หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 71

ตอนที่ 71 : สนทนาว่าด้วยอสูร

ตอนที่ 71

“ก่อนอื่น ควรลองหาสะพานหรือทางอื่นใกล้ๆ ดูเสียก่อน”

เซินลั่วพึมพำกับตนเอง พลันก็กระโดดลงจากหลังม้าดำ มัดเชือกผูกมันไว้กับต้นไม้ริมฝั่งแม่น้ำ ก่อนจะเดินเลียบฝั่งไป สำรวจทิวทัศน์รอบด้าน

ยามนี้จันทราสูงเด่นส่องแสงนวลเงินลงมา ประกอบกับการมองเห็นที่(@NameIsNovel)ถูกยกระดับขึ้นอย่างมากของเขา(@NameIsNovel) บรรยากาศรอบกายก็แจ่มชัดประหนึ่งยามกลางวัน

ทว่า(@NameIsNovel)ตัวแม่น้ำคดเคี้ยว วก วน ริมฝั่งเรียงรายด้วยไม้ใหญ่ร่มครึ้มบดบังทัศนวิสัย ทำให้ไม่อาจมองไปได้(@NameIsNovel)ไกลนัก

เซินลั่วขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังกลางแม่น้ำซึ่งมองเห็นได้(@NameIsNovel)ชัดเจนกว่า(@NameIsNovel) จากนั้นก็เริ่มร่าย วิชาเหินบนน้ำ พลังสีน้ำเงินระเรื่อค่อยๆ ก่อตัวขึ้นใต้ฝ่าเท้า ทำให้เขา(@NameIsNovel)สามารถเหยียบย่างบนผิวน้ำได้(@NameIsNovel)

[อ่านนิยายฟรีได้ที่ NameIsNovel] พลันปรากฏน้ำวนสองสายหมุนวนรองรับฝ่าเท้าให้ยืนอยู่ได้(@NameIsNovel)มั่นคง

ครั้งก่อนที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ใช้ วิชาเหินบนน้ำ นั้น เป็น(@NameIsNovel)เพียงการเหยียบบนผิวน้ำเรียบสงบของลำธาร แต่ครานี้กลับต้องเผชิญกับสายน้ำเชี่ยว กรากของแม่น้ำใหญ่ กระแสน้ำวนมืดดำรอบด้านยิ่งเพิ่มความยากลำบาก ทำให้ร่างเขา(@NameIsNovel)โอนเอนไปมาราวกับจะตกลงสู่แม่น้ำได้(@NameIsNovel)ทุกเมื่อ

เขา(@NameIsNovel)รีบริน ปราณเต๋า ผ่านฝ่าเท้าอย่างต่อเนื่องเพื่อประคอง วิชาเหินบนน้ำ พร้อมทั้งกางแขนทั้งสองข้าง ปรับท่วงท่าและ(@NameIsNovel)สมดุลต้านรับกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก ครั้นเมื่อปรับตัวเข้ากับการไหลวนของแม่น้ำได้(@NameIsNovel) ร่างกายก็ค่อยๆ ตั้งมั่นมั่นคง

“ดูท่าต้องฝึกวิชาเหินบนน้ำในแม่น้ำหลายรูปแบบ ทั้งน้ำเชี่ยวและ(@NameIsNovel)น้ำวนเสียก่อน หากต้องใช้จริงในยามคับขัน จึงจะเกิดประโยชน์แท้จริง”อ่านตอนต่อไปฟรี

เขา(@NameIsNovel)ผ่อนลมหายใจออกยาว เบาสบายขึ้นเล็กน้อย พลางรวบรวมสมาธิให้มั่นคง เดินเหินต่อไปสู่กลางสายน้ำอย่างสง่างาม.

[อ่านนิยายฟรีได้ที่ NameIsNovel] “ช่างเป็น(@NameIsNovel) วิชาควบคุมน้ำ ที่(@NameIsNovel)ล้ำเลิศนัก!”

