หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 9
ตอนที่ 9 : ศิลาหยวน
ตอนที่ 9
“ศิษย์พี่เถี่ยน ศิษย์น้องเซิน พวกเจ้าทั้งสองนี่ราวกับเกิดปีสุนัขกระนั้นหรือ? ข้าพึ่งกลับมาแท้ๆ ก็มารุมต้อนข้าเสียแล้ว” เสียงหัวเราะดังพลางมือก็กำลังไขประตูห้องอย่างคล่องแคล่ว
ผู้ที่(@NameIsNovel)กำลังไขประตูคือ ไป๋เสี่ยวเถียน ส่วนศิษย์น้องเซินที่(@NameIsNovel)เอ่ยถึงนั้นคือ เซินลั่ว และ(@NameIsNovel)ศิษย์พี่เถี่ยนก็คือ เถี่ยนเถี่ยเซิง ผู้ที่(@NameIsNovel)เมื่อสองปีก่อนถูกอาจารย์หลัวมอบหมายให้นำเซินลั่วขึ้นเขา(@NameIsNovel)มา
เมื่อขึ้นเขา(@NameIsNovel)มาได้(@NameIsNovel)ไม่นาน เซินลั่วก็รู้สึกว่า(@NameIsNovel)คนผู้นี้มี(@NameIsNovel)นิสัยซื่อตรงจริงใจ เพียงแต่ขี้ขลาดไปหน่อย ทั้งที่(@NameIsNovel)มาก่อนศิษย์ส่วนใหญ่ แต่ก็มักถูก ติ้งหยวน กับพวกเย้ยหยันอยู่เสมอ
หลายครั้งที่(@NameIsNovel)ไป๋เสี่ยวเถียนและ(@NameIsNovel)เซินลั่วได้(@NameIsNovel)ยื่นมือช่วยเหลือ จึงทำให้ทั้งสามที่(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)ศิษย์สังกัดอาจารย์หลัวเดียวกัน ค่อยๆ สนิทสนมกันมากขึ้น
“เข้าข้างในก่อนเถิด เข้าข้างในก่อน…” เซินลั่วเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
ทั้งสองเร่งเร้าให้ไป๋เสี่ยวเถียนเปิดประตู จุดโคมไฟ แล้วก็พากันนั่งล้อมรอบโต๊ะกลมกลางห้อง
ไป๋เสี่ยวเถียนวางของที่(@NameIsNovel)ถือมากองลงบนโต๊ะ ปรากฏว่า(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)ห่อกระดาษน้ำมันสี่ห่อและ(@NameIsNovel)โถเคลือบเขียวสามใบ
“โอ้… กลิ่นหอมเช่นนี้… คงไม่พ้นจากร้านหงอวิ๋นเป็น(@NameIsNovel)แน่?” เมื่อเห็นห่อกระดาษน้ำมันบนโต๊ะ เถี่ยนเถี่ยเซิงถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อก
“ตาดีนัก” ไป๋เสี่ยวเถียนยิ้มรับ พลางคลี่ห่อกระดาษออก
ด้านในยังห่อด้วยใบบัวอีกชั้น พอเปิดออก กลิ่นหอมเนื้อก็ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องทันที
จากนั้นเขา(@NameIsNovel)หัวเราะพลางหยิบโถเคลือบเขียวสองใบเก็บใส่กล่องไม้เคลือบน้ำมันที่(@NameIsNovel)มุมเตียง ทิ้งไว้เพียงหนึ่งโถบนโต๊ะ
