หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 1,386
ตอนที่ 1,386 : เฒ่าเต่าสารเลว
ตอนที่ 1386
“คิดจะหนีไปไหน!”
หลงหยาตะโกนลั่น กระบี่บินสีดำรูปเขี้ยวสองเล่มในมือเขา(@NameIsNovel)พุ่งทะยานดุจดาวตก ก่อเกิดเงากระบี่พร่าเลือนราวภาพฝัน
อสูรเพลิงแดงพลันตาลายพร่าเลือน ยืนทรงตัวไม่อยู่ราวกับผู้เมาสุรา
“เขี้ยวสว่า(@NameIsNovel)นคร่าชีพ” หลงหยาพึมพำราวละเมอ
“ฉึก” “ฉึก” เสียงเบาๆ ดังขึ้นสองครา
กระบี่บินรูปเขี้ยวทั้งสองเล่มพลันปรากฏขึ้นจากความว่า(@NameIsNovel)งเปล่าที่(@NameIsNovel)ลำคออสูรเพลิงแดง ก่อนจะฟันผ่าร่างมัน เงากระบี่พร่าเลือนราวภาพฝันที่(@NameIsNovel)เคยพลิ้วไหวก็พลันสลายหายไปในอากาศธาตุ
อสูรเพลิงแดงมิอาจล่วงรู้เลยว่า(@NameIsNovel)กระบี่บินรูปเขี้ยวมาถึงตัวมันได้(@NameIsNovel)อย่างไร ในใจบังเกิดความตื่นตระหนก ทว่า(@NameIsNovel)กลับมิได้(@NameIsNovel)หวาดกลัวอย่างแท้จริง
ด้วยกายธาตุที่(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)วิญญาณเพลิง ย่อมเกรงกลัวเพียงอิทธิฤทธิ์และ(@NameIsNovel)ศาสตราเวทแห่งธาตุน้ำเท่านั้น มิเกรงกลัวการโจมตีอื่นใดเลย
เมื่อไร้ซึ่งเงากระบี่พร่าเลือนรบกวน สัมผัสของอสูรเพลิงแดงก็กลับคืนสู่สภาพปกติ ร่างกายสว่า(@NameIsNovel)งวาบด้วยแสงอัคคี เตรียมจะกลายร่างเป็น(@NameIsNovel)วิญญาณเพลิงเพื่อหลุดพ้นจากกรงเล็บกระบี่บินรูปเขี้ยว
ทว่า(@NameIsNovel)พลังลึกล้ำสายหนึ่งกลับถูกส่งผ่านจากกระบี่บินรูปเขี้ยวเข้าสู่ร่างของมัน ทำให้จิตวิญญาณเทวะปั่นป่วน หดขยายตัวอย่างฉับพลัน พลันเกิดภาพมายาขึ้นเบื้องหน้าอีกครา ราวกับตกลงสู่แดนฝันอันไร้ที่(@NameIsNovel)สิ้นสุด ความพยายามที่(@NameIsNovel)จะเปลี่ยนร่างเป็น(@NameIsNovel)ไอจึงหยุดชะงักลง
หลงหยาอ้าปากกว้าง พ่นลำแสงสีดำสายหนึ่งออกมาแปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)หัวมังกรสีดำ พุ่งทะลุร่างอสูรเพลิงแดง ในปากคาบเงาร่างที่(@NameIsNovel)คล้ายวิญญาณของอสูรเพลิงแดงไว้ แล้วกลืนกินลงไปทั้งร่าง
แสงวิญญาณในดวงตาอสูรเพลิงแดงดับวูบลงอย่างสิ้นเชิง ก่อนร่างจะระเบิดออกเป็น(@NameIsNovel)ประกายเพลิงนับไม่ถ้วน สลายหายไปในความว่า(@NameIsNovel)งเปล่า
“ข้ามิรู้ว่า(@NameIsNovel)หัวมังกรสีดำที่(@NameIsNovel)หลงหยาแปลงกายเมื่อครู่นี้เป็น(@NameIsNovel)อิทธิฤทธิ์แบบใดกันแน่ ถึงกับสามารถกลืนกินวิญญาณได้(@NameIsNovel) ช่างพิสดารล้ำลึกและ(@NameIsNovel)น่าพรั่นพรึงยิ่งนัก!” เซินลั่วซึ่งเฝ้ามองจากระยะไกล สีหน้าฉายแววประหลาดใจ
