้นได้(@NameIsNovel)ถ่ายทอดวิชากระบี่หยางบริสุทธิ์ให้แก่ฉินหมิง พร้อมกำชับให้เขา(@NameIsNovel)สืบทอดสายเลือดเต๋าแห่งสำนักชุนชิวไว้ให้จงได้(@NameIsNovel) ไม่ว่า(@NameIsNovel)จะเกิดเภทภัยอันใดก็ตาม
“ดังนั้นวิชากระบี่หยางบริสุทธิ์ของศิษย์พี่จึงได้(@NameIsNovel)รับการถ่ายทอดมาจากปรมาจารย์อาวุโส ไม่น่าแปลกใจเลยจริงๆ” เซินลั่วพึมพำ พลางนึกขึ้นได้(@NameIsNovel)
ทว่า(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)น่าประหลาดใจยิ่งกว่า(@NameIsNovel) คือปรมาจารย์อาวุโสมิได้(@NameIsNovel)เอ่ยถึงการนำคัมภีร์หยางบริสุทธิ์ออกมาให้ฉินหมิงเลยแม้แต่น้อย
ครั้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เซินลั่วก็พลันเข้าใจในเจตนา ที่(@NameIsNovel)แท้ปรมาจารย์อาวุโสกำลังวางแผนสำรองไว้ เนื่องจากทั้งตนเองและ(@NameIsNovel)ฉินหมิงต่างไม่ทราบชะตากรรมของกันและ(@NameIsNovel)กัน หากเกิดเคราะห์ร้ายขึ้นกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สายเลือดเต๋าแห่งสำนักชุนชิวก็ยังคงสามารถสืบทอดต่อไปได้(@NameIsNovel)
เซินลั่วเองก็เล่าประสบการณ์ของตนตลอดหลายปีที่(@NameIsNovel)ผ่านมาโดยย่อ แน่นอนว่า(@NameIsNovel)ละเว้นรายละเอียดปลีกย่อย และ(@NameIsNovel)เรื่องราวที่(@NameIsNovel)ไม่สมควรเอ่ยถึงบางอย่างออกไป
ถึงกระนั้น ประสบการณ์อันหลากหลายและ(@NameIsNovel)เข้มข้นของเซินลั่วก็ยังคงทำให้ฉินหมิงและ(@NameIsNovel)โจวฝูตกตะลึงลาน
กาลเวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานรุ่งอรุณก็มาเยือน
ฉินหมิงและ(@NameIsNovel)โจวฝูเพิ่งผ่านการต่อสู้ครั้งใหญ่เมื่อคืนก่อน อีกทั้งยังอดหลับอดนอนมาตลอดทั้งคืน ทั้งสองจึงอ่อนล้าเป็น(@NameIsNovel)อย่างยิ่ง
“ศิษย์พี่ไม่ต้องอยู่เป็น(@NameIsNovel)เพื่อนข้าแล้ว ลงไปพักผ่อนเสียเถิด” เซินลั่วเอ่ยพลางแย้มยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นยืน
“ศิษย์น้องเซินจะไปที่(@NameIsNovel)ใดหรือ?” เมื่อเห็นเซินลั่วกำลังจะจากไป ฉินหมิงก็รีบลุกขึ้นจากที่(@NameIsNovel)นั่งในทันใด
บัดนี้ความหวังทั้งหมดในการฟื้นฟูสำนักชุนชิวล้วนฝากไว้กับเซินลั่ว ฉินหมิงจึงอดมิได้(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)จะรู้สึกกังวลใจ
“ศิษย์พี่ฉินอย่าได้(@NameIsNovel)กังวลไปเลย ข้ามิได้(@NameIsNovel)ตั้งใจจะจากไปไหน เพียงแต่ข้าชื่นชอบความสันโดษ จึงคิดจะจัดสร้างถ้ำเซียนเพื่อบำเพ็ญบนภูเขา(@NameIsNovel)หลังสำนักแห่งนี้ หากมี(@NameIsNovel)เรื่องใดค่อยมาพบข้าเถิด” เซินลั่วกล่าวปลอบโยน
“ดีเลย ศิษย์น้องเซิน เจ้าจงตั้งใจบำเพ็ญเถิด เรื่องอื่นทั้งหมดข้าจะจัดการเอง” ในที่(@NameIsNovel)สุดฉินหมิงก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
