หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 201
ตอนที่ 201 : กายาอันเกริกไกร
ตอนที่ 201
อสูรหัวแพะเหลือบมองอิงหลัวด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันแผ่วบาง ก้าวเพียงฉับพลันก็ทะยานผ่านฝูงชนที่(@NameIsNovel)ปากทางหมู่บ้าน มุ่งตรงเข้าสู่ด้านในทันที
เหล่าเผ่าอสูรที่(@NameIsNovel)ติดตามมาด้วย ต่างก็กระโจนเข้าสู่หมู่บ้านตามรอยอสูรหัวแพะ
ทว่า(@NameIsNovel)ในห้วงนั้นเอง ร่างหนึ่งพลันพุ่งออกมาจากในหมู่บ้าน เข้าปะทะตรงหน้ากับอสูรหัวแพะโดยตรง
มิใช่ผู้ใดอื่น หากแต่คือ เซินลั่ว ผู้รีบรุดกลับมาจากทิศทางของภูเขา(@NameIsNovel)ฟางชุน!
“ผู้ใดบังอาจแทรกแซงเรื่องของข้า! หาเรื่องตายชัดๆ!”
อสูรหัวแพะคำรามเกรี้ยวกราด มือหนึ่งชูขึ้นโดยไม่ลังเล กระดูกสามง่ามในมือพลันแผดเสียงวูบวาบ เปลวเพลิงหม่นสีเทาปะทุขึ้นห่อหุ้ม ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)แสงขาว พุ่งตรงใส่เซินลั่ว
แต่เซินลั่วหาได้(@NameIsNovel)หลบไม่ เขา(@NameIsNovel)ขับเคลื่อน เคล็ดวิชาหวงถิง อย่างเงียบงัน แสงทองชั้นหนึ่งโผล่พรายขึ้นบนแขนซ้าย ก่อนยกขึ้นปัดต้านรับ
แขนกระแทกเข้ากับกระดูกสามง่ามกลางอากาศ เกิดเสียง “กังวาน” ใสกระหึ่ม!
อสูรหัวแพะพลันรู้สึกถึงพลังมหาศาลที่(@NameIsNovel)ไหลย้อนกลับมาจากกระดูกสามง่าม ฝ่ามือชาไปทั้งเส้น เสมือนแรงสะท้อนผลักให้กระดูกสามง่ามสั่นไหวลอยออกข้างคล้ายไส้ตะเกียงถูกสะบัด
ร่างของมันยังถึงกับเอนเอียงโดยไม่อาจควบคุม
แต่แรงของเซินลั่วไม่หยุดยั้ง แขนขวาเขา(@NameIsNovel)พุ่งแสงทองเรืองรอง เสมือนกำคมดาบทองคำไว้ในมือ ขณะร่างทั้งสองสวนผ่านกัน เขา(@NameIsNovel)ตวัดแขนฟาดอย่างฉับพลัน เล็งตรงลำคออสูรหัวแพะ
อสูรหัวแพะถึงกับสะดุ้ง แต่เพราะเสียจังหวะไปแล้วจึงไร้เวลาหลบ กระดูกสามง่ามที่(@NameIsNovel)ถูกสะบัดก็ไม่อาจยกมารับได้(@NameIsNovel)ทัน มันทำได้(@NameIsNovel)เพียงรีบยกแขนขึ้นขวางทางอย่างลนลาน
เงาร่างทั้งคู่สวนกันไปพร้อมเสียง “ฉัวะ!” แสงโลหิตพุ่งกระเซ็น!
ข้อมืออสูรหัวแพะถูกฟันขาดสะอาดราวคมดาบคมกริบ ลำคอถูกเฉือนตามติด สายน้ำโลหิตพุ่งกระฉูด ศีรษะใหญ่โตพลันปลิวลอยขึ้นกลางอากาศ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความสยดสยองที่(@NameIsNovel)ไม่อาจบรรยาย ก่อนจะมืดดับลงในฉับพลัน
ทุกสิ่งเกิดขึ้นว่องไวประหนึ่งสายฟ้า หากมองจากระยะไกล ก็เห็นเพียงแสงทองวาบหนึ่ง ก่อนทุกอย่างจะสิ้นสุดลง ศีรษะกับร่างไร้วิญญาณของอสูรหัวแพะ ระดับหลอมวิญญาณ ทรุดลงสู่พื้นด้วยเสียง “ตุบ! ตุบ!”
