หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 177
ตอนที่ 177 : หมากดำ–ขาวประหลาด
ตอนที่ 177
ถัดจาก ยันต์ผนึกพันธนาการ ไป คือยันต์โจมตีหนึ่ง เรียกว่า(@NameIsNovel) ยันต์สังหารแหลก ยันต์นี้ขึ้นต้นด้วยอักษรว่า(@NameIsNovel) “ยันต์ทลายพล” เส้นลายยันต์ทั้งมวลทอดยาวเหมือนหอกแหลมคม แผ่กลิ่นอายปราบปรามและ(@NameIsNovel)กลิ่นอายฆ่าฟันแรงกล้า
ต่อไปทางขวา ข้าม ยันต์เหินบิน ไป เป็น(@NameIsNovel)ยันต์ที่(@NameIsNovel)ส่องแสงสายฟ้าสีทองอยู่ตลอดเวลา
รูปลักษณ์ดูละม้ายคล้ายกับ ยันต์อัสนีบาต เช่นกัน เพราะเป็น(@NameIsNovel)ยันต์สายฟ้า แต่แทนที่(@NameIsNovel)จะขึ้นต้นด้วยอักษรประหลาดหมายถึง “สายฟ้า” กลับขึ้นต้นด้วยอักษร “อาญาสวรรค์” ผสานเข้ากับอักษรสายฟ้าห้าตัว และ(@NameIsNovel)ลงท้ายด้วยอักษร “ผนึก” ทำให้มี(@NameIsNovel)เอกลักษณ์พิเศษกว่า(@NameIsNovel)ยันต์อื่นๆ
ยันต์สุดท้ายกลับประหลาดยิ่งกว่า(@NameIsNovel) เรียกว่า(@NameIsNovel) ยันต์ลบเงาจิต มี(@NameIsNovel)ฤทธิ์ทำให้เป้าหมายสูญเสียความทรงจำชั่วขณะ พร้อมทั้งสร้างความเสียหายต่อ จิตเทวะ ของผู้ถูกกระทบ
ทว่า(@NameIsNovel)ตัวยันต์นี้ก็มี(@NameIsNovel)ข้อจำกัดมาก โดยทั่วไปจะใช้ได้(@NameIsNovel)กับผู้ที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)พลังบำเพ็ญอ่อนกว่า(@NameIsNovel)ผู้ใช้ และ(@NameIsNovel)หากจิตเทวะของอีกฝ่ายแข็งกล้าเกินไป ยันต์นี้ก็อาจไร้ผลเช่นกัน
ตามบันทึกใน หยกบันทึก กล่าวว่า(@NameIsNovel) ยันต์ทั้งห้านี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็น(@NameIsNovel) ยันต์ลับประจำสำนักฟางชุน วิธีวาดยันต์และ(@NameIsNovel)วัตถุดิบที่(@NameIsNovel)ต้องใช้นั้นแตกต่างกันออกไป และ(@NameIsNovel)ยังเป็น(@NameIsNovel)ความลับ มิอาจเปิดเผยพร่ำเพรื่อได้(@NameIsNovel)
เวลานี้เซินลั่วแม้แต่กระดาษยันต์สีเหลืองหรือผงจินซาอย่างง่ายที่(@NameIsNovel)สุดก็ยังหาไม่ได้(@NameIsNovel) นับประสาอะไรกับวัตถุพิเศษอื่นๆ เขา(@NameIsNovel)ย่อมไม่อาจทดลองวาดยันต์ได้(@NameIsNovel) จึงทำเพียงกวาดตามองผ่านๆ มิได้(@NameIsNovel)ใส่ใจมากนัก
โดยไม่รู้ตัว เขา(@NameIsNovel)ก็ใช้เวลาตรวจสอบอยู่กว่า(@NameIsNovel)หนึ่งชั่วยามแล้ว จึงยกมือคลึงหว่า(@NameIsNovel)งคิ้วที่(@NameIsNovel)เริ่มล้า ก่อนเก็บ หยกบันทึก ไว้
