หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 36
ตอนที่ 36 : ชำเลืองร่องทาง
ตอนที่ 36
“ฟังดูง่าย แต่เอาเข้าจริงแล้วกลับยากนัก แต่ละคนต่างก็มี(@NameIsNovel)สภาพร่างกายและ(@NameIsNovel)อุปสรรคที่(@NameIsNovel)แตกต่างกัน กว่า(@NameIsNovel)จะทำให้สามสิ่งกลมกลืนเป็น(@NameIsNovel)หนึ่งเดียวได้(@NameIsNovel)ก็ต้องฟันฝ่าเงื่อนไขของตนเองไปให้พ้น สำหรับเจ้า เซินลั่ว… แม้จะอยู่ในวัยหนุ่มแน่น กำลังและ(@NameIsNovel)จิตวิญญาณก็สมบูรณ์เปี่ยมล้น ทว่า(@NameIsNovel)กลับดูเหมือนพลังชีวิตพร่องไปเล็กน้อย เจ้าคงเคยล้มป่วยหนักมาก่อนใช่หรือไม่?” ลุงอวี่เอียนจ้องตาเซินลั่ว เอ่ยชี้ถึงจุดบกพร่องทันที
“ลุงอวี่มองได้(@NameIsNovel)ถูกต้องมาก ข้าเคยถูกพลังหยินเข้าทำร้ายเมื่อหลายปีก่อน ต้องใช้เวลาหลายปีจึงจะฟื้นกลับมาได้(@NameIsNovel)” เซินลั่วพยักหน้า ยอมรับด้วยสีหน้าซื่อตรง
“เช่นนั้นก็มิน่าเล่า ตอนเจ้าลงยันต์เมื่อครู่ จิตและ(@NameIsNovel)กำลังสอดประสานกันดี แต่การรวมจิตกับพลังปราณกลับพร่องไป ผลลัพธ์ที่(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)จึงเป็น(@NameIsNovel)เพียงรูปเปลือก ไร้แก่นสาร แน่นอนว่า(@NameIsNovel)ย่อมล้มเหลวอยู่ร่ำไป” ลุงอวี่เอียนจิบสุราดีที่(@NameIsNovel)หมักด้วยดีของงูหิมะ ยิ้มบางๆ
“แล้วข้าควรทำอย่างไร ต้องบำรุงกายฟื้นพลังชีวิตให้เต็มก่อน จึงจะลงยันต์ได้(@NameIsNovel)หรือไม่?” พอเข้าใจว่า(@NameIsNovel)ต้นเหตุอยู่ตรงไหน เซินลั่วก็ถามอย่างร้อนใจ พร้อมทั้งรินสุราให้ลุงอวี่อย่างนอบน้อม
“แน่นอนว่า(@NameIsNovel)การฟื้นพลังชีวิตเป็น(@NameIsNovel)เรื่องจำเป็น(@NameIsNovel) ทว่า(@NameIsNovel)ไม่ได้(@NameIsNovel)หมายความว่า(@NameIsNovel)เจ้าจะลงยันต์ไม่ได้(@NameIsNovel)เลย เพียงแต่เจ้าต้องใส่ใจให้มากขึ้นในการรวมจิตกับพลังปราณขณะลงยันต์เท่านั้น” ลุงอวี่เอียนกล่าวด้วยท่าทีพอใจนัก ที่(@NameIsNovel)เห็นเซินลั่วมุ่งเรียนรู้ไม่หยุด
“แล้วจะทำให้จิตกับพลังปราณรวมเป็น(@NameIsNovel)หนึ่งได้(@NameIsNovel)อย่างไร?”
