หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 1,552
ตอนที่ 1,552 : ซุ่มโจมตี
ตอนที่ 1552
ปรมาจารย์ภูตเถิงหลับตาลง หายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบจิตใจ ก่อนจะพลันลืมตาขึ้น
ยามนี้ไร้เวลาจะใช้ศพนี้ยกระดับเคล็ดวิชาหลอมศพของตนให้เชี่ยวชาญ จึงเร่งหลอมมันให้เป็น(@NameIsNovel)ร่างจำแลงศพโดยเร็วที่(@NameIsNovel)สุด ต่อให้ไม่อาจฟื้นคืนพลังระดับไท่อี่เช่นเมื่อกาลก่อน แต่พลังต่อสู้ก็ต้องเทียบเท่าระดับเซียนแท้ขั้นสูงสุดเป็น(@NameIsNovel)แน่แท้
เมื่อได้(@NameIsNovel)ร่างศพจำแลงนี้แล้ว ย่อมไม่ต้องเกรงกลัวเถาเซียง เหยียนเลี่ย และ(@NameIsNovel)ผู้อื่นอีกต่อไป ไม่แน่ว่า(@NameIsNovel)อาจฉวยโอกาสนี้จัดการพวกมันทีละคน แล้วช่วงชิงผลประโยชน์ทั้งหมดมาเป็น(@NameIsNovel)ของตน
นับแต่ย่างเข้าสู่ดินแดนลับเทียนจี ไม่ว่า(@NameIsNovel)จะเป็น(@NameIsNovel)กลุ่มของเหยียนเลี่ยหรือเถาเซียง ก็ไม่มี(@NameIsNovel)ผู้ใดเห็นปรมาจารย์ผู้นี้อยู่ในสายตา บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่(@NameIsNovel)จะทำให้พวกมันได้(@NameIsNovel)รู้ถึงราคาที่(@NameIsNovel)ต้องจ่ายยามดูแคลนตน
แววตาปรมาจารย์ภูตเถิงฉายประกายเย็นเยียบพลางผลักฝ่ามือทั้งสองออก
ปราณทมิฬสองสายพุ่งออกจากฝ่ามือ ปะปนด้วยแมลงดำตัวจิ๋วนับไม่ถ้วน พุ่งทะลวงเข้าสู่ร่างสูงใหญ่ตรงหน้า และ(@NameIsNovel)รีบชอนไชไปทั่วอย่างรวดเร็ว
แมลงเหล่านั้นคือหนอนศพ เคล็ดวิชาหลอมศพลับเฉพาะตนของปรมาจารย์ภูตเถิง อาศัยพลังของพวกมันส่งผ่านพลังที่(@NameIsNovel)จำเป็น(@NameIsNovel)สำหรับการหลอมศพเข้าสู่ทุกส่วนของร่างอย่างรวดเร็ว เพื่อเร่งกระบวนการให้สำเร็จโดยพลัน
ทันใดนั้น ลวดลายสีดำพลันปรากฏขึ้นบนร่างศพ ก่อนจะแพร่กระจายไปทั่วอย่างรวดเร็ว
แขนขาของศพสูงใหญ่เริ่มกระตุกเล็กน้อย และ(@NameIsNovel)การเคลื่อนไหวก็รุนแรงขึ้นเป็น(@NameIsNovel)ลำดับ
ในขณะนั้น เซินลั่วมาถึงบริเวณใกล้เคียงถ้ำแล้ว ก็ใช้เนตรภูตแห่งยมโลกสอดส่องทะลุอาคมโดยรอบได้(@NameIsNovel)อย่างง่ายดาย เพื่อสำรวจสถานการณ์ภายในถ้ำ
“นี่คือการหลอมศพเช่นนั้นรึ? พลังจากศพนี้ช่างแข็งแกร่ง เทียบได้(@NameIsNovel)กับราชาศพมารสวรรค์ในครานั้นเลยทีเดียว” เซินลั่วจึงคิดจะลงมือทันที ไม่ยอมปล่อยให้การหลอมศพสำเร็จลุล่วงไปได้(@NameIsNovel)
สายตาเหลือบไปเห็นธงผืนใหญ่สีเทาขาวที่(@NameIsNovel)อยู่ด้านบนสุดของถ้ำ เขา(@NameIsNovel)พลันขมวดคิ้วเล็กน้อย
