หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 8

ตอนที่ 8 : บันทึกปราบอสูร

ตอนที่ 8

เพียงมองที่(@NameIsNovel)ชื่อเรื่อง ก็คล้ายเป็น(@NameIsNovel)บันทึกการเดินทาง ว่า(@NameIsNovel)ด้วยตำนานการปราบอสูรของ จางไท้ซือ ดูไปแล้วไม่น่าจะแตกต่างจากหนังสือเรื่องเล่าแปลกพิสดารที่(@NameIsNovel)เซินลั่วเคยอ่านมาก่อน ส่วนใหญ่ก็เป็น(@NameIsNovel)เพียงเรื่องแต่งเพื่อขายความประหลาดน่าอัศจรรย์เท่านั้น

เซินลั่วมิได้(@NameIsNovel)ให้ความสำคัญนัก เพียงสะบัดฝุ่นที่(@NameIsNovel)เกาะอยู่แล้วสอดเก็บใส่แขนเสื้อไว้

หลังจากตรวจค้นหลังเก้าอี้และ(@NameIsNovel)ตั่งไม้ที่(@NameIsNovel)เหลืออยู่ ก็ไม่พบสิ่งใดที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ค่าอีก จึงจำต้องหยุดและ(@NameIsNovel)เดินทางกลับสู่ เนินสระเขียว

ห้องจำเพาะสำหรับนั่งสมาธิในเนินสระเขียว เป็น(@NameIsNovel)เรือนสองชั้นเรียงต่อกัน แต่ละชั้นมี(@NameIsNovel)ห้องเล็กอยู่ราวยี่สิบห้อง เป็น(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)พำนักของเหล่าศิษย์ในสำนัก [อ่านนิยายฟรีได้ที่ NameIsNovel]

ห้องของเซินลั่วอยู่ชั้นล่าง ติดกับหน้าผา

(ถ้าบอทดูดไปขอให้เซิร์ฟเวอร์บึ้ม) เช่นเดียวกับห้องของศิษย์คนอื่น ขนาดเล็กเพียงพอสำหรับเตียงหนึ่งตั่ง พร้อมด้วยโต๊ะและ(@NameIsNovel)เก้าอี้คู่หนึ่งเท่านั้น มิได้(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)สิ่งของอื่นใด ห้องของเขา(@NameIsNovel)ก็มิใช่ข้อยกเว้น

เมื่อผลักบานประตูเข้าไป กลิ่นสนฉุนแรงก็พุ่งเข้ามาปะทะใบหน้า จนเซินลั่วถึงกับขมวดคิ้ว [Source: NameIsNovel]

ในสำนักนั้นมี(@NameIsNovel)เครื่องหอมอยู่มาก ทั้งไม้จันทน์และ(@NameIsNovel)ไม้สน อีกทั้งมิได้(@NameIsNovel)ห้ามศิษย์นำมาใช้ เพราะเมื่อจุดเผาแล้วจะช่วยให้จิตสงบ มี(@NameIsNovel)สมาธิ เหมาะแก่การเข้าสมาธิและ(@NameIsNovel)เพ่งฌาน

ทว่า(@NameIsNovel)โดยปกติแล้ว ศิษย์ทั้งหลายมักจุดเพียงดอกเดียว ให้กลิ่นหอมเพียงอ่อนๆ ไม่เหมือนกับเขา(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)จุดจนกลิ่นแรงเกือบอบอวลจนหายใจติดขัด (ถ้าบอทดูดไปขอให้เซิร์ฟเวอร์บึ้ม)

[อ่านนิยายฟรีได้ที่ NameIsNovel] แต่เขา(@NameIsNovel)เองก็จนปัญญา ห้องของเซินลั่วนั้นถูกต้นสน “ต้อนรับ” เอียงกิ่งกดทับไว้ตรงหน้าผา ทำให้บรรยากาศทั้งเย็นและ(@NameIsNovel)อับชื้น

บนโต๊ะในห้องเต็มไปด้วยหนังสือเก่าเก็บหลายสิบเล่มที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)รวบรวมมาจากมุมต่างๆ ของสำนัก ส่วนใหญ่ขึ้นราแทบทั้งสิ้น เพียงนึกก็เดาได้(@NameIsNovel)ถึงกลิ่นเหม็นอับ

หากมิใช่มี(@NameIsNovel)กลิ่นสนกลบเอาไว้ คงแทบไม่อาจอยู่ในห้องนี้ได้(@NameIsNovel)เลย

[อ่านนิยายฟรีได้ที่ NameIsNovel] เซินลั่วชินเสียแล้ว เขา(@NameIsNovel)นั่งลงที่(@NameIsNovel)โต๊ะพิงฝา ล้วงหยิบ “บันทึกปราบภูตอสูรของจางไท้ซือ” ที่(@NameIsNovel)พึ่งได้(@NameIsNovel)มาจากแขนเสื้อ วางลงบนโต๊ะตรงหน้า

หนังสือเล่มนี้ภายนอกยังดูสมบูรณ์อยู่พอควร แม้ปกเขียวจะมี(@NameIsNovel)รอยราเป็น(@NameIsNovel)จุดๆ ชวนให้ขยะแขยง แต่เนื้อในกลับยังอยู่ครบถ้วน และ(@NameIsNovel)ดูดีกว่า(@NameIsNovel)หนังสือส่วนใหญ่ที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)เก็บสะสมไว้เสียอีก

[Source: NameIsNovel] ก่อนอื่น เขา(@NameIsNovel)ยกกาน้ำชาบนโต๊ะขึ้นมาและ(@NameIsNovel)ดื่มน้ำไปอึกใหญ่ หลังจากพักไปครึ่งธูป เขา(@NameIsNovel)ก็ค่อยๆ ฟื้นกำลังกลับมาเล็กน้อย

เขา(@NameIsNovel)เปิดปกหนังสือโบราณออกมา ก็พบภาพหน้ากระดาษเหลืองซีด บนภาพนั้นเป็น(@NameIsNovel)นักพรตอ้วนท้วนสวมมงกุฎดอกบัว นุ่งห่มชุดเจ็ดดาว มือหนึ่งร่ายคาถา อีกมือหนึ่งกำดาบไว้ ท่าทีดุดันน่าเกรงขาม (ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด)

น่าจะเป็น(@NameIsNovel)ภาพของ จางไท้ซือ แต่ลายเส้นหยาบกร้าน ดูจะเป็น(@NameIsNovel)เพียงการวาดเชิงนามธรรมมากกว่า(@NameIsNovel)จะสมจริง หากมี(@NameIsNovel)คนมี(@NameIsNovel)หน้าตาเช่นนี้จริงๆ คงน่าหวาดกลัวยิ่งกว่า(@NameIsNovel)ภูตผีหรืออสูรเสียอีก

เซินลั่วหัวเราะเบาๆ พลิกหน้าต่อ แล้วเริ่มอ่านเนื้อหาอย่างจริงจัง

เมื่ออ่านเข้าไป เขา(@NameIsNovel)กลับถูกดึงดูดจนวางไม่ลง เนื้อหาเป็น(@NameIsNovel)เรื่องราวแปลกประหลาด เล่าเกร็ดต่างๆ เกี่ยวกับการที่(@NameIsNovel)จางไท้ซือปราบภูตผี อสูรในแถบหลิงหนาน [Source: NameIsNovel]

(ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด) ในหนังสือมิได้(@NameIsNovel)บอกเวลาเหตุการณ์แน่ชัด ทำให้สืบยากว่า(@NameIsNovel)ตรงกับยุคใด แต่ชื่อสถานที่(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)บันทึกไว้กลับล้วนเป็น(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)อยู่จริง ดูท่าว่า(@NameIsNovel)คงไม่ใช่เรื่องที่(@NameIsNovel)เกิดขึ้นเมื่อเนิ่นนานนัก

[อ่านนิยายฟรีได้ที่ NameIsNovel] จางไท้ซือ ผู้เป็น(@NameIsNovel)นักพรตผู้สำเร็จบำเพ็ญเพียรสู่เซียน เชี่ยวชาญทั้ง วิชาเต๋าแห่งการหลอมโอสถ และ(@NameIsNovel) สายวิชาแท้ของยันต์ศักดิ์สิทธิ์ สามารถหลอมจินตันและ(@NameIsNovel)วาดยันต์ได้(@NameIsNovel)จริง ในนิยายนี้เขา(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)ปราบภูตผีกว่า(@NameIsNovel)สิบตน ทั้งยังจัดการอสูรอย่างวิญญาณหนูและ(@NameIsNovel)ปีศาจสุนัขจิ้งจอก

เซินลั่วเคยอ่านหนังสือลักษณะนี้มามาก เนื้อหาโดยรวมก็ไม่ต่างกันนัก กลวิธีของภูตผีอสูรที่(@NameIsNovel)กล่าวถึงในเล่มนี้ยิ่งน้อยและ(@NameIsNovel)ไม่น่าตื่นตากว่า(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)เคยเจอด้วยซ้ำ ส่วนใหญ่เป็น(@NameIsNovel)เนื้อหาสามัญพวกคนถูกผีสิงหรือถูกมนตร์สะกดใจ

(ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด) สิ่งที่(@NameIsNovel)ทำให้เขา(@NameIsNovel)วางหนังสือไม่ลงกลับเป็น(@NameIsNovel) รายละเอียดวิธีการต่อสู้ภูตผีอสูร ที่(@NameIsNovel)บรรยายไว้อย่างชัดเจน เช่น เรื่องเศรษฐีผู้หนึ่งที่(@NameIsNovel)ถูกรบกวนจากปีศาจสุนัขจิ้งจอกจนอยู่อย่างไม่เป็น(@NameIsNovel)สุข จางไท้ซือมอบฝุ่นขนนกให้แขวนไว้หน้าประตู ผลสุดท้ายก็ขับไล่ปีศาจไปได้(@NameIsNovel)

นอกจากนี้ยังมี(@NameIsNovel)การเอ่ยถึงวิธีประหลาดอีกมาก เช่น ใช้เลือดสุนัขดำเขียนยันต์ ใช้มี(@NameIsNovel)ดเชือดหมูข่มภูตผี หรือใช้เหรียญทองแดงโบราณปราบสิ่งชั่วร้าย เป็น(@NameIsNovel)ต้น

บางตอนท้ายเรื่องยังแนบภาพยันต์ที่(@NameIsNovel)ใช้ไว้ด้วย ลายเส้นทรงพลังราวกับวาดออกมาในลมหายใจเดียว ให้บรรยากาศขลังอย่างน่าประหลาด

แต่เมื่อพิจารณาอย่างละเอียด เซินลั่วกลับพบว่า(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)บางอย่างผิดแปลก

(ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด) เขา(@NameIsNovel)เคยเห็นยันต์ที่(@NameIsNovel)ติดไว้เหนือประตูในสำนัก และ(@NameIsNovel)เคยเจอในหนังสืออื่นๆ ด้วย แม้ชื่อและ(@NameIsNovel)รูปแบบดูเหมือนกัน แต่รายละเอียดของลายเส้นที่(@NameIsNovel)ใช้วาดกลับแตกต่างกันอย่างชัดเจน

คิดได้(@NameIsNovel)ดังนั้น เขา(@NameIsNovel)จึงก้มหน้ารื้อค้นกองหนังสือเก่าที่(@NameIsNovel)กองพะเนินอยู่บนโต๊ะอย่างเร่งรีบ ไม่นานก็หยิบได้(@NameIsNovel)หนังสือเล่มเก่าที่(@NameIsNovel)ผุพังยิ่งกว่า(@NameIsNovel)เดิม ปกด้านนอกแทบไม่เหลือเค้า (ถ้าบอทดูดไปขอให้เซิร์ฟเวอร์บึ้ม)

หนังสือนี้ยังคงมี(@NameIsNovel)หน้าอยู่ราวสิบกว่า(@NameIsNovel)หน้าแรกที่(@NameIsNovel)อ่านได้(@NameIsNovel) แต่ส่วนที่(@NameIsNovel)เหลือถูกกัดกร่อนจนติดกันแน่น แค่พยายามดึงก็พร้อมจะร่วงเป็น(@NameIsNovel)ผง

หนังสือเล่มนั้นมี(@NameIsNovel)ชื่อว่า(@NameIsNovel) “คู่มือยันต์เร้นลับ” เป็น(@NameIsNovel)ตำราที่(@NameIsNovel)รวบรวมวิชายันต์สืบทอดมาตั้งแต่โบราณกาล ภายในกล่าวถึงกฎเกณฑ์และ(@NameIsNovel)ข้อห้ามมากมายเกี่ยวกับการสร้างและ(@NameIsNovel)การใช้ยันต์

ตามเนื้อหาใน คู่มือยันต์เร้นลับ ระบุไว้ว่า(@NameIsNovel) หากแบ่งตามหน้าที่(@NameIsNovel)แล้ว ยันต์สามารถจัดออกเป็น(@NameIsNovel)สามประเภทใหญ่ๆ ได้(@NameIsNovel)แก่ ยันต์ระงับ, ยันต์สถิต, และ(@NameIsNovel) ยันต์โจมตี

ยันต์ระงับ เช่น ยันต์ระงับใจ และ(@NameIsNovel) ยันต์ปลดร้อยเคราะห์ ส่วนยันต์สถิต เช่น ยันต์สันติ และ(@NameIsNovel) ยันต์คุ้มเรือน เป็น(@NameIsNovel)ต้น ส่วนยันต์โจมตีนั้นกลับแทบไม่ถูกกล่าวถึง มี(@NameIsNovel)เพียงระบุชื่อเอาไว้บ้าง เช่น ยันต์ยันต์เพลิงเผาปราณ และ(@NameIsNovel) ยันต์อสนีบาต

ในบรรดายันต์เหล่านี้ เซินลั่วกลับสนใจที่(@NameIsNovel)สุดก็คือ ยันต์โจมตี
ภาพเหตุการณ์ที่(@NameIsNovel)ท่านอาจารย์หลัวใช้ยันต์เหลืองสะกดควบคุมพลังหยินเมื่อครั้งก่อนยังติดตาอยู่ชัดเจน ทำให้ยากจะลืมเลือน