ไป๋เสี่ยวเถียนขึ้นชื่อว่า(@NameIsNovel)ชื่นชอบสุรา เซินลั่วจึงคุ้นเคยดี ส่วนเถี่ยนเถี่ยเซิงกลับสนใจแต่ห่านย่างกับหมูพะโล้อย่างเดียว ไม่ปริปากแม้แต่น้อย
“วันนี้ศิษย์น้องเซินฝึก วิชาแปรหยาง ก้าวหน้าเสียที พวกเรามาดื่มฉลองกันเถิด” ไป๋เสี่ยวเถียนรินสุรา ไป๋อวี้เซ่า ใส่ถ้วยหยกสามใบจนเต็ม แล้วชูขึ้นสูง
“ศิษย์น้องเซินก้าวหน้าแล้วหรือ? ตั้งแต่เมื่อใดกัน? เช่นนี้พวกเราก็สมควรฉลองจริงๆ” เถี่ยนเถี่ยเซิงตกใจทีแรก แต่ต่อมาก็ยินดีนัก
“ศิษย์พี่เถี่ยน ข้าเพิ่งฝึก วิชาแปรหยาง ก้าวเข้าสู่ขั้นแรกเมื่อไม่นานนี้เอง ศิษย์พี่ไป๋ยังใช้เวลาเพียงสองเดือนก็สำเร็จแล้ว แต่ข้ากลับสิ้นเวลากว่า(@NameIsNovel)สองปีเต็ม… จะให้สมควรแก่การฉลองได้(@NameIsNovel)อย่างไรเล่า” เซินลั่วเอ่ยพลางยิ้มขื่น
แม้ไม่ต้องพูดถึงไป๋เสี่ยวเถียนซึ่งเป็น(@NameIsNovel)ศิษย์สายใน กระทั่งศิษย์สายนอกโดยเฉลี่ย หากบำเพ็ญเพียรสองปีก็ล้วนสามารถฝึกผ่านสิบขั้นของ วิชาแปรหยาง ได้(@NameIsNovel)แล้วทั้งสิ้น
“เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรนั้นยาวไกลนัก เราจะเร็วหรือช้าสักนิดก็หาใช่สิ่งสำคัญ ขอเพียงก้าวไปถึงปลายทางก็เพียงพอแล้ว อีกอย่าง ศิษย์น้องเซินเจ้ามี(@NameIsNovel)ความเพียรกล้าในใจ วันข้างหน้าอาจไม่ด้อยไปกว่า(@NameIsNovel)ข้าเลยก็เป็น(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)” ไป๋เสี่ยวเถียนส่ายศีรษะพลางกล่าวด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ
“ถูกแล้ว ศิษย์พี่ไป๋พูดไม่ผิด…” เถี่ยนเถี่ยเซิงพยักหน้าส่งเสียงเสริม แต่สายตาของเขา(@NameIsNovel)กลับไม่ละไปจากห่านย่างและ(@NameIsNovel)หมูพะโล้ตรงหน้า ราวกับกำลังชั่งใจว่า(@NameIsNovel)จะเริ่มจากจานใดก่อนดี
เซินลั่วได้(@NameIsNovel)ยินคำพูดเหล่านั้นก็เพียงยิ้มบางๆ แล้ววางใจลง
ทว่า(@NameIsNovel)ในใจเขา(@NameIsNovel)กลับคิดต่างออกไป—
บนเส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียร หากก้าวแรกช้าก็หมายถึงก้าวต่อไปล้วนช้าเช่นกัน ใครจะกล้าพูดว่า(@NameIsNovel)ง่ายดายนักเล่า?
ยิ่งไปกว่า(@NameIsNovel)นั้น จุดมุ่งหมายของเขา(@NameIsNovel)ไม่ใช่เพื่อเกียรติยศ แต่เพื่อยืดอายุไขออกไป เขา(@NameIsNovel)จะกล้าให้ตนเองชักช้าได้(@NameIsNovel)อย่างไร?