ธงผืนนี้มี(@NameIsNovel)พลังปราณหยินที่(@NameIsNovel)แข็งแกร่งยิ่งนัก เหนือกว่า(@NameIsNovel)ธงแก่นโลหิตที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)อยู่เสียอีก ดูเหมือนจะเป็น(@NameIsNovel)ศาสตราเวทชั้นยอดที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)อาคมผนึกถึงหกสิบสี่ชั้นทีเดียว
เนตรภูตแห่งยมโลกและ(@NameIsNovel)ธงผืนนี้มี(@NameIsNovel)ต้นกำเนิดพลังเดียวกัน เซินลั่วจึงสามารถสัมผัสได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)ภายในธงมี(@NameIsNovel)วิญญาณหยินที่(@NameIsNovel)แข็งแกร่งอยู่หลายตน สองตนอยู่ในระดับเซียนแท้ดุร้ายยิ่งนัก และ(@NameIsNovel)อีกนับสิบตนอยู่ในระดับมหาโพธิญาณ หากถูกปล่อยออกมาคงจะรับมือได้(@NameIsNovel)ยาก จำต้องวางแผนรับมือเสียก่อน
เซินลั่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วสะบัดแขนเสื้อ ปล่อยแสงสีทองสิบสายออกมา พวกมันลอยวนอยู่รอบถ้ำ เผยให้เห็นถึงคมกระบี่บินที่(@NameIsNovel)ปลดปล่อยแสงสีทองเจิดจ้า
กระบี่หยางบริสุทธิ์ทั้งสิบเล่มหมุนวนอย่างรวดเร็ว แสงกระบี่ที่(@NameIsNovel)พวยพุ่งออกมาเชื่อมต่อกัน ก่อเกิดเป็น(@NameIsNovel)กระบวนกระบี่แสงทองหยางบริสุทธิ์ในชั่วไม่กี่อึดใจ
“เกิดอันใดขึ้น?” ปรมาจารย์ภูตเถิงสัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงความผิดปกติรอบถ้ำในพริบตา ตกใจจนคิดจะร่ายคาถาตรวจสอบ
ในตอนนั้นเอง อาคมรอบถ้ำก็ส่งเสียงดังลั่นฉีกขาดออกจากกัน ร่างหนึ่งที่(@NameIsNovel)ห่อหุ้มด้วยสายฟ้าสีทองพลันพุ่งเข้ามา
เงากระบี่สีทองสายหนึ่งฟาดฟันลงมาก่อน หมายจะปลิดชีพปรมาจารย์ภูตเถิง
ปรมาจารย์ภูตเถิงตระหนก แต่ก็มิได้(@NameIsNovel)หยุดการหลอมศพ เพียงขยับกายเท่านั้น
ลำแสงโลหิตคล้ายแส้สายหนึ่งพุ่งทะยานออก นั่นคือเถาวัลย์หนามโลหิต ปะทะเข้ากับเงากระบี่สีทองดังเคร้ง
“เจ้าเป็น(@NameIsNovel)ใครกันแน่?” ปรมาจารย์ภูตเถิงตั้งสติได้(@NameIsNovel)แล้วตะโกนถามอย่างดุดัน
ร่างในสายฟ้าถูกพลังลึกลับห่อหุ้มไว้ มองไม่เห็นใบหน้า แม้จิตเทวะก็ไม่อาจเข้าใกล้ ทว่า(@NameIsNovel)พลังที่(@NameIsNovel)แผ่ออกมากลับทำให้ปรมาจารย์ภูตเถิงรู้สึกคุ้นเคยอยู่บ้าง
“คนที่(@NameIsNovel)มาปลิดชีพเจ้า!” ร่างในสายฟ้าแค่นเสียงเย็นเยียบ เงากระบี่สีทองพลันพร่าเลือน จากนั้นเงากระบี่อันเดียวกันก็พลันปรากฏขึ้นจากอากาศธาตุเบื้องหลังเถาวัลย์หนามโลหิต ฟาดฟันเข้าใส่ปรมาจารย์ภูตเถิงดุจสายฟ้าแลบ
ปรมาจารย์ภูตเถิงตกใจสุดขีด รีบอ้าปากพ่นปราณทมิฬสองสายออกมา ปราณนั้นพลิกกายกลางอากาศแปรสภาพเป็น(@NameIsNovel)งูยักษ์ทมิฬสองตัว พุ่งเข้าปะทะกับเงากระบี่สีทอง
