หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 103
ตอนที่ 103 : ฉากประหลาดในความฝัน
ตอนที่ 103
ทันใดนั้น ร่างหนึ่งพลันวูบวาบขึ้นกลางอากาศเบื้องหลังปีศาจจิ้งจอก ปรากฏเป็น(@NameIsNovel) จุยโถว โดยไม่รู้ว่า(@NameIsNovel)โผล่มาเมื่อใด มือกำค้อนทองคำทุบฟาดใส่กระโหลกปีศาจจิ้งจอกอย่างแรง
“ตุบ!” เสียงทุ้มดังสะท้อน
ในห้วงคับขัน ปีศาจจิ้งจอกสะบัดหางเส้นหนึ่งขึ้นมาปัดบังศีรษะไว้ แม้จะกันแรงโดยตรงได้(@NameIsNovel) แต่ก็ยังถูกสะท้านจากแรงสะสมจนหน้ามืด หางที่(@NameIsNovel)พันรัดเอวเซินลั่ว อยู่คลายหลุด ร่างเขา(@NameIsNovel)จึงตกลงสู่พื้น
เซินลั่ว คุกเข่าครึ่งหนึ่ง ไม่ใส่ใจบาดแผล ยกฝ่ามือขึ้นทันใด แสงขาววาบ ออกจากฝ่ามืออีกครั้ง สายฟ้าสีขาวเส้นหนึ่งพุ่งกระแทกเข้าที่(@NameIsNovel)ใบหน้าปีศาจจิ้งจอก เกิดเป็น(@NameIsNovel)เสียงระเบิดตูมสนั่น
เพียงพริบตา ใบหน้าของปีศาจจิ้งจอกเต็มไปด้วยสายฟ้าขาวหนาดุจเส้นเชือกพันรอบ มันร้องโหยหวนราววิญญาณถูกฉีกกระชาก ร่างพร้อมทั้งหางสามเส้นแข็งทื่อชั่วขณะ
“สหายจุยโถว! ตอนนี้แหละ!”
ทันทีที่(@NameIsNovel)เสียงของ เซินลั่ว ดังจบ ด้านหลังปีศาจจิ้งจอก จุยโถวสะบัดมือ แสงสีน้ำเงินวูบสว่า(@NameIsNovel)งขึ้น
หอกน้ำแข็ง อันประณีตที่(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)มาจากอู่โปเจี่ย พุ่งวาบ ออกดุจลูกศร แทงทะลวงเข้าตรงอกส่วนสำคัญของปีศาจจิ้งจอก
เซินลั่ว แหงนหน้าขึ้น หอบหายใจถี่ เพียงเห็นว่า(@NameIsNovel)กลาง อกปีศาจจิ้งจอกถูกเจาะเป็น(@NameIsNovel)โพรงใหญ่ แผลฉับพลันถูกแช่แข็งจนเกร็งแข็งไร้โลหิตแม้สักหยดเดียวไหลริน
ถัดมา ร่างปีศาจจิ้งจอกทรุดฮวบลงเบื้องหลัง หางใหญ่สามเส้นที่(@NameIsNovel)ด้านหลังก็เสื่อมสิ้นพลังเวทสนับสนุน ยุบหด กลับสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็ว
เซินลั่ว มองมันร่วงลงนอนแน่นิ่ง แต่เขา(@NameIsNovel)ไม่เร่งเข้าไปตรวจสอบ กลับก้มมองฝ่ามือตน เห็นตรารอยของ ยันต์อัสนีบาต ยังส่องอยู่ จึงยกมือขึ้นอีกครั้ง ปล่อยสายฟ้าฟาดใส่ศีรษะมัน
เสียงระเบิดสองครั้งกึกก้อง ตามด้วยกลิ่นไหม้ฉุนและ(@NameIsNovel)ควันดำลอยฟุ้งออกมาจากกะโหลกของปีศาจจิ้งจอกสามตา
ในขณะเดียวกัน ปราณเต๋าภายในร่างของ เซินลั่ว ก็สิ้นหมดสิ้นเชิง เขา(@NameIsNovel)รู้สึกอ่อนแรงไปทั่วกาย เกือบ ทรุดหมดสติลงไปตรงนั้น
“มันตายแน่แล้ว หากเจ้ามิไว้วางใจ ข้าจะซ้ำให้อีกก็ได้(@NameIsNovel)” จุยโถว เดินโขยกเขยก เข้ามาพร้อมค้อน เลี่ยมหนังเกราะบนร่างแตกร้าวไปหลายแห่ง เห็นได้(@NameIsNovel)ชัดว่า(@NameIsNovel)บาดเจ็บสาหัสเช่นกัน
“ครั้งนี้ต้องขอบคุณสหายที่(@NameIsNovel)ช่วยเหลือ” เซินลั่ว เอ่ยพลางประสานมือ ใบหน้าซีดเผือด