อีกด้านหนึ่ง กุยเชียนเหนียนซึ่งทรงตัวกลับมาได้(@NameIsNovel)ด้วยความช่วยเหลือเซินลั่ว ครั้นเห็นหลงหยาจัดการคู่ต่อสู้ได้(@NameIsNovel)ก่อน ก็พลันรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อย เขา(@NameIsNovel)พลิกฝ่ามือพลันหยิบแตงทองแปดเหลี่ยมที่(@NameIsNovel)ห่อหุ้มด้วยแสงสีครามระยิบระยับราวกับธาราสายยาวออกมา พร้อมกับเสียงธารน้ำที่(@NameIsNovel)ดังขึ้น
แม้ปกติจะดูคล้ายคนแก่ชรา แต่เมื่อกุยเชียนเหนียนต่อสู้กลับดุดันยิ่งนัก เขา(@NameIsNovel)กระหวัดแตงทองแปดเหลี่ยมเข้าปะทะกับอสูรเพลิงแดงตัวสุดท้ายด้วยเสียง “ปัง ปัง ปัง” ดังสนั่น ซัดอสูรตนนั้นจนกระเด็นลอยไป
งูวิญญาณรูปร่างคล้ายธาราสีครามพลันพุ่งออกจากแตงทอง เลื้อยพันรอบอสูรเพลิงแดงอย่างรวดเร็ว รัดรึงแน่นหนาดุจเชือกกักขัง
“คาถาเยือกแข็ง!” กุยเชียนเหนียนพ่นแสงน้ำแข็งสีครามสายหนึ่งใส่อสูรเพลิงแดง
เสียง “แคร็ก” ดังขึ้น อสูรเพลิงแดงถูกแช่แข็งอยู่ในก้อนน้ำแข็งขนาดเท่าภูเขา(@NameIsNovel)ขนาดย่อมเปล่งประกายสีเขียวมรกต พลันแตกระเบิดออกในบัดดล ร่างอสูรเพลิงแดงที่(@NameIsNovel)อยู่ภายในก็แตกเป็น(@NameIsNovel)เสี่ยงๆ สิ้นใจลงอย่างเงียบงัน
ด้วยสายตาอันแหลมคม เซินลั่วสังเกตเห็นว่า(@NameIsNovel)ภูเขา(@NameIsNovel)น้ำแข็งสีเขียวมรกตนั้นซ่อนความลับอยู่ โดยมันได้(@NameIsNovel)แฝงพิษน้ำแข็งอันร้ายกาจไว้ ขณะที่(@NameIsNovel)แช่แข็งอสูรเพลิงแดง พิษก็เริ่มจู่โจมวิญญาณอสูร กัดกร่อนจนสิ้นใจในเวลาไม่กี่อึดใจ
ดูเหมือนว่า(@NameIsNovel)กุยเชียนเหนียนและ(@NameIsNovel)พรรคพวกจะมองเห็นจุดอ่อนของอสูรเพลิงแดงเหล่านี้เช่นกัน จึงมุ่งโจมตีวิญญาณพวกมัน
“ถุย! แค่อสูรเพลิงชั้นต่ำสามตัวกล้ามาขวางทางข้า สมควรตายนัก” กุยเชียนเหนียนจ้องมองซากอสูรเพลิงแดงอย่างเย็นชา ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างภาคภูมิใจ
เขา(@NameIsNovel)ฝึกฝนคาถาเยือกแข็งมานานหลายปี แต่ด้วยพรสวรรค์ที่(@NameIsNovel)จำกัด จึงยังขาดอีกเพียงก้าวเดียวก็จะสำเร็จสมบูรณ์ เมื่อครู่นี้ด้วยความร้อนรนขณะร่ายคาถาเยือกแข็ง กลับรู้สึกเหมือนกำลังจะทะลวงผ่านได้(@NameIsNovel) จึงบังเกิดความยินดีเป็น(@NameIsNovel)อย่างมาก
“วิชาเต๋าของท่านกุยลึกล้ำ พลังของคาถาเยือกแข็งก็ไร้เทียมทาน แค่อสูรเพลิงย่อมมิใช่คู่ต่อกรของท่าน โปรดรับบัวอัคคีแก่นปฐพีทั้งห้านี้ไปด้วย” หลงหยารีบร่อนลงไปเก็บรวบรวมบัวอัคคีแก่นปฐพีทั้งห้าดอก แล้วนำไปยื่นให้
กุยเชียนเหนียนสะบัดแขนเสื้ออย่างไม่เกรงใจ แสงสีครามสายหนึ่งก็กวาดเอาบัวอัคคีทั้งห้าดอกไป
