หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 298
ตอนที่ 298 : เรื่องประหลาด
ตอนที่ 298
เนี่ยไฉจูถึงกับพูดไม่ออก นางรู้สึกราวกับว่า(@NameIsNovel)เงาร่างของเซินลั่วในสายตานั้นค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเขา(@NameIsNovel)กำลังกลืนกินทัศนียภาพทั้งสิ้นในสายตาของนางไป
ฮั่วคุนแบกท่านยายหลงเงียบๆ เดินตามเนี่ยเหรินเป่ยและ(@NameIsNovel)คนอื่นๆ ออกจากตระกูลเซิน ก่อนจากไป เนี่ยเหรินเป่ยสะบัดแขนเสื้อพลางทิ้งคำพูดไว้ประโยคหนึ่งว่า(@NameIsNovel) “ห้ามทำสิ่งใดเพื่อหญิงสาวตระกูลเนี่ย” แล้วก็จากไปทันที
เหตุการณ์อึกทึกวุ่นวายกับตระกูลเนี่ยครั้งนี้ กลับทำให้ความสัมพันธ์ระหว่า(@NameIsNovel)งเนี่ยไฉจูกับเซินลั่วแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
นอกจากการบำเพ็ญตนและ(@NameIsNovel)วาดยันต์ในแต่ละวันแล้ว เวลาว่า(@NameIsNovel)งเซินลั่วก็มักคอยอยู่เคียงข้างพาเนี่ยไฉจูออกไปเที่(@NameIsNovel)ยวชมทิวทัศน์รอบๆ เมือง จนทำให้ทั้งคู่ดูคล้ายเป็น(@NameIsNovel)คู่ที่(@NameIsNovel)ถูกลิขิตไว้
เพียงแต่ในยามอยู่ลำพัง เนี่ยไฉจูก็มักจะมี(@NameIsNovel)สีหน้าเหงาเศร้าอยู่บ่อยครั้ง เพราะนางยังคงเป็น(@NameIsNovel)ห่วงสถานการณ์ของตระกูลตนเอง
เซินลั่วเห็นเช่นนั้นแล้วอดสงสารไม่ได้(@NameIsNovel) จึงเสนอว่า(@NameIsNovel)จะพานางกลับไปยังหยุนโจว แต่เนี่ยไฉจูกลับไม่อยากให้เขา(@NameIsNovel)ต้องเสี่ยง จึงปฏิเสธอย่างอ่อนโยน
....
เวลาเลื่อนไปอย่างรวดเร็ว ผ่านไปอีกสามเดือน การบำเพ็ญ เคล็ดวิชาบำเพ็ญไร้นาม ของเซินลั่วยังไม่ก้าวหน้าเท่าใด
แต่ วิชาเยื้องย่างจันทรา กลับเชี่ยวชาญมากขึ้นทุกที ทุกครั้งที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ใช้ จะมี(@NameIsNovel)แสงจันทราทอประกายตามร่าง เงาร่างปรากฏและ(@NameIsNovel)หายวับราวกับภาพลวงตา
คืนหนึ่งในขณะที่(@NameIsNovel)เซินลั่วกำลังวาดยันต์อยู่ในห้อง ก็มี(@NameIsNovel)เสียงเคาะประตูดังขึ้น เมื่อเปิดประตูออกกลับพบว่า(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)เนี่ยไฉจูยืนอยู่พร้อมชามของหวานในมือ
“ข้าเห็นเจ้าพักนี้มัวแต่นอนดึก เลยทำซุปถั่วแดงหวานสูตรหยุนโจวมาฝากหนึ่งชาม ไม่รู้ว่า(@NameIsNovel)เจ้าจะชินกับรสหรือไม่?” เนี่ยไฉจูส่งชามซุปมาให้พลางยิ้มพูด
“เหตุใดข้าจะไม่ชิน เข้ามาสิ เราจะได้(@NameIsNovel)คุยกัน” เซินลั่วเอียงตัวหลีกให้
“เจ้าดูเหมือนยุ่งนัก ข้าไม่รบกวนดีกว่า(@NameIsNovel) หากเจ้าพอมี(@NameIsNovel)เวลาช่วงนี้ ออกไปชนบทนอกเมืองกับข้าสักครั้งดีหรือไม่?” นางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม หลังจากเหลือบเห็นโต๊ะของเซินลั่วที่(@NameIsNovel)เต็มไปด้วยกระดาษยันต์สีเหลืองระเกะระกะ
“ก็ดี ฤดูกาลนี้หญ้ากำลังผลิหน่อ เหล่านกขมิ้น ก็ขับขานหรรษา หิมะฤดูหนาวที่(@NameIsNovel)หุบเขา(@NameIsNovel)หลินอินคงละลายหมดแล้ว รอบสระปี้ป๋อ ก็คงงดงามยิ่งนัก เช่นนั้นเราค่อยไปกันในสองวันถัดไปเถอะ” เซินลั่วครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วตอบ
“ตกลงนะ ถือเป็น(@NameIsNovel)สัญญา เจ้าจงพักผ่อนบ้าง อย่าหักโหมเกินไป” เนี่ยไฉจูกล่าวเสียงอ่อนโยน
เซินลั่วหัวเราะพลางพยักหน้ารับ หลังนางจากไป เขา(@NameIsNovel)ตักน้ำซุปถั่วแดงขึ้นมาลอง รสหวานกำลังดีไม่เลี่ยน สดชื่นนัก จึงดื่มจนหมดในรวดเดียว
เขา(@NameIsNovel)วางชามลง สูดหายใจลึก แล้วหันกลับไปยังโต๊ะหยิบพู่กัน จุ่มน้ำหมึกผสมชาดแดง จากนั้นเก็บกระดาษยันต์ที่(@NameIsNovel)ยังวาดไม่เสร็จออก แล้วหยิบกระดาษยันต์สีเหลืองแผ่นใหม่วางลง ด้วยสมาธิแน่วแน่
เขา(@NameIsNovel)เริ่มขีดเขียนอักขระเวทโดยใช้ปราณเต๋าควบคุมต่อไป
แสงสีน้ำเงินซึมออกจากปลายพู่กัน นำทางหยดชาดให้ไหลราบเรียบบนแผ่นยันต์ รูปร่างของ ยันต์ข้ามขุนเขา(@NameIsNovel) ค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละน้อย
ตลอดสามเดือนที่(@NameIsNovel)ผ่านมา เซินลั่วยังไม่ค่อยได้(@NameIsNovel)วาด ยันต์อัสนีบาต มากนัก ส่วนใหญ่ทุ่มเวลาไปฝึกยันต์ข้ามขุนเขา(@NameIsNovel)
แม้ยันต์นี้ไม่จัดเป็น(@NameIsNovel)ยันต์ขั้นสูง แต่หากไม่มี(@NameIsNovel)ประสบการณ์เข้าใจสัญลักษณ์จากในแดนฝัน การฝึกวาดในโลกจริงย่อมช้ากว่า(@NameIsNovel)
แต่เพราะความพากเพียร ความพยายามของเขา(@NameIsNovel)มิได้(@NameIsNovel)ไร้ค่า ยันต์ข้ามขุนเขา(@NameIsNovel)ของเขา(@NameIsNovel)ยังขาดเพียงรัศมี(@NameIsNovel)เทวะเพียงอีกเล็กน้อย แต่เขา(@NameIsNovel)ก็มั่นใจขึ้นเรื่อยๆ
ลายพู่กันราวมังกรทะยาน สุดท้ายยันต์ข้ามขุนเขา(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)สมบูรณ์ก็ถูกวาดสำเร็จ! ทันทีที่(@NameIsNovel)ยกพู่กัน หมึกบนแผ่นยันต์ยังไม่ทันแห้ง แต่เส้นอักขระกลับเปล่งแสงแดงสว่า(@NameIsNovel)งวาบขึ้นมา
“หรือว่า(@NameIsNovel)… ข้าสำเร็จแล้ว?” หัวใจเซินลั่วเต้นแรงด้วยความตื่นตะลึง
เขา(@NameIsNovel)รีบหยิบยันต์ขึ้นมาดู แต่ยังไม่ทันกี่อึดใจ แสงนั้นก็พลันดับลงตามเดิม
“จริงดังที่(@NameIsNovel)คิด… ยังต้องฝึกอีกมาก” เซินลั่วหัวเราะเยาะตนเองเบาๆ
เขา(@NameIsNovel)วางยันต์ที่(@NameIsNovel)ล้มเหลวลงข้างๆ แล้วเพ่งมองลายพู่กัน ค่อยๆ หาข้อบกพร่อง หลังจากพินิจอยู่นาน เขา(@NameIsNovel)ก็หยิบกระดาษยันต์แผ่นใหม่ขึ้นมา เริ่มต้นวาดอีกครั้ง…
....
บ่ายวันที่(@NameIsNovel)สอง หลังจากทุกคนในตระกูลเซินรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ ต่างก็แยกย้ายกลับไปพักในห้องของตนได้(@NameIsNovel)ไม่นาน เนี่ยไฉจูก็กลับไปยังเรือนของนางเช่นกัน
ทว่า(@NameIsNovel)ยังไม่ทันนั่งพัก บ่าวหญิงของตระกูลเซินก็รีบวิ่งหน้าตื่นกลับมาจากหน้าประตูใหญ่ พร้อมนำจดหมายฉบับหนึ่งส่งให้นาง
เมื่อเปิดออกอ่านได้(@NameIsNovel)เพียงครู่เดียว สีหน้าของเนี่ยไฉจูก็เปลี่ยนไปทันที
“คุณหนู เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ?” สาวใช้ชื่อเสี่ยวชุนเอ่ยถามด้วยความกังวล เมื่อเห็นว่า(@NameIsNovel)นายหญิงมี(@NameIsNovel)ท่าทางผิดปกติ
เนี่ยไฉจูกำจดหมายนั้นไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยอยู่นาน ก่อนจะกล่าวช้าๆ ว่า(@NameIsNovel) “เป็น(@NameIsNovel)จดหมายจากทางบ้านตามคาด เรือนเจ้าเมืองได้(@NameIsNovel)ลงโทษตระกูลเราเพราะการที่(@NameIsNovel)ข้าลอบหนีมา ร้านค้าหลายแห่งในหยุนโจวถูกสั่งปิดลงแล้ว”
“ช่างน่าละอายยิ่งนัก สำหรับเรือนเจ้าเมืองผู้สูงศักดิ์ กลับทำตัวต่ำทรามถึงเพียงนี้!” เสี่ยวชุนโพล่งออกมาอย่างขุ่นเคือง
ได้(@NameIsNovel)ยินถ้อยคำของนาง เนี่ยไฉจูกลับเพียงส่ายศีรษะเงียบๆ มิได้(@NameIsNovel)กล่าวสิ่งใดต่อ
“คุณหนู… ในจดหมายนั้นใช่เร่งให้ท่าน กลับไปแต่งงานหรือไม่?” เสี่ยวชุนถามเสียงแผ่ว
“ไม่หรอก จดหมายมิได้(@NameIsNovel)เอ่ยถึง แต่… เฮ้อ…” เนี่ยไฉจูกล่าวได้(@NameIsNovel)ครู่เดียวก็ถอนหายใจยาว
“เช่นนั้นเราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ? ควรเล่าเรื่องนี้ให้ท่านเขย… อ๊ะ ไม่สิ ควรเล่าให้ท่านเซินรู้หรือไม่?” เสี่ยวชุนถามด้วยแววตากังวล
“ไม่ได้(@NameIsNovel) เราไม่อาจบอกท่านพี่เซินเรื่องนี้ จะลากเขา(@NameIsNovel)เข้ามาพัวพันไม่ได้(@NameIsNovel) คืนนี้หลังมื้อเย็น เราจะออกจากเมืองกลับหยุนโจวทันที” เนี่ยไฉจูกล่าวพลางส่ายหน้าอย่างเด็ดขาด
“ก็ได้(@NameIsNovel)เจ้าค่ะ…” เสี่ยวชุน ลังเลชั่วครู่ ก่อนตอบตกลง
“อีกเดี๋ยวข้าจะไปเตรียมทองคำกับเงินเครื่องประดับไว้ ส่วนเจ้าจงเข้าเมืองไปหาซื้อรถม้าพร้อมอาหารแห้งสำหรับเดินทาง พวกของใช้เล็กน้อยไม่ต้องใส่ใจนัก เราจะออกเดินทางคืนนี้เลย” หลังไตร่ตรอง เนี่ยไฉจูจึงกำชับ
เสี่ยวชุนพยักหน้ารับ ก่อนรีบลนลานออกไปทำตามคำสั่ง เนี่ยไฉจูจึงนั่งลงที่(@NameIsNovel)โต๊ะอีกครั้ง กวาดตามองจดหมายตรงหน้าอยู่ครู่ใหญ่ แล้วจึงหยิบปากกาพู่กันกับกระดาษออกมา นั่งลังเลอยู่นานกว่า(@NameIsNovel)จะเริ่มลงมือเขียน
คืนนั้น หลังรับประทานมื้อเย็นกับตระกูลเซินเสร็จ เนี่ยไฉจูกล่าวเพียงว่า(@NameIsNovel)อยากออกไปเดินเล่น นางปฏิเสธคำชวนของเซินลั่วอย่างสุภาพ แล้วทิ้งจดหมายฉบับที่(@NameIsNovel)เขียนเตรียมไว้
จากนั้นก็ออกจากเรือนโดยไม่ล่ำลา พาสาวใช้เสี่ยวชุนติดตามไปเงียบๆ
…
รุ่งเช้าวันถัดมา เซินลั่วตื่นแต่เช้า ตั้งใจไปพบเนี่ยไฉจูตามที่(@NameIsNovel)ตกลงกันไว้ แต่พอมาถึงเรือนของนางกลับพบว่า(@NameIsNovel)ประตูปิดแน่น ราวกับนางยังไม่ตื่น
เขา(@NameIsNovel)ยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือเคาะประตู
เคาะไปสองครั้งก็ยังไม่มี(@NameIsNovel)เสียงตอบ
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก…”
เซินลั่วรู้สึกประหลาดใจ เพราะเนี่ยไฉจูไม่ใช่คนที่(@NameIsNovel)ชอบนอนตื่นสาย เหตุใดวันนี้ถึงยังไม่ตื่นอีก? เขา(@NameIsNovel)จึงเคาะแรงขึ้นอย่างเร่งร้อน แต่ผ่านไปเนิ่นนานก็ยังไร้การตอบรับ
“มี(@NameIsNovel)บางอย่างไม่ชอบมาพากล…”
ขณะเขา(@NameIsNovel)กำลังคิดจะผลักประตูเข้าไป ประตูกลับส่งเสียงแอ๊ดเปิดออกมา
“คุณชาย สวัสดีตอนเช้าเจ้าค่ะ” เสี่ยวชุนเอ่ยทักอย่างง่วงงุน ราวกับเพิ่งตื่นนอน
“เสี่ยวชุน เจ้ายังไม่ตื่นอีกหรือ?” เซินลั่วถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“ท่านพี่ วันนี้ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย ข้าจะไม่ออกไปไหน” ครานั้นเอง เสียงเนี่ยไฉจูพลันดังออกมาจากในห้อง ฟังดูอ่อนแรงนัก
“เป็น(@NameIsNovel)อะไรไป? ข้าพอมี(@NameIsNovel)ความรู้ด้านการแพทย์ หากเจ้ามิรังเกียจ ให้ข้าช่วยตรวจดูได้(@NameIsNovel)” เซินลั่วรีบเสนอขึ้นทันที
“ไม่เป็น(@NameIsNovel)ไรหรอก เพียงแค่เมื่อคืนข้านอนไม่ค่อยดี พักครึ่งวันก็คงหาย ไม่ต้องกังวล” เนี่ยไฉจูตอบอย่างเร่งรีบ
ได้(@NameIsNovel)ฟังดังนั้น เซินลั่วก็จำต้องผ่อนลมหายใจกล่าวว่า(@NameIsNovel) “เช่นนั้นเจ้าก็พักผ่อนให้ดี ตอนเที่(@NameIsNovel)ยงข้าจะให้โรงครัวต้มซุปบำรุงให้ เมื่อเจ้าตื่นก็จะได้(@NameIsNovel)ดื่ม”
“ขอบคุณท่านพี่” เนี่ยไฉจูกล่าวขอบคุณเสียงแผ่ว
เมื่อเซินลั่วเดินจากไป เสี่ยวชุนก็รีบปิดประตูลงