หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 1,177
ตอนที่ 1,177 : ปีกวายุอัสนี
ตอนที่ 1177
เซินล่วนั่งขัดสมาธิ รวบรวมสมาธิให้มั่นคง ก่อนโคจรพลังเพื่อหลอมรวมอินทผลัมเซียนวายุอัสนีที่(@NameIsNovel)อยู่ภายในกายต่อไป
พลันพลังปราณแห่งวายุและ(@NameIsNovel)อัสนีก็ปรากฏขึ้นปกคลุมกายบุรุษหนุ่มอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์
กล้ามเนื้อทุกมัด เส้นลมปราณทุกสาย และ(@NameIsNovel)กระดูกทุกชิ้นในร่างกายต่างดูดซับพลังปราณจากอินทผลัมเซียนอย่างหิวกระหาย โดยเฉพาะกระดูกที่(@NameIsNovel)ดูดกลืนพลังปราณวายุอัสนีราวกับโคกระหายน้ำ ส่งผลให้กระดูกหนาขึ้นเล็กน้อย ทั้งยังโปร่งแสงและ(@NameIsNovel)แข็งแกร่งจนดูคล้ายจะไม่มี(@NameIsNovel)สิ่งใดทำลายได้(@NameIsNovel)
เซินลั่วกัดฟันแน่น ใบหน้าฉายแววเจ็บปวด
สรรพคุณของอินทผลัมเซียนวายุอัสนีคล้ายคลึงกับโอสถเสริมกระดูกที่(@NameIsNovel)เคยใช้มาก่อน ทว่า(@NameIsNovel)พลังชีวิตที่(@NameIsNovel)แฝงอยู่กลับรุนแรงกว่า(@NameIsNovel)มากนัก ยามนี้อินทผลัมเซียนวายุอัสนียังละลายไปไม่ถึงหนึ่งในสิบส่วน ร่างกายที่(@NameIsNovel)แข็งแกร่งของเซินลั่วก็ยังแทบจะทนรับไม่ไหว ทว่า(@NameIsNovel)ความเจ็บปวดระดับนี้ย่อมทนได้(@NameIsNovel)อยู่แล้ว
เขา(@NameIsNovel)หายใจเข้าลึกๆ สงบจิตใจลง ก่อนจะเริ่มโคจรวิชาหวงถิง
พลังปราณวายุอัสนีที่(@NameIsNovel)ไหลเวียนในกายถูกดูดซับเร็วยิ่งขึ้น วิชาหวงถิงที่(@NameIsNovel)หยุดนิ่งมานานก็เริ่มก้าวหน้าอีกครั้ง อีกทั้งยังรวดเร็วกว่า(@NameIsNovel)เมื่อครั้งใช้โอสถเสริมกระดูกมากนัก
เซินลั่วดีใจอย่างยิ่ง อินทผลัมเซียนวายุอัสนีสามารถเร่งการฝึกฝนวิชาหวงถิงได้(@NameIsNovel)จริง!
