หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 2
ตอนที่ 2 : ตระกูลเซิน
ตอนที่ 2
“แค่ก แค่ก…”
เสียงไอรุนแรงดังขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ เซินลั่ว สะดุ้งตื่นขึ้นจากเตียงในทันที เขา(@NameIsNovel)รีบรุดหายใจลึกๆ สองสามครั้ง ก่อนจะล้วงมือไปหยิบขวดเล็กที่(@NameIsNovel)ซ่อนไว้ใต้หมอน เทยาเม็ดสีเหลืองขนาดเท่าเมล็ดถั่วออกมา แล้วกลืนลงไปอย่างรวดเร็ว
เขา(@NameIsNovel)นั่งนิ่งอยู่บนเตียงเนิ่นนาน รู้สึกถึงความอึดอัดในอกและ(@NameIsNovel)ไอเย็นที่(@NameIsNovel)เกาะกุมค่อยๆ คลายตัวลง จนในที่(@NameIsNovel)สุดจึงเป่าลมหายใจยาวอย่างโล่งอก
ด้วยรอยยิ้มขมขื่น เซินลั่วค่อยๆ สวมอาภรณ์ที่(@NameIsNovel)พับวางอย่างเรียบร้อยบนเก้าอี้ข้างเตียง จากนั้นตามความเคยชิน เขา(@NameIsNovel)เหลือบไปมองโต๊ะเขียนหนังสือที่(@NameIsNovel)มุมห้อง
บนโต๊ะมี(@NameIsNovel)ตำราสีเหลืองหม่นเก่าเก็บวางนิ่งอยู่ ปกหนังสือบันทึกด้วยอักษรสีดำเล็กๆ ที่(@NameIsNovel)เรียงเป็น(@NameIsNovel)ระเบียบเขียนไว้ว่า(@NameIsNovel)
“บันทึกเรื่องประหลาดแห่งชุนฮวา”
คิ้วของเซินลั่วขมวดแน่นก่อนจะเบือนสายตากลับมา เขา(@NameIsNovel)เปิดประตูออกช้าๆ แล้วก้าวออกไปจากห้อง
“คุณชาย”
ด้านนอกมี(@NameIsNovel)เด็กรับใช้วัยราวสิบสองหรือสิบสามปี ยืนเฝ้าอยู่ เมื่อเห็นเซินลั่วออกมา ก็รีบเข้ามาคารวะ
ในระยะไกล สามารถเห็นเรือนที่(@NameIsNovel)พักเชื่อมต่อกันหลังคากระเบื้องแดง กำแพงสีขาวนับสี่สิบถึงห้าสิบห้อง ประกอบเป็น(@NameIsNovel)คฤหาสน์ใหญ่
“เมื่อคืนข้าไอไปกี่ครั้ง? มี(@NameIsNovel)เสียงอื่นอีกหรือไม่?” เซินลั่วเอ่ยถามพลางมองเด็กรับใช้อย่างไร้แวว
“เมื่อคืนคุณชายไอสิบสามครั้งเจ้าขอรับ ไม่มี(@NameIsNovel)เสียงอื่นใด” เด็กรับใช้ตอบ ดวงตาเผยร่องรอยเหนื่อยล้าจากการอดนอน แววสายตาที่(@NameIsNovel)มองเซินลั่วแฝงด้วยความหวาดระแวง
เซินลั่วพยักหน้ารับโดยไม่กล่าวสิ่งใดอีก เขา(@NameIsNovel)ก้าวผ่านเด็กรับใช้ไปข้างหน้าอย่างเงียบงัน
เด็กรับใช้รีบเดินตามหลังอย่างรู้หน้าที่(@NameIsNovel)
หลังผ่านระเบียงยาวหลายช่วง และ(@NameIsNovel)สวนหย่อมกว้างราวหนึ่งหมู่ เซินลั่วก็มาถึงอาคารที่(@NameIsNovel)ดูเป็น(@NameIsNovel)เรือนโถงใหญ่
สองสาวใช้ที่(@NameIsNovel)ยืนอยู่หน้าหอ รีบออกมาก้มคารวะ สีหน้าของพวกนางล้วนแฝงความเกรงกลัวต่อเซินลั่ว