ทันใดนั้นเอง เสียงใสกระจ่างก็ดังกังวานมาจากที่(@NameIsNovel)ไกล แม้มิใช่เสียงดังนัก แต่กลับสามารถ กลบเสียงคำรามของเกลียวคลื่นได้(@NameIsNovel)สิ้น ราวกับดังอยู่ข้างหูเซินลั่วโดยตรง [Source: NameIsNovel]

(ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด) เซินลั่วที่(@NameIsNovel)กำลังจดจ่อกับการร่าย วิชาเหินบนน้ำ ถึงกับสะดุ้งตกใจ สมาธิแตกซ่าน

กระแส ปราณเต๋า ในกายชะงักเล็กน้อย แสงสีน้ำเงินใต้ฝ่าเท้าก็พลันมลายหายไป ร่างเขา(@NameIsNovel)ร่วง “ตูม” ลงในแม่น้ำทันที [Source: NameIsNovel]

เขา(@NameIsNovel)ดิ้นรนอยู่กลางสายน้ำ รีบร่ายคาถาด้วยสองมือ แม่น้ำรอบกายพลันหมุนวนกลายเป็น(@NameIsNovel)กระแสน้ำวน แรงดันมหาศาลผุดขึ้นจากใต้ฝ่าเท้า ช่วยยกตัวเขา(@NameIsNovel)ขึ้นเหนือน้ำอีกครั้ง

(ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด) เสื้อผ้าเปียกโชกทั้งร่าง เขา(@NameIsNovel)เงยหน้ามองไปยังริมฝั่งที่(@NameIsNovel)ผูกม้าไว้ ก็เห็นว่า(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ชายหนุ่มร่างสูงยืนอยู่ใต้ต้นไม้นั้น ไม่รู้ว่า(@NameIsNovel)ปรากฏตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อใด

ภายใต้แสงจันทร์โอบ อาบ ใบหน้าชายหนุ่มนั้นสง่างามชัดเจน คิ้วดั่งคมกระบี่ทอดสู่ขมับ ดวงตาทอประกายสว่า(@NameIsNovel)งไสว สันจมูกโด่งราวแนวเขา(@NameIsNovel) ริมฝีปากค่อนข้างหนาแต่ยกยิ้มประดับไว้ [Source: NameIsNovel]

[Source: NameIsNovel] ชายหนุ่มสวมอาภรณ์ คอ กลมครึ่งท่อน ด้านขวาพาดด้วยเกราะเกล็ดปลาไล่จากหัวไหล่ลงถึงสีข้าง ด้านหลังสะพายกระบี่โบราณยาวหนึ่งเล่ม ทั้งร่างเปล่งรัศมี(@NameIsNovel)องอาจ ห้าวหาญประหนึ่งยอดนักรบ

“ขอถามเถิด ท่านคือ ศิษย์สายในแห่งสำนักเหิงสุ่ย ใช่หรือไม่?” ยังไม่ทันที่(@NameIsNovel)เซินลั่วจะได้(@NameIsNovel)เอื้อนเอ่ย ชายหนุ่มก็ประสานหมัดทำความเคารพ กล่าวถามนำเสียก่อน

“เหตุใดเจ้าจึงคิดเช่นนั้น?” เซินลั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย ตอบกลับไป

แน่นอนว่า(@NameIsNovel)ตอนนี้เขา(@NameIsNovel)มิใช่เซินลั่วเมื่อสองปีก่อนที่(@NameIsNovel)เพิ่งเข้าสำนักชุนชิวในฐานะบุตรพ่อค้าอีกแล้ว เขา(@NameIsNovel)รู้ดีว่า(@NameIsNovel)โลกนี้มี(@NameIsNovel)สถานที่(@NameIsNovel)บำเพ็ญเพียรอยู่ไม่น้อย แต่กลับไม่เคยมี(@NameIsNovel)โอกาสได้(@NameIsNovel)เรียนรู้เกี่ยวกับสำนักบำเพ็ญเพียรอื่นๆ จึงไม่รู้เรื่องของ สำนักเหิงสุ่ย เลยแม้แต่น้อย (ถ้าบอทดูดไปขอให้เซิร์ฟเวอร์บึ้ม)

(ถ้าบอทดูดไปขอให้เซิร์ฟเวอร์บึ้ม) “หา? มิใช่รึ ข้านึกว่า(@NameIsNovel)ในแคว้นตงผิงนี้ จะมี(@NameIsNovel)เพียงศิษย์สายในของสำนักเหิงสุ่ยเท่านั้นที่(@NameIsNovel)สามารถใช้วิชาควบคุมน้ำได้(@NameIsNovel)คล่องแคล่วถึงเพียงนี้ ที่(@NameIsNovel)แท้ท่านยังเยาว์นัก ข้าจึงเผลอเข้าใจไปเอง” ชายหนุ่มเลิกคิ้ว กล่าวด้วยความฉงนใจ