เพียงแต่ความคิดเช่นนี้ เขา(@NameIsNovel)มิอาจเปิดปากบอกกับใครได้(@NameIsNovel)เลย
“อย่างไรเสียก็นับว่า(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)ข่าวดี เอาเถิด มาดื่มถ้วยนี้กันก่อน” ไป๋เสี่ยวเถียนเอ่ยด้วยรอยยิ้มสบายๆ
“ใช่แล้ว ศิษย์น้องเซิน ข้ายินดีด้วยจริงๆ” เถี่ยนเถี่ยเซิงพยักหน้า
“ขอบคุณศิษย์พี่ทั้งสอง” เซินลั่วประนมถ้วย สุราสามถ้วยถูกยกขึ้นชนกันก่อนจะยกดื่มพร้อมกัน
ภายนอกจันทร์นวล แขวนอยู่เหนือกิ่งไม้ทางตะวันตก เสียงหัวเราะในห้องค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ทันรู้ตัวเวลาก็ล่วงเลยถึงยามดึก
รู้ตัวดีว่า(@NameIsNovel)ร่างกายอ่อนแอ แถมยังดื่มไม่เก่ง เซินลั่วจึงไม่กล้าดื่มมากนัก ต่างกับไป๋เสี่ยวเถียนที่(@NameIsNovel)มักยกสุราขึ้นอ้างว่า(@NameIsNovel) “ลงโทษตนเอง” แต่กลับไม่มี(@NameIsNovel)วี่แววเมามายเลยสักนิด
ส่วนเถี่ยนเถี่ยเซิงนั้นคออ่อนนัก เพียงไม่กี่จอกใบหน้าก็แดงจัด ท้องยังเต็มไปด้วยห่านย่างและ(@NameIsNovel)หมูพะโล้ ไม่นานก็ถูกพวกเขา(@NameIsNovel)พยุงไปนอนหลับสนิทอยู่บนตั่งในโถงข้าง เสียงกรนดังลอดออกมา
เซินลั่วและ(@NameIsNovel)ไป๋เสี่ยวเถียนกลับมานั่งที่(@NameIsNovel)โต๊ะในโถงใหญ่ ครู่หนึ่งไป๋เสี่ยวเถียนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะล้วงออกมาจากแขนเสื้อ เป็น(@NameIsNovel)กระดาษยันต์สีเหลืองหนึ่งปึก พร้อมขวดหยกขาวสามใบ วางลงบนโต๊ะตรงหน้า
“ขอบคุณศิษย์พี่ไป๋” เซินลั่วเห็นสิ่งที่(@NameIsNovel)อีกฝ่ายนำมาก็รู้ทันที จึงรีบเอ่ยขอบคุณ
“ของที่(@NameIsNovel)เจ้าต้องการ ข้าเอามาให้แล้ว อีกทั้งยังมี(@NameIsNovel)บางเรื่องที่(@NameIsNovel)อยากย้ำกับเจ้าอีกครั้ง” สีหน้าของไป๋เสี่ยวเถียนที่(@NameIsNovel)ปกติเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ครานี้กลับจริงจังขึ้นเล็กน้อย
“ว่า(@NameIsNovel)มาเถิด” เซินลั่วพยักหน้า
“เรื่องการสร้างยันต์นั้นเกี่ยวพันกับกฎของสำนัก ข้าบอกได้(@NameIsNovel)ไม่มากนัก แต่ข้าเชื่อว่า(@NameIsNovel)สัจจะย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จ ศิษย์น้องมี(@NameIsNovel)ความเพียรพยายาม บางทีอาจจะค้นพบด้วยตนเองก็เป็น(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel) เพียงแต่หากไร้พลังปราณ จะใช้งานยันต์ได้(@NameIsNovel)อย่างไร เจ้าก็อาจไม่รู้สินะ?” ไป๋เสี่ยวเถียนเอ่ยขึ้น
เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินเช่นนั้น เซินลั่วก็รู้สึกปลื้มใจยิ่งนัก รู้ได้(@NameIsNovel)ทันทีว่า(@NameIsNovel)ศิษย์พี่ผู้นี้คิดจะช่วยเหลือ จึงรีบส่ายหน้า
“ยันต์นั้นกักเก็บวิญญาณแลสามารถเชื่อมต่อฟ้าดินและ(@NameIsNovel)ภูตผีได้(@NameIsNovel) เวลาจะใช้งาน ต้องจุดแกนยันต์ด้วยพลังปราณ จึงจะสำแดงฤทธิ์ได้(@NameIsNovel) แต่ถ้าผู้ไร้ปราณอยากจะใช้งานยันต์ ก็ทำได้(@NameIsNovel)เพียงอาศัยวัตถุภายนอก อย่างเช่น ศิลาหยวน” ไป๋เสี่ยวเถียนอธิบาย