หลังจากสั่งกำชับฉินหมิงอีกสองสามประโยค เซินลั่วก็รีบรุดตรงไปยังภูเขา(@NameIsNovel)หลังสำนักในทันที
เขา(@NameIsNovel)ขยายถ้ำที่(@NameIsNovel)เคยใช้ฝังหมอนหยกไว้ให้กลายเป็น(@NameIsNovel)ถ้ำเซียน จากนั้นก็นำอุปกรณ์ค่ายกลหลายชุดออกมาติดตั้งรอบถ้ำเซียน รวมถึงค่ายกลมายาธุลีสองพิภพอันซับซ้อน
เมื่อเตรียมการทุกอย่างเสร็จสรรพ เซินลั่วก็นั่งลงภายในถ้ำเซียน หลับตาลงเพื่อปรับสภาพจิตใจให้สงบ
ผ่านไปครู่ใหญ่ เซินลั่วก็ลืมตาขึ้น ก่อนจะนำขวดหยกที่(@NameIsNovel)บรรจุน้ำทิพย์กิ่งหลิวสองหยดออกมา จากนั้นจึงเริ่มโคจรเคล็ดวิชาบำเพ็ญไร้นามเพื่อดูดซับพลังวิญญาณแห่งวารี
กระแสแสงสีครามสายหนึ่งไหลออกจากขวด แล้วไหลเข้าสู่ร่างกายของเซินลั่วอย่างต่อเนื่องมิขาดสาย
ร่างของเซินลั่วเองก็เริ่มเปล่งแสงสีครามตามออกมา แสงนั้นหนาแน่นขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งกลืนกินร่างกายทั้งหมดในชั่วพริบตา
กาลเวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว ชั่วอึดใจก็ผ่านพ้นไปกว่า(@NameIsNovel)หนึ่งเดือน
ภายในถ้ำเซียน แสงสีครามบนร่างของเซินลั่วเข้มข้นขึ้นกว่า(@NameIsNovel)สิบเท่า จนดูคล้ายดวงอาทิตย์สีครามดวงน้อยที่(@NameIsNovel)บดบังร่างกายจนมิด
คลื่นปราณเต๋าอันทรงพลังแผ่กระจายออกมา ก่อตัวเป็น(@NameIsNovel)ระลอกคลื่นแสงสีครามที่(@NameIsNovel)แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
ในขณะนั้นเอง แสงสีครามคล้ายดวงอาทิตย์ดวงน้อยพลันเริ่มกะพริบ แล้วทั้งหมดก็ไหลซึมเข้าสู่แก่นกลางร่างในคราเดียว
เพียงไม่กี่ลมหายใจ แสงสีครามทั้งหมดก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย เผยให้เห็นร่างกายของเซินลั่วที่(@NameIsNovel)กลับคืนสู่สภาพเดิม
ขวดหยกในมือบัดนี้ว่า(@NameIsNovel)งเปล่า เพราะน้ำทิพย์กิ่งหลิวถูกดูดซับไปจนหมดสิ้นแล้ว
เซินลั่วลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ แววแห่งความยินดีฉายชัดอยู่ในดวงตา
น้ำทิพย์กิ่งหลิวจากภูเขา(@NameIsNovel)ผู่ถัวช่างเป็น(@NameIsNovel)ของวิเศษอย่างแท้จริง มันเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังวิญญาณแห่งวารีอันมหาศาล ทำให้เขา(@NameIsNovel)สามารถบำเพ็ญในระดับมหาโพธิญาณได้(@NameIsNovel)โดยไร้อุปสรรค ด้วยการบำเพ็ญในครานี้ ระดับบำเพ็ญของเซินลั่วจึงทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้จะยังไม่ถึงระดับมหาโพธิญาณขั้นกลาง แต่ก็ห่างจากระดับนั้นเพียงไม่มากนัก
