หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 1,103
ตอนที่ 1,103 : เสาหยกจัดแสดงผลไม้วิเศษ
ตอนที่ 1103
“เมื่อการซื้อขายของวัดอู๋จวงสิ้นสุดลงแล้ว นี่จะเป็น(@NameIsNovel)คราที่(@NameIsNovel)เหล่าสหายจะได้(@NameIsNovel)แลกเปลี่ยนกันตามอิสระ” สหายเจียอิ่นผายมือหยุดครู่หนึ่ง
ก่อนกล่าวต่อไปว่า(@NameIsNovel) “ผู้ใดประสงค์จะขึ้นไปบนลานประลองเพื่อขายสมบัติล้ำค่า หรือเสาะหาสิ่งที่(@NameIsNovel)ตนปรารถนา ก็สามารถทำได้(@NameIsNovel)ตามอัธยาศัย ส่วนความปรารถนานั้นจะสำเร็จลุล่วงเพียงใด ล้วนขึ้นอยู่กับวาสนาของทุกท่านแล้ว”
ทุกผู้คนมิได้(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ข้อคัดค้านใด ต่างขานรับด้วยเสียงกึกก้อง
เมื่อเห็นดังนั้น สหายเจียอิ่นจึงยกมือขึ้นเป็น(@NameIsNovel)เชิงให้สัญญาณ
ผู้อาวุโสสองท่านจากวัดอู๋จวงก้าวเดินไปยังสองฟากของแท่นศิลา พลางร่ายคาถาพึมพำ พร้อมชี้ปลายนิ้วออกไปเบื้องหน้า
พลันปรากฏแสงทิพย์สว่า(@NameIsNovel)งวาบขึ้นบนพื้นดินข้างแท่นศิลา เผยให้เห็นค่ายกลสีขาวสองแห่งกำลังหมุนวนทำงานอย่างเงียบงัน
ชั่วอึดใจต่อมา เสาหยกสองต้นก็ผุดขึ้นจากค่ายกลอย่างรวดเร็ว พลางขยายใหญ่และ(@NameIsNovel)หนาขึ้นจนเกือบจรดหลังคาโถงใหญ่จึงหยุดนิ่ง
เสาหยกนั้นโปร่งแสงดุจหยกขาว ทุกช่วงระยะหนึ่งจั้งมี(@NameIsNovel)ช่องว่า(@NameIsNovel)งหนึ่งช่อง รวมกันหลายร้อยช่อง แลดูอัดแน่นราวกับตู้บรรจุของวิเศษขนาดมหึมา
ในแต่ละช่องบรรจุผลไม้อมตะหนึ่งถึงหลายผล มี(@NameIsNovel)รูปร่างหลากหลายและ(@NameIsNovel)สาดส่องแสงเรืองรองจับตา
ข้างแต่ละช่องมี(@NameIsNovel)ป้ายหยกจารึกนามของผลไม้อมตะ สรรพคุณทางยา และ(@NameIsNovel)สิ่งที่(@NameIsNovel)ต้องการแลกเปลี่ยน วัดอู๋จวงซึ่งมี(@NameIsNovel)ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ส่วนใหญ่แล้วมักใช้วัตถุล้ำค่าในการแลกเปลี่ยนผลไม้เหล่านี้ มี(@NameIsNovel)เพียงส่วนน้อยนักที่(@NameIsNovel)สามารถใช้ศิลาเซียนแลกเปลี่ยนได้(@NameIsNovel)
“น้ำค้างขาวเหมันต์ ปะการังโลหิต หลินจือนรก... นั่นมิใช่ผลวิญญาณหยก ของดีจากเขา(@NameIsNovel)จี๋เหลยหรือไร” แม้เซินลั่วจะมี(@NameIsNovel)ความรู้กว้างขวางเพียงใด แต่การได้(@NameIsNovel)เห็นผลไม้อมตะมากมายเช่นนี้ก็ยังทำให้ถึงกับตื่นตะลึง
หมายปองผลไม้อมตะสองสามชนิดในเสาหยกไว้ แต่น่าเสียดายที่(@NameIsNovel)ทั้งหมดล้วนต้องแลกด้วยวัตถุดิบวิญญาณหายาก ทว่า(@NameIsNovel)ไม่มี(@NameIsNovel)วัตถุดิบเหล่านั้นแม้แต่ชิ้นเดียว
