หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 185
ตอนที่ 185 : ถ้ำสังเกตเต๋า
ตอนที่ 185
“จิตวิญญาณเทวะ แน่นแฟ้นมั่นคงขึ้น ทะเลจิตวิญญาณ ก็กว้างขวางขึ้นหลายเท่า รัศมี(@NameIsNovel)ของ สัมผัสจิตเทวะ ดูเหมือนจะขยายมากขึ้นถึงสองเท่า อีกทั้งปราณเต๋าก็เพิ่มขึ้นมหาศาล… นี่หรือคือความรู้สึกแห่งการเข้าสู่ ระดับก่อกำเนิด ช่างมหัศจรรย์ยิ่งนัก!”
เซินลั่วอุทานด้วยความปีติอยู่ในใจ อดไม่ได้(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)จะเงยหน้าตะโกนก้องไปยังเวิ้งฟ้า
ทว่า(@NameIsNovel)หลังจากนั้นเขา(@NameIsNovel)ก็สงบใจลงอีกครั้ง นั่งเข้าสมาธิเพื่อเร่งประคองและ(@NameIsNovel)ทำให้ฐานพลังใหม่มั่นคง
เพียงระลึกในห้วงความคิด ภาพถ้อยคำบรรยาย ระดับก่อกำเนิด ใน เคล็ดวิชาบำเพ็ญไร้นาม ก็พลันผุดขึ้น เขา(@NameIsNovel)เข้าใจทันทีว่า(@NameIsNovel) การที่(@NameIsNovel) จิตวิญญาณเทวะ ท่องออกจากกายานั้น แม้จะอัศจรรย์ลึกล้ำ แต่ก็แฝงความเสี่ยงมหันต์
ท้ายที่(@NameIsNovel)สุด จิตวิญญาณเทวะ ก็คือกายวิญญาณ เมื่อยังมิได้(@NameIsNovel)แกร่งกล้าเต็มที่(@NameIsNovel) ก็อาจถูกสายลมแรงและ(@NameIsNovel)แสงตะวันแผดกล้าโจมตีได้(@NameIsNovel)โดยง่าย อีกทั้งเมื่ออยู่ในสภาพ จิตวิญญาณเทวะ ออกจากร่าง กายเนื้อก็ไม่ต่างอะไรจากวัตถุไร้การป้องกัน ราวปลาบนเขียง มี(@NameIsNovel)เพียงรอให้ผู้อื่นเชือดเท่านั้น
กระนั้น ตาม เคล็ดวิชาบำเพ็ญไร้นาม ได้(@NameIsNovel)บันทึกไว้ว่า(@NameIsNovel) แท้จริงแล้ว จิตวิญญาณเทวะ ของมนุษย์ก็คือพลังที่(@NameIsNovel)สามารถขัดเกลาและ(@NameIsNovel)เสริมสร้างได้(@NameIsNovel) เพียงเมื่อก้าวเข้าสู่ ระดับก่อกำเนิด จึงเริ่มเผยพลังอย่างแท้จริง และ(@NameIsNovel)หากบำเพ็ญเพียรต่อเนื่อง มันจะเติบโตจนกลายเป็น(@NameIsNovel)อีกหนึ่งพลังที่(@NameIsNovel)เทียบเคียงได้(@NameIsNovel)กับกายเนื้อและ(@NameIsNovel)ปราณเต๋า
แม้แต่ เซียนแท้ บางตน ก็สามารถใช้เพียง พลังจิตวิญญาณเทวะ ฆ่าคนได้(@NameIsNovel)จากระยะหลายพันลี้
เวลาผ่านไปประมาณสองถึงสามชั่วยาม เสียงประหลาดที่(@NameIsNovel)ดังสะท้อนอยู่รอบฟ้าและ(@NameIsNovel)ปฐพีก็ค่อยๆ เลือนหาย ท้องฟ้าไกลโพ้นเริ่มปรากฏแสงขาวดั่งท้องปลา
พลังของเซินลั่วกลับคืนสู่ความมั่นคงอีกครั้ง
“สุรเสียงเทศนาแห่งเต๋านั้นลึกล้ำจริง หากสามารถเสริมสร้าง จิตวิญญาณเทวะ ให้แข็งแกร่งขึ้นอีกได้(@NameIsNovel)ก็คงจะดียิ่ง” เขา(@NameIsNovel)คิดในใจ พลางกลั้นลมหายใจ ตั้งสมาธิสดับฟังอย่างตั้งใจ
ทว่า(@NameIsNovel)ผ่านไปเพียงครู่เดียว แววสับสนก็ฉายชัดบนใบหน้า