ทว่า(@NameIsNovel) เปลวเพลิงสีทองดุจดวงตะวันพลันปรากฏขึ้นบนเงากระบี่สีทอง กลืนกินงูยักษ์ทมิฬสองตัวนั้นอย่างง่ายดาย โดยมิมี(@NameIsNovel)แม้ชั่วอึดใจให้ชักช้า แล้วฟาดฟันลงบนร่างปรมาจารย์ภูตเถิงในทันที
ร่างแห้งเหี่ยวของปรมาจารย์ภูตเถิงถูกผ่าออกเป็น(@NameIsNovel)สองท่อนในพริบตา แต่แล้วกลับกลายเป็น(@NameIsNovel)หุ่นไม้ ทว่า(@NameIsNovel)ก็ไม่ทันรู้ตัวว่า(@NameIsNovel)ขาทั้งสองข้างได้(@NameIsNovel)แปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)เถาวัลย์สีเขียวขนาดใหญ่สองเส้นหยั่งลึกลงไปในดินตั้งแต่เมื่อใด
ที่(@NameIsNovel)อีกด้านหนึ่งของถ้ำ แสงสีเขียวบนพื้นสว่า(@NameIsNovel)งวาบ ร่างของปรมาจารย์ภูตเถิงก็ปรากฏขึ้น ใบหน้าฉายแววตระหนกและ(@NameIsNovel)โกรธเกรี้ยวสุดขีด พร้อมกับชี้ไปยังธงผืนใหญ่สีเทาขาวเหนือถ้ำ
ธงผืนใหญ่สีเทาขาวเริ่มสั่นสะเทือนด้วยเสียงทุ้มต่ำ หมอกสีเทาหนาทึบพวยพุ่งออกมา ในพริบตาก็ปกคลุมไปทั่วทั้งถ้ำ ห่อหุ้มกายเขา(@NameIsNovel)ไว้
ภายในม่านหมอกนั้น ลมหยินพัดกรรโชกอย่างรุนแรง ไอความหนาวเย็นรุนแรงจนผิวหน้าแสบเจ็บ
ร่างที่(@NameIsNovel)ห้อมล้อมด้วยประกายอัสนีอุทานขึ้นเบาๆ ด้วยความประหลาดใจ พลางยกมือเรียกเงากระบี่สีทองกลับคืน
ทว่า(@NameIsNovel) ปราณทมิฬหลายสายพุ่งทะลักออกมาจากหมอกสีเทา พันธนาการเงากระบี่สีทองไว้ราวกับงูวิญญาณ
จากภายในปราณทมิฬ ปราณหยินสกปรกแผ่ซ่านออกมา แทรกซึมเข้าไปภายในเงากระบี่สีทอง แสงของมันพลันหม่นลงอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นร่างที่(@NameIsNovel)แท้จริงของมัน นั่นคือกระบี่บินสีทองที่(@NameIsNovel)เคยส่องประกายเจิดจ้า
แววตาดุร้ายฉายประกายในดวงตาของเขา(@NameIsNovel) ขณะที่(@NameIsNovel)ชี้ออกไปอีกครั้ง
ปราณทมิฬอีกหลายสายพุ่งออกมาจากหมอกสีเทา พันธนาการกระบี่บินสีทองอย่างเหนียวแน่นยิ่งขึ้น หมายจะกักขังมันไว้ให้จงได้(@NameIsNovel)
เมื่อเห็นดังนั้น ร่างที่(@NameIsNovel)ห้อมล้อมด้วยประกายอัสนีจึงเปลี่ยนคาถาในมือ เปลวเพลิงสีทองดุจดวงตะวันพลันปรากฏขึ้นบนกระบี่บินสีทองอีกครั้ง เผาผลาญปราณทมิฬโดยรอบจนมอดไหม้ไปสิ้น แล้วพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
ทว่า(@NameIsNovel) ลำแสงโลหิตสายหนึ่งพุ่งมาจากด้านข้าง ขวางกระบี่บินสีทองไว้อีกครั้ง นั่นคือเถาวัลย์หนามโลหิตนั่นเอง
เพลิงสุริยันแท้จริงสามารถสะกดพลังปราณหยินได้(@NameIsNovel) แต่กลับมี(@NameIsNovel)ผลน้อยนักเมื่อใช้กับศาสตราเวท กระบี่บินจึงถูกตรึงไว้ได้(@NameIsNovel)อีกครา ปะทะกันจนเกิดเสียงดังเคร้งคร้าง