“นึกว่า(@NameIsNovel)ของสะสมของข้ามี(@NameIsNovel)อยู่มากแล้ว แต่ดูเหมือนว่า(@NameIsNovel)เมื่อเทียบกับยอดฝีมือที่(@NameIsNovel)แท้จริง ยังห่างไกลนักหนา” เซินลั่วส่ายหน้าพลางถอนหายใจ
แน่นอนว่า(@NameIsNovel) นั่นเป็น(@NameIsNovel)เพราะมิได้(@NameIsNovel)เตรียมการล่วงหน้ามาด้วยเช่นกัน
เหล่าผู้บำเพ็ญท่านอื่นเคยเข้าร่วมงานเลี้ยงผลไม้อมตะร้อยชนิดมาแล้วหนึ่งหรือหลายครา จึงเตรียมการมาอย่างพร้อมเพรียง ทันทีที่(@NameIsNovel)เสาหยกทั้งสองตั้งมั่นคง เหล่าผู้บำเพ็ญก็เริ่มเหินกายเข้าไปใกล้ พลางยื่นวัตถุดิบวิญญาณและ(@NameIsNovel)ศิลาเซียนนานาชนิดออกมา
“ข้าต้องการเศษเสี้ยวหัวใจมังกร นี่คือศิลาเซียนสี่พันก้อน!”
“ข้าต้องการแลกเปลี่ยนปะการังโลหิต นี่คือผลึกหยกเหลืองห้าชิ้น!”
เมื่อมี(@NameIsNovel)ผู้บำเพ็ญหลายท่านสนใจผลไม้อมตะชนิดเดียวกัน ก็จะมี(@NameIsNovel)การประมูลราคากันโดยง่าย เพื่อตัดสินหาผู้ที่(@NameIsNovel)จะได้(@NameIsNovel)ครอบครอง
ผู้อาวุโสทั้งสองของวัดอู๋จวงที่(@NameIsNovel)ยืนอยู่ข้างเสาหยก ต่างแย้มยิ้มพลางหยิบผลไม้อมตะออกมาจากด้านในส่งให้แก่เหล่าผู้บำเพ็ญ ต่างสาละวนกับการแลกเปลี่ยนให้แล้วเสร็จไปทีละรายการ
งานเลี้ยงผลไม้อมตะร้อยชนิดทุกครา ล้วนนำมาซึ่งผลประโยชน์มหาศาลแก่วัดอู๋จวง จากการแลกเปลี่ยนวัตถุล้ำค่าและ(@NameIsNovel)ศิลาเซียนจำนวนมหาศาล
อ้าวหงมิได้(@NameIsNovel)สนใจความวุ่นวายรอบกายเลยแม้แต่น้อย ทว่า(@NameIsNovel)สายตากลับจับจ้องไปยังยอดสูงสุดของเสาหยกทั้งสอง
ผลไม้อมตะในเสาหยกนั้นยิ่งอยู่สูงส่งเพียงใด ก็ยิ่งล้ำค่าเพียงนั้น ที่(@NameIsNovel)ยอดสุดของเสาทั้งสองนั้นคือผลไม้อมตะสองชนิด ได้(@NameIsNovel)แก่ น้ำลายจิ้งจอกสวรรค์และ(@NameIsNovel)อินทผลัมอมตะวายุอัสนี
“เป็น(@NameIsNovel)ดั่งคาดหมาย ไม่มี(@NameIsNovel)ผลเกล็ดมังกร...” อ้าวหงก้มหน้าลงพึมพำกับตนเองด้วยความเจ็บปวด
ผลเกล็ดมังกรเป็น(@NameIsNovel)ผลไม้อมตะที่(@NameIsNovel)ล้ำค่าที่(@NameIsNovel)สุดแห่งวัดอู๋จวง หากมี(@NameIsNovel)ให้แลกเปลี่ยน ย่อมต้องถูกวางไว้ในตำแหน่งสูงสุดอย่างมิต้องสงสัย
เซินลั่วสังเกตเห็นผลไม้อมตะทั้งสองชนิดที่(@NameIsNovel)อยู่บนยอดเสาหยก ไม่เคยได้(@NameIsNovel)ยินนามของสิ่งทั้งสองนี้มาก่อนเลย แต่ยังนับว่า(@NameIsNovel)โชคดี ที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)คำอธิบายบนป้ายหยกวางอยู่เคียงข้าง