“ลั่วเอ๋อร์ มาแล้วหรือ ลูกเมื่อคืนหลับเป็น(@NameIsNovel)อย่างไรบ้าง? เข้ามากินซุปโสมสิ บิดาเพิ่งให้คนจัดเตรียมไว้ให้เจ้า”
เสียงบุรุษดังขึ้นด้วยความห่วงใยจากในหอ
“ขอบคุณที่(@NameIsNovel)บิดาเอาใจใส่ ข้านอนพักได้(@NameIsNovel)ดีเมื่อคืนนี้” เซินลั่วตอบด้วยน้ำเสียงสงบ แม้สีหน้าจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย แล้วก็ก้าวเข้าสู่หอ
ในหอ โต๊ะกลมวางอาหารเลิศรสนานาชนิด รอบโต๊ะมี(@NameIsNovel)ผู้คนนั่งอยู่หลายคน บุรุษวัยกลางคนผู้มี(@NameIsNovel)ผมขาวแซมแสดงความชราก่อนวัย นั่งอยู่บนที่(@NameIsNovel)นั่งประธาน เขา(@NameIsNovel)คือ เซินหยวนเก๋อ บิดาของเซินลั่ว ซึ่งขณะนี้กำลังมองบุตรชายด้วยแววตาเปี่ยมสุข
“ลั่วเอ๋อร์ตื่นแล้วหรือ! เสี่ยวชุย รีบนำซุปโสมมา ยังไม่ได้(@NameIsNovel)ยินคำสั่งท่านเจ้าบ้านหรือไร?”
สตรีงามผู้สวมอาภรณ์ประดับอัญมณีล้ำค่านั่งข้างเซินหยวนเก๋อ เอ่ยเร่งพร้อมยิ้มฝืน
“ขอบคุณท่านแม่รอง”
เซินลั่วพยักหน้าอย่างไร้เยื่อใยตอบสตรีผู้นั้น
“พี่ใหญ่”
“พี่ใหญ่”
เด็กชายและ(@NameIsNovel)เด็กหญิงที่(@NameIsNovel)นั่งข้างนางสตรี ลุกขึ้นคารวะด้วยเช่นกัน อายุราวสิบสี่สิบห้าปี ใบหน้ามี(@NameIsNovel)เค้าละม้ายคล้ายเซินลั่ว พวกเขา(@NameIsNovel)คือ เซินฉือ และ(@NameIsNovel) เซินมู่มู่ บุตรชายบุตรสาวร่วมบิดาต่างมารดา
แม้จะเป็น(@NameIsNovel)ฝาแฝด หากท่าทีต่อเซินลั่วกลับต่างกันอย่างสิ้นเชิง
น้องชาย เซินฉือ หลีกเลี่ยงไม่สบตา ใบหน้าแสดงถึงความกระอักกระอ่วนคล้ายบรรดาคนรับใช้
แต่น้องสาว เซินมู่มู่ กลับเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น หลังคารวะเสร็จก็อยากจะเอ่ยถาม แต่เมื่อเหลือบเห็นบิดา เซินหยวนเก๋อ ก็ต้องกลั้นคำไว้ในใจ
หลังจากนั่งลงแล้วดื่มซุปโสมที่(@NameIsNovel)สาวใช้ยกมาให้ เซินลั่วเพียงกินอาหารไม่กี่คำก็ขมวดคิ้ว วางตะเกียบลง และ(@NameIsNovel)ไม่แตะต้องอีก
“ลั่วเอ๋อร์ ในเมื่อเจ้ากินเสร็จแล้ว ก็ไปที่(@NameIsNovel)ห้องหนังสือกับข้าเถิด บิดามี(@NameIsNovel)เรื่องธุระบางอย่างที่(@NameIsNovel)ต้องชี้แจงแก่เจ้า”
เซินหยวนเก๋อ กล่าวด้วยเสียงแฝงความกังวล
เซินลั่วพยักหน้า กล่าวลาพอเป็น(@NameIsNovel)พิธีต่อสตรีผู้นั้น แล้วเดินตามเซินหยวนเก๋อ ออกจากโถงใหญ่
สตรีผู้นั้นมองแผ่นหลังทั้งสองจากไป สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)บึ้งตึงทันที