ปราณทมิฬยิ่งมายิ่งมากจากทุกทิศทาง อาศัยการกำบังของเถาวัลย์หนามโลหิต โจมตีกระบี่บินสีทองอย่างต่อเนื่อง หลายต่อหลายระลอกถูกเปลวเพลิงสีทองบนกระบี่บินเผาไหม้ไป แต่ก็ยังคงตรึงกระบี่ไว้ได้(@NameIsNovel)อย่างเหนียวแน่น
กระบี่บินสีทองดูท่าจะจนหนทางแล้ว และ(@NameIsNovel)เมื่อปราณทมิฬโดยรอบเพิ่มมากขึ้น มันก็ค่อยๆ ห่อหุ้มกระบี่บินไว้จนมิดกลายเป็น(@NameIsNovel)รังไหมสีดำในที่(@NameIsNovel)สุด
เมื่อเห็นภาพนั้น ปรมาจารย์ภูตเถิงก็โล่งใจยิ่งนัก พลางยิ้มเยาะเย้ยหยันร่างที่(@NameIsNovel)ห้อมล้อมด้วยประกายอัสนี
“ข้ามิรู้ว่า(@NameIsNovel)เจ้าเป็น(@NameIsNovel)ใคร มาจากแห่งหนใด แต่หากคิดจะต่อกรกับข้า ดูท่าเจ้าจะเบื่อชีวิตตนเองแล้ว เช่นนั้นก็จงมอบจิตวิญญาณเทวะของเจ้า มาเป็น(@NameIsNovel)วิญญาณหลักระดับเซียนแท้ให้แก่ธงหมื่นอสูรของข้าเสียเถิด!” ปรมาจารย์ภูตเถิงคว้าธงหมื่นอสูรแล้วสะบัดอย่างแรง
ลำแสงสีเทาสองสายพุ่งออกมาจากธง สายหนึ่งห่อหุ้มโลงหยกดำแล้วลากพาเข้าไปในหมอกสีเทาหนาทึบ หายลับไปอย่างไร้ร่องรอย
ลำแสงสีเทาอีกสายหนึ่งพลันมืดทะมึนขึ้นในบัดดล ซึ่งก็คือปราณทมิฬสกปรกที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ใช้ก่อนหน้านี้ ลำแสงสีเทาแปรเป็น(@NameIsNovel)สีเทาดำในทันทีและ(@NameIsNovel)เข้มข้นขึ้นหลายเท่าตัว ประดุจคมกระบี่ฟาดฟันเข้าใส่ร่างที่(@NameIsNovel)ห้อมล้อมด้วยประกายอัสนี
ปราณทมิฬสกปรกนั้นมิเพียงมี(@NameIsNovel)ผลกับศาสตราเวทเท่านั้น หากยังเป็น(@NameIsNovel)ยาพิษหยินที่(@NameIsNovel)ร้ายกาจยิ่งนัก เมื่อมันแทรกซึมเข้าร่างกายแล้ว แม้แต่ระดับเซียนแท้ก็อาจจะทนทานอยู่ได้(@NameIsNovel)ไม่นานนัก
ร่างที่(@NameIsNovel)ห้อมล้อมด้วยประกายอัสนีแค่นเสียงเย็นเยียบ แสงสว่า(@NameIsNovel)งเจิดจ้าพลันสาดส่องออกมาจากสายฟ้าสีทองบนร่าง ปลดปล่อยสายฟ้าสีทองขนาดเท่าชามหลายสายพุ่งทะยานออกมา พุ่งเข้าปะทะกับลำแสงสีเทาดำ
ลำแสงสีเทาดำสลายหายไปในพริบตา สายฟ้าสีทองก็พลันสลายไปเช่นกัน และ(@NameIsNovel)พลังปราณหยินหนาทึบโดยรอบก็ถูกแรงระเบิดของสายฟ้าซัดกระจัดกระจายจนสิ้น
เมื่อประกายอัสนีดับลงแล้ว เซินลั่วก็มองไปยังธงหมื่นอสูร พยักหน้าอย่างครุ่นคิด
ศาสตราเวทชิ้นนี้ทรงพลังยิ่งนัก ปรมาจารย์ภูตเถิงไม่เคยใช้อาวุธนี้มาก่อน คงได้(@NameIsNovel)รับมาในช่วงหลายปีที่(@NameIsNovel)ผ่านมานี้ เหมาะสมยิ่งที่(@NameIsNovel)จะมอบให้แม่ทัพผีใช้
-------------------