หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / บทนำ 1

บทนำ 1 : บทนำ

ตอนที่ -99

[อ่านนิยายฟรีได้ที่ NameIsNovel] ในหอสูงที่(@NameIsNovel)แวดล้อมด้วยม่านหมอก ที่(@NameIsNovel)สุดปลายบันไดหยกเขียวยาวหลายสิบก้าว
มี(@NameIsNovel)บุรุษสวมอาภรณ์ทอง นั่งหลังตรงอยู่บนบัลลังก์ยักษ์ที่(@NameIsNovel)ขาวนวลดั่งหยกขาวอ่านตอนต่อไปฟรี

โถงอันโอ่อ่าพลันตกอยู่ในสภาพโกลาหล!

(ถ้าบอทดูดไปขอให้เซิร์ฟเวอร์บึ้ม) มิใช่เพียงอาวุธมากมายที่(@NameIsNovel)หักพัง—ทั้งขวาน ตะขอ ง้าว—ถูกทิ้งเกลื่อนพื้นเท่านั้น
แต่ยังมี(@NameIsNovel)สมบัติล้ำค่าหายากกระจัดกระจายอยู่ทุกหน อีกทั้งเสาหินมังกรอันมหึมาทั้งสองฟากก็พังครึ่ง คงเหลือเพียงตอเสาเท่านั้น

ความโอ่อ่าขลังของโถงนี้กลับตกสู่ความเงียบงันไร้ชีวิต
นอกจากบุรุษในอาภรณ์ทองผู้เดียวดายบนบัลลังก์แล้ว มิได้(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ผู้ใดเหลืออยู่ (ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด)

ชายอาภรณ์ทองผู้นั้นราวกับมิได้(@NameIsNovel)ใส่ใจ เพียงจ้องเขม็งไปยังสิ่งหนึ่งที่(@NameIsNovel)ตกอยู่บนพื้นเบื้องหน้า

(ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด) บนป้ายศักดิ์สิทธิ์ที่(@NameIsNovel)หักครึ่ง ยังคงปรากฏอักษรสีทองใหญ่สองตัว “หลิงเซียว”
แผ่กระจายรัศมี(@NameIsNovel)แห่งอำนาจไม่รู้สิ้นสุด

“ตูม!” — เสียงคำรามดังก้อง!

เพียงชั่วขณะหลังแรงสั่นสะเทือนเบาๆ รูปแบบยันต์สีเงินนับไม่ถ้วนก็ผุดขึ้นจากทุกมุมโถง
ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซ้อนทับเป็น(@NameIsNovel)ชั้นๆ ในชั่วเวลาไม่นานก็ครอบคลุมทั้งโถงดุจตาข่ายยักษ์ [อ่านนิยายฟรีได้ที่ NameIsNovel]

เสียงฟ้าคำรามจากภายนอกดังสะท้อนมิหยุด
ขณะที่(@NameIsNovel)เส้นยันต์สีเงินในโถงสว่า(@NameIsNovel)งวาบติดๆ ดับๆ พื้นดินแตกร้าว และ(@NameIsNovel)เพดานส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด

(ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด) “ในที่(@NameIsNovel)สุด… เวลานี้ก็มาถึงแล้ว!”

ชายในอาภรณ์ทองเชิดหน้าขึ้น เอื้อนเอ่ยถ้อยคำเบาๆ พลางเงยตามองเพดานโถง
บนใบหน้าปรากฏแสงขาวบางคลุมเอาไว้ จนไม่อาจมองเห็นเค้าโครงได้(@NameIsNovel)ถนัด

(ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด) ยอดวิหารสีม่วงทองพลันแตกกระจายด้วยเสียง “ปัง!”
เศษหินปลิวว่อน ท่ามกลางซากปรักหักพังนั้น ปรากฏ “กรงเล็บอสูรยักษ์” ขนาดเทียมภูผา
ทะลวงลงมาอย่างดุดัน จับคว้าบุรุษในอาภรณ์ทองโดยไร้ปรานี!