น้ำลายจิ้งจอกสวรรค์มี(@NameIsNovel)สรรพคุณในการทะลวงเส้นลมปราณนับร้อยและ(@NameIsNovel)ช่วยให้จิตใจปลอดโปร่ง การบริโภคจะทำให้ผู้บำเพ็ญมี(@NameIsNovel)โอกาสเข้าถึงเต๋าแห่งสวรรค์ได้(@NameIsNovel)หนึ่งครั้ง และ(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ประสิทธิภาพอย่างยิ่งในการทะลวงคอขวดแห่งระดับการบำเพ็ญ
ป้ายหยกยังระบุรายละเอียดไว้ด้วยว่า(@NameIsNovel)สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรในระดับเซียนแท้แล้ว การบริโภคผลไม้นี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทะลวงคอขวดได้(@NameIsNovel)ถึงห้าสิบส่วน
ส่วนผู้บำเพ็ญที่(@NameIsNovel)อยู่ต่ำกว่า(@NameIsNovel)ระดับเซียนแท้จะมี(@NameIsNovel)โอกาสสูงกว่า(@NameIsNovel)นั้น ซึ่งสูงถึงแปดสิบส่วน แทบจะรับประกันได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)จักทะลวงระดับได้(@NameIsNovel)ทันทีที่(@NameIsNovel)บริโภค
อินทผลัมอมตะวายุอัสนีมี(@NameIsNovel)พลังแห่งวายุและ(@NameIsNovel)อัสนีแฝงอยู่ภายใน มี(@NameIsNovel)ผลอัศจรรย์ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางกายและ(@NameIsNovel)เปลี่ยนแปลงกายภาพของผู้บำเพ็ญ
ในช่วงท้ายแห่งสงครามผนึกเทพยุคโบราณ เหลยเจิ้นจื่อจากสำนักสั่งสอนได้(@NameIsNovel)บริโภคผลไม้นี้จนงอกปีกแห่งวายุและ(@NameIsNovel)อัสนีออกมา ส่งผลให้พละกำลังเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล และ(@NameIsNovel)สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ในสงคราม
น่าเสียดายที่(@NameIsNovel)ผลไม้อมตะทั้งสองชนิดนี้ก็ยังคงต้องใช้วัตถุดิบวิญญาณในการแลกเปลี่ยนเช่นกัน ทั้งยังเป็น(@NameIsNovel)ของวิเศษในตำนานอีกด้วยเล่า
“พวกเขา(@NameIsNovel)กลับต้องการศิลาห้าสีและ(@NameIsNovel)เจี้ยนมู่เพื่อแลกเปลี่ยนกระนั้นหรือ ของทั้งสองสิ่งนี้ล้วนเป็น(@NameIsNovel)สมบัติในตำนาน ยามนี้จะไปเสาะหาได้(@NameIsNovel)จากที่(@NameIsNovel)ใดในโลกกันเล่า” เซินลั่วส่ายหน้าไม่หยุด
“ศิลาห้าสีคือวัตถุในตำนานที่(@NameIsNovel)หนี่วาใช้เพื่ออุดรอยรั่วแห่งสรวงสวรรค์ ส่วนเจี้ยนมู่หรือที่(@NameIsNovel)รู้จักกันในนามพฤกษาแห่งพิภพ คือสิ่งที่(@NameIsNovel)เชื่อมโยงระหว่า(@NameIsNovel)งสรวงสวรรค์ โลกมนุษย์ และ(@NameIsNovel)ทวยเทพในยุคโบราณ ซึ่งหายสาบสูญไปนานแล้ว ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก” ครุ่นคิดในใจ