เหล่าอสูรที่(@NameIsNovel)บุกตามเข้ามาพร้อมกันพลันชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้างยังไม่อาจตั้งสติ
เซินลั่วเหยียบยืนลงพื้น ก่อนดีดกายพุ่งไปปรากฏตรงหน้าอสูรหมาป่าตัวหนึ่งโดยฉับพลัน กำหมัดกระแทกออกไปโดยไม่ลังเล
เสียง “ตูม!” ดังก้อง แม้กะโหลกของมันจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่กลับถูกกำปั้นอันทรงพลังบดขยี้แหลกเละในพริบตา สมองและ(@NameIsNovel)โลหิตกระจายกระเซ็น
เซินลั่วมิได้(@NameIsNovel)หยุด เขา(@NameIsNovel)ยังคงระดมกำปั้นดุจพายุโหม กระแทกใส่เหล่าอสูรทุกหมัดล้วนเอาชีวิต เพียงชั่วกะพริบตา อสูรก็สิ้นไปเจ็ดถึงแปดตน
เหล่าอสูรที่(@NameIsNovel)เหลือจึงเพิ่งสะดุ้งรู้ตัว ต่างกรีดร้องลนลานหันหลังวิ่งหนีสุดกำลัง พากันมุ่งออกไปยังชายป่า
“ท่านเซิน… เขา(@NameIsNovel)กลับมาแล้ว!”
“พวกเรารอดแล้ว!”
ชาวบ้านที่(@NameIsNovel)ปากทางหมู่บ้านซึ่งยัง อึ้งตะลึงอยู่พลันได้(@NameIsNovel)สติขึ้น มี(@NameIsNovel)ผู้หนึ่งร้องตะโกนก้อง ขณะที่(@NameIsNovel)คนอื่นๆ ยังคงมองด้วยแววตาเหลือเชื่อ
“พี่ใหญ่เซิน…” อิงหลัวเอ่ยแผ่วเบา ร่างนางสั่นสะท้านก่อนหมดสติล้มลงไป โชคดีที่(@NameIsNovel)ชิงหนิวรีบคว้ารับไว้ทัน
ยายหม่ามองบุรุษรูปงามผู้ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้า ดวงตาซึ่งปกติสงบสุขุมก็ยังสั่นระริกวูบไหวอยู่หลายครา แต่นางกลับมิได้(@NameIsNovel)เอื้อนเอ่ยสิ่งใด
“ดีมากๆ! เจ้าออกมาเองเช่นนี้ ก็ช่วยข้าลดความลำบากไปได้(@NameIsNovel)มากทีเดียว”
พยัคฆ์สวรรค์กลืนฟ้า กล่าวอย่างเฉยเมย แม้ในดวงตาจะกระตุกเล็กน้อยยามเห็นอสูรหัวแพะถูกสังหารในพริบตา
“ใช่ ข้ามาแล้ว พยัคฆ์สวรรค์กลืนฟ้า ว่า(@NameIsNovel)มาเถิด เจ้าต้องการสิ่งใดจากข้า?”
เซินลั่วยืนเท้าสะเอว ตอบกลับด้วยท่าทีไม่ใส่ใจนัก
“อย่ามาแสร้งโง่! ส่งของที่(@NameIsNovel)มิใช่ของเจ้ามาให้ข้า แล้วข้าจะทำให้เจ้าตายอย่างรวดเร็ว”
เสียงก้องดังกระหึ่มของพยัคฆ์สวรรค์กลืนฟ้าเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)มืดครึ้ม
“หากเจ้าต้องการสิ่งใด ก็จงใช้กำลังแย่งเอาไป! อีกทั้ง ข้ากับเจ้ามี(@NameIsNovel)หนี้เก่าจากการไล่ล่าบนภูเขา(@NameIsNovel)คราวก่อน วันนี้ก็มาถึงเวลาชำระแล้ว”
เซินลั่วกล่าวเย้ยหยัน แววตาเย็นเฉียบ
“กรร!”