“น่าเสียดายที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)น้ำทิพย์กิ่งหลิวเพียงแค่สองหยดเท่านั้น หากมี(@NameIsNovel)อีกสองหยด ย่อมสามารถผลักดันระดับการบำเพ็ญของข้าไปสู่ระดับมหาโพธิญาณขั้นกลางได้(@NameIsNovel)อย่างแน่นอน ไม่รู้ว่า(@NameIsNovel)อสูรหมี(@NameIsNovel)ดำจะรวบรวมวัตถุธาตุน้ำมาได้(@NameIsNovel)มากพอแล้วหรือยัง” เซินลั่วขมวดคิ้วพลางพึมพำกับตนเอง
น่าเสียดายที่(@NameIsNovel)หลังจากเลื่อนสู่ระดับมหาโพธิญาณ โอสถวิญญาณหิมะก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการในการบำเพ็ญของเซินลั่วได้(@NameIsNovel)อีกต่อไป มิฉะนั้น คงให้ปีศาจกระจกปลอมตัวไปซื้อที่(@NameIsNovel)เมืองหลัวซิง เพื่อขจัดความกังวลเรื่องการหาโอสถบำเพ็ญ
พลัน เซินลั่วก็นำจานค่ายกลสื่อสารสีขาวที่(@NameIsNovel)อสูรหมี(@NameIsNovel)ดำมอบให้ติดตัวออกมา จานค่ายกลนี้ทำให้เขา(@NameIsNovel)ทั้งสองสามารถสื่อสารกันได้(@NameIsNovel)ในระยะขอบเขตของทั้งทวีป
เซินลั่วสร้างกระบวนท่าผนึกมือด้วยมือข้างหนึ่ง ตั้งใจจะเปิดใช้งานจานค่ายกลสื่อสารเพื่อติดต่ออสูรหมี(@NameIsNovel)ดำเรื่องการรวบรวมทรัพยากรบำเพ็ญ ทว่า(@NameIsNovel)เมื่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขา(@NameIsNovel)ก็ตัดสินใจไม่กระทำเช่นนั้น
“ด้วยความกระตือรือร้นของอสูรหมี(@NameIsNovel)ดำที่(@NameIsNovel)จะได้(@NameIsNovel)เคล็ดวิชาบำเพ็ญ แม้ไม่ต้องให้ข้าเร่งเร้า มันก็ย่อมรวบรวมอย่างขยันขันแข็งเป็น(@NameIsNovel)แน่แท้ จะรอไปอีกสักพักเถิด” กล่าวจบก็เก็บจานค่ายกลลง
แม้ทรัพยากรบำเพ็ญจะหมดสิ้นลง แต่เซินลั่วก็มิได้(@NameIsNovel)ปล่อยเวลาให้ว่า(@NameIsNovel)งเปล่า พลันพลิกฝ่ามือพร้อมนำขวดหยกออกมา ก่อนจะรินโอสถสีทองเข้มเม็ดหนึ่งออกมา ซึ่งนั่นก็คือโอสถกระดูกอัสนีนั่นเอง
เซินลั่วกระตุ้นสัมผัสจิตเทวะเพื่อตรวจสอบโอสถกระดูกอัสนีอย่างละเอียด เมื่อยืนยันว่า(@NameIsNovel)ไม่มี(@NameIsNovel)ปัญหาใดแอบแฝง ก็เงยหน้าขึ้นแล้วกลืนโอสถลงไป
โอสถละลายในท้องอย่างรวดเร็ว แปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)พลังยาอันทรงพลัง กระแสประกายอัสนีพลันปรากฏขึ้น แล้วอาละวาดไปทั่วร่างและ(@NameIsNovel)เส้นลมปราณ
ซ่าๆๆๆ…
ประกายอัสนีจำนวนมากกะพริบไปมาบนร่างของเซินลั่ว ทุกรูขุมขนปล่อยสายฟ้าออกมา ชุดคลุมสีเขียวขาดวิ่นเป็น(@NameIsNovel)ชิ้นๆ ในทันที และ(@NameIsNovel)พื้นดินบริเวณใกล้เคียงก็ไหม้เกรียมเป็น(@NameIsNovel)สีดำด้วยอำนาจแห่งอัสนี
“พลังอัสนีที่(@NameIsNovel)น่าสะพรึงกลัวอะไรเช่นนี้!” เซินลั่วอุทานอย่างตกใจ ไม่คาดคิดว่า(@NameIsNovel)ฤทธิ์ของโอสถกระดูกอัสนีจะดุดันถึงเพียงนี้
พลังยาคล้ายสายฟ้าอาละวาดอยู่ในร่างกาย ราวกับมี(@NameIsNovel)ดเล็กๆ นับไม่ถ้วนกำลังบิดวนอยู่ทุกอณู ก่อให้เกิดความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส โชคดีที่(@NameIsNovel)ระดับการบำเพ็ญของเขา(@NameIsNovel)ถึงระดับมหาโพธิญาณแล้ว จึงสามารถทนทานต่อความเจ็บปวดนี้ไว้ได้(@NameIsNovel)