“ดูท่าว่า(@NameIsNovel)สำนักฟางชุน สมกับที่(@NameIsNovel)ชาวบ้านเชิงเขา(@NameIsNovel)เคารพเลื่อมใส เป็น(@NameIsNovel)สำนักบำเพ็ญที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)เซียนแท้เป็น(@NameIsNovel)ประมุข การที่(@NameIsNovel)ข้าได้(@NameIsNovel)เข้ามาถึงที่(@NameIsNovel)นี่ก็นับว่า(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ลาภจริงๆ” เซินลั่วแอบยินดีในใจ หลังหยุดพักชั่วครู่จึงออกเดินต่อ มุ่งสืบค้นลึกเข้าไปในผืนป่าอีก
แต่หลังจากค้นหาต่อเนื่องเกือบสองชั่วยาม เขา(@NameIsNovel)กลับเห็นเพียงซากปรักหักพัง ความเสียหายรกร้างไปทั่ว ไม่พบสิ่งใดมี(@NameIsNovel)ค่าเลย
เมื่อก้าวพ้นแนวป่าทึบออกมา ด้านหน้ากลับกลายเป็น(@NameIsNovel)หน้าผาสูงอีกชั้นหนึ่ง
หน้าผานี้มิได้(@NameIsNovel)สูงชันมหาศาลเหมือนเมื่อครู่ เพียงราวร้อยฉื่อเท่านั้น มี(@NameIsNovel)ธารน้ำสายเล็กไหลรินลงมาจากเบื้องบน แม้น้ำไม่มากนัก แต่ก็ทำให้ผนังผาเปียกชุ่มไปกว่า(@NameIsNovel)ครึ่ง
ในจุดที่(@NameIsNovel)สายน้ำไหลผ่าน กลับปรากฏอักษรโบราณสี่ตัวสลักไว้ กอปรด้วยพลังดุดันแข็งกล้า
“เทพอุบัติเปิดเผย…”
เซินลั่วเงยหน้ามองอักษรเหล่านั้น พลันคิ้วขมวดเล็กน้อย แววตาฉายประกายประหลาดใจ
เขา(@NameIsNovel)ยกมือขึ้นตามความคิดในใจ พลันรวบธารน้ำที่(@NameIsNovel)ไหลลงมารวมกลายเป็น(@NameIsNovel) เชือกสายน้ำ
เซินลั่วคว้าจับเชือกน้ำก้าวเหินขึ้นไปยังยอดหน้าผา ไม่นานก็ขึ้นไปถึงจุดที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)อักษรสลักนั้น
“แท้จริงแล้วมี(@NameIsNovel)สิ่งซ่อนเร้นอยู่จริงๆ!” เขา(@NameIsNovel)พึมพำเบาๆ
ตรงกลางระหว่า(@NameIsNovel)งอักษรโบราณสี่ตัวนั้น มี(@NameIsNovel)ก้อนหินก้อนหนึ่งยื่นออกมา คล้ายม่านน้ำ บังคับให้สายน้ำแยกออกไหลซ้ายขวา และ(@NameIsNovel)เบื้องล่างของหินนั้นกลับเผยให้เห็น ปากถ้ำเล็กๆ ที่(@NameIsNovel)มิได้(@NameIsNovel)สะดุดตา
เซินลั่วกระโดดลง ร่างพุ่งลอดช่องแคบของปากถ้ำเข้าไป
เมื่อทรงกายมั่นคงแล้ว เขา(@NameIsNovel)เดินต่อเข้าไปอีกหลายสิบก้าว ด้านในพลันขยายกว้าง กลายเป็น(@NameIsNovel) ห้องหิน กว้างราวสิบฉื่อ
เขา(@NameIsNovel)ยกมือขึ้น พลันมี(@NameIsNovel)แสงน้ำเงินส่องออกจากฝ่ามือ สาดส่องโดยรอบ ครานั้นเองจึงเห็นว่า(@NameIsNovel)ห้องหินนี้แทบไม่มี(@NameIsNovel)สิ่งของใดๆ ตกแต่งเลย
บนผนังด้านในเพียงด้านเดียว กลับสลักอักษรโบราณคำว่า(@NameIsNovel) “ฌาน” อย่างเด่นชัด ใต้ลงมามี(@NameIsNovel)เพียงโต๊ะเล็กหนึ่งตัว และ(@NameIsNovel)เบาะฟางถักจากเถาวัลย์วางอยู่ข้างหน้า นอกนั้นไม่เหลือสิ่งใดอีก