ยามนี้พลังปราณปีศาจถูกพันธนาการอยู่ภายในร่าง ทุกคราที่(@NameIsNovel)มันปะทุขึ้นมา กายาของเซินลั่วล้วนต้องรับภาระหนักหน่วง
นอกจากการยกระดับการบำเพ็ญเพียรแล้ว ยังจำต้องเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางกายอย่างเร่งด่วน หากได้(@NameIsNovel)อินทผลัมอมตะวายุอัสนีนั้นมาไว้ในครอบครอง ความแข็งแกร่งทางกายย่อมต้องก้าวหน้าไปอย่างก้าวกระโดดเป็น(@NameIsNovel)แน่แท้
เมื่อเวลาล่วงเลยไป ผลไม้อมตะในเสาหยกก็ถูกแลกเปลี่ยนไปเกือบสิ้น และ(@NameIsNovel)ค่อยๆ มิได้(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ผู้บำเพ็ญท่านใดก้าวออกไปอีก ทว่า(@NameIsNovel)น้ำลายจิ้งจอกสวรรค์และ(@NameIsNovel)อินทผลัมอมตะวายุอัสนีซึ่งอยู่บนยอดเสานั้นกลับยังคงมิมี(@NameIsNovel)ผู้ใดแลกเปลี่ยนไป
“ศิษย์พี่อ้าว ผลไม้อมตะที่(@NameIsNovel)มิมี(@NameIsNovel)ผู้ใดแลกเปลี่ยนไปจะถูกจัดการเยี่ยงไร คนของวัดอู๋จวงจะนำเก็บคืนไปเฉยๆ กระนั้นหรือ” เมื่อเห็นดังนั้น ในใจพลันบังเกิดความคิดขึ้นจึงเอ่ยถาม
“มิเป็น(@NameIsNovel)เช่นนั้น เมื่อคนของวัดอู๋จวงนำของออกมาแล้ว ย่อมมิมี(@NameIsNovel)ทางนำกลับคืนไป ผลไม้ที่(@NameIsNovel)มิมี(@NameIsNovel)ผู้ใดแลกเปลี่ยน
โดยทั่วไปแล้ว จักถูกนำมาประมูลด้วยศิลาเซียน และ(@NameIsNovel)ผู้ที่(@NameIsNovel)ให้ราคาสูงสุดก็จะได้(@NameIsNovel)ไปครอบครอง” อ้าวหงตอบด้วยน้ำเสียงเฉยเมย
“ประมูลด้วยศิลาเซียน!” เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินเช่นนั้น ก็อดมิได้(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)จะรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
มิมี(@NameIsNovel)สมบัติอื่นใด ทว่า(@NameIsNovel)กลับมี(@NameIsNovel)ศิลาเซียนอยู่มากมาย มิรู้ว่า(@NameIsNovel)จะโชคดีพอที่(@NameIsNovel)จะประมูลอินทผลัมอมตะวายุอัสนีนั้นได้(@NameIsNovel)หรือไม่
ในเพลานั้นเอง พลันเงาร่างสีดำสายหนึ่งก็ร่อนลงเบื้องหน้าแท่นศิลา... คือชายชุดดำลึกลับผู้นั้นนั่นเอง
“ข้าปรารถนาจะแลกเปลี่ยนน้ำลายจิ้งจอกสวรรค์และ(@NameIsNovel)อินทผลัมอมตะวายุอัสนี” ชายชุดดำกล่าว น้ำเสียงแหบพร่า ยากจะแยกแยะได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)บุรุษหรือสตรี
ขณะที่(@NameIsNovel)กล่าววาจา มือพลันโบกสะบัดเหนือแท่นศิลา พลันเกิดแสงสีดำสว่า(@NameIsNovel)งวาบ กล่องหยกสองใบซึ่งมี(@NameIsNovel)ผนึกยันต์ปิดผนึกอยู่ก็ปรากฏขึ้นบนแท่น
