หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 37
ตอนที่ 37 : โจมตีในราตรี
ตอนที่ 37
“เรื่องนั้นเกิดขึ้นเมื่อเกือบพันปีก่อน จะเล่าให้เจ้าฟังก็ไม่เสียหาย เพียงแต่ในคัมภีร์สกุลอวี่มิได้(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)บันทึกรายละเอียดไว้ มี(@NameIsNovel)เพียงคำบอกเล่าสืบทอดจากบรรพชนเท่านั้น
ปีนั้น เมืองซ่งฝานเกิดอุทกภัยใหญ่ที่(@NameIsNovel)ไม่เคยปรากฏมานับร้อยปี แม่น้ำหลวนสุ่ยเอ่อล้นเชี่ยวกราก บริเวณที่(@NameIsNovel)บรรพชนข้าทำหน้าที่(@NameIsNovel)แจวเรืออยู่นั้น อยู่ตรงช่วงคอคอดที่(@NameIsNovel)กระแสน้ำยิ่งเชี่ยวแรง กระแสน้ำพัดเรือให้ไหลกระแทกกองหินโกลาหลกลางลำน้ำ เกือบจะพลิกคว่ำ ดีที่(@NameIsNovel)หัวเรือไปติดกับโขดหินตรงริมหาดหิน ทำให้เรือไม่พลิก
แต่บรรพชนกลับถูกเหวี่ยงตกลงน้ำ โชคดีที่(@NameIsNovel)ท่านไม่ได้(@NameIsNovel)รับอันตราย กลับกลายเป็น(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)สวรรค์มอบวาสนา เพราะท่านได้(@NameIsNovel)พบกับ คัมภีร์สวรรค์ไร้นาม ใต้กองหินโกลาหลนั้น และ(@NameIsNovel)นับแต่นั้นจึงได้(@NameIsNovel)ก้าวสู่เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียร” ลุงอวี่เอียนกล่าว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอิจฉาปนเคารพ
“เป็น(@NameIsNovel)เช่นนี้เอง บรรพชนสกุลอวี่นับว่า(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)วาสนาลึกจริงๆ” เซินลั่วเอ่ยช้าๆ พลางครุ่นคิด ในใจยังอยากซักถามต่ออีกเล็กน้อย
ทว่า(@NameIsNovel)ในขณะนั้นเอง กลับมี(@NameIsNovel)เสียงหวีดแหลมดังขึ้นพร้อมแสงสว่า(@NameIsNovel)งวาบ พลุฉุกเฉินหลายดอกพุ่งขึ้นกลางฟากฟ้าเหนือประตูเมือง
“นั่นมันอะไร?” เซินลั่วเห็นเข้าก็รีบลุกขึ้นถามด้วยความประหลาดใจ
“พลุสัญญาณฉุกเฉิน! พวกหมาอสูรกล้าบุกโจมตีเมืองยามราตรี!” ความมึนเมาของลุงอวี่เอียนพลันมลายสิ้น สีหน้าเคร่งเครียดเป็น(@NameIsNovel)อย่างยิ่ง
หัวใจเซินลั่วพลันเย็นเยียบลงเมื่อได้(@NameIsNovel)ยินเช่นนั้น
“เจ้าจงรีบไปปลุกอวี่เมิ่ง แล้วรีบมุ่งหน้าไปยังประตูเมืองช่วยพวกเขา(@NameIsNovel) แม่ทัพหมาป่าอสูรตัวนั้นเปิดปัญญาแล้ว เจ้าเล่ห์นัก หากกล้ามาโจมตีเมืองในยามนี้ เกรงว่า(@NameIsNovel)คงไม่ใช่เพียงการรังควานธรรมดา!” ลุงอวี่เอียนเอ่ยเร่งรีบ แล้วร่างก็ก้าวลอยขึ้นกลางอากาศ ควักยันต์กระดาษออกมาบดในมือ
“ฟู่—”
เมฆสีเทาก้อนหนึ่งพลันปรากฏใต้เท้า อุ้มร่างเขา(@NameIsNovel)พุ่งทะยานตรงไปยังประตูเมืองอย่างรวดเร็ว