เซินลั่วค้นพบว่า(@NameIsNovel) หลังจากตนเข้าสู่ ระดับก่อกำเนิด แม้สุรเสียงเทศนาในลานกว้างยังคงทำให้ ทะเลจิตวิญญาณ สั่นสะเทือน แต่ความเจ็บปวดรุนแรงที่(@NameIsNovel)กระแทกใส่ จิตวิญญาณเทวะ ได้(@NameIsNovel)หายไปสิ้น อีกทั้ง ทะเลจิตวิญญาณ ก็ไม่ขยายออก และ(@NameIsNovel) จิตวิญญาณเทวะ เองก็ไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงใดๆ
เขา(@NameIsNovel)ลุกขึ้นเดินออกจากลานกว้าง สุรเสียงเทศนาพลันเลือนหาย และ(@NameIsNovel)ความทรงจำที่(@NameIsNovel)เกี่ยวข้องกับถ้อยคำเทศนาในใจก็พลันว่า(@NameIsNovel)งเปล่าอีกครั้ง
เห็นดังนี้ เซินลั่วยังรู้สึกไม่อาจยอมรับ จึงย้อนกลับเข้าสู่ลานกว้างอีกครั้ง ครานี้เขา(@NameIsNovel)ยังเดินเข้าไปใกล้แท่นสูงยิ่งกว่า(@NameIsNovel)เดิม
แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกันนัก แม้สุรเสียงเทศนาและ(@NameIsNovel)เสียงก้องคำรามยังคงมี(@NameIsNovel)อยู่ แต่ ทะเลจิตวิญญาณ และ(@NameIsNovel) จิตวิญญาณเทวะ ของเขา(@NameIsNovel)ก็หาได้(@NameIsNovel)รับประโยชน์ใดอีก
“ดูท่าจะได้(@NameIsNovel)เพียงเท่านี้แล้ว การฟังต่อไปก็คงไร้ผลประโยชน์ใดๆ” เซินลั่วถอนหายใจพลางส่ายศีรษะ
เขา(@NameIsNovel)นั่งพักริมลานอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงลุกขึ้นก้าวจากไป
เบื้องหลังลานกว้าง ปรากฏเส้นทางศิลาหยกทอดยาวออกไปเบื้องหน้า โดยไร้ซึ่งปลายทางให้เห็น…
เซินลั่วก้าวเท้าขึ้นบนเส้นทางศิลาหยก เพียงแตะพื้นเบาๆ ร่างก็พุ่งทะยานไปข้างหน้าหลายจั้ง ราวกับไร้น้ำหนัก เคลื่อนกายรวดเร็วปานสายลม จนกระทั่งลานกว้างด้านหลังเลือนหายไปจากสายตา
ค่อยๆ ปรากฏแนวไม้ใหญ่สองข้างทาง ล้วนเป็น(@NameIsNovel)ต้นไม้สีทองอร่าม ดั่งหลอมขึ้นจากทองคำ ทั้งยังมิใช่พฤกษาธรรมดาแน่นอน หากแต่กลับไม่ปรากฏการสั่นสะเทือนของพลังปราณที่(@NameIsNovel)รุนแรงใดๆ ออกมา
เซินลั่วเพียงเหลือบมองต้นไม้ทองนั้นด้วยความฉงนอยู่หลายครั้ง แต่ก็หาได้(@NameIsNovel)หยุดก้าว เดินหน้าต่อไปอย่างไม่ลังเล
เพียงชั่วครู่ สายตาก็แลเห็นยอดเขา(@NameIsNovel)เขียวชอุ่มสูงนับร้อยฉื่อผงาดอยู่เบื้องหน้า เส้นทางศิลาหยกทอดยาวมาถึงตรงนี้ก็สิ้นสุดลง
บนยอดเขา(@NameIsNovel)พอมองเห็นอาคารทรุดโทรมตั้งอยู่ลางเลือน ทว่า(@NameIsNovel)แววตาของเขา(@NameIsNovel)กลับถูกดึงดูดไปยังหน้าผาสีเขียวเรียบลื่นที่(@NameIsNovel)เชิงเขา(@NameIsNovel)แทน
บนหน้าผานั้นมี(@NameIsNovel) ประตูศิลาสีเขียว แนบชิดอยู่ เส้นสายสีแดงเข้มหลายเส้นถูกวาดทอดไขว้บนบานประตู ก่อเป็น(@NameIsNovel)ลวดลายประหลาดซึ่งมิใช่ทั้งอักษร มิใช่ทั้งภาพ หากแต่แฝงไว้ด้วยความลึกซึ้งน่าเกรงขาม
ข้างๆ ประตูศิลา มี(@NameIsNovel)อักษรตราประทับโบราณขนาดใหญ่เท่าศีรษะมนุษย์สามตัวว่า(@NameIsNovel) —— “ถ้ำสังเกตเต๋า” พลังอำนาจอันเรียบง่ายเก่าแก่แผ่กระจายออกมา คล้ายดำรงอยู่มานับหมื่นปีไม่ผันแปร
“ถ้ำสังเกตเต๋า!”
