หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 1,075
ตอนที่ 1,075 : โลหิตอาบพิษ
ตอนที่ 1075
“ช่วยด้วย…”
ยังไม่ทันที่(@NameIsNovel)จ้าวถงจะร้องขอความช่วยเหลือสิ้นคำ พลันมี(@NameIsNovel)แขนข้างหนึ่งยื่นออกไป มือแกร่งดุจกรงเล็บเหล็กนั้นคว้าจับสว่า(@NameIsNovel)นสั้นเขา(@NameIsNovel)มังกรไว้มั่น ปลายแหลมของสว่า(@NameIsNovel)นนั้นจ่อตรงหน้าผากของจ้าวถง ไม่ขยับเขยื้อนแม้เพียงครึ่งหุน
เมื่อสัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงพลังมหาศาลที่(@NameIsNovel)แผ่ออกมา ใจของเซินลั่วพลันสั่นสะท้าน อดไม่ได้(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)จะเอ่ยโต้กลับอย่างฉุนเฉียว “มิใช่ข้าที่(@NameIsNovel)หมายเอาชีวิตมัน หากแต่เป็น(@NameIsNovel)มันที่(@NameIsNovel)หมายเอาชีวิตข้าก่อน ข้าไม่มี(@NameIsNovel)สิทธิ์แม้แต่จะตอบโต้เลยรึ?”
“มันลอบทำร้ายเจ้าด้วยเข็มเล่มหนึ่ง และ(@NameIsNovel)เจ้าก็ตอบโต้ด้วยศรวารีสามดอก ด้วยเหตุนี้ ข้าจึงมิได้(@NameIsNovel)เข้าแทรกแซงเมื่อครู่ ทว่า(@NameIsNovel)บัดนี้...มิได้(@NameIsNovel)” ฮวงอี้กล่าวพลางขมวดคิ้ว
“เจ้าช่างดื้อรั้นนัก…” เซินลั่วถึงกับอับจนถ้อยคำ
แต่ขณะที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)กำลังจะถอนมือออก ผนึกน้ำแข็งบนมือของจ้าวถงพลันคลายออก จ้าวถงก็ยกฝ่ามือขึ้นในทันใด ซ่อนเมฆาโลหิตไว้ภายใน แล้วตบเข้าใส่หน้าผากของเซินลั่วโดยตรง
ใจของเซินลั่วพลันบีบรัด รีบถอยหลังในทันที แต่ฝ่ามือนั้นมาในมุมที่(@NameIsNovel)ประหลาดล้ำ ทั้งรวดเร็วยิ่งนัก จนไม่อาจหลบหลีกได้(@NameIsNovel)ในชั่วพริบตา
“บัดซบ.”
ในพริบตานั้นเอง เสียงคำรามพลันระเบิดขึ้นข้างหู ดังก้องราวระฆังยักษ์
แขนอีกข้างของฮวงอี้พลันยกสูงขึ้น ตบจากล่างขึ้นบนเข้าใส่แขนที่(@NameIsNovel)จ้าวถงยื่นออกมา
จ้าวถงอดกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดมิได้(@NameIsNovel) ฝ่ามือของอีกฝ่ายพลันสะบัดขึ้นสู่ท้องฟ้าโดยมิได้(@NameIsNovel)ตั้งใจ และ(@NameIsNovel)เมฆาโลหิตก็พลันระเบิดออกเหนือศีรษะของทั้งสองในทันใด
เมฆาโลหิตที่(@NameIsNovel)กระจายอยู่เต็มท้องฟ้านั้นพลันระเบิดออก แปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)ฝนโลหิตในทันที เซินลั่วและ(@NameIsNovel)ฮวงอี้กำลังยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่ จึงไม่มี(@NameIsNovel)ผู้ใดหลบเลี่ยงได้(@NameIsNovel)ทันท่วงที ต่างถูกชโลมโลหิตอาบไปทั่วร่าง
เมื่อฝนโลหิตสัมผัสเข้ากับผิวหนัง เซินลั่วพลันรู้สึกแสบร้อนราวกับถูกน้ำมันเดือดสาดใส่
“แย่แล้ว…”
จ้าวถงเป็น(@NameIsNovel)คนแรกที่(@NameIsNovel)อุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนก พลางถอยหลังอย่างรวดเร็ว พร้อมใช้มือถูแก้มอย่างบ้าคลั่ง พยายามเช็ดคราบโลหิตนั้นออก