“การจะรวมจิตกับพลังปราณเข้าด้วยกัน ต้องให้มันผุดขึ้นเองจากภายใน อย่าฝืนบังคับ ตอนเจ้าลงยันต์ จงทำใจให้สงบ มั่นคง แล้วให้พลังปราณกระจายอยู่ที่(@NameIsNovel)กลางอก…” ลุงอวี่เอียนเอ่ยชี้แนะ พลางยกจอกสุราขึ้นดื่ม
เซินลั่วกลั้นหายใจตั้งใจฟัง ไม่กล้าให้พลาดแม้สักคำเดียว
ลุงอวี่เอียนช่ำชองวิชายันต์ คำพูดเพียงเล็กน้อยกลับคลี่คลายข้อข้องใจในใจเซินลั่วได้(@NameIsNovel)ครึ่งหนึ่ง ทำให้เกิดแสงสว่า(@NameIsNovel)งแจ่มชัดในดวงจิต
หลังจากลุงอวี่เอียนพูดจบ เซินลั่วหลับตาลง น้อมระลึกถึงทุกข้อที่(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)ฟังมา ครู่หนึ่งก็ลืมตาขึ้นอย่างฉับพลัน หยิบพู่กันหยกขาวสำหรับลงยันต์ขึ้นมา แล้วเริ่มลงยันต์อัสนีบาตบนแผ่นยันต์ใหม่ ลายเส้นพุ่งแรงดุจอสรพิษทะยาน พริ้วไหวราวอสรพิษเลื้อย
ดังที่(@NameIsNovel)ลุงอวี่เอียนสอน เขา(@NameIsNovel)สงบจิต รวบรวมกำลัง จิต และ(@NameIsNovel)พลังปราณ หลอมรวมส่งผ่านไปยังปลายพู่กันลงสู่ยันต์
ชั่วเพียงอึดใจ ยันต์อัสนีบาตหนึ่งแผ่นก็สำเร็จลุล่วง จากต้นจนจบไร้สะดุด สมบูรณ์บริบูรณ์ทุกส่วน!
เซินลั่วสะบัดข้อมือ เส้นสุดท้ายถูกลากลงด้วยพลังอันมั่นคง เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณดุจจะพุ่งทะยานออกจากแผ่นยันต์
ยันต์อัสนีบาตทั้งแผ่นพลันเปล่งแสงเรืองรองแผ่วเบา พร้อมเสียงกังวานก้อง ก่อนที่(@NameIsNovel)แสงจะค่อยๆ จางหายดับไป
“ทำได้(@NameIsNovel)ไม่เลว ลองดูสิ” ลุงอวี่เอียนยิ้มอย่างพึงใจ พลางสะบัดมือเบาๆ
ศิลาหยวนก้อนหนึ่งร่วงลงบนโต๊ะ
เซินลั่วรีบคำนับขอบคุณ แล้ววางศิลาหยวนทับลงบนยันต์ จากนั้นก็เร่งกระตุ้นวิชาแปรหยาง ส่งพลังปราณสีขาวจากภายในเข้าสู่ยันต์ผ่านศิลาหยวน
หลังจากฝึกซ้ำมาไม่รู้กี่ครั้ง ตอนนี้เขา(@NameIsNovel)สามารถควบคุมพลังปราณในศิลาหยวนได้(@NameIsNovel)อย่างคล่องแคล่ว
แสงสีแดงวาบขึ้นมา ศิลาหยวนแตกกระจาย แสงสีขาวบนผิวยันต์พลันสว่า(@NameIsNovel)งเจิดจ้า ก่อนจะแตกสลายออก
“ซู่!”
สายฟ้าสีขาวเส้นหนึ่งผุดขึ้นกลางอากาศ พุ่งออกไปกระแทกสระน้ำด้านหน้า
ผิวน้ำในสระปะทุขึ้นสูงนับหลายจ้าง กระเซ็นละอองน้ำนับไม่ถ้วนฟุ้งกระจาย กระแทกใส่หน้าของเซินลั่วจนรู้สึกแสบผิว
แต่เซินลั่วกลับไม่สนใจ เขา(@NameIsNovel)กำมือแน่น เล็บจิกเข้าฝ่ามือ เพื่อกดกลั้นความปิติที่(@NameIsNovel)พลุ่งพล่านในใจ
วันนี้ เขา(@NameIsNovel)สำเร็จยันต์แรกในชีวิตแล้ว อีกทั้งยังเป็น(@NameIsNovel)ยันต์อัสนีบาตที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)อานุภาพรุนแรง ยามต่อสู้สามารถใช้ได้(@NameIsNovel)จริง ที่(@NameIsNovel)สำคัญที่(@NameIsNovel)สุดคือ… เขา(@NameIsNovel)ก้าวเข้าใกล้โลกแห่งการบำเพ็ญเพียรไปอีกขั้น!