เซินลั่วมองตามร่างที่(@NameIsNovel)ขี่เมฆลอยหายไปด้วยแววอิจฉา เขา(@NameIsNovel)กำลังจะหันหลังกลับไปปลุกอวี่เมิ่ง แต่สายตากลับพลันสะดุดกับโต๊ะหินในศาลา
หม้อสุรา พู่กันยันต์ และ(@NameIsNovel)กระดาษยันต์ที่(@NameIsNovel)ลุงอวี่เอียนเพิ่งใช้ยังคงวางอยู่ตรงนั้น ลุงจากไปอย่างเร่งรีบจนลืมหยิบติดไปด้วย
“พี่อวี่! พวกอสูรกำลังบุกเมืองในยามราตรี! ตื่นเร็วเข้า!” เซินลั่วตะโกนสุดเสียง ก้องกังวานไปทั่วเรือนสกุลอวี่
ขณะตะโกน เขา(@NameIsNovel)ก็ฉวยพู่กันยันต์ขึ้นมา เร่งวาดยันต์อัสนีบาตลงบนกระดาษยันต์อย่างรวดเร็ว
ด้วยวิชายุทธ์อันเข้มแข็ง หูของอวี่เมิ่งย่อมได้(@NameIsNovel)ยินชัด หากเขา(@NameIsNovel)เสียเวลาไปปลุกเองกลับยิ่งช้าเข้า
ไม่นานหลังเสียงของเซินลั่วเงียบลง เงาร่างหนึ่งก็วิ่งฝ่าความมืดมา ปรากฏเป็น(@NameIsNovel)อวี่เมิ่ง
แม้ยังมิได้(@NameIsNovel)แต่งกายเรียบร้อยดี แต่กลับสะพายหน้าไม้และ(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ดดำยาวคู่หนึ่งติดมือมาพร้อมหน้า
“จริงหรือ! พวกหมาป่าอสูรกำลังบุกเมืองงั้นรึ?” อวี่เมิ่งถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน
เซินลั่วกำลังจดจ่อกับการวาดยันต์ กระดาษยันต์เกือบเต็มแล้ว เพียงสะบัดข้อมือไม่กี่ครั้ง เส้นสุดท้ายก็เสร็จสมบูรณ์
ทั่วทั้งแผ่นยันต์เปล่งรัศมี(@NameIsNovel)ขาวนวลเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ เลือนหายกลับคืนสู่สภาพปกติ
“เป็น(@NameIsNovel)ความจริง! เมื่อครู่ลุงอวี่กับข้านั่งดื่มกันอยู่ที่(@NameIsNovel)นี่ ก็เห็นพลุขอความช่วยเหลือลอยขึ้นจากประตูเมือง ลุงอวี่ได้(@NameIsNovel)รีบไปแล้ว และ(@NameIsNovel)สั่งให้เราตามไปช่วยเช่นกัน” เซินลั่วรีบกล่าวพลางเก็บยันต์ที่(@NameIsNovel)เพิ่งเสร็จยัดเข้าหน้าอก
“เช่นนั้นก็รีบไปกันเถอะ” อวี่เมิ่งยื่นมี(@NameIsNovel)ดยาวสีดำเล่มหนึ่งส่งให้เซินลั่ว แล้วเตรียมวิ่งออกไป
“เจ้ามี(@NameIsNovel)ศิลาหยวนติดตัวบ้างหรือไม่? ขอยืมสักก้อน” เซินลั่วเอื้อมมือรั้งไว้ พลางเอ่ยถาม
เขา(@NameIsNovel)ไม่มี(@NameIsNovel)ศิลาหยวนติดกาย ต่อให้วาดยันต์อัสนีบาตสำเร็จ ก็ไม่อาจกระตุ้นใช้งานได้(@NameIsNovel)
อวี่เมิ่งทำหน้างุนงง แต่เมื่อระลึกได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel) เซินลั่วเพิ่งวาดยันต์ เขา(@NameIsNovel)ก็เข้าใจทันที ล้วงมือจาก อกเสื้อแล้วขว้างศิลาหยวนก้อนหนึ่งมาให้