“เนื่องจากข้าได้(@NameIsNovel)ทำ พันธะสัญญาวิญญาณ กับเจ้าแล้ว หากเจ้ามี(@NameIsNovel)อันใดเกิดขึ้น ข้าย่อมได้(@NameIsNovel)รับผลกระทบไปด้วย เป็น(@NameIsNovel)เรื่องน่าประหลาดนัก ปีศาจจิ้งจอกตนนี้ แม้จะควบรวมเข้ากับร่างมนุษย์ แต่ กลับยังทรงพลังถึงเพียงนี้ เห็นทีคงจะมี(@NameIsNovel) แก่นอสูร เพื่อค้ำยันพลังมิให้เสื่อมถอย มันต้องอยู่ภายใน ตันเถียน ของศพนี้แน่” จุยโถวจ้องไปยังร่างศพพลางกล่าวขึ้น
เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินดังนั้น เซินลั่ว นั่งสงบนิ่งพักฟื้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยันกายลุกขึ้น ก้าวเดินไปข้างหน้า
เขา(@NameIsNovel)หยิบ หอกน้ำแข็ง ขึ้นมา แล้วแกะเสื้อผ้าของร่างนั้นออก ใช้คมมี(@NameIsNovel)ดผ่าเปิดช่องท้องเบาๆ และ(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)เช่นที่(@NameIsNovel)คาด ก็พบลูกแก้วสีชมพู เนียนใสซ่อนอยู่ภายใน
สิ่งนั้นมี(@NameIsNovel)ขนาดเท่าไข่มุกธรรมดาและ(@NameIsNovel)ลักษณะคล้ายคลึงกันยิ่งนัก เพียงแต่ กลับแผ่กลิ่นอาย อสูรชั่วร้าย แผ่วพลิ้วออกมาเป็น(@NameIsNovel)ระลอก
“ที่(@NameIsNovel)นี่ไม่เหมาะแก่การรักษาบาดแผล ข้าจำต้อง กลับเข้าไปโดยเร็ว” ขณะที่(@NameIsNovel)เซินลั่วกำลังจะเอ่ยถามถึงสรรพคุณของแก่นอสูรนั้น จุยโถวก็เอ่ยแทรกขึ้น
“ตกลง เช่นนั้นข้าจะส่งเจ้า กลับ” เห็นดังนั้น เซินลั่วได้(@NameIsNovel)แต่กลืนคำถามที่(@NameIsNovel)ติดอยู่ปลายลิ้นลงไป เขา(@NameIsNovel)ยกมือประสานร่าย คาถาเวท สูบเรียกเอาของเหลวเขียวมรกตที่(@NameIsNovel)เหลืออยู่เพียงเล็กน้อยมาชุมนุมรอบกาย แล้วดำเนิน วิชาเชื่อมสื่อปราบอสูร ใช้ฝ่ามือเพียงสะบัด สร้างเป็น(@NameIsNovel) วังวนอาคม ในอากาศ
จุยโถวไม่เอ่ยวาจาใด ร่างพลันกลายเป็น(@NameIsNovel)แสงสีน้ำเงิน พุ่งหายเข้าไปในวังวน จากนั้นวังวนสีน้ำเงินค่อยๆ หดเล็กลงและ(@NameIsNovel)เลือนหายไป
หลังจากนั้น เซินลั่ว ก็พักฟื้นอยู่ตรงเดิมชั่วขณะ ก่อนจะเดินไปถึงขอบสระ จ้องมองไปยัง กระดูกนิ้วทองคำ ที่(@NameIsNovel)ก้นสระ แววตาเต็มไปด้วยความลังเล
แม้เขา(@NameIsNovel)จะรู้ดีว่า(@NameIsNovel)สิ่งนี้ย่อมไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่กล้าลองหยิบขึ้นมาโดยประมาท
ในบัดดล แสงทองก็วูบไหวขึ้นกลางสระ กระดูกนิ้วทองคำพลันพุ่งพรวด ขึ้นตรงสู่ร่างของเซินลั่ว
เซินลั่วตื่นตระหนก รีบเบี่ยงตัวหลบอย่างฉับพลัน ทว่า(@NameIsNovel)เมื่อกระดูกนิ้วทองคำกำลังจะพุ่งผ่านร่างเขา(@NameIsNovel) มัน กลับเปลี่ยนทิศในทันที แทงทะลวงเข้าสู่ร่างกายโดยตรง!