ครึ่งวันต่อมา เซินลั่วพลันอุทานเบาๆ พร้อมกับลืมตาขึ้น แล้วใช้มือสัมผัสซี่โครงสองซี่ที่(@NameIsNovel)แผ่นหลัง
มิรู้ว่า(@NameIsNovel)ตั้งแต่เมื่อใด บนซี่โครงทั้งสองข้างปรากฏลวดลายวิญญาณสีทองปนเขียวขึ้นเป็น(@NameIsNovel)สองแถว ลักษณะเป็น(@NameIsNovel)รูปสายลมเกรี้ยวกราดที่(@NameIsNovel)แฝงกลิ่นอายแห่งสายฟ้า ดูลึกลับเปี่ยมพลังศักดิ์สิทธิ์
“ลวดลายวิญญาณพวกนี้มาจากไหนกัน”
ด้วยความฉงนงัน จึงหลอมอินทผลัมเซียนต่อไป พร้อมกับแผ่สัมผัสจิตเทวะสำรวจทั่วร่างกายอย่างละเอียด ไม่นานนักก็พบที่(@NameIsNovel)มาของลวดลายวิญญาณสีทองปนเขียว ซึ่งก็คืออินทผลัมเซียนวายุอัสนีนั่นเอง
หลังจากอินทผลัมเซียนถูกหลอมเป็น(@NameIsNovel)พลังปราณวายุอัสนี ภายในนั้นก็ปรากฏลวดลายวิญญาณสีทองปนเขียวที่(@NameIsNovel)ละเอียดลออยิ่งยวดออกมาด้วย ลวดลายเหล่านี้เคลื่อนไหวไปทั่วร่างราวกับมี(@NameIsNovel)ชีวิต แหวกว่า(@NameIsNovel)ยอยู่ภายในอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งไปรวมตัวกันที่(@NameIsNovel)ซี่โครงทั้งสองข้างของเซินลั่ว
“อินทผลัมเซียนวายุอัสนีสมกับเป็น(@NameIsNovel)ของวิเศษแห่งฟ้าดินโดยแท้ กลับมี(@NameIsNovel)อิทธิฤทธิ์ลี้ลับเช่นนี้ แต่ลวดลายวิญญาณพวกนี้คืออะไรกัน” หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เซินลั่วก็หยุดบำเพ็ญเพียรชั่วคราว แล้วถ่ายทอดปราณเต๋าเข้าไปในลวดลายวิญญาณทั้งสอง
ลวดลายวิญญาณพลันส่องสว่า(@NameIsNovel)งจ้าขึ้นมาราวกับถูกกระตุ้น
แสงสีทองปนเขียวทะลุผ่านร่างกาย พุ่งออกมาจากแผ่นหลัง กลายเป็น(@NameIsNovel)ปีกวิญญาณสีทองปนเขียวเลือนรางสองข้าง
กล้ามเนื้อบริเวณซี่โครงเริ่มขยับไหวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะนูนออกมา กลายเป็น(@NameIsNovel)ปีกเนื้อขนาดใหญ่สองข้างอย่างเลือนราง
“กินอินทผลัมเซียนวายุอัสนีแล้วมี(@NameIsNovel)ปีกงอกออกมาด้วยรึนี่!” เซินลั่วตกตะลึง
ทว่า(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ไม่ปรารถนาจะกลายเป็น(@NameIsNovel)มนุษย์ปักษามี(@NameIsNovel)ปีก จึงรีบโคจรวิชาหวงถิงเพื่อสะกดการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย
แสงสีทองเจิดจ้าปะทุขึ้นจากภายในกาย เข้าควบคุมลวดลายวิญญาณสีทองปนเขียวบนซี่โครง หยุดยั้งการขยับของกล้ามเนื้อบนแผ่นหลัง ซึ่งจากนั้นก็ค่อยๆ หดกลับคืนสู่ร่างกาย
“โชคดีที่(@NameIsNovel)วิชาหวงถิงสามารถสะกดการเปลี่ยนแปลงที่(@NameIsNovel)ผิดปกติของลวดลายวิญญาณสีทองปนเขียวเหล่านี้ได้(@NameIsNovel)”