[อ่านนิยายฟรีได้ที่ NameIsNovel] ทว่า(@NameIsNovel)ตำราที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)อยู่ในมือกลับไม่ค่อยแตะต้องยันต์ประเภทนี้นัก จึงทำให้ยิ่งดูคลุมเครือชวนให้ค้นหา

หากวันหนึ่งเขา(@NameIsNovel)เผชิญเพียงพวกภูตผีอ่อนด้อย แค่พกยันต์สันติหรือยันต์คุ้มเรือนก็คงพอรักษาตัวให้ปลอดภัยได้(@NameIsNovel)
แต่ถ้าหากต้องเจอกับภูตผีปีศาจของจริงแล้วไซร้ การมี(@NameIsNovel) ยันต์โจมตี ติดตัวไว้ย่อมเป็น(@NameIsNovel)เกราะป้องกันที่(@NameIsNovel)มั่นคงยิ่งกว่า(@NameIsNovel)

น่าเสียดายที่(@NameIsNovel)ส่วนที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)สามารถอ่านได้(@NameIsNovel)ในตำราเล่มนี้เป็น(@NameIsNovel)เพียงเนื้อหาทั่วไปเท่านั้น ส่วนที่(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)แก่นแท้ วิธีใช้และ(@NameIsNovel)วิธีเขียนยันต์อย่างละเอียดกลับอยู่ในหน้าหลัง ซึ่งล้วนผุพังเกือบอ่านไม่ได้(@NameIsNovel)แล้ว (ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด)

เมื่อพลิกผ่านไปถึงตอนต้นของหนังสือ เซินลั่วก็พบว่า(@NameIsNovel) ยันต์สันติ ยังพอหลงเหลือให้เห็น ครั้นนึกได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)ใน บันทึกปราบภูตอสูรของจางไท้ซือ ก็มี(@NameIsNovel)กล่าวถึงเช่นกัน เขา(@NameIsNovel)จึงหยิบขึ้นมาเทียบเคียงในทันที

[อ่านนิยายฟรีได้ที่ NameIsNovel] “อืม…เหมือนกันจริงๆ” เขา(@NameIsNovel)พึมพำเบาๆ พลางสูดหายใจเข้าลึก

(ถ้าบอทดูดไปขอให้เซิร์ฟเวอร์บึ้ม) ตุง…

ในขณะนั้น เสียงกลองยามเย็นดังสะท้อนขึ้น ปลุกให้เซินลั่วหลุดออกจากภวังค์ (ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด)

เขา(@NameIsNovel)เงยหน้ามองท้องฟ้านอกหน้าต่าง จึงเพิ่งรู้ตัวว่า(@NameIsNovel)ตะวันลับขอบฟ้าไปแล้วโดยไม่ทันรู้สึกตัว

ตั้งแต่มาอยู่บนเขา(@NameIsNovel)แห่งนี้ เรื่องราวแปลกประหลาดเกี่ยวกับภูตผีวิญญาณเหล่านี้ทำให้เขา(@NameIsNovel)เกิดความสนใจไม่น้อย นอกจากฝึกฝนเพียง วิชาแปรหยาง แล้ว สำหรับวิชาเชิงรุกอย่าง ฝ่ามือฉิงหยาง เขา(@NameIsNovel)ก็ยังไม่อาจบ่มเพาะได้(@NameIsNovel) ดังนั้นเวลาส่วนใหญ่จึงใช้ไปกับการอ่านตำราต่างๆ [Source: NameIsNovel]

ไม่คิดเลยว่า(@NameIsNovel)การอ่านในวันนี้จะกินเวลาไปทั้งวันโดยไม่รู้ตัว

เซินลั่วส่ายหัวพลางหัวเราะเยาะตัวเอง ก่อนจะเก็บกวาดตำราบนโต๊ะให้เรียบร้อย ลุกขึ้นยืนแล้วก้าวออกจากห้องไป

ห่างจาก วิหารซานชิง ออกไปราวร้อยกว่า(@NameIsNovel)หลี่ เป็น(@NameIsNovel)ลานราบกว้าง ที่(@NameIsNovel)นั่นมี(@NameIsNovel)เรือนลานส่วนตัวปลูกอยู่ไม่กี่หลัง เป็น(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)พำนักของ ศิษย์สายใน แต่ละคนจะได้(@NameIsNovel)ครอบครองเรือนส่วนตัว ไม่ปะปนอยู่รวมกับศิษย์อื่นๆ

(ถ้าบอทดูดไปขอให้เซิร์ฟเวอร์บึ้ม) ยามนี้ฟ้ามืดลงแล้ว และ(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ร่างอยู่สามคนยืนรวมกลุ่มกันอยู่หน้าลานเรือนหลังหนึ่ง…อ่านตอนต่อไปฟรี

------------------