เขา(@NameIsNovel)รู้สึกเจ็บแปลบเสียดแทงใน อกทันที สายตาพร่ามัวลงในบัดดล
เซินลั่วส่ายศีรษะที่(@NameIsNovel)เวียนหนัก พยายามฝืนกายเงื้อมมือคว้าไปเบื้องหน้า ราวกับหาที่(@NameIsNovel)ยึดเหนี่ยว ทว่า(@NameIsNovel)แสงตาพร่าเลือนดับวูบ เขา(@NameIsNovel)ร่วงลงไปทั้งร่าง
…
“ตุบ…”
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด เซินลั่ว ก็พลันได้(@NameIsNovel)ยินเสียงระฆังใสกังวานดังก้องมาจากที่(@NameIsNovel)ห่างไกล
เปลือกตาเขา(@NameIsNovel)กระตุกเล็กน้อย ก่อนค่อยๆ เปิดออก ความขุ่นมัวในศีรษะยังคงอยู่ สายตายังคงพร่าเลือนอยู่ไม่น้อย เขา(@NameIsNovel)อดไม่ได้(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)จะยกมือขึ้นนวดหว่า(@NameIsNovel)งคิ้วที่(@NameIsNovel)เจ็บแปลบเบาๆ
เซินลั่วยันกายลุกขึ้นนั่ง มองไปรอบตัวด้วยความฉงน ก็พบว่า(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ผู้คนกว่า(@NameIsNovel)หลายร้อยนั่งเรียงรายหนาแน่นรอบกายเขา(@NameIsNovel)
ทุกคนล้วนสวมชุดคลุมสีขาวเหมือนกันหมด สีหน้าสงบขรึม จ้องไปยังแท่นสูงราวสามฉื่อที่(@NameIsNovel)ตั้งอยู่เบื้องหน้า
บนแท่นนั้นมี(@NameIsNovel) เบาะดอกบัว วางอยู่ ข้างบนมี(@NameIsNovel)ชายชราผมขาวโพลน ใบหน้าเมตตา ขนคิ้วยาวห้อยลงมาถึงแก้มทั้งสองข้าง สวม ฉลองขนหงส์ ดูสง่างาม กำลังนั่งแสดงธรรมเทศนา
“ที่(@NameIsNovel)นี่คือที่(@NameIsNovel)ใด? เหตุใดข้าจึงมาอยู่ที่(@NameIsNovel)นี่ได้(@NameIsNovel)?” เซินลั่วกวาดตามองไปรอบๆ ด้วยความประหลาดใจ รู้สึกได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)สถานที่(@NameIsNovel)แห่งนี้ไม่ใช่ถ้ำใต้ดินก่อนหน้า อีกทั้งก็ไม่ใช่ภายในสำนักชุนชิว
เขา(@NameIsNovel)รีบลุกขึ้นยืน กะว่า(@NameIsNovel)จะถามคนรอบข้าง แต่ดูราวกับทุกคนไม่รับรู้ถึงพฤติกรรมแปลกประหลาดของเขา(@NameIsNovel)เลยสักนิด ไม่มี(@NameIsNovel)ใครหันมามองแม้แต่คนเดียว
เซินลั่วก้มตัวลง เคาะไหล่ผู้ที่(@NameIsNovel)นั่งข้างๆ แต่ฝ่ามือเขา(@NameIsNovel) กลับทะลุผ่านร่างคนผู้นั้นไป ราวกับสัมผัสเพียงเงาโปร่งใส
“นี่หรือว่า(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)ความฝันอีกชั้นหนึ่ง? ฝันซ้อนฝัน อย่างนั้นรึ?” เซินลั่วพึมพำกับตนเอง