เซินลั่วถอนหายใจอย่างโล่งอก ลองถ่ายทอดปราณเต๋าเข้าไปในลวดลายวิญญาณสีทองปนเขียวอีกครั้ง ปีกวิญญาณสีทองปนเขียวก็ปรากฏขึ้นอีกครา แต่ครั้งนี้ลวดลายวิญญาณถูกวิชาหวงถิงควบคุมไว้ ทำให้ไม่มี(@NameIsNovel)ปีกเนื้อเติบโตขึ้นบนแผ่นหลัง
เซินลั่วลุกขึ้น หันศีรษะไปมองปีกวิญญาณทั้งสองข้างที่(@NameIsNovel)อยู่ด้านหลัง รู้สึกว่า(@NameIsNovel)สามารถควบคุมได้(@NameIsNovel)อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มี(@NameIsNovel)อาการติดขัดแต่อย่างใด
ภายในปีกวิญญาณทั้งสองข้างอัดแน่นไปด้วยพลังแห่งวายุและ(@NameIsNovel)อัสนี เมื่อเซินลั่วลองกระตุ้นพลังนั้นดู เพียงแค่กระพือปีกเบาๆ ทิวทัศน์รอบกายก็พร่าเลือนในทันที ร่างกายทั้งร่างพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ
“หยุด...” เบื้องหน้าคือผนังหินที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)การผนึกป้องกันอยู่ เซินลั่วพยายามจะหยุดอย่างเร่งรีบแต่ก็ช้าไปก้าวหนึ่ง เสียงดัง “ปัง” ร่างกระแทกเข้ากับผนังหินของห้องลับอย่างจัง
ร่างกายของเซินลั่วแข็งแกร่ง การกระแทกเช่นนี้จึงไม่ทำให้บาดเจ็บ แต่การที่(@NameIsNovel)ถูกสิ่งที่(@NameIsNovel)อยู่ในร่างกายตัวเองเล่นงานจนเสียท่า ก็นับว่า(@NameIsNovel)น่าอับอายพอสมควร โชคดีที่(@NameIsNovel)ไม่มี(@NameIsNovel)ผู้อื่นอยู่ด้วย
“ปีกวายุอัสนีนี้ดูไม่ธรรมดาเลยทีเดียว นี่เพิ่งจะเป็น(@NameIsNovel)แค่ขั้นเริ่มต้นเท่านั้น หากข้าหลอมอินทผลัมเซียนวายุอัสนีจนหมดสิ้น พลังของมันคงจะยิ่งใหญ่กว่า(@NameIsNovel)นี้เป็น(@NameIsNovel)แน่
น่าเสียดายที่(@NameIsNovel)ข้าไม่ได้(@NameIsNovel)มาจากเผ่าวิหคสวรรค์ของเผ่าปีศาจ มิเช่นนั้น ปีกวายุอัสนีคู่นี้คงจะแสดงอานุภาพได้(@NameIsNovel)มากกว่า(@NameIsNovel)นี้...” เซินลั่วพึมพำกับตนเอง
คำพูดของเซินลั่วหยุดชะงักลง ดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้า
แม้จะมิได้(@NameIsNovel)มาจากเผ่าวิหคสวรรค์ แต่บุรุษหนุ่มเคยได้(@NameIsNovel)รับพลังเทวะอันน่าทึ่งจากแดนฝัน นั่นคือเคล็ดวิชาทะยานปีกพันลี้ น่าเสียดายที่(@NameIsNovel)ต้องอาศัยปีกทองเงินของเผิงอสูรจึงจะฝึกฝนได้(@NameIsNovel) แม้จะเชี่ยวชาญพลังเทวะอันน่าทึ่งนี้ แต่ก็ไม่สามารถฝึกฝนในโลกแห่งความเป็น(@NameIsNovel)จริงได้(@NameIsNovel)
บัดนี้เมื่อมี(@NameIsNovel)ปีกวายุอัสนีแล้ว จะสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชานี้ได้(@NameIsNovel)หรือไม่
เมื่อคิดถึงจุดนี้ หัวใจของเซินลั่วก็เต้นระรัว
เขา(@NameIsNovel)เคยได้(@NameIsNovel)สัมผัสกับพลังของเคล็ดวิชาทะยานปีกพันลี้ในแดนฝันมาหลายครั้ง มันคือวิชาช่วยชีวิตโดยแท้จริง
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ตอนที่(@NameIsNovel)ถูกจอมราชันย์เก้าเศียรไล่ล่า หากมี(@NameIsNovel)เคล็ดวิชานี้อยู่กับตัว ป่านนี้คงหนีไปได้(@NameIsNovel)นานแล้ว จอมราชันย์เก้าเศียรคงยากที่(@NameIsNovel)จะไล่ตามทัน
“จะได้(@NameIsNovel)ผลหรือไม่ ต้องลองดูก่อน แต่ว่า(@NameIsNovel)ในแดนฝัน ปีกทองเงินถูกหลอมรวมเข้ากับแขน ข้าจะลองดูว่า(@NameIsNovel)ลวดลายวิญญาณวายุอัสนีทั้งสองนี้จะสามารถย้ายจากกระดูกสันหลังมาที่(@NameIsNovel)แขนได้(@NameIsNovel)หรือไม่” เซินลั่วตัดสินใจอย่างรวดเร็วและ(@NameIsNovel)นั่งขัดสมาธิอีกครั้ง
ปีกวายุอัสนีแตกต่างจากปีกทองเงินอยู่บ้าง จึงไม่แน่ใจว่า(@NameIsNovel)จะสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชาทะยานปีกพันลี้ได้(@NameIsNovel)หรือไม่ ทำได้(@NameIsNovel)เพียงพยายามทำให้สภาพร่างกายใกล้เคียงกับในแดนฝันมากที่(@NameIsNovel)สุด
เซินลั่วโคจรวิชาหวงถิง พยายามเคลื่อนย้ายลวดลายวิญญาณสีทองปนเขียวบนกระดูกสันหลังและ(@NameIsNovel)ซี่โครง
วิชาหวงถิงในฐานะสมบัติล้ำค่าของภูเขา(@NameIsNovel)ฟางชุน มี(@NameIsNovel)พลังที่(@NameIsNovel)คาดเดาไม่ได้(@NameIsNovel)ดุจพลังเทวะ ขณะที่(@NameIsNovel)โคจรวิชาอย่างต่อเนื่อง ลวดลายวิญญาณสีทองปนเขียวทั้งสองบนกระดูกสันหลังและ(@NameIsNovel)ซี่โครงก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ
หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ ในที่(@NameIsNovel)สุดพวกมันก็ย้ายไปอยู่ที่(@NameIsNovel)กระดูกแขนได้(@NameIsNovel)สำเร็จ
เซินลั่วถอนหายใจอย่างโล่งอก นั่งขัดสมาธิและ(@NameIsNovel)หลอมอินทผลัมเซียนวายุอัสนีต่อไป
ลวดลายวิญญาณสีทองปนเขียวยังคงไหลออกมาจากภายในอินทผลัมเซียนวายุอัสนีอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากลวดลายวิญญาณก่อนหน้านี้ได้(@NameIsNovel)ย้ายไปอยู่ในแขนแล้ว
ลวดลายใหม่เหล่านี้จึงมิได้(@NameIsNovel)ไหลไปยังกระดูกสันหลังและ(@NameIsNovel)ซี่โครง แต่กลับมารวมตัวกันที่(@NameIsNovel)แขนและ(@NameIsNovel)หลอมรวมเข้ากับลวดลายวิญญาณทั้งสองอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งวันหนึ่งคืนผ่านไป แสงสีทองพลันสาดส่องไปทั่วร่างของเซินลั่ว พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของมังกรและ(@NameIsNovel)ช้าง ปรากฏมังกรทองสามตัวและ(@NameIsNovel)ช้างทองสามเชือกขึ้นรอบกาย โคจรและ(@NameIsNovel)ร่ายรำ
ด้วยเหตุนี้ วิชาหวงถิงของเซินลั่วจึงก้าวหน้าไปอีกขั้นอย่างมั่นคง บรรลุถึงขั้นที่(@NameIsNovel)สาม
เซินลั่วไม่หยุดการบำเพ็ญเพียร อินทผลัมเซียนวายุอัสนียังไม่ถูกหลอมจนหมดสิ้น จึงรีบหลับตาลงเพื่อเสริมพลังจากผลไม้วิเศษต่อไป
อีกหนึ่งวันหนึ่งคืนผ่านไป แสงสีทองบนกายก็สว่า(@NameIsNovel)งวาบขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงร้องอันแหลมคมที่(@NameIsNovel)แหวกฟ้า มังกรทองสี่ตัวและ(@NameIsNovel)ช้างทองสี่เชือกก็ปรากฏกายขึ้น วิ่งพล่านอยู่ในห้องลับ
พลังอันท่วมท้นที่(@NameIsNovel)ไม่อาจต้านทานได้(@NameIsNovel)แผ่ออกมาจากภายในมังกรทองและ(@NameIsNovel)ช้างทอง ทำให้อากาศโดยรอบสั่นสะเทือนและ(@NameIsNovel)ส่งเสียงหึ่งๆ แม้แต่ผนังหินของห้องลับก็ยังสั่นไหวไม่หยุด
ครู่ต่อมา มังกรทองและ(@NameIsNovel)ช้างทองก็กลับคืนสู่ร่างกาย เซินลั่วค่อยๆ ลืมตาขึ้นและ(@NameIsNovel)ลุกขึ้นยืน
ด้วยพลังของอินทผลัมเซียนวายุอัสนี ทำให้เซินลั่วสามารถทะลวงผ่านวิชาหวงถิงไปถึงขั้นที่(@NameIsNovel)สี่ได้(@NameIsNovel)สำเร็จ และ(@NameIsNovel)ด้วยเหตุนี้ อินทผลัมเซียนวายุอัสนีก็ถูกหลอมจนหมดสิ้นเช่นกัน
การที่(@NameIsNovel)สามารถทำให้วิชาหวงถิงก้าวหน้าขึ้นสองระดับติดต่อกันได้(@NameIsNovel)นั้น ทำให้เซินลั่วพึงพอใจเป็น(@NameIsNovel)อย่างมาก บัดนี้วิชาหวงถิงได้(@NameIsNovel)บรรลุถึงขั้นที่(@NameIsNovel)สี่แล้ว พลังกายของเซินลั่วก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลอีกครั้ง
สามารถปลดปล่อยพลังอันมหาศาลที่(@NameIsNovel)สามารถทลายภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)แยกทะเลได้(@NameIsNovel)ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย
ร่างกายก็แข็งแกร่งขึ้นเป็น(@NameIsNovel)พิเศษ โดยเฉพาะกำปั้น ซึ่งแทบจะเทียบได้(@NameIsNovel)กับศาสตราเวท
ที่(@NameIsNovel)สำคัญที่(@NameIsNovel)สุดคือ เส้นลมปราณภายในร่างกายได้(@NameIsNovel)รับการเสริมความแข็งแกร่งอย่างมาก กลายเป็น(@NameIsNovel)เหนียวแน่นอย่างเหลือเชื่อ
แม้ว่า(@NameIsNovel)พลังปราณปีศาจจะปะทุขึ้นอีกครั้ง ก็มั่นใจว่า(@NameIsNovel)จะสามารถต้านทานได้(@NameIsNovel)อย่างง่ายดาย และ(@NameIsNovel)จะไม่ซ้ำรอยสถานการณ์ใกล้ตายที่(@NameIsNovel)เคยเผชิญเมื่อเส้นลมปราณเกือบจะถูกทำลายในครั้งก่อน
(หมายเหตุผู้แปล/ผู้เรียบเรียง):
สรรพคุณของ "อินทผลัมเซียนวายุอัสนี" นี้ ได้(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)การกล่าวถึงไว้ก่อนหน้านี้ใน ตอนที่(@NameIsNovel) 1,103 (ช่วงงานเลี้ยงวัดอู๋จวง) โดยในเรื่องได้(@NameIsNovel)อ้างอิงถึงตำนานของ "เหลยเจิ้นจื่อ" (เทพสายฟ้าในเรื่องห้องสิน) ที่(@NameIsNovel)กินผลไม้นี้เข้าไปแล้วงอกปีกวายุอัสนีออกมา ทำให้สามารถเหาะเหินเดินอากาศและ(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)พละกำลังมหาศาลครับ
-------------------