ส่วนเซินฉือก็ไม่อาจปกปิดแววอิจฉาบนใบหน้าได้(@NameIsNovel) ขณะที่(@NameIsNovel)เซินมู่มู่ก็เม้มริมฝีปากเล็กสีชมพูแดงอย่างไม่พอใจ เห็นได้(@NameIsNovel)ชัดว่า(@NameIsNovel)ไม่ชอบใจนักที่(@NameIsNovel)เซินลั่วหรือ “พี่ใหญ่” ของพวกนาง กินอาหารเสร็จแล้วก็รีบลุกออกไปอย่างรวดเร็ว
…
“ลั่วเอ๋อร์ เรื่องเมื่อคืนเจ้าสบายดีจริงหรือไม่?” พอทั้งคู่มานั่งในห้องหนังสือ เซินหยวนเก๋อ ก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล
“ท่านพ่อ โปรดวางใจ ข้าไม่เป็น(@NameIsNovel)อะไร เรื่อง ‘นั้น’ ก็ไม่ได้(@NameIsNovel)เกิดขึ้นอีก เพียงแต่ร่างกายของข้าทรุดโทรมลงทุกวัน แม้แต่โอสถ ‘จินเซียงอวี้’ ที่(@NameIsNovel)ข้าหลอมขึ้นเอง ก็คงประคองชีวิตต่อไปได้(@NameIsNovel)อีกไม่กี่ปี ร่างนี้ไม่อาจรักษาด้วยยาโอสถ ทั่วไปได้(@NameIsNovel)แล้ว” เซินลั่วส่ายหน้าตอบ
“อา…ลั่วเอ๋อร์ เจ้าช่างเคราะห์ร้ายแท้ แต่แรกเจ้าก็ร่างกายอ่อนแอเพราะมารดาต้องเจ็บท้องคลอดยาก มาปีกลายยังถูกรังควานด้วยภูตอสูรจนเกิดโรคร้าย หากเจ้ามี(@NameIsNovel)อันเป็น(@NameIsNovel)ไป ข้าจะไปเผชิญหน้ากับมารดาผู้ล่วงลับของเจ้าได้(@NameIsNovel)อย่างไร? ข้าสัญญาไว้ว่า(@NameIsNovel)จะดูแลเจ้าดีๆ” เซินหยวนเก๋อ ถอนหายใจหนักหน่วง แฝงร่องรอยความขมขื่น
“ท่านพ่อ คิดในแง่ดีก็แล้วกัน หากข้าไม่ล้มป่วย ก็คงไม่อาจใช้ความรู้ด้านการแพทย์ของตนหลอมโอสถ ‘จินเซียงอวี้’ จนกลายเป็น(@NameIsNovel)รากฐานให้กิจการของตระกูลเซินเรา เรื่องร้ายก็อาจกลายเป็น(@NameIsNovel)เรื่องดีเช่นกัน” เซินลั่วตอบพร้อมรอยยิ้ม
“ก็จริง ทุกวันนี้ใครพูดถึงหอการแพทย์ตระกูลเซินหรือร้านโอสถ ตระกูลเซินในเมืองชุนฮวา ล้วนรู้จักชื่อเรา แม้แต่ท่านอำมาตย์หวัง เจ้าเมือง ก็ยังยกย่องไม่น้อย” น้ำเสียงเซินหยวนเก๋อ พลันสดใสขึ้น
“นั่นก็เพราะท่านพ่อเก่งในการคบหาคน ท่านมอบโอสถ ‘จินเซียงอวี้’ ให้อำมาตย์หวัง จนรักษาโรคดื้อรังของบุตรชายเขา(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel) หากไม่อย่างนั้น แม้เราจะร่ำรวยเพียงใด เกรงว่า(@NameIsNovel)ตระกูลเซินคงเจอปัญหามานานแล้ว” เซินลั่วกล่าว ยกย่องบิดาอย่างมี(@NameIsNovel)ชั้นเชิง
“ฮ่าๆ หากไม่ใช่เพราะพ่อ–ลูกเราร่วมแรงร่วมใจกัน ตระกูลเซินจะรุ่งเรืองเช่นนี้ได้(@NameIsNovel)อย่างไร น่าเสียดายที่(@NameIsNovel)เจ้าไม่ยอมเปิดเผยตัว จนข้าต้องอ้างว่า(@NameIsNovel)โอสถวิเศษเหล่านี้เป็น(@NameIsNovel)ตำรับโบราณที่(@NameIsNovel)พบโดยบังเอิญ เรื่องนี้มี(@NameIsNovel)เพียงเจ้ากับพ่อที่(@NameIsNovel)รู้เท่านั้น แม้แต่มารดาหรือน้องๆ ของเจ้าก็ยังไม่รู้ เพราะฉะนั้น หากนางมี(@NameIsNovel)สิ่งใดล่วงเกิน ข้าหวังว่า(@NameIsNovel)เจ้าจะไม่ถือสาหาความ” เซินหยวนเก๋อหัวเราะ แต่แฝงความกังวล