เซินลั่วพึมพำถ้อยคำทั้งสาม สายตาค่อยๆ สว่า(@NameIsNovel)งวาบขึ้น
เพียงพิจารณาจากนามนี้ ก็พอรู้ได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)นี่ต้องเป็น(@NameIsNovel)สถานที่(@NameIsNovel)สำคัญยิ่งของสำนักในอดีต อีกทั้งโดยรอบไร้ร่องรอยการถูกทำลาย หากภายในยังมี(@NameIsNovel)ของวิเศษหรือสมบัติเก็บรักษาอยู่ ก็คงยังคงสภาพสมบูรณ์ทีเดียว
แม้ความตื่นเต้นจะเอ่อท้นในใจ แต่เขา(@NameIsNovel)ก็มิได้(@NameIsNovel)บุ่มบ่ามเข้าไป กลับยกมือร่ายเวท แสงธาตุน้ำพลันแวบขึ้นกลางอากาศ ก่อเป็น(@NameIsNovel)ฝ่ามือน้ำสองข้างใหญ่เท่าหินโม่ กดกระแทกเข้าที่(@NameIsNovel)บานประตูศิลาอย่างแรง
แต่ทว่า(@NameIsNovel)ประตูศิลากลับไม่ไหวติงแม้แต่น้อย มิปรากฏแม้เงื่อนไขของค่ายกลต้องห้ามใดๆ ถูกกระตุ้น
เห็นดังนี้ เขา(@NameIsNovel)จึงเดินตรงไปยังประตูศิลา ยกมือเคาะเบาๆ เสียงทุ้มต่ำพลันสะท้อนออกมาจากภายใน แสดงชัดว่า(@NameIsNovel)ประตูนี้หนาหนักยิ่ง การจะเปิดมันคงมิใช่เรื่องง่าย
ทว่า(@NameIsNovel)ในยามนี้ เซินลั่วเพิ่งฝ่าด่านสู่ ระดับก่อกำเนิด พลังบ่มเพาะเพิ่มพูนมหาศาล ความมั่นใจเต็มเปี่ยม ไร้ความกังวลใดๆ
เขา(@NameIsNovel)หลับตาลง ปล่อย สัมผัสจิตเทวะ แผ่ซ่านตรวจสอบเข้าไปยังภายในบานประตูศิลาและ(@NameIsNovel)ผนังเขา(@NameIsNovel)รอบข้าง
การเคลื่อนไหวของเขา(@NameIsNovel)นั้นรอบคอบยิ่งนัก เพราะยังจดจำได้(@NameIsNovel)ดีถึงค่ายกลต้องห้ามที่(@NameIsNovel)สามารถสะท้อนกลับ สัมผัสจิตเทวะ ได้(@NameIsNovel)
แต่ครานี้ เมื่อสัมผัสจิตเทวะสัมผัสเข้ากับบานประตูศิลา กลับมิได้(@NameIsNovel)เจอกับแรงสะท้อนเหมือนครั้งก่อน หากแต่ถูกขวางกั้นด้วยพลังอ่อนนุ่มยืดหยุ่น ไม่อาจแทรกซึมเข้าไปได้(@NameIsNovel)เลย
ส่วนสัมผัสจิตเทวะที่(@NameIsNovel)สอดส่องเข้าไปยังผนังเขา(@NameIsNovel)รอบข้าง ก็ทะลุไปได้(@NameIsNovel)เพียงระยะหนึ่ง ก่อนจะถูกแรงอ่อนโยนปิดกั้นไว้เช่นกัน ไม่อาจตรวจพบกลไกเปิดประตูใดๆ ภายในแม้แต่น้อย
เซินลั่วขมวดคิ้วแน่น ถอยออกมาสองสามก้าว ก่อนจะนั่งขัดสมาธิลง กระตุ้นให้ จิตวิญญาณเทวะ ของตนออกจากร่าง ระดมพลังทั้งหมดทะยานเข้าสู่ภายในบานประตูศิลา
เมื่อมั่นใจแน่แล้วว่า(@NameIsNovel)ไม่มี(@NameIsNovel)ค่ายกลต้องห้ามที่(@NameIsNovel)สะท้อนกลับสัมผัสจิตเทวะ เขา(@NameIsNovel)ก็มิอาจลังเลอีกต่อไป
เพราะ ค่ายกลต้องห้ามที่(@NameIsNovel)ขวางกั้นสัมผัสจิตเทวะ นั้น หาอาจต้านทาน จิตวิญญาณเทวะของผู้บำเพ็ญระดับก่อกำเนิด ได้(@NameIsNovel)เลย…