เขา(@NameIsNovel)หันไปมองรอบด้านต่ออีกครั้ง ก็พบว่า(@NameIsNovel)ตนกำลังยืนอยู่บนลานหินขาวกลางภูผา โดยรอบเป็น(@NameIsNovel)ขุนเขา(@NameIsNovel)เขียวมรกต ราวกับเข็มขัดหยกโอบล้อม สายน้ำตกใสสะอาดพราวราวกับหยก พร้อมม่านหมอกบางๆ ลอยอ้อยอิ่ง คล้ายแดนสวรรค์ในตำนาน
ตามยอดเขา(@NameIsNovel)หลายแห่ง ปรากฏ ศาลาหยก ซ่อนอยู่ท่ามกลางไม้ใหญ่เขียวขจี บนร่องเขา(@NameIsNovel)หลายแห่งยังเห็น สะพานเชือก แขวนเชื่อมโยงไปมา เสียงลิงไพรและ(@NameIsNovel)เสียงกระเรียนดังก้องประสานก้องกังวานท่ามกลางขุนเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)เมฆหมอก
“หรือว่า(@NameIsNovel)นี่จะเป็น(@NameIsNovel) แดน เซียน … ส่วนชายชรานั่นก็คือ เซียน ผู้กำลังแสดงธรรม?” เซินลั่วมิอาจซ่อนความตื่นเต้น เขา(@NameIsNovel)อยาก จะเดินเข้าไปใกล้เพื่อสดับฟังว่า(@NameIsNovel)อีกฝ่ายกำลังกล่าวถึง คัมภีร์เซียน หรือไม่
ทว่า(@NameIsNovel)พอเพิ่งก้าวออกไปเพียงก้าวเดียว ทิวทัศน์รอบด้าน กลับสลายหายไปดุจภาพมายา
เซินลั่วเพียงรู้สึกวิงเวียนไปชั่วขณะ ทุกสิ่งเบื้องหน้าก็พลันพร่ามัวอีกครา
ไม่นานนัก เมื่อสายตา กลับมาแจ่มชัดอีกครั้ง บรรยากาศรอบกายก็ได้(@NameIsNovel)เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เวลานี้เขา(@NameIsNovel)กำลังยืนอยู่บนยอดผาสูงตระหง่าน เผชิญหน้ากับหน้าผาที่(@NameIsNovel)ลอยอยู่เบื้องหน้า ด้านล่างเป็น(@NameIsNovel)ทะเลหมอก กลิ้งตัวราวเกลียวคลื่นแห่งสมุทร
ไม่ห่างออกไปนัก มี(@NameIsNovel)โต๊ะเตี้ยเรียงรายอยู่หลายตัว แต่ละตัวมี(@NameIsNovel)บุคคลนั่งประจำ
ผู้ที่(@NameIsNovel)นั่งตำแหน่งประธานก็คือชายชราสวมฉลององค์ขนหงส์ผู้นั้น ส่วนคนอื่นๆ ที่(@NameIsNovel)นั่งร่วมโต๊ะ กลับมี(@NameIsNovel)รูปลักษณ์และ(@NameIsNovel)เครื่องแต่งกายแตกต่างกันออกไปมากมาย
พวกเขา(@NameIsNovel)จุดธูป ชงชา นั่งสนทนาธรรมราวกับสหายที่(@NameIsNovel)คบหากันมาเนิ่นนาน
แม้เซินลั่วจะอยู่ไม่ไกล สามารถมองเห็นรายละเอียดบนใบหน้าของแต่ละคนชัดเจน ทว่า(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel) กลับมิอาจฟังเนื้อความการสนทนาได้(@NameIsNovel) และ(@NameIsNovel)เมื่อเขา(@NameIsNovel)คิดจะก้าวเข้าไปใกล้ ทิวทัศน์รอบกายก็พลันพร่ามัวอีกครั้ง
ครานี้ทันใดนั้น เขา(@NameIsNovel) กลับพบว่า(@NameIsNovel)ตนอยู่ภายใน มหาศาลาแดงฉาน เห็นชายชราสวมฉลองพระขนหงส์ พร้อมเหล่าศิษย์หลายคนยืนพำนัก สนทนากันอยู่…
----------