“ดูเหมือนท่านจะเข้าใจผิดไป ข้าเป็น(@NameIsNovel)เพียงผู้บำเพ็ญเพียรอิสระ มิได้(@NameIsNovel)สืบทอดจากสำนักใด” เซินลั่วกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ แต่ดวงตาก็วูบไหวเล็กน้อย [Source: NameIsNovel]

เมื่อพูดจบ เขา(@NameIsNovel)ก็ก้าวตรงไปยังฝั่ง ตั้งใจจะจูงม้าแล้วจากไป ไม่อยากข้องเกี่ยวกับบุคคลแปลกหน้าผู้มี(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)มาน่าสงสัยผู้นี้

“ในเมื่อเราล้วนเป็น(@NameIsNovel)ผู้บำเพ็ญเพียรเช่นกัน ก็เรียกขานกันว่า(@NameIsNovel) ‘สหายเต๋า’ เถิด ข้านามว่า(@NameIsNovel) หลู่ ฮว่า(@NameIsNovel)หมิง มาจากฉางอัน ไม่ทราบว่า(@NameIsNovel)สหายมี(@NameIsNovel)แซ่ว่า(@NameIsNovel)อะไร?” ชายหนุ่มเร่งแนะนำตัวทันทีเมื่อเห็นเซินลั่วก้าวขึ้นฝั่งเดินไปหาม้าโดยไม่แม้แต่หันกลับมา

“ข้านามว่า(@NameIsNovel)... เซินเจียเฉิง คนท้องถิ่นนี่เอง สหายหลู่เดินทางมาจากเมืองหลวง เหตุใดจึงมาเยือนถึงเมืองซ่งฝานที่(@NameIsNovel)กันดารเช่นนี้?” เซินลั่วลังเลครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมาพลางยิ้มตอบ

(ถ้าบอทดูดไปขอให้เซิร์ฟเวอร์บึ้ม) เขา(@NameIsNovel)ยังระแวดระวังบุคคลแปลกหน้าผู้นี้ จึงไม่เปิดเผยชื่อจริงของตน

“อ้อ ที่(@NameIsNovel)แท้คือสหายเซิน ข้าเพียงเดินทางไปส่งสารที่(@NameIsNovel)เมืองเติงผิง ระหว่า(@NameIsNovel)งทางกลับบังเอิญเห็นท่านบำเพ็ญเพียรอยู่ที่(@NameIsNovel)นี่ จึงอดใจไม่ไหวเข้ามาทักทาย หวังว่า(@NameIsNovel)จะไม่ถือสา” หลู่ฮว่า(@NameIsNovel)หมิงเอ่ยอย่างเก้อเขิน เมื่อเห็นสภาพเปียกโชกของเซินลั่ว

(ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด) “ไม่หรอก เพียงแต่ข้าวิชาอ่อนด้อย ทำให้ท่านหัวเราะเยาะก็เท่านั้น” เซินลั่วตอบด้วยรอยยิ้ม เขา(@NameIsNovel)มองดวงตาของอีกฝ่ายแล้วเห็นแต่ความใสซื่อ มิได้(@NameIsNovel)คล้ายผู้ที่(@NameIsNovel)คิดร้ายแม้แต่น้อย

“วันนี้ได้(@NameIsNovel)เห็นวิชาควบคุมน้ำของสหาย ข้าช่างรู้สึกเป็น(@NameIsNovel)เกียรตินัก เพียงแต่... ขออภัยที่(@NameIsNovel)ถามตรงเกินไป วิชาที่(@NameIsNovel)ท่านบำเพ็ญเมื่อครู่ นั่นใช่ ‘วิชาเหินบนน้ำ’ หนึ่งในเคล็ดน้ำหรือไม่?” หลู่ฮว่า(@NameIsNovel)หมิงรีบโบกมือปฏิเสธความเกรงใจ แล้วถามออกมา (ถ้าบอทดูดไปขอให้เซิร์ฟเวอร์บึ้ม)

“โอ้? สหายหลู่ก็ศึกษาวิชานี้ด้วยหรือ?” คิ้วของเซินลั่วขมวดขึ้นด้วยความประหลาดใจ [อ่านนิยายฟรีได้ที่ NameIsNovel]

“มิใช่หรอก เพียงเคยได้(@NameIsNovel)ยินมาว่า(@NameIsNovel) เคล็ดวิชานี้สิ้นเปลือง ปราณเต๋า น้อยนัก แต่กลับสามารถครองความได้(@NameIsNovel)เปรียบเหนือน้ำได้(@NameIsNovel)อย่างเด็ดขาด จึงเหมาะอย่างยิ่งเวลาต่อสู้กับอสูรแห่งสายน้ำบางพวก ถือว่า(@NameIsNovel)น่ายกย่องนัก” หลู่ฮว่า(@NameIsNovel)หมิงหัวเราะพลางส่ายหน้า

“ข้าเป็น(@NameIsNovel)เพียงผู้บำเพ็ญเพียรอิสระ ไม่ค่อยได้(@NameIsNovel)สัมผัสโลกภายนอกมากนัก เคยได้(@NameIsNovel)ยินเรื่องภูตผีอสูรอยู่บ้าง แต่ยังไม่เคยพบเห็นกับตาตนเอง ไม่ทราบว่า(@NameIsNovel)สหายจะเล่าให้ข้าฟังบ้างได้(@NameIsNovel)หรือไม่?” เซินลั่วเกิดความสงสัยทันทีเมื่อได้(@NameIsNovel)ยิน

เขา(@NameIsNovel)ยังจำได้(@NameIsNovel)ถึงครั้งแรกที่(@NameIsNovel)พบหมาป่าสีเขียวล่องหนกับอสูรหัวหมาป่าในเขตตงไหลระหว่า(@NameIsNovel)งความฝัน ความทรงจำเหล่านั้นยังคงฝังลึก

“อันว่า(@NameIsNovel)ภูตผีอสูรนั้น หาใช่เรื่องแปลกใหม่ พวกมันเองก็เช่นเดียวกับมนุษย์ อาศัยการกลืนกิน พลังวิญญาณแห่งฟ้าดิน ยึดตามความแปรผันแห่งหยินหยางและ(@NameIsNovel)เบญจธาตุ เพื่อปลุกปัญญาและ(@NameIsNovel)ยกระดับการบำเพ็ญเต๋า ทว่า(@NameIsNovel)ทั่วไปแล้ว อสูรหรือภูตในระดับเดียวกัน มักกำเนิดมาพร้อม อานุภาพสวรรค์ บางประการ ทำให้โดยเนื้อแท้แข็งแกร่งกว่า(@NameIsNovel)มนุษย์อยู่ราวครึ่งก้าว แต่แน่นอนว่า(@NameIsNovel) พวกเราผู้บำเพ็ญเพียรมนุษย์เองก็มี(@NameIsNovel)สิ่งภายนอกช่วยเหลือ ไม่ว่า(@NameIsNovel)จะเป็น(@NameIsNovel)ยันต์หรือวัตถุวิญญาณอื่นๆ ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากันจริง ผลลัพธ์จึงยากจะคาดเดา [Source: NameIsNovel]

ยิ่งไปกว่า(@NameIsNovel)นั้น สหายเซิน บางทีท่านอาจยังไม่รู้ ทุกวันนี้แม้โลกภายนอกจะดูสงบสุข แต่เบื้องล่างกลับปั่นป่วนคลื่นใต้น้ำ แผ่นดินต้าถังมิได้(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)เพียงอสูรท่องเที่(@NameIsNovel)ยวไปมาเท่านั้น ยังมี(@NameIsNovel)เหตุเภทภัยจากภูตผีอสูรเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทางการท้องถิ่นรับมือแทบไม่ไหว กระทั่งเมื่อครึ่งปีก่อน ราชสำนักถึงขั้นประกาศพระราชโองการ ตั้งรางวัลทองคำมหาศาลแก่ผู้กล้าเพื่อจัดการเรื่องนี้โดยเฉพาะ” หลู่ฮว่า(@NameIsNovel)หมิงเอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง

“เป็น(@NameIsNovel)เช่นนั้นรึ!” เซินลั่วอดประหลาดใจมิได้(@NameIsNovel)

----------