“ท่านพ่อ ข้าไม่เคยใส่ใจการกระทำของนางเลย อีกอย่าง หากข้าเป็น(@NameIsNovel)อะไรไป ก็คงต้องฝากให้น้องชายต่างแม่สืบทอดตระกูลแทน สิ่งที่(@NameIsNovel)ข้าปรารถนามากที่(@NameIsNovel)สุดตอนนี้ คือขับไล่ภูตอสูรออกไป หากทำไม่ได้(@NameIsNovel) เกรงว่า(@NameIsNovel)ข้าจะอยู่ได้(@NameIsNovel)อีกเพียงไม่กี่ปี” เซินลั่วเอ่ยเสียงขื่นขม หลังเงียบไปครู่หนึ่ง
“ถ้าเจ้าไม่ติดใจเรื่องนี้ ข้าก็วางใจได้(@NameIsNovel)บ้าง อย่างไรเสีย ความกลมเกลียวในครอบครัวก็สำคัญที่(@NameIsNovel)สุด แล้วตอนนี้สุขภาพเจ้าเป็น(@NameIsNovel)อย่างไร? จำได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)ครั้งก่อนเจ้ามี(@NameIsNovel)อาการเมื่อเจ็ดวันก่อนใช่หรือไม่” เซินหยวนเก๋อถาม สีหน้าผ่อนคลายเล็กน้อย ก่อนจะกลับมากังวลอีกครั้ง
“ใช่ ตอนนั้นเกือบทำให้ ‘อาจารย์หวง’ ขาดใจตาย ส่วนปีกลาย พระนักพรต ‘กวงหมิง’ ที่(@NameIsNovel)อ้างว่า(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)อรหันต์กลับชาติมาเกิด ก็ถูกข้าทำร้ายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด พวกเขา(@NameIsNovel)ไม่มี(@NameIsNovel)วิชาอะไรจริง เป็น(@NameIsNovel)เพียงพวกหลอกลวงเท่านั้น” สีหน้าเซินลั่วหม่นหมอง
“แต่ว่า(@NameIsNovel)อาจารย์หวงกับพระกวงหมิงนั้น นับว่า(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)หมอผีที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ชื่อเสียงที่(@NameIsNovel)สุดในเมืองรอบๆ แล้ว คนอื่นก็ยิ่งไม่น่าเชื่อถือกว่า(@NameIsNovel) มิสู้ให้ข้าส่งคนไปยังนครหลวง หาหมอผีที่(@NameIsNovel)เก่งกว่า(@NameIsNovel)นี้จะดีหรือไม่?” เซินหยวนเก๋อก็จนปัญญาเช่นกัน
“ไม่จำเป็น(@NameIsNovel)หรอก นครหลวงอยู่ไกลนัก อีกทั้งเราไม่รู้จักใครที่(@NameIsNovel)นั่น ต่อให้หาคนมาได้(@NameIsNovel) เก้าในสิบก็เป็น(@NameIsNovel)พวกต้มตุ๋นเหมือนกัน อีกอย่าง อาการข้าเกิดถี่ขึ้นเรื่อยๆ รอไม่ไหวแล้ว” เซินลั่วตอบหนักแน่น
“เช่นนั้น…เจ้าหมายความว่า(@NameIsNovel)อย่างไร?” เซินหยวนเก๋อถามเสียงตกตะลึง เพราะรู้ดีว่า(@NameIsNovel)นิสัยบุตรชายคนโตไม่เคยพูดพล่อยๆ
------------------