เบื้องนอก ภูเขา(@NameIsNovel)สีทองสูงตระหง่านกว่า(@NameIsNovel)หมื่นจั้ง ถูกห่อหุ้มด้วยเพลิงอสูรสีเขียวฉาน
ณ วิหารบนยอดเขา(@NameIsNovel) เสียงสวดมนต์ก้องกังวานมิหยุด
อักษรสันสกฤตสีทองนับไม่ถ้วนลอยออกมาต่อเนื่อง
ต้านทานอย่างยากลำบากต่อเปลวเพลิงปีศาจที่(@NameIsNovel)กำลังรุกคืบเข้ามา

เมื่อเวลาผ่านไป อักษรสันสกฤตสีทองที่(@NameIsNovel)ลอยออกมาจากภูเขา(@NameIsNovel)ก็ค่อยๆ ลดน้อยลง
เสียงสวดพระมนต์ที่(@NameIsNovel)ก้องกังวานก็ค่อยๆ จางหาย
จนในที่(@NameIsNovel)สุดก็ถูกเปลวเพลิงอสูรสีเขียวกลืนกินจนหมดสิ้น
ทุกสิ่งทุกเสียงดับสูญไปในความเงียบงัน (ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด)

(ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด)

ณ ปรโลกอันมืดมิด ที่(@NameIsNovel)ประตูเมืองอาถรรพ์สีดำ
เหล่าวิญญาณปีศาจประหลาดนับไม่ถ้วนพากันกรูกันออกมา
บางตนโบยบินขี่สายลมประหลาด บางตนมุดดินหนีหาย
แตกกระเจิงราวสายน้ำเชี่ยวกราก ไหลบ่าท่วมท้นออกสู่ ทุ่งร้างสีเทา เบื้องนอก

(ถ้าบอทดูดไปขอให้เซิร์ฟเวอร์บึ้ม)

ในโลกมนุษย์—ยามเที่(@NameIsNovel)ยงวัน!

ท้องฟ้ากลับมืดมิดปานราตรี
ไร้แม้แต่แสงตะวัน เมืองทั้งเมืองและ(@NameIsNovel)ทุ่งกว้างต่างดูประหนึ่งต้องจมอยู่ในยามราตรี
มี(@NameIsNovel)เพียงแสงสลัวเล็กน้อยให้เห็นรำไร

ตามเมืองเล็กใหญ่ ท่ามกลางแสงตะเกียง
ผู้คนจำนวนมากต่างเงยหน้าขึ้นมองฟ้ามืดด้วยความงุนงง หรือไม่ก็ตื่นตระหนกสุดขีด [Source: NameIsNovel]

จากฟากฟ้ามืดดำ มี(@NameIsNovel)เสียงฮัมต่ำๆ ดังคลอออกมาเป็น(@NameIsNovel)ระลอก
ยิ่งนานก็ยิ่งดัง แหลมและ(@NameIsNovel)สะท้อนสะเทือนราวเสียงร่ำไห้ของผู้คนนับหมื่นนับพัน
ความโศกเศร้าอันไร้ขอบเขตนี้กรีดแทงหูจนผู้ฟังนัยน์ตาเอ่อคลอ (ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด)

เกือบจะพร้อมกันนั้นเอง เบื้องฟ้าสูงก็พลันส่องแสงแดงวาบนับร้อยนับพัน
ตามมาด้วยอุกกาบาตสีชาดมากมาย พุ่งทะลุม่านรัตติกาลลงมา
ก้อนใหญ่ประหนึ่งภูเขา(@NameIsNovel) ก้อนเล็กเท่าเรือนหลังหนึ่ง
คำรามดังก้องสะท้านโลก ถล่มลงสู่แดนมนุษย์ แผ่ขยายไปทั่วทั้งสี่ทวีป

“ในยุคราชวงศ์ถังอันรุ่งเรือง เมื่อเหล่าอสูรกลืนกินนภา สวรรค์ร่ำไห้ ไฟสวรรค์ตกลงสู่โลกมนุษย์ ก่อเกิดหายนะหนักหน่วงแก่หมู่มวลชน”

— บันทึกภัยมหาวิปโยคอสูร (ถ้าบอทดูดไปขอให้เซิร์ฟเวอร์บึ้ม)

------------------