ทันทีที่(@NameIsNovel)ชายชุดดำเอ่ยถ้อยคำ ทั้งโถงใหญ่พลันเงียบสงัดลงฉับพลัน
สหายเจียอิ่นเหลือบมองชายชุดดำแวบหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือออกไปกลางอากาศไปยังกล่องหยกทั้งสอง
ลำแสงสีขาวสายหนึ่งพุ่งทะยานออกไป ผนึกยันต์บนกล่องก็ลอยหลุดออกมาเอง พร้อมกับฝากล่องที่(@NameIsNovel)เปิดผายออก
ภายในกล่องหยกใบหนึ่งนั้นมี(@NameIsNovel)ท่อนไม้แห้งสีเหลือง หนาเท่าชาม ยาวหนึ่งฉื่อ มี(@NameIsNovel)วงปีอยู่มากมาย พลางแผ่กลิ่นอายแห่งความเก่าแก่โบราณออกมาทั่วทั้งท่อน
ส่วนกล่องหยกอีกใบหนึ่งนั้นคือศิลาห้าสีที่(@NameIsNovel)ส่องแสงหลากสีสัน มิได้(@NameIsNovel)ดูสับสนวุ่นวาย ทว่า(@NameIsNovel)กลับให้ความรู้สึกโปร่งใสราวกับผลึกแก้วใสกระจ่าง พร้อมทั้งพลังงานวิญญาณที่(@NameIsNovel)แผ่ซ่านออกมาอย่างเปี่ยมล้น
แม้จะอยู่ห่างจากแท่นศิลาออกไปไกล ก็ยังสัมผัสถึงกลิ่นอายโบราณของท่อนไม้สีเหลืองและ(@NameIsNovel)พลังงานวิญญาณจากศิลาห้าสีได้(@NameIsNovel)อย่างชัดเจน
กระนั้นก็ตาม มิเคยได้(@NameIsNovel)เห็นศิลาห้าสีและ(@NameIsNovel)เจี้ยนมู่มาก่อน จึงมิอาจยืนยันได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)ของจริงแท้หรือไม่
“นั่นคือเจี้ยนมู่และ(@NameIsNovel)ศิลาห้าสีจริงๆ!” ผู้บำเพ็ญท่านหนึ่งซึ่งมี(@NameIsNovel)ประสบการณ์ยิ่งในโถงอุทานขึ้น ผู้คนมากมายต่างหันไปมองร่างในชุดดำด้วยสายตาตกตะลึงพรึงเพริด
ชายชุดดำยืนนิ่งงัน ผ้าคลุมหน้าใต้หมวกไม้ไผ่มิได้(@NameIsNovel)ไหวติงแม้แต่น้อย ราวกับมิได้(@NameIsNovel)รับรู้ถึงสายตาโดยรอบเลยแม้แต่น้อย
“มิมี(@NameIsNovel)ปัญหาใด นี่คือเจี้ยนมู่และ(@NameIsNovel)ศิลาห้าสีของจริงแท้ สหายท่านนี้ช่างมี(@NameIsNovel)วาสนายิ่งนักหนา” สหายเจียอิ่นเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว พลางกล่าวด้วยรอยยิ้มแย้ม
“ในเมื่อสิ่งของมิมี(@NameIsNovel)ปัญหาใด สหายโปรดนำผลไม้อมตะทั้งสองลงมาได้(@NameIsNovel)หรือไม่” ชายชุดดำกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยชา
สหายเจียอิ่นส่งสัญญาณให้ผู้อาวุโสท่านหนึ่งแห่งวัดอู๋จวง ผู้อาวุโสท่านนั้นจึงหยิบป้ายหยกออกมา พลางโบกไปยังยอดเสาหยกทั้งสอง
ลำแสงสีเงินสายหนึ่งพุ่งทะยานออกไป กวาดผ่านยอดเสาทั้งสอง อินทผลัมอมตะวายุอัสนีและ(@NameIsNovel)น้ำลายจิ้งจอกสวรรค์ก็ลอยออกมาเอง และ(@NameIsNovel)ร่อนลงสู่โต๊ะศิลาตามการร่ายคาถาของผู้อาวุโส
--------------------