“พวกท่านทำเช่นนี้หมายความว่า(@NameIsNovel)อย่างไร มิใช่ว่า(@NameIsNovel)ตกลงกันแล้วหรือว่า(@NameIsNovel)จะแบ่งบัวอัคคีแก่นปฐพีเหล่านี้เท่ากัน” เซินลั่วขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย ร่างพลันวูบไหวไปปรากฏข้างกายอสูรทั้งสามตน ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“แบ่งเท่ากันรึ? คิดจะแย่งอาหารจากปากข้ารึ ฝันไปเถอะ!” กุยเชียนเหนียนได้(@NameIsNovel)ยินดังนั้นก็เยาะเย้ย พลิกฝ่ามือเก็บบัวอัคคีแก่นปฐพีทั้งห้าดอกเข้าแหวนบนนิ้วมือขวา
หลงหยาก็มองเซินลั่วด้วยรอยยิ้มเย็นชา ใบหน้าเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
มี(@NameIsNovel)เพียงชิงชิงซึ่งขมวดคิ้ว ทำท่าจะเอ่ยปากพูด แต่ก็ถูกหลงหยาถลึงตาใส่จนต้องหยุดชะงัก
“เช่นนั้นก็ ท่านคิดจะบิดพลิ้วสัญญาเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนหรือ” เซินลั่วกวาดตามองสีหน้าของอสูรทั้งสาม แต่ก็มิได้(@NameIsNovel)แสดงความโกรธออกมา
“แล้วจะทำไมเล่า? ไอ้หนู อย่าคิดว่า(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)อสูรหมี(@NameIsNovel)ดำแห่งภูเขา(@NameIsNovel)ผู่ถัวหนุนหลังแล้วจะวิเศษวิโสมาจากที่(@NameIsNovel)ใด สำหรับข้าแล้ว เจ้าก็เป็น(@NameIsNovel)เพียงคนไร้ประโยชน์เท่านั้น!” กุยเชียนเหนียนกล่าวพร้อมรอยยิ้มอำมหิต
นิสัยเดิมของเขา(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)คนเจ้าเล่ห์ เรื่องความน่าเชื่อถือและ(@NameIsNovel)คำมั่นสัญญาสำหรับกุยเชียนเหนียนแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับลมตดสุนัข ไม่เคยใส่ใจ ยิ่งไปกว่า(@NameIsNovel)นั้น การที่(@NameIsNovel)ถูกอสูรหมี(@NameIsNovel)ดำกดขี่ในตลาดกลางสมุทรและ(@NameIsNovel)ต้องอดทนอดกลั้นมาตลอด พอเห็นเซินลั่วอยู่ตามลำพังเช่นนี้ จึงย่อมไม่ปล่อยไปง่ายๆ
สำหรับกุยเชียนเหนียนแล้ว เซินลั่วจะอยู่ในสายตาผู้อาวุโสแห่งตำหนักมังกรทะเลบูรพาอย่างมันได้(@NameIsNovel)อย่างไรกันเล่า
“ท่านมาจากเผ่าอสูรชั้นสูงแห่งตำหนักมังกรทะเลบูรพา แต่กลับพูดจาหยาบคายต่ำช้า ราวกับอันธพาลข้างถนน มิรู้สึกละอายต่อเกียรติแห่งเผ่าอสูรชั้นสูงบ้างเลยหรือ”
เซินลั่วเคยพบเจอคนจากตำหนักมังกรทะเลบูรพาที่(@NameIsNovel)ล้วนสง่างาม นับเป็น(@NameIsNovel)ครั้งแรกที่(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)พบคนอย่างกุยเชียนเหนียน จึงอดขมวดคิ้วมิได้(@NameIsNovel)