น่าประหลาดนัก โต๊ะเล็กนั้นวางชิดผนัง แต่เบาะกลับตั้งอยู่ด้านนอก หากมี(@NameIsNovel)ผู้ใดนั่งบำเพ็ญสมาธิที่(@NameIsNovel)นี่ แทนที่(@NameIsNovel)จะนั่งหันหน้าเข้าผนัง เขา(@NameIsNovel)กลับต้องนั่งหันหลังพิงผนังเสียมากกว่า(@NameIsNovel)
“หรือว่า(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)นี่มี(@NameIsNovel)เพียงเท่านี้จริงๆ… ผู้ครอบครองคงเป็น(@NameIsNovel)ผู้ชื่นชอบแนว ฌานแห้ง อย่างนั้นหรือ?” เซินลั่วครุ่นคิดในใจ
เขา(@NameIsNovel)ย่อตัวลง เคาะบนโต๊ะเบาๆ พบว่า(@NameIsNovel)มันเป็น(@NameIsNovel)เพียงไม้จันทน์ธรรมดา แม้จะตั้งอยู่นับร้อยปีโดยไม่ผุพัง แต่ก็หาใช่ ศาสตราเวท ไม่
เมื่อยืนยันแล้วว่า(@NameIsNovel)นี่คือสถานที่(@NameIsNovel)ของ สำนักเซียนภูเขา(@NameIsNovel)ฟางชุน ความคาดหวังของเซินลั่วก็ยิ่งสูงขึ้นนัก เขา(@NameIsNovel)คิดว่า(@NameIsNovel)ต้องพบของวิเศษล้ำค่าในที่(@NameIsNovel)ลับตาเช่นนี้แน่ แต่เมื่อเห็นความเรียบง่ายเช่นนี้ กลับอดผิดหวังไม่ได้(@NameIsNovel)
เขา(@NameIsNovel)พลิกเบาะฟางที่(@NameIsNovel)ถักจากเถาวัลย์ขึ้นอย่างลวกๆ แต่กลับพบว่า(@NameIsNovel)มันผุพังแล้ว เพียงแค่ดึงเบาๆ ก็ขาดฉีกออก
“นั่นอะไร?” เซินลั่วเอ่ยเสียงต่ำ รีบวาดฝ่ามือเรียกแสงน้ำเงินส่องลงไป
พอแสงน้ำเงินสาดถึง เขา(@NameIsNovel)ก็เห็นจุดขาวสะท้อนวาววับอยู่ใต้เบาะนั้น
เมื่อเลิกเบาะออกจนหมด สิ่งที่(@NameIsNovel)อยู่เบื้องล่างหาใช่เพียงจุดขาว แต่กลับเป็น(@NameIsNovel) หมากล้อมสีขาว หนึ่งเม็ด และ(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel) หมากดำ วางใกล้ๆ อีกสองเม็ด
เหมือนกับว่า(@NameIsNovel)ผู้ครอบครองเคยเก็บกระดานหมากแล้วทำหมากเหล่านี้ตกหล่นไปใต้เบาะโดยบังเอิญ
เซินลั่วใช้นิ้วหยิบหมากขาวขึ้นมาหมุนดูเบาๆ
“เบานัก…”
เขา(@NameIsNovel)เลิกคิ้วเล็กน้อย พึมพำกับตัวเอง
โดยทั่วไปหมากล้อมก็ไม่หนักอยู่แล้ว แต่เม็ดนี้กลับเบาเกินพอดีจนผิดธรรมชาติ ในมือรู้สึกเบาดุจขนนก หากไม่ได้(@NameIsNovel)เห็นกับตา ก็คงคิดว่า(@NameIsNovel)ในฝ่ามือว่า(@NameIsNovel)งเปล่า
เขา(@NameIsNovel)งุนงงนัก ก่อนจะเอื้อมนิ้วไปหยิบหมากดำขึ้นมาลอง
ทว่า(@NameIsNovel)ทันทีที่(@NameIsNovel)ยกข้อมือขึ้น หมากดำกลับแน่นิ่งราวหยั่งรากอยู่กับพื้น
ครานี้เซินลั่วยิ่งประหลาดใจ เขา(@NameIsNovel)กำแรงในมือ ดึงหมากดำขึ้นสุดแรง ในที่(@NameIsNovel)สุดก็สามารถยกมันขึ้นมาได้(@NameIsNovel)
เมื่อชั่งน้ำหนักเล่นๆ ก็พบว่า(@NameIsNovel)หมากดำนี้หนักถึงร้อยจิน!