เซินลั่วยกมือรับศิลาหยวนไว้ได้(@NameIsNovel)พอดี
แม้อวี่เมิ่งมิได้(@NameIsNovel)บำเพ็ญเพียรสายเต๋า แต่เพราะบิดาเชี่ยวชาญวิชาลงยันต์ เขา(@NameIsNovel)ย่อมพกศิลาหยวนติดตัวไว้ สำหรับใช้กระตุ้นยันต์กระดาษอยู่แล้ว
ทั้งสองวิ่งเคียงบ่าเคียงไหล่ มุ่งตรงออกสู่ถนนหลวง ม้าศึกยังมิทันก้าว พวกเขา(@NameIsNovel)ก็วิ่งฝ่าความมืดไปไม่หยุด จนถึงหน้าประตูเมือง
ชาวเมืองมากมายได้(@NameIsNovel)ยินเสียงสัญญาณเตือนภัยแล้ว ต่างจุดโคมไฟสว่า(@NameIsNovel)งไปทั่ว บางคนที่(@NameIsNovel)มิได้(@NameIsNovel)เข้าเวรยามก็รีบวิ่งออกจากบ้าน มุ่งสู่ประตูเมืองเช่นกัน ไม่นานก็มี(@NameIsNovel)ผู้คนรวมตัวกันราวยี่สิบถึงสามสิบคน
ทุกคนต่างเงียบงัน บรรยากาศหนักอึ้งปกคลุมทั่วบริเวณ
กลุ่มของพวกเขา(@NameIsNovel)เร่งฝีเท้าไปถึงประตูเมืองก่อนใคร แต่เมื่อเห็นภาพตรงหน้า สีหน้าทุกคนก็พลันเปลี่ยนไปทันที
บนท้องฟ้าเหนือกำแพงเมืองกลับปกคลุมด้วยเมฆดำหนาทึบบดบังแสงจันทร์ กดทับจนผู้คนหายใจติดขัด
บนกลุ่มเมฆมืดนั้น ปรากฏร่างสูงตระหง่านยืนอยู่ มันคืออสูรหัวหมาป่าที่(@NameIsNovel)เซินลั่วเคยเห็นไกลๆ เมื่อกลางวันนั่นเอง
ร่างของมันขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่า แปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)อสูรน่าสะพรึงสูงเจ็ดถึงแปดจ้าง ผิวทั้งร่างดำสนิท ขนหนาดกสีดำปนแดงเข้มปกคลุมทั่วอกและ(@NameIsNovel)แขน ลึกลงไปยังมองเห็นลายอักขระสีแดงดำลึกลับปรากฏบนผิวหนัง มิใช่อักขระวิญญาณ หากแต่เป็น(@NameIsNovel)ตราลี้ลับที่(@NameIsNovel)น่าขนลุกนัก!
อวี่เอียน และ(@NameIsNovel)บรรดาอาจารย์เซียนอีกห้าหกคน ลอยตัวอยู่เบื้องหน้ามวลเมฆดำ กำลังประสานมือทำวิชาลงอาคมพร้อมทั้งร่ายคาถา
สายฟ้าเปล่งประกาย ลูกไฟแดงฉาน และ(@NameIsNovel)กระบี่ปราณสาดซัดออกมาจากเหล่าอาจารย์เซียน ประดุจห่าฝนถล่มลงมาอย่างไม่หยุดยั้งใส่อสูรหัวหมาป่า
อสูรหัวหมาป่าเคลื่อนไหวสองมือ มวลเมฆดำเบื้องล่างพลันปั่นป่วน พลังชั่วร้ายสีดำแผ่กระจายออกมาหลายสิบสาย คล้ายหนวดมหึมา พุ่งต้านรับกับสายฟ้าและ(@NameIsNovel)กระบี่ปราณที่(@NameIsNovel)โจมตีเข้ามา
แสงสีแดง ขาว ดำ และ(@NameIsNovel)สีอื่นๆ ปะทะกันอย่างดุเดือดบนท้องฟ้า ทุกการกระแทกเกิดแสงเจิดจ้าเกินกว่า(@NameIsNovel)จะมองตรงๆ ได้(@NameIsNovel) พร้อมเสียงคำรามสะเทือนหูดังสนั่นหวั่นไหว
เบื้องล่างบนกำแพงเมือง เสียงการต่อสู้ก็ดังกึกก้องไม่ขาดสาย