พยัคฆ์สวรรค์กลืนฟ้าโกรธเดือด คำรามก้องสนั่น พลังสายฟ้าปะทุออกมารอบกายเป็น(@NameIsNovel)สายอัสนี พลังอสูรทั้งร่างสว่า(@NameIsNovel)งไสวด้วยแสงฟ้าแลบ
เสียงฟ้าคำรามดังกึกก้อง ร่างมหึมาของมันหายวับไปราวกับกลืนในพายุอัสนี ครู่ถัดมา ปรากฏเหนือศีรษะเซินลั่ว อุ้งเท้าเสือขาวสว่า(@NameIsNovel)งเจิดจ้าฟาดลงมา มิแตกต่างจากที่(@NameIsNovel)มันใช้ฆ่ากบวารีก่อนหน้านี้
เซินลั่วสะดุ้งเล็กน้อยต่อการโผล่มาของพยัคฆ์สวรรค์กลืนฟ้าเหนือศีรษะ แต่หาได้(@NameIsNovel)หวาดกลัวไม่
ร่างเขา(@NameIsNovel)ปะทุแสงทองเจิดจ้า มิยอมถอยแม้ก้าวเดียว กำหมัดชกขึ้นไปเบื้องบน พลันเกิดเงาลางเลือนดุจ ขาช้าง ต้านทานปะทะกับอุ้งเท้าเสือขาวนั้น
เสียงครืนหนักอึ้ง สะท้อนก้องจากจุดปะทะ แผ่นดินใต้เท้าร้าวผ่าในทันใด รอยแยกมหึมาแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว ดุจใยแมงมุมกระจายรอบ
ลมพายุพัดกระหน่ำ สายฝุ่นทรายฟุ้งตลบทั่วบริเวณ ทำให้ทัศนวิสัยภายในสิบวารอบข้างพร่ามัวจนมองเห็นแทบไม่ออก
“เพียงแค่มนุษย์ผู้หนึ่ง กล้าด้านดื้อเข้าปะทะตรงๆ กับมหาราชันเช่นข้า!”
เมื่อครู่อสูรทั้งหลายที่(@NameIsNovel)ปากทางหมู่บ้าน เห็นเซินลั่วสังหารอสูรหัวแพะได้(@NameIsNovel)ง่ายดาย ต่างตกตะลึงจนขวัญหนี แต่เมื่อได้(@NameIsNovel)เห็นภาพนี้กลับโล่งอก รอยยิ้มเย้ยปรากฏบนใบหน้าทันใด
ส่วนชาวบ้านที่(@NameIsNovel)เฝ้ามองจากระยะไกล ใบหน้าล้วนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว หัวใจพากันหนาวสะท้าน
ผู้บำเพ็ญเพียรมนุษย์ แม้จะเก่งกาจในศาสตร์ลึกลับ เคล็ดวิชา หรือศาสตราเวทภายนอก แต่หากเป็น(@NameIsNovel)เรื่องการประหัตประหารด้วยกายาแล้ว เผ่าอสูรย่อมเหนือกว่า(@NameIsNovel)โดยกำเนิด ระหว่า(@NameIsNovel)งการบำเพ็ญ อสูรทั้งหลายล้วนใช้พลังอสูรหล่อเลี้ยงกายา ทำให้ร่างพวกมันทรงพลังกว่า(@NameIsNovel)มนุษย์หลายเท่า ถึงขั้นสามารถต้านรับแม้กระทั่งศาสตราเวทและ(@NameIsNovel)ของวิเศษได้(@NameIsNovel) มนุษย์ที่(@NameIsNovel)ร่างกายเปราะบางโดยกำเนิด ย่อมมิอาจเทียบได้(@NameIsNovel)เลย
กลุ่มควันฝุ่นและ(@NameIsNovel)ลมปั่นป่วนค่อยๆ จางหาย เผยให้เห็นภาพเหตุการณ์ภายใน…
เหล่าอสูรที่(@NameIsNovel)ปากทางหมู่บ้านต่างตะลึงงัน ดวงตาเบิกกว้างราวเห็นภูตผี ยายหม่ากับผู้คนทั้งหลายก็ล้วนเผยสีหน้าตกตะลึงไม่ต่างกัน