เซินลั่วสูดหายใจเข้าลึกๆ และ(@NameIsNovel)เริ่มโคจรเคล็ดวิชาหวงถิง
เคล็ดวิชาหวงถิง ซึ่งเป็น(@NameIsNovel)สมบัติอันล้ำค่าแห่งสำนักภูเขา(@NameIsNovel)ฟางชุ่นนั้น ไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง ทันทีที่(@NameIsNovel)เริ่มโคจร พลังอัสนีที่(@NameIsNovel)กำลังอาละวาดอยู่ในร่างกายพลันสงบลง และ(@NameIsNovel)รวมเข้ากับทุกส่วนของร่างกายอย่างว่า(@NameIsNovel)ง่ายดาย ราวกับได้(@NameIsNovel)รับการชี้นำจากการโคจรของเคล็ดวิชาหวงถิง
กล้ามเนื้อและ(@NameIsNovel)กระดูกของเซินลั่วดูดซับพลังอัสนีเหล่านั้น แข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้(@NameIsNovel)ชัดด้วยอัตราความเร็วอันน่าตกตะลึง
“ข้าเดาถูกต้องแล้วจริงๆ โอสถหลอมกายาสามารถเร่งความเร็วในการบำเพ็ญเคล็ดวิชาหวงถิงได้(@NameIsNovel)” เซินลั่วคิดในใจด้วยความยินดี จากนั้นจึงตั้งใจโคจรเคล็ดวิชาหวงถิงมากยิ่งขึ้น เพื่อกลั่นและ(@NameIsNovel)ดูดซับพลังยาของโอสถกระดูกอัสนีอย่างรวดเร็ว
พลังของโอสถกระดูกอัสนีนั้นทรงพลานุภาพยิ่ง ทว่า(@NameIsNovel)ก็ไม่อาจทนทานต่อการดูดซับของเคล็ดวิชาหวงถิงได้(@NameIsNovel) และ(@NameIsNovel)ในไม่ช้าก็ถูกกลั่นจนหมดสิ้น
เซินลั่วไม่ลังเลแม้แต่น้อย หยิบโอสถกระดูกอัสนีอีกเม็ดแล้วกลืนลงไป ก่อนจะบำเพ็ญและ(@NameIsNovel)กลั่นพลังต่อ
ชั่วอึดใจก็ผ่านพ้นไปครึ่งเดือน
โอสถกระดูกอัสนีในมือของเซินลั่วถูกใช้ไปจนหมดสิ้น ภายใต้แรงผลักดันอันทรงพลังของพลังยาโอสถ เคล็ดวิชาหวงถิงของเซินลั่วมี(@NameIsNovel)ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และ(@NameIsNovel)สำเร็จสองชั้นแรกได้(@NameIsNovel)อย่างน่าประทับใจยิ่ง
มังกรทองสองตัวและ(@NameIsNovel)ช้างทองสองตัวหมุนวนร่ายรำรอบกายของเซินลั่ว สร้างกระแสลมจากการเคลื่อนไหวและ(@NameIsNovel)ส่งเสียงคำรามกึกก้องอย่างต่อเนื่อง
เซินลั่วลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ มังกรทองและ(@NameIsNovel)ช้างทองที่(@NameIsNovel)หมุนวนรอบกายพลันแปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)ลูกกลมแสงทองสี่ลูก แล้วพุ่งเข้าสู่ร่างกายของเขา(@NameIsNovel)
ลุกขึ้นยืน กำหมัดแน่น แสงสีทองชั้นหนึ่งพลันปรากฏทั่วร่าง กระดูกทั่วกายเปล่งเสียงดังกรอบแกรบ พลางปลดปล่อยคลื่นพลังอันน่าเกรงขาม ทำให้บริเวณรอบกายเกิดเสียงหึ่งและ(@NameIsNovel)สั่นสะเทือน
แววแห่งความตื่นเต้นฉายวาบในดวงตา เซินลั่วกำลังจะลงมือทำบางสิ่ง ทว่า(@NameIsNovel)พลันขมวดคิ้ว หันศีรษะมองไปยังทิศทางหนึ่ง
--------------------