เซินลั่วมิคาดคิดว่า(@NameIsNovel)คำพูดเพียงประโยคเดียวจะกระตุ้นจิตสังหารของกุยเชียนเหนียนได้(@NameIsNovel)ถึงเพียงนี้ ทว่า(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ก็มิได้(@NameIsNovel)ยี่หระ
ตั้งแต่ที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ยอมรับคำขอของกุยเชียนเหนียนที่(@NameIsNovel)จะร่วมมือกัน เซินลั่วก็คาดการณ์ไว้แล้วว่า(@NameIsNovel)อีกฝ่ายอาจบิดพลิ้วสัญญา
ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบัน หากกุยเชียนเหนียนบิดพลิ้วสัญญาเสียเอง ก็จะกลายเป็น(@NameIsNovel)เรื่องง่ายขึ้น เพราะเขา(@NameIsNovel)สามารถฉวยโอกาสนี้ยึดบัวอัคคีแก่นปฐพีทั้งหมดมาเป็น(@NameIsNovel)ของตนได้(@NameIsNovel)โดยชอบธรรม
“ในเมื่อท่านผิดข้อตกลงไปก่อน ก็อย่าหาว่า(@NameIsNovel)ข้าเซินลั่วไร้น้ำใจ” เซินลั่วอ้าปากพ่นลำแสงสีแดงสายหนึ่งออกมา พุ่งตรงไปยังแขนขวาของกุยเชียนเหนียน
ขณะนั้น พวกเขา(@NameIsNovel)ยืนอยู่ใกล้กัน เซินลั่วอยู่ห่างจากกุยเชียนเหนียนเพียงสิบกว่า(@NameIsNovel)จั้ง กระบี่หยางบริสุทธิ์ถูกพ่นออกจากปาก แทบไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้(@NameIsNovel)คิด ก็พุ่งตรงเข้าถึงเบื้องหน้ากุยเชียนเหนียนในทันใด
กุยเชียนเหนียนไม่คาดคิดว่า(@NameIsNovel)เซินลั่วจะลงมือทันทีที่(@NameIsNovel)พูด ทั้งยังมิคาดคิดว่า(@NameIsNovel)กระบี่จะเร็วปานสายฟ้าแลบ หลบไม่ทันเสียแล้ว คมกระบี่กำลังจะฟันฉับเข้าใส่
แต่ในขณะนั้นเอง แสงสีดำสองสายก็พุ่งมาจากด้านข้าง พร้อมเสียง “แคร๊ง” เข้าสกัดกระบี่หยางบริสุทธิ์เอาไว้ได้(@NameIsNovel) มันคือกระบี่บินรูปเขี้ยวทั้งสองเล่มของหลงหยานั่นเอง
“เจ้าโจรเผ่ามนุษย์ บังอาจลงมือกับท่านกุย! เจ้าต้องมี(@NameIsNovel)เจตนา ไม่ดีต่อตำหนักมังกรทะเลบูรพาเป็น(@NameIsNovel)แน่แท้! วันนี้ข้าจะสังหารเจ้า ณ ที่(@NameIsNovel)นี้แทนท่านกุยเอง!” หลงหยาตามกระบี่บินรูปเขี้ยวทั้งสองมาติด ๆ พ่นหัวมังกรสีดำแบบเดิมออกมา หวังจะกลืนกินศีรษะเซินลั่ว
หลงหยารู้สึกไม่พอใจเซินลั่วมานานแล้ว ยิ่งตอนนี้เซินลั่วทำให้กุยเชียนเหนียนโกรธ หากสังหารเขา(@NameIsNovel)เสียได้(@NameIsNovel) ย่อมเป็น(@NameIsNovel)การเอาใจอีกฝ่าย จึงรีบปรักปรำเซินลั่วและ(@NameIsNovel)ลงมืออย่างโหดเหี้ยม
หลงหยามิเคยเห็นเด็กหนุ่มเผ่ามนุษย์ระดับเซียนแท้ขั้นต้นเช่นเซินลั่วผู้นี้อยู่ในสายตาเช่นกัน
ชิงชิงซึ่งเคยร่วมมือกับเซินลั่วสังหารอสูรเพลิงแดงมาก่อน ย่อมรู้ดีถึงความแข็งแกร่งของเซินลั่ว นางกำลังจะเข้าไปห้ามปราม ทว่า(@NameIsNovel)หลงหยากลับชิงลงมือก่อนเสียแล้ว
-------------------