เหล่าทหารหนุ่มแน่นผู้เฝ้ากำแพงกำลังทุ่มสุดกำลังต้านทานหมาป่าสีเทาที่(@NameIsNovel)ปีนขึ้นมากำแพง เห็นได้(@NameIsNovel)ชัดว่า(@NameIsNovel)หมาป่านับไม่ถ้วนกำลังพยายามฝืนทะลุ “กำแพงอาคม” ที่(@NameIsNovel)ปกป้องเมืองอยู่ภายนอก
กำแพงเมืองยังพอป้องกันไว้ได้(@NameIsNovel)ในตอนนี้ แต่ภัยที่(@NameIsNovel)เร่งด่วนที่(@NameIsNovel)สุดกลับอยู่ที่(@NameIsNovel) “ประตูเมือง”
ประตูเมืองที่(@NameIsNovel)แลดูมั่นคงประหนึ่งค่ายเหล็ก มิคาดกลับพังทลายเป็น(@NameIsNovel)รูใหญ่ ขอบประตูไหม้เกรียมราวกับถูกกร่อนโดยสิ่งใดบางอย่าง
อสูรหมาป่าดำร่างมหึมาโผล่ทะลุออกมาจากโพรงใหญ่กลางประตูเมืองต่อเนื่องไม่หยุด แต่ละตัวล้วนเป็น(@NameIsNovel)หมาป่าดำดุร้าย
ในยามนั้น มี(@NameIsNovel)หมาป่าดำกว่า(@NameIsNovel) 20–30 ตัวทะลักเข้ามาแล้ว กำลังพุ่งโจมตีเข้าในเมือง ขณะเดียวกัน ก็ยังมี(@NameIsNovel)หมาป่าดำอีกมากกำลังคืบคลานเข้ามาอย่างไม่สิ้นสุด
หมาป่าดำเหล่านี้ตัวใหญ่กว่า(@NameIsNovel)หมาป่าเทาบนกำแพงถึงสองเท่า ทั้งยังแข็งแกร่งกว่า(@NameIsNovel)หลายเท่า หาใช่ศัตรูที่(@NameIsNovel)คนเพียงหนึ่งหรือสองคนจะต้านรับได้(@NameIsNovel)
ทหารกว่า(@NameIsNovel)ร้อยนายที่(@NameIsNovel)เฝ้ายามยามราตรีได้(@NameIsNovel)รวมกำลังกันตรงประตูเมือง โชคยังดีที่(@NameIsNovel)กองกำลังตรงนี้มี(@NameIsNovel)อาวุธยุทโธปกรณ์ดีกว่า(@NameIsNovel)พวกบนกำแพง ทหารเหล่านี้ล้วนสวมเกราะเหล็ก ถือโล่ขนาดใหญ่ ใช้ร่างกายก่อเป็น(@NameIsNovel)กำแพงมนุษย์ สุดกำลังขัดขวางหมาป่าดำ
บรรดาผู้เฝ้ากำแพงก็ตระหนักถึงสถานการณ์อันตรายด้านล่าง จึงใช้หอกและ(@NameIsNovel)ธนูโปรยเป็น(@NameIsNovel)ห่าฝน แทงทะลุร่างหมาป่าดำอย่างต่อเนื่อง
สายตาของเซินลั่วกวาดผ่านภาพเหล่านั้น ทำให้ขนลุกวาบทั่วร่าง
หมาป่าดำเหล่านี้ล้วนแลดูผิดแปลก ดวงตาเป็น(@NameIsNovel)สีเลือด น้ำลายไหลย้อยเต็มเขี้ยวแหลมคม ราวกับตกอยู่ในห้วงคลั่ง กระทั่งถูกหอกแทงหรือธนูปัก เลือดทะลักไหลพรั่งพรู แต่กลับมิได้(@NameIsNovel)แสดงความเจ็บปวดแม้เพียงน้อย ยังคงบ้าคลั่งโจมตีเหล่าทหารรอบข้างอย่างไม่หยุดหย่อน เขย่าทลายแนวป้องกันของกองทัพเมืองอย่างรุนแรง
หมาป่าดำเหล่านี้ทรงอำนาจเกินพออยู่แล้ว เมื่อผนวกกับความบ้าคลั่งไร้สติ ยิ่งน่าสะพรึงกลัวเป็น(@NameIsNovel)ทวีคูณ
แม้กองทัพที่(@NameIsNovel)เฝ้าประตูเมืองจะมี(@NameIsNovel)จำนวนไม่น้อย แต่กลับรับมือกับการอาละวาดของหมาป่าดำไม่ไหวแล้ว แนวป้องกันก็สั่นคลอนใกล้จะแตกพังในไม่ช้า…
-----------