แรงอ่อนโยนที่(@NameIsNovel)บานประตูยังคงขวางกั้นเขา(@NameIsNovel)ไว้อีกครั้ง แต่พลังที่(@NameIsNovel)สถิตอยู่ใน จิตวิญญาณเทวะ ของเขา(@NameIsNovel)หาได้(@NameIsNovel)ด้อยกว่า(@NameIsNovel)เพียงเสี้ยวหนึ่งของ สัมผัสจิตเทวะ ไม่ เขา(@NameIsNovel)ฝืนทานแรงนั้นไว้ได้(@NameIsNovel) และ(@NameIsNovel)ค่อยๆ แทรกซึมลึกเข้าไปในบานประตูศิลา
หัวใจเขา(@NameIsNovel)พลันยินดีนัก กำลังจะเร่งแรงบุกต่อไป ทันใดนั้นเสียงหึ่งต่ำๆ ก็ดังก้องขึ้น พร้อมกับแสงขาวชั้นหนึ่งปรากฏบนบานประตูศิลา แรงสะท้อนมหาศาลพลันไหลซึมออกมา
จิตวิญญาณเทวะ ของเซินลั่วปราศจากพลังต่อต้าน ถูกผลักกระเด็นออกมาในพริบตา ถูกขับไล่ออกจากบานประตูโดยสิ้นเชิง แสงขาวบนประตูพลันดับหายไป
เขา(@NameIsNovel)เพ่งมองบานประตูศิลาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหวนกลับเข้ากาย สีหน้าบึ้งตึงน่าเกรงนัก
หยุดนิ่งอยู่ชั่วครู่ เขา(@NameIsNovel)ก็ร่ายมือทำท่าประกอบวิชาอีกครั้ง
สายธารสองสายปรากฏขึ้นอีกหน บิดกลายเป็น(@NameIsNovel)คมดาบน้ำสีน้ำเงินสองเล่ม แสงน้ำเงินสว่า(@NameIsNovel)งจ้าโอบรัดรอบคมดาบ ไหลเวียนรวดเร็ว แผดเสียงหวีดแหลมแสบหู
“ไป!”
เซินลั่วตะโกนเสียงต่ำ เหวี่ยงสองมือออกพร้อมกัน
ดาบน้ำคู่หมุนวนรวดเร็ว ส่งเสียงหวีดหวิวดังสนั่น ราวสว่า(@NameIsNovel)นคู่ที่(@NameIsNovel)หมุนทะลวง กระแทกเข้าที่(@NameIsNovel)บานประตูศิลาอย่างดุดัน
“คลัง!” “คลัง!”
เสียงระเบิดสองครั้งดังลั่น!
ดาบน้ำทั้งสองพลันระเบิดแตกกระจาย กลายเป็น(@NameIsNovel)สายฝนหยดน้ำโปรยปราย
บานประตูศิลาเปล่งแสงขาวอ่อนบางอีกครั้ง แวบขึ้นเพียงชั่วแล่น ก่อนจะกลับสู่สภาพปกติ ไม่มี(@NameIsNovel)แม้แต่รอยขีดข่วน
ดวงตาของเซินลั่วฉายแววขึงขังยิ่งขึ้น เขา(@NameIsNovel)ร่ายมืออีกครั้ง วงแหวนครึ่งจันทร์พลันพุ่งออกมา
ตราผนึกเก้าชั้นบนวงแหวนล้วนปรากฏ แสงเงินวาววับส่องสว่า(@NameIsNovel)ง แปรเปลี่ยนหมุนวนรวมเป็น(@NameIsNovel)จันทร์เพ็ญสีเงินยักษ์ในพริบตา แล้วทะยานข้ามระยะหลายสิบฉื่อ ปรากฏตรงหน้าบานประตูศิลา
เขา(@NameIsNovel)โบกนิ้วกลางอากาศ จันทร์เพ็ญสีเงินพลันสว่า(@NameIsNovel)งเจิดจ้ายิ่งขึ้นอีกสองเท่า เสียงหอนคำรามก้องสะท้าน ดุจเกลียวคลื่นโหมกระเพื่อม อากาศรอบๆ พลันพลุ่งพล่านเป็น(@NameIsNovel)ระลอกน้ำ ก่อนจะฟาดฟันใส่บานประตูศิลาอย่างเกรี้ยวกราด
“บูม!”
เสียงระเบิดกึกก้องสะท้อนฟ้า!
จันทร์เพ็ญสีเงินอันไร้คู่เปรียบ คล้ายเกลียวคลื่นที่(@NameIsNovel)ซัดกระแทกโขดหิน ถูกแรงต้านทานระเบิดสลายลงในพริบตา แปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)คมแสงใหญ่เล็กนับไม่ถ้วนสะท้อนกลับออกมา โปรยปรายดุจสายฝนกระหน่ำครอบคลุมทั่วบริเวณหลายสิบฉื่อรอบบานประตูศิลา…
----------