เซินลั่วเหยียบยืนอยู่บนพื้นดินที่(@NameIsNovel)แตกร้าว ใช้เพียงมือเดียวยันต้านอุ้งเท้าของ พยัคฆ์สวรรค์กลืนฟ้า ไว้ได้(@NameIsNovel)มั่นคง ไม่ว่า(@NameIsNovel)อีกฝ่ายจะลงแรงมากเพียงใด กลับมิอาจทำให้เขา(@NameIsNovel)ไหวเอนแม้แต่น้อย
สีหน้าของพยัคฆ์สวรรค์กลืนฟ้าเต็มไปด้วยความตะลึงและ(@NameIsNovel)เหลือเชื่อ
“มี(@NameIsNovel)เพียงเท่านี้หรือ? ช่างน่าผิดหวังนัก”
เซินลั่วเงยหน้าขึ้นมอง พลางถอนหายใจราวกับเสียดาย
สิ้นคำพูด แขนของเขา(@NameIsNovel)สั่นสะเทือน แสงทองรอบแขนสว่า(@NameIsNovel)งเจิดจ้ายิ่งกว่า(@NameIsNovel)เดิม พลังมหาศาลระเบิดพุ่งออกมา
เสียง “กรอบแกรบ!” ดังขึ้น อุ้งเท้าของพยัคฆ์สวรรค์กลืนฟ้าพลันหักงอผิดรูป ร่างใหญ่โตมหึมาของมันถูกแรงสะท้อนผลักกระเด็นถอยไป
แต่ในชั่วพริบตาที่(@NameIsNovel)ถูกซัดออกไป ร่างของมันก็พลันปะทุเปลวอัสนีสว่า(@NameIsNovel)งเจิดจ้า แสงเหล่านั้นรวมตัวกันกลายเป็น(@NameIsNovel)สายอัสนีใหญ่ราวอสรพิษ ยืดยาวพุ่งตรงมายังเซินลั่ว คล้ายมังกรวารีพุ่งทะลวงออกจากถ้ำ
ด้วยระยะประชิดเช่นนี้ เซินลั่วหาได้(@NameIsNovel)หลบเลี่ยงไม่ เขา(@NameIsNovel)ทำได้(@NameIsNovel)เพียงขับเคลื่อน เคล็ดวิชาหวงถิง เสริมการป้องกัน ร่างทั้งร่างสว่า(@NameIsNovel)งวาบด้วยแสงทองดุจโลหะ เส้นผมทั้งศีรษะยังพลันแปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)เส้นทองคำ
“ตูม!!”
เสียงระเบิดคำราม กึกก้อง อสนีนับไม่ถ้วนโอบล้อมร่างของเซินลั่วไว้ ภาพเงาของเขา(@NameIsNovel)ถูกกลืนในสายฟ้าจนมองเห็นเพียงแสงพร่างพราว สายอสนีที่(@NameIsNovel)แตกกระจายกวาดไปรอบๆ ทิ้งร่องรอยลึกบนผืนดิน
ร่างของพยัคฆ์สวรรค์กลืนฟ้าเองยังห่อหุ้มไปด้วยแสงอสนี ยามตกลงบนพื้นก็จ้องมองฉากตรงหน้าด้วยแววตาเคร่งขรึมหวั่นเกรง
ไม่นานนัก อสนีรุนแรงก็ค่อยๆ สลายไป เผยร่างของเซินลั่วออกมา. — ท่อนบนไร้อาภรณ์ แต่ผิวกายยังคงไร้รอยขีดข่วนงดงามสมบูรณ์
“แท้จริงแล้ว เคล็ดวิชาหวงถิง ช่างล้ำลึกยิ่งนัก การป้องกันแข็งแกร่งหาที่(@NameIsNovel)เปรียบมิได้(@NameIsNovel)!”
เซินลั่วเอ่ยขึ้นพลางทอดถอนใจโล่งอก เมื่อเห็นร่างตนเองยังคงไม่เป็น(@NameIsNovel)อันตราย
----------