หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 1,081
ตอนที่ 1,081 : คำตอบ
ตอนที่ 1081
เซินลั่วขมวดคิ้ว พลางกวาดสายตามองไปรอบ แต่ก็ไม่เห็นวี่แววของสมบัติใดปรากฏออกมา จึงไม่เข้าใจว่า(@NameIsNovel)เหตุใดคนทั้งสองจึงต้องต่อสู้กันเองถึงเพียงนี้
ชายร่างกำยำคว้าคอของเด็กหนุ่มผู้นั้น แล้วยกเขา(@NameIsNovel)ขึ้นกลางอากาศ สองฝ่ามือบีบเข้าหากัน พลังมหาศาลแทบจะบดขยี้ลำคอของอีกฝ่ายจนเกิดเสียง “อึกอัก” ราวกับจะหักให้แหลกคามือ
ใบหน้าของเด็กหนุ่มแดงก่ำ ทว่า(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ยังคงไม่ยอมปล่อยมือ พยายามใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดบิดกระบี่ยาวในมือ ราวกับตั้งใจจะทะลวงหัวใจและ(@NameIsNovel)ปอดของชายร่างกำยำให้แหลกสลาย แม้ตนจะต้องตายตามไปก็ตาม
ขณะที่(@NameIsNovel)ทั้งสองดูเหมือนจะสู้กันจนตายไปข้างหนึ่ง ฝูตงไหลก็ทนดูต่อไปไม่ไหว จึงก้าวออกมาใช้มือคนละข้างจับแยกมือของชายร่างกำยำออกจากกัน พร้อมกับคว้ากระบี่ยาวมาจากมือของชายหนุ่มชุดขาว
“สหายทั้งสอง นี่เป็น(@NameIsNovel)เพียงการทดสอบ ไยจึงต้องเอาจริงเอาจังถึงเพียงนี้ด้วย” ฝูตงไหลคืนกระบี่ยาวให้ชายหนุ่มชุดขาว พร้อมเอ่ยเกลี้ยกล่อม
หลังจากถูกจับแยกออกจากกันอย่างแรง ทั้งสองต่างหอบหายใจชั่วครู่ แล้วหันไปมองฝูตงไหล ในแววตามี(@NameIsNovel)ประกายระแวดระวังวาบขึ้น ก่อนจะถูกแทนที่(@NameIsNovel)ด้วยความโกรธเกรี้ยวในทันที
“เจ้าปีศาจ อย่าเข้ามายุ่งกับการต่อสู้ของพวกข้า หากคิดจะเก็บสมบัติจากศพ ก็รอให้พวกข้าสู้กันให้ตายไปข้างหนึ่งก่อน” ชายร่างกำยำกล่าวอย่างเกรี้ยวกราด มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกพยายามห้ามเลือดและ(@NameIsNovel)รักษาบาดแผล
“หึ หากท่านไม่เข้ามาขวาง ป่านนี้มันคงกลายเป็น(@NameIsNovel)ผีใต้คมกระบี่ของข้าไปแล้ว” ชายหนุ่มชุดขาวกล่าวอย่างไม่สำนึกบุญคุณ
“เจ้าจะไปรู้อะไร หุบเขา(@NameIsNovel)เพลิงวายุของพวกข้ากับสำนักฉางชุนของพวกมันเป็น(@NameIsNovel)ศัตรูคู่อาฆาตกันมานาน ภายใต้ข้อบังคับของสำนักหลวงต้าถัง
พวกข้าจึงไม่อาจล้างแค้นส่วนตัวได้(@NameIsNovel)ตามอำเภอใจ การมาเข้าร่วมงานประชุมประลองยุทธ์สามภพครั้งนี้ ก็เพื่อสะสางความแค้นโดยเฉพาะ
ผู้ที่(@NameIsNovel)ตายในสนามรบถือเป็น(@NameIsNovel)เกียรติของสำนัก ตายอย่างสมศักดิ์ศรี ส่วนผู้ที่(@NameIsNovel)รอดชีวิตก็จะได้(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)ทายาทที่(@NameIsNovel)แท้จริงของสำนัก และ(@NameIsNovel)หลังจากนั้น…” ชายร่างกำยำหยุดพูดกลางคัน
เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินเช่นนั้น เซินลั่วก็ได้(@NameIsNovel)แต่ถอนหายใจในใจ รู้สึกว่า(@NameIsNovel)งานประชุมประลองยุทธ์สามภพกลับกลายเป็น(@NameIsNovel)เวทีสำหรับล้างแค้นส่วนตัวและ(@NameIsNovel)แย่งชิงอำนาจของตระกูลต่างๆ ช่างไร้สาระสิ้นดี
ทว่า(@NameIsNovel)เมื่อนึกถึงการต่อสู้กับจ้าวถงเมื่อครู่นี้ เซินลั่วก็อดไม่ได้(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)จะยิ้มเยาะให้กับความคล้ายคลึงของสถานการณ์ปัจจุบัน
“เรื่องความเป็น(@NameIsNovel)ความตายของพวกข้า ไม่ใช่เรื่องที่(@NameIsNovel)ท่านต้องมาใส่ใจ โปรดถอยห่างออกไป อย่ามาขัดขวางพวกข้าอีก” ชายร่างกำยำกล่าวเสียงต่ำ
“หากเจ้าอยากจะสวมบทบาทวีรบุรุษผู้สูงส่งในงานชุมนุมการต่อสู้นี้ ก็เชิญไปทำที่(@NameIsNovel)อื่น อย่ามารบกวนพวกข้าที่(@NameIsNovel)นี่อีก” ชายหนุ่มชุดขาวกล่าวพร้อมกับชูกระบี่ขึ้นอย่างแข็งกร้าว
เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินดังนั้น ฝูตงไหลก็ยืนนิ่งงัน แววตายังคงเต็มไปด้วยความฉงนสนเท่ห์
“ไปกันเถอะ” เซินลั่วก้าวไปข้างหน้าแล้วตบไหล่ฝูตงไหลเบาๆ
หลังจากทั้งสองจากไป เสียงการต่อสู้ก็ดังขึ้นอีกครั้งในป่าด้านหลัง แต่ไม่นานก็กลับสู่ความเงียบสงบ
เซินลั่วและ(@NameIsNovel)สหายเดินต่อไปอย่างเงียบๆ ได้(@NameIsNovel)ประมาณหนึ่งลี้
“พี่ฝู ท่านคิดว่า(@NameIsNovel)มนุษย์ ปีศาจ และ(@NameIsNovel)เซียน จะสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติและ(@NameIsNovel)นำพาความสงบสุขมาสู่สามภพได้(@NameIsNovel)หรือไม่” เซินลั่วเอ่ยถามขึ้นอย่างกะทันหัน
“ข้าเองก็ไม่รู้ เหตุผลที่(@NameIsNovel)ข้าเข้ารับตำแหน่งในสำนักหลวงต้าถังก็เพื่อทำความเข้าใจเผ่ามนุษย์และ(@NameIsNovel)สามภพ เมื่อเทียบกับเผ่าปีศาจแล้ว เผ่ามนุษย์ได้(@NameIsNovel)สร้างอารยธรรมที่(@NameIsNovel)รุ่งเรืองกว่า(@NameIsNovel)
และ(@NameIsNovel)ความเป็น(@NameIsNovel)ปฏิปักษ์ระหว่า(@NameIsNovel)งเผ่าเซียนกับเผ่าปีศาจก็ดูเหมือนจะยิ่งไม่อาจประนีประนอมกันได้(@NameIsNovel) หากจะมี(@NameIsNovel)โอกาสใดที่(@NameIsNovel)จะบรรลุสันติภาพในสามภพได้(@NameIsNovel) ข้าคิดว่า(@NameIsNovel)คำตอบน่าจะอยู่ที่(@NameIsNovel)เผ่ามนุษย์มากที่(@NameIsNovel)สุด” ฝูตงไหลส่ายหน้าแล้วกล่าว
เมื่อเซินลั่วได้(@NameIsNovel)ฟัง ก็ดูเหมือนจะครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ทอดสายตามองไปยังที่(@NameIsNovel)ห่างไกลอย่างเงียบงัน
“สหายเซิน ท่านมี(@NameIsNovel)ความคิดเห็นอย่างไร” หลังจากรออยู่ครู่หนึ่ง ฝูตงไหลก็เอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง
“อย่างที่(@NameIsNovel)ท่านเห็นเมื่อครู่ แม้แต่ในหมู่มนุษย์ด้วยกันเองก็ยังต่อสู้กันจนถึงตาย ท่านบอกว่า(@NameIsNovel)คำตอบอยู่ที่(@NameIsNovel)เผ่ามนุษย์ แต่ข้ากลับไม่ค่อยมี(@NameIsNovel)ความเชื่อมั่นในเรื่องนั้นเท่าใดนัก” เซินลั่วถอนหายใจเบาๆ แล้วกล่าว
ดังที่(@NameIsNovel)เคยกล่าวกับหลู่ฮว่า(@NameIsNovel)หมิงไปก่อนหน้านี้ ในหมู่มนุษย์มี(@NameIsNovel)คนทรยศอยู่มากมาย บางคนถึงกับปรารถนาให้ฉือโย่วฟื้นคืนชีพยิ่งกว่า(@NameIsNovel)เผ่าปีศาจเสียอีก
ตราบใดที่(@NameIsNovel)ยังมี(@NameIsNovel)คนเช่นนี้อยู่ สามภพก็จะไม่มี(@NameIsNovel)วันสงบสุข
“ข้ายังคงเฝ้าสังเกตและ(@NameIsNovel)เรียนรู้อยู่ การต่อสู้ภายในเช่นนี้มี(@NameIsNovel)อยู่ทุกเผ่าพันธุ์และ(@NameIsNovel)ทุกหนแห่ง ตราบใดที่(@NameIsNovel)ทิศทางโดยรวมของโลกยังเป็น(@NameIsNovel)ไปในทางที่(@NameIsNovel)ดี ก็ย่อมยังมี(@NameIsNovel)ความหวังอยู่เสมอ” ฝูตงไหลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่(@NameIsNovel)ค่อนข้างมองโลกในแง่ดี
“พูดถึงเรื่องนี้ ผู้ที่(@NameIsNovel)หยุดยั้งการฟื้นคืนชีพของจ้าวอสูรก็คือคนของเผ่าปีศาจ นี่นับเป็น(@NameIsNovel)คุณูปการอันใหญ่หลวงต่อทุกชีวิตในสามภพแล้ว” เซินลั่วกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“ความรู้สึกของเผ่าปีศาจที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ต่อจ้าวอสูรฉือโย่วนั้นค่อนข้างซับซ้อน ด้านหนึ่งเขา(@NameIsNovel)คือบรรพบุรุษโบราณร่วมกันของเรา แต่อีกด้านหนึ่งเขา(@NameIsNovel)ก็เป็น(@NameIsNovel)ต้นเหตุของความโกลาหลและ(@NameIsNovel)สงครามในสามภพ เผ่าพันธุ์ของเราเคยรุ่งเรืองเพราะเขา(@NameIsNovel)
แต่ก็เสื่อมโทรมลงเพราะเขา(@NameIsNovel)เช่นกัน บางคนหวังว่า(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)จะนำพาเผ่าปีศาจให้กลับไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของสามภพอีกครั้ง
แต่ท้ายที่(@NameIsNovel)สุดแล้วนั่นก็เป็น(@NameIsNovel)เพียงเกียรติยศในยุคสมัยที่(@NameIsNovel)ล่วงเลยไปแล้ว การจะบังคับให้เผ่าปีศาจในปัจจุบันแบกรับความคาดหวังเช่นนั้นย่อมไม่ยุติธรรม
ใช่ว่า(@NameIsNovel)ปีศาจทุกตนจะเป็น(@NameIsNovel)พวกกระหายเลือดและ(@NameIsNovel)บ้าสงคราม พวกเขา(@NameIsNovel)ก็มี(@NameIsNovel)ครอบครัวและ(@NameIsNovel)คนที่(@NameIsNovel)รักเช่นกัน การป้องกันไม่ให้เกิดสงครามครั้งใหญ่และ(@NameIsNovel)รักษาชีวิตผู้บริสุทธิ์ไว้จึงเป็น(@NameIsNovel)ผลลัพธ์ที่(@NameIsNovel)ดีที่(@NameIsNovel)สุด” ฝูตงไหลกล่าวช้าๆ สีหน้าซับซ้อน
ขณะที่(@NameIsNovel)ทั้งสองกำลังสนทนากัน ก็ได้(@NameIsNovel)เดินทางมาถึงหุบเขา(@NameIsNovel)แห่งหนึ่ง และ(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)ยินเสียงคำรามดังกึกก้องมาแต่ไกล เสียงปะทะกันดังก้องกังวานผ่านปากทางเข้าหุบเขา(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)รูปร่างคล้ายแตร ราวกับเสียงฟ้าร้อง
“เสียงนั่น…” สีหน้าของฝูตงไหลเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อได้(@NameIsNovel)ยิน
“มี(@NameIsNovel)อะไรหรือ” เซินลั่วขมวดคิ้วถาม
“ไปดูกันเถอะ” ฝูตงไหลกล่าวในทันที
พูดจบก็พุ่งนำหน้าเข้าไปยังปากทางเข้าหุบเขา(@NameIsNovel)ทันที
เซินลั่วไม่ลังเล รีบตามไปติดๆ
ทันทีที่(@NameIsNovel)มาถึงปากทางเข้าหุบเขา(@NameIsNovel) ทั้งสองก็เห็นต้นไม้อ่อนสีเขียวมรกตสูงเจ็ดถึงแปดฉื่อตั้งอยู่ใจกลางหุบเขา(@NameIsNovel) ลำต้นใสราวกับหยก บนกิ่งก้านไม่มี(@NameIsNovel)ใบไม้แม้แต่ใบเดียว มี(@NameIsNovel)เพียงผลไม้สีแดงขนาดเท่าลูกลำไยที่(@NameIsNovel)อวบอิ่มแปดผลเท่านั้น
แม้จะอยู่ไกล แต่เซินลั่วและ(@NameIsNovel)ฝูตงไหลก็ได้(@NameIsNovel)กลิ่นหอมหวานที่(@NameIsNovel)โชยออกมาจากผลไม้เหล่านั้น
เบื้องหน้าต้นผลไม้ มี(@NameIsNovel)ชายชราผอมบางผู้หนึ่งซึ่งดูแล้วน่าจะอายุราวเจ็ดสิบปี**ยืน**อยู่ ร่างกายเต็มไปด้วยรอยเลือดนับไม่ถ้วน ผมสีเทาขาวยุ่งเหยิงกระเซิง ดูน่าเวทนาอย่างยิ่ง
“เป็น(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)” เซินลั่วอุทานเบาๆ
“สหายเซินรู้จักเขา(@NameIsNovel)หรือ” ฝูตงไหลถาม
“เขา(@NameIsNovel)คือเจ้าสำนักเล็กๆ ของเผ่ามนุษย์แห่งหนึ่งชื่อว่า(@NameIsNovel)สำนักชิงหลิน ก่อนจะเข้ามาในแดนลับ เขา(@NameIsNovel)ยืนอยู่ข้างๆ ข้าเลย” เซินลั่วตอบ
ในมือของชายชราถือจานอาคมแปดเหลี่ยมอันหนึ่ง ซึ่งฝังกระจกทองสัมฤทธิ์ทรงกลมไว้ตรงกลาง กำลังใช้งานมันอย่างขะมักเขม้น ปลดปล่อยลำแสงโค้งมนออกมา คล้ายกับหม้อใบใหญ่ที่(@NameIsNovel)คว่ำอยู่ ครอบคลุมต้นไม้สีเขียวที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ผลสีแดงเอาไว้
“พวกนั้นคือตัวอะไร” เซินลั่วก้มหน้าลงถาม พลางขมวดคิ้ว
นอกม่านพลังที่(@NameIsNovel)ชายชราค้ำจุนอยู่ มี(@NameIsNovel)อสูรรูปร่างประหลาดสามตัวคล้ายกับชิงหนิวแต่สูงกว่า(@NameIsNovel)สิบฉื่อ กำลังพุ่งเข้าชนม่านแสงจากทิศทางต่างๆ เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องก็มาจากพวกมันนั่นเอง
นอกวงล้อมของชิงหนิว มี(@NameIsNovel)งูยักษ์สีดำทะมึนยาวร้อยฉื่อขดตัวอยู่ มันกำลังยกหางขนาดมหึมาขึ้นฟาดใส่ยอดม่านพลังป้องกันอย่างต่อเนื่องราวกับแส้ยาว
“พวกนั้นคือวัวกิเลนและ(@NameIsNovel)งูพิษ ล้วนเป็น(@NameIsNovel)พลังปีศาจที่(@NameIsNovel)ดุร้าย วัวกิเลนทั้งสามตัวยังพอรับมือได้(@NameIsNovel) ดูเหมือนจะอยู่แค่ระดับก่อกำเนิดขั้นปลาย แต่งูพิษตัวนั้นต้องอยู่อย่างน้อยระดับมหาโพธิญาณขั้นต้นเป็น(@NameIsNovel)แน่
ดูเหมือนว่า(@NameIsNovel)พวกมันยังไม่ได้(@NameIsNovel)ใช้กำลังเต็มที่(@NameIsNovel) มิฉะนั้นผู้บำเพ็ญเพียรเผ่ามนุษย์ผู้นั้นคงต้านทานไว้ไม่ไหวแล้ว” ฝูตงไหลกล่าวพลางขมวดคิ้ว
เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินดังนั้น สายตาของเซินลั่วก็ค่อยๆ กวาดมองไปรอบๆ แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงถามขึ้นอีกครั้งว่า(@NameIsNovel) “พี่ฝูรู้จักต้นไม้สีเขียวที่(@NameIsNovel)อยู่ตรงกลางนั่นหรือไม่”
--------------------