ทว่า(@NameIsNovel)โลหิตประหลาดนั้นกลับเช็ดออกมิได้(@NameIsNovel)เลยแม้แต่น้อย หลังจากที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ถูอย่างแรงกว่า(@NameIsNovel)สิบครั้ง มันกลับซึมเข้าสู่ผิวหนังรวดเร็วยิ่งขึ้น จนทั่วร่างของบุรุษผู้นั้นบวมแดงราวกับกุ้งต้มสุก
เซินลั่วเองก็ตระหนักถึงความร้ายกาจของสถานการณ์ในทันใด รีบยกมือขึ้นแตะแก้มโดยมิได้(@NameIsNovel)คิด ทว่า(@NameIsNovel)แทนที่(@NameIsNovel)จะถูเหมือนจ้าวถง เขา(@NameIsNovel)กลับใช้วิชาควบคุมน้ำ ควบแน่นหยดน้ำเล็กๆ ห่อหุ้มคราบโลหิตนั้นไว้ หมายจะกำจัดมันออกไป
ทว่า(@NameIsNovel)หยดน้ำกลับไม่อาจเกาะติดกับโลหิตนั้นได้(@NameIsNovel) เมื่อสัมผัสกัน หยดน้ำนั้นก็ระเหยหายไปในทันทีด้วยพลังความร้อน จนเกิดกลุ่มไอน้ำสีขาวลอยคละคลุ้งขึ้นจากใบหน้าของเซินลั่ว
ในเวลาเดียวกัน คราบโลหิตก็แทรกซึมเข้าสู่ผิวหนังของเซินลั่วด้วยเช่นกัน
“ตึก ตึก…”
พลัน เซินลั่วรู้สึกว่า(@NameIsNovel)โลหิตร้อนรุ่มพลุ่งพล่านขึ้นสู่ศีรษะ และ(@NameIsNovel)เสียงหัวใจเต้นของตนก็ดังชัดเจนอย่างน่าประหลาดใจยิ่ง
ความรู้สึกร้อนรุ่มที่(@NameIsNovel)ไม่อาจบรรยายได้(@NameIsNovel)นั้นแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ทำให้ผิวของเขา(@NameIsNovel)แปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)สีแดงฉานเช่นเดียวกับจ้าวถง
“เจ้าทำอะไรลงไป?” ฮวงอี้เองก็มี(@NameIsNovel)สภาพไม่ต่างกันเท่าใดนัก ตวาดถามด้วยโทสะ
“อย่า... อย่าได้(@NameIsNovel)ใช้ปราณเต๋าไปกดข่มมันเด็ดขาด พิษโลหิตจะยิ่งกำเริบ และ(@NameIsNovel)เผาผลาญแก่นโลหิตของพวกเจ้าจนหมดสิ้น” จ้าวถงกล่าวด้วยดวงตาแดงก่ำ พลางตะโกนเสียงดัง
เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินเช่นนั้น เซินลั่วก็พลันเข้าใจได้(@NameIsNovel)ในทันทีว่า(@NameIsNovel) นี่คือวิชาเผาผลาญโลหิตที่(@NameIsNovel)เจ้าคนชั่วนี่ฝึกฝน
“เจ้าคนชั่ว บอกมา พิษโลหิตนี้จะถอนได้(@NameIsNovel)อย่างไรกัน?” เซินลั่วตวาดอย่างเกรี้ยวกราดด้วยความโมโห
“พิษโลหิตนี้อาจารย์ของข้าเป็น(@NameIsNovel)ผู้หลอมสร้างให้ข้าไว้ใช้ป้องกันตัวและ(@NameIsNovel)ต่อสู้กับศัตรู แม้แต่ข้าเองก็ไม่อาจถอนพิษได้(@NameIsNovel)” จ้าวถงกล่าวอย่างลนลานด้วยความหวาดกลัว
กล่าวจบ บุรุษผู้นั้นก็นั่งขัดสมาธิลงบนพื้นและ(@NameIsNovel)เริ่มโคจรเคล็ดวิชาลับประจำสำนัก พยายามต่อสู้กับพิษร้ายแห่งวิชาเผาผลาญโลหิต
เซินลั่วไม่กล้าลังเลแม้แต่น้อย รีบนั่งขัดสมาธิลงโดยเร็วเช่นกัน ทว่า(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ไม่ได้(@NameIsNovel)ทำตามคำแนะนำของจ้าวถง แทนที่(@NameIsNovel)จะโคจรปราณเต๋า เขา(@NameIsNovel)กลับใช้เคล็ดวิชาบำเพ็ญไร้นาม เพื่อชักนำกระแสโลหิตให้ไหลไปยังแขนซ้าย
ในทันทีที่(@NameIsNovel)เริ่มโคจรปราณเต๋า โลหิตในกายก็พลันเดือดพล่านราวกับน้ำเดือด ผิวหนังถูกเผาไหม้จนเกิดไอน้ำสีขาวลอยขึ้นมาเป็น(@NameIsNovel)สายไม่ขาดสาย หัวใจเต้นรัวอย่างรุนแรงมิหยุดหย่อน
เซินลั่วพลันตื่นตระหนกในทันที รีบสงบจิตใจลงอย่างรวดเร็ว ละทิ้งความคิดที่(@NameIsNovel)จะถ่ายพิษและ(@NameIsNovel)ตัดแขนเพื่อเอาชีวิตรอดไปเสียสิ้น
หลังจากลังเลอยู่ชั่วครู่ เขา(@NameIsNovel)ก็เริ่มโคจรเคล็ดวิชาหวงถิงอย่างเต็มกำลังในทันที แสงสีทองเรืองรองเข้าปกคลุมร่างกายของเขา(@NameIsNovel) และ(@NameIsNovel)กลุ่มไอน้ำที่(@NameIsNovel)คละคลุ้งรอบกายก็ปรากฏขึ้นอีกครา
ทว่า(@NameIsNovel)ครานี้เซินลั่วกลับมิได้(@NameIsNovel)หยุดยั้ง แต่ยังคงเร่งโคจรปราณเต๋าอย่างต่อเนื่อง
“เป๊าะ เป๊าะ…”
เสียงแตกเป๊าะๆ ดังขึ้นจากร่างกายของเขา(@NameIsNovel)ไม่ขาดสาย เมื่อตุ่มโลหิตพุพองแตกออก ก็พลันปลดปล่อยโลหิตสดที่(@NameIsNovel)ปนเปื้อนพิษจนกลายเป็น(@NameIsNovel)สีม่วงคล้ำ ข้นเหนียว และ(@NameIsNovel)ส่งกลิ่นหอมหวานเลี่ยนประหลาดออกมา
เพื่อขับพิษโลหิตออกจากกาย เซินลั่วจึงล้มเลิกความคิดที่(@NameIsNovel)จะถ่ายเทพิษไปยังแขนแล้วตัดทิ้งไปเสีย แต่กลับเลือกที่(@NameIsNovel)จะขับโลหิตที่(@NameIsNovel)ปนเปื้อนพิษออกมาทางผิวหนังโดยตรงแทน
ข้อดีของการทำเช่นนี้คือเพื่อลดการเคลื่อนย้ายและ(@NameIsNovel)แพร่กระจายของพิษภายในให้เหลือน้อยที่(@NameIsNovel)สุด หลีกเลี่ยงการติดเชื้อที่(@NameIsNovel)อาจแพร่ขยาย และ(@NameIsNovel)ยังสามารถขับพิษโลหิตเฉพาะส่วนออกไปได้(@NameIsNovel)โดยเร็วที่(@NameIsNovel)สุด ทั้งยังลดการกระตุ้นจากการโคจรปราณเต๋า
ทว่า(@NameIsNovel)ข้อเสียก็ชัดแจ้งเช่นกัน พื้นที่(@NameIsNovel)ความเสียหายนั้นกว้างขวางเกินไป ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อโลหิตและ(@NameIsNovel)หลอดโลหิตเท่านั้น แต่ยังทำให้ผิวหนังและ(@NameIsNovel)เนื้อเยื่อได้(@NameIsNovel)รับบาดเจ็บสาหัสยิ่ง
ในยามนี้ เซินลั่วไม่กล้าผ่อนคลายแม้เพียงน้อยนิด ตั้งสมาธิอย่างแน่วแน่กับการแยกพิษโลหิต ขณะเดียวกันก็ใช้เคล็ดวิชาผนึกสวรรค์เพื่อซ่อมแซมอาการบาดเจ็บที่(@NameIsNovel)เกิดขึ้น
รวมถึงซ่อมแซมส่วนหนึ่งของตับที่(@NameIsNovel)ต้องสละทิ้งไปเนื่องจากการแทรกซึมของพิษร้าย
การสูญเสียโลหิตและ(@NameIsNovel)แก่นแท้ไปเป็น(@NameIsNovel)อันมาก รวมถึงปราณเต๋าที่(@NameIsNovel)สูญเสียไปอย่างรุนแรง ทำให้เซินลั่วอ่อนแอลงอย่างยิ่งยวด
ส่วนต่างๆ ของร่างกายที่(@NameIsNovel)ไม่ถูกพิษโลหิตเผาผลาญนั้น ในยามนี้ผิวหนังกลับกลายเป็น(@NameIsNovel)สีขาวซีดเผือดเนื่องจากการขาดโลหิต และ(@NameIsNovel)ดูราวกับแก่ชราลงไปหลายสิบปี
ไม่ไกลจากเซินลั่ว ฮวงอี้ถูกห่อหุ้มด้วยระฆังทองคำที่(@NameIsNovel)เกิดจากแสงมายา ซึ่งคว่ำครอบร่างของเขา(@NameIsNovel)ไว้แน่นหนา
รอบระฆังทองคำนั้น มี(@NameIsNovel)วงแหวนอักขระภาษาสันสกฤตส่องประกายสว่า(@NameIsNovel)งจ้า ปลดปล่อยคลื่นพลังวิญญาณซัดสาดเข้าสู่ร่างกายของฮวงอี้ราวกับกระแสน้ำ พร้อมกับที่(@NameIsNovel)ไอทมิฬเป็น(@NameIsNovel)สายๆ ปะปนออกมากับไอน้ำสีขาวที่(@NameIsNovel)ลอยขึ้นจากกายของเขา(@NameIsNovel)
มือขวาของฮวงอี้ประสานมุทราอยู่เบื้องหน้า ส่วนแขนซ้ายวางอยู่บนขาที่(@NameIsNovel)ขัดสมาธิในท่านั่งสมาธิเยี่ยงพระพุทธรูป สามารถมองเห็นสายไอทมิฬบางเบา เคลื่อนไปตามหัวไหล่ ไหลต่อเนื่องไปยังแขนซ้ายของอีกฝ่าย
กาลเวลาล่วงเลยไป ท้องฟ้าค่อยๆ มืดมิดลง ทว่า(@NameIsNovel)ทั้งสามคนก็ยังคงไม่ลุกขึ้นจากที่(@NameIsNovel)
ในหมู่คนเหล่านั้น เซินลั่วมี(@NameIsNovel)สภาพที่(@NameIsNovel)น่าสยดสยองที่(@NameIsNovel)สุด ไอน้ำจากร่างกายของเซินลั่วดูราวกับระเหยไปจนหมดสิ้น ทิ้งไว้เพียงผิวหนังที่(@NameIsNovel)หย่อนยานเหี่ยวย่น เปลือกตาตก และ(@NameIsNovel)ทั่วร่างแห้งกร้านราวกับต้นไม้ที่(@NameIsNovel)ตายแล้ว
ส่วนฮวงอี้ซึ่งใช้วิธีที่(@NameIsNovel)แตกต่างออกไปนั้น ได้(@NameIsNovel)บีบพิษโลหิตทั้งหมดเข้าไปในแขนซ้ายของตน มือทั้งข้างของอีกฝ่ายกลายเป็น(@NameIsNovel)สีดำสนิท และ(@NameIsNovel)ตั้งแต่ข้อมือถึงปลายแขนก็เป็น(@NameIsNovel)สีม่วงคล้ำเข้ม
ขณะที่(@NameIsNovel)ผิวหนังเหนือข้อศอกขึ้นไปกลับซีดเผือดราวกับคนตาย
พิษโลหิตที่(@NameIsNovel)ถูกกดไว้ในแขน ก็พยายามจะไหลย้อนกลับคืนอย่างต่อเนื่อง พยายามรุกคืบขึ้นสู่ต้นแขน
เหงื่อกาฬไหลท่วมหน้าผากของเขา(@NameIsNovel) แก่นแท้ของฮวงอี้ลดลงไปเป็น(@NameIsNovel)อันมากจากการพยายามขับพิษ ใบหน้าของอีกฝ่ายซีดเผือดราวกับกระดาษ
ทั่วร่างของเขา(@NameIsNovel)เกร็งแน่น ราวกับกำลังรวบรวมพลังชีวิต โดยมี(@NameIsNovel)เป้าหมายที่(@NameIsNovel)จะขับพิษโลหิตทั้งหมดออกไปให้สิ้นซาก
ในอีกทางหนึ่ง จ้าวถงซึ่งเป็น(@NameIsNovel)ผู้ฝึกฝนวิชาเผาผลาญโลหิต ย่อมคุ้นเคยกับธรรมชาติของพิษโลหิตนี้เป็น(@NameIsNovel)อย่างดีอยู่แล้ว ด้วยการอาศัยเคล็ดวิชาลับประจำสำนัก เขา(@NameIsNovel)ก็กดข่มมันไว้ได้(@NameIsNovel)แล้ว และ(@NameIsNovel)รอเพียงออกจากแดนลับแห่งนี้ เพื่อขอความช่วยเหลือจากอาจารย์ของตน
“ฟู่…”
จ้าวถงสูดลมหายใจออกมายาวเหยียด ซึ่งในลมหายใจนั้นยังมี(@NameIsNovel)ไอสีม่วงจางเบา วูบไหวอยู่ด้วย
ใบหน้าของจ้าวถงเผยสีหน้าพึงพอใจออกมา อีกฝ่ายลุกขึ้นยืนจากที่(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)อยู่นั้นในทันที แล้วก้าวเดินไปยังเซินลั่วและ(@NameIsNovel)ฮวงอี้ กวาดสายตามองทั้งสองอย่างประเมินค่า ดวงตาของอีกฝ่ายพลันค่อยๆ ฉายแววเย็นชาลง
-------------