“ศิลาหยวนคืออะไร?” เซินลั่วถามด้วยความฉงน เพราะไม่เคยพบคำนี้ในคัมภีร์โบราณที่(@NameIsNovel)เคยอ่านมาก่อน
“สิ่งนี้เอง”
ว่า(@NameIsNovel)จบ ไป๋เสี่ยวเถียนก็ล้วงมือจากอกเสื้อ หยิบหยกสีเทาขาวหลายก้อน ขนาดราวไข่นกพิราบ วางลงบนโต๊ะ
เมื่อเพ่งมองให้ดี เซินลั่วเห็นว่า(@NameIsNovel)พวกมันดูเหมือนหยกธรรมดา ผิวไม่เงางามนัก แถมยังมี(@NameIsNovel)รอยด่างสีน้ำตาลอยู่บ้าง แต่สิ่งผิดปกติก็คือ หากส่องในแสง จะเห็นหมอกขาวขนาดเล็กหมุนเวียนอยู่ภายในอย่างแผ่วเบา
“ใช้สิ่งนี้จุดยันต์หรือ?” เซินลั่วหยิบขึ้นมาพลิกดูพลางถาม
“ไม่ใช่เพียงเท่านั้น ยังต้องประสานกับ พลังหยางบริสุทธิ์ ของตนเองด้วย เจ้าผ่านขั้นแรกของวิชาแปรหยางแล้ว เพียงใส่ใจวิธีการใช้งานก็น่าจะทำได้(@NameIsNovel)” ไป๋เสี่ยวเถียนส่ายหัว
“ยังต้องใช้พลังหยางบริสุทธิ์ด้วย…” เซินลั่วพึมพำ
“ไม่น่าแปลกใจนัก ถึงแม้มันจะไม่ใช่ปราณแท้ แต่สำหรับผู้ที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)พลังหยางบริสุทธิ์ ที่(@NameIsNovel)อุดมสมบูรณ์ การสร้างยันต์ย่อมง่ายกว่า(@NameIsNovel)คนทั่วไป จำไว้ว่า(@NameIsNovel)การสร้างยันต์นั้นสิ้นเปลืองทั้งจิตวิญญาณและ(@NameIsNovel)พลังหยางบริสุทธิ์ อย่าได้(@NameIsNovel)ฝืนเกินไป” ไป๋เสี่ยวเถียนเตือน
“ขอบคุณศิษย์พี่ไป๋ที่(@NameIsNovel)ชี้แนะ” เมื่อรู้ว่า(@NameIsNovel)ศิษย์พี่เผยความลับให้มากเพียงนี้ ถือว่า(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)น้ำใจล้ำค่า เซินลั่วจึงรีบลุกขึ้นคารวะ
“จะขอบคุณไปใย รีบเก็บศิลาหยวนพวกนี้ไปก่อนเถิด…” ไป๋เสี่ยวเถียน ผงก คางชี้ไปที่(@NameIsNovel)โต๊ะ
ครานี้เซินลั่วไม่ปฏิเสธ รีบเก็บศิลาหยวนเข้ามือ เพราะเขา(@NameIsNovel)รู้ดีว่า(@NameIsNovel)หากไม่มี(@NameIsNovel)ไป๋เสี่ยวเถียน เขา(@NameIsNovel)คงไม่มี(@NameIsNovel)ทางได้(@NameIsNovel)ครอบครองของเช่นนี้ง่ายๆ
“บุญคุณครั้งนี้ วันหน้าหากมี(@NameIsNovel)โอกาส ข้าย่อมทดแทนให้” เซินลั่วเอ่ยอย่างจริงจัง
“เอาล่ะ หากจะทดแทนก็เพียงเลี้ยงเหล้าดอกไม้ในตัวเมืองชุนฮวาให้ข้าสักไม่กี่ไหก็พอ ฮ่าๆ …” หลังคุยเรื่องจริงจังเสร็จ ไป๋เสี่ยวเถียนก็กลับไปทำท่าทีร่าเริงดังเดิม
เนื่องจากเถี่ยนเถี่ยเซิง ยังหลับไม่รู้เรื่อง เซินลั่วจึงต้องกลับสู่ เนินสระเขียวเพียงลำพัง
ขั้นบันไดหินกลางขุนเขา(@NameIsNovel) ภายใต้แสงจันทร์กระจ่างส่องเป็น(@NameIsNovel)แสงนวล มัว เสียงแมลงกลางคืนดังแว่วรายรอบ ทำให้ผู้คนรู้สึกสดชื่น สายลมภูผา เย็นยะเยือกพัดผ่านพอดี ความมึนเมาเล็กน้อย ของเซินลั่วค่อยๆ สลายไป
เมื่อกลับถึงห้องสงบ เขา(@NameIsNovel)ก็มิรู้สึกง่วงเลยแม้แต่น้อย
------------------