เซินลั่วพยายามหยิบหมากดำอีกเม็ด ก็พบว่า(@NameIsNovel)หนักเท่ากัน
“นี่มันอะไรกันแน่… หรือว่า(@NameIsNovel)จะเป็น(@NameIsNovel)ศาสตราเวทด้วย?” เขา(@NameIsNovel)จ้องหมากในมือ ยิ่งงุนงงมากขึ้น
หลังลังเลเล็กน้อย เขา(@NameIsNovel)ก็เริ่มเร่ง ปราณเต๋า ส่งเข้าสู่หมากดำ–ขาวในมือ
ทุกหยดปราณที่(@NameIsNovel)ไหลซึมเข้าไป หมากทั้งสามก็ส่องแสงวาววับขึ้นมาแตกต่างกันไป แต่กลับไม่ปรากฏความเปลี่ยนแปลงอื่นใด
เซินลั่วร้องเบาๆ แล้วเพิ่มปราณเข้าไปมากกว่า(@NameIsNovel)ก่อนหลายเท่า แต่หมากเหล่านั้นยังคงนิ่งสนิท ไม่มี(@NameIsNovel)ปฏิกิริยาใดๆ เพียงนอนสงบอยู่ในฝ่ามือเขา(@NameIsNovel)อย่างนั้น
คิ้วของเขา(@NameIsNovel)ขมวดแน่นเล็กน้อย ก่อนที่(@NameIsNovel)เซินหลัวจะสะบัดมือโยนหมากล้อมออกไปทั้งหมดในทันที
เม็ดหมากสีขาวเบาเกินไป พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วที่(@NameIsNovel)สุด ชนเข้ากับผนังแล้วสะท้อนกลับ ตกลงไปด้านข้าง
ส่วนเม็ดหมากสีดำทั้งสองกลับหนักหน่วงเกินไป พุ่งออกไปได้(@NameIsNovel)เพียงเล็กน้อยก็ร่วงลงกระแทกพื้นดัง “ตึง”
แต่ไม่ว่า(@NameIsNovel)จะเป็น(@NameIsNovel)เม็ดหมากขาวหรือดำ ก็ไม่ปรากฏสิ่งผิดปกติใดๆ ขึ้นมาเลย
ถึงอย่างนั้น เซินหลัวก็ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เขา(@NameIsNovel)เก็บหมากทั้งสามกลับมาอีกครั้ง แล้วเร่งร่ายเคล็ด เก้าสิบเก้าทรัพย์สมบัติ พยายามใช้วิธีหลอมสมบัติเพื่อกลั่นหมากล้อมทั้งสามเม็ดให้เป็น(@NameIsNovel)อาวุธวิเศษ ทว่า(@NameIsNovel)หลังจากลองอยู่พักใหญ่ก็ยังไม่เกิดผลใดๆ
เช่นเดียวกับตอนที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ทดลองกับแผ่นหยกมาก่อนหน้า เซินหลัวส่งสัมผัสจิตเทวะเข้าไปตรวจสอบภายในหมากล้อมทั้งสามเม็ด แต่กลับว่า(@NameIsNovel)งเปล่าไร้สิ่งใดตอบสนอง
“บางทีสิ่งนี้อาจมิใช่สมบัติวิเศษ แต่เพียงทำมาจากวัสดุพิเศษเท่านั้นกระมัง…” ในที่(@NameIsNovel)สุด เซินหลัวก็ถอนหายใจ เอ่ยอย่างจนใจ
จากนั้นเขา(@NameIsNovel)ลองเก็บหมากล้อมทั้งสามเม็ดใส่ในเสื้อผ้า แต่เพราะเม็ดหมากสีดำทั้งสองหนักเกินไป ทำให้เสื้อถูกถ่วงจนผิดรูป
ด้วยความจนปัญญา เซินหลัวจึงฉีกขาดผ้าแขนเสื้อออกมาสองแถบ มัดเม็ดหมากดำแต่ละเม็ดไว้กับข้อมือซ้ายและ(@NameIsNovel)ขวาอย่างแน่นหนา
----------