“ขอบคุณที่(@NameIsNovel)ท่านลุงชี้แนะ!” เซินลั่วซ่อนความตื่นเต้นไว้ภายใน หันกายโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
“เรื่องเล็กน้อย เจ้าเองก็มี(@NameIsNovel)พรสวรรค์ด้านยันต์อยู่แล้ว เข้าใจได้(@NameIsNovel)รวดเร็ว… เฮ้อ หากเจ้าลูกชายดื้อรั้นของข้ามี(@NameIsNovel)พรสวรรค์เช่นเจ้า ก็คงไม่ทำให้ข้าปวดหัวเช่นนี้” ลุงอวี่เอียนโบกมือราวไม่ใส่ใจ แต่เสียงถอนหายใจกลับแฝงความเสียดาย
“พี่อวี่นั้นวิชายุทธ์ลึกซึ้งหาที่(@NameIsNovel)เปรียบมิได้(@NameIsNovel) ข้ายังห่างไกลนัก” เซินลั่วจึงเอ่ยคำชม ยกย่องอวี่เมิ่งอย่างจริงใจ
“ฮึ่ม! ต่อให้เก่งวิชายุทธ์ไปก็ไร้ประโยชน์ หากไม่รู้วิชาฝึกกาย ข้าก็สอนไม่ได้(@NameIsNovel)” ลุงอวี่เอียนเอ่ยเสียงขุ่น
“วิชาฝึกกาย!” เซินลั่วคิดอยากซักถามต่อ แต่เห็นสีหน้าไม่พอใจของลุงอวี่เอียน ก็ฉลาดพอจะไม่เซ้าซี้
“เจ้ามี(@NameIsNovel)พรสวรรค์จริง หาได้(@NameIsNovel)ยากนัก น่าเสียดายที่(@NameIsNovel)บรรพชนของข้าได้(@NameIsNovel)ตั้งกฎไว้ ว่า(@NameIsNovel)วิชายันต์จะไม่ถ่ายทอดให้คนนอกสกุล มิเช่นนั้น ข้าคงได้(@NameIsNovel)ชี้แนะเจ้าอีกมาก” ลุงอวี่เอียนปรายตามามอง ก่อนหัวเราะเบาๆ
เซินลั่วแม้จะไม่ได้(@NameIsNovel)คาดหวังมากนัก แต่พอได้(@NameIsNovel)ยินเช่นนี้ก็ยังรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ถึงกระนั้นก็ยังเอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจว่า(@NameIsNovel)
“ขอบคุณในความกรุณาของลุง ข้าเพียงไร้วาสนา วิชายันต์นี้ก็เป็น(@NameIsNovel)มรดกตกทอดของบรรพชนลุงมิใช่หรือ?” จากนั้นก็ถามด้วยแววอยากรู้อยากเห็น
“แน่นอน วิชาของสกุลอวี่เราสืบทอดมาจากไท้ซือผู้ยิ่งใหญ่เมื่อพันปีก่อน สมัยนั้นชื่อเสียงของท่านเลื่องลือไปทั่วในหมู่ผู้บำเพ็ญเพียร” ลุงอวี่เอียนเอ่ยด้วยท่าทางภาคภูมิ
“แต่อนิจจา ครั้งเกิดวิบัติอสูร บรรพชนได้(@NameIsNovel)สละชีพในการต่อสู้อสูร แม้วิชาของท่านจะถูกถ่ายทอดต่อมา แต่กลับไม่สมบูรณ์ วันเวลาผ่านไป สกุลอวี่เราสูญเสียผู้บำเพ็ญเพียรขั้นสูงไปมาก วิชาล้ำค่าหลายสายก็ค่อยๆ ร่วงโรยสูญหาย มาถึงข้า… เหลือเพียงเศษเสี้ยวเท่านั้น ต้องอาศัยควบคู่กับยันต์เพื่อฝึกฝน พวกเราช่างทำให้บรรพชนต้องผิดหวังเสียจริง!” ลุงอวี่เอียนเสียงสั่นเครือ เอาเหล้ากรอกปากอย่างหนัก
เซินลั่วมองคนตรงหน้าที่(@NameIsNovel)กำลังจมอยู่ในสุรา ใบหน้าแดงก่ำ นึกในใจอย่างเคร่งขรึม
พันปีก่อนงั้นหรือ?
มิใช่ยุคที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)อาศัยอยู่หรอกหรือ?
“ทุกสกุลย่อมมี(@NameIsNovel)รุ่งมี(@NameIsNovel)ร่วง ดุจอาทิตย์และ(@NameIsNovel)จันทราแปรเปลี่ยน ลุงเองก็มี(@NameIsNovel)วิชาอันสูงส่ง หากบำเพ็ญเพียรไปเรื่อยๆ วันหนึ่งอาจไม่ด้อยไปกว่า(@NameIsNovel)บรรพชนก็เป็น(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)” เซินลั่วดึงสติตนเองกลับมา แล้วกล่าวปลอบ
“มี(@NameIsNovel)แต่เด็กหนุ่มอย่างเจ้าที่(@NameIsNovel)กล้าพูดเช่นนี้ ด้วยวิชาอันน้อยนิดของข้า จะบำเพ็ญเพียรอันใดได้(@NameIsNovel)? หลายปีมานี้ข้าก็เข้าใจแล้วว่า(@NameIsNovel)การบากบั่นเพียงอย่างเดียวไร้ความหมาย สิ่งสำคัญคือวาสนา! บรรพชนของเราก็เช่นกัน เดิมทีเป็น(@NameIsNovel)เพียงคนแจวเรืออยู่ริมแม่น้ำหลวนสุ่ย เมืองซ่งฝานเท่านั้น แต่เพราะโชควาสนาล้ำลึก ได้(@NameIsNovel)พบกับ ‘คัมภีร์สวรรค์ไร้นาม’ จึงได้(@NameIsNovel)บำเพ็ญเพียรจนมี(@NameIsNovel)เทพฤทธิ์ หากไร้วาสนา ต่อให้ทำงานหนักเพียงใด สุดท้ายก็ไร้ผลทั้งสิ้น” ลุงอวี่เอียนยกเหล้าอีกถ้วย ดื่มจนหน้าแดงจัด เริ่มเมาเล็กน้อย
“เมืองซ่งฝาน… แม่น้ำหลวนสุ่ย…” ดวงตาเซินลั่วพลันส่องประกาย
เมืองซ่งฝานนั้นอยู่ไม่ไกลจากเมืองชุนฮว่า(@NameIsNovel) มิใช่อยู่ใกล้สำนักชุนชิวหรอกหรือ?
เขา(@NameIsNovel)ยังพอจำได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)ครั้งหนึ่งเคยได้(@NameIsNovel)ยินชื่อแม่น้ำหลวนสุ่ยนี้มาก่อน
“บรรพชนของลุงถือกำเนิดจากพื้นเพต่ำต้อย แต่กลับบรรลุความยิ่งใหญ่ภายหลัง ช่างเป็น(@NameIsNovel)บุรุษที่(@NameIsNovel)สวรรค์ประทานพรแท้ๆ ลุงพอจะเล่าเรื่องวาสนาพิเศษในอดีตของท่านให้ฟังได้(@NameIsNovel)หรือไม่?” เซินลั่วเอ่ยถามด้วยความลืมตัว พลางรินเหล้าเพิ่มให้ลุงอวี่เอียน
“เจ้าจะถามละเอียดไปทำไม? หรือเจ้าคิดจะไปเสี่ยงโชคที่(@NameIsNovel)นั่น? ไร้ประโยชน์หรอก คนตระกูลอวี่ของเราค้นหาซ้ำมาหลายชั่วคน พลิกฟ้าคว่ำดินก็ยังไม่พบสิ่งใด” ลุงอวี่เอียนปรายตามอง พลางหัวเราะเยาะ
“โธ่ ลุงอวี่ ลุงล้อข้าแล้ว ข้าเพียงอยากเปิดหูเปิดตาเท่านั้น” เซินลั่วเกาหัวแล้วยิ้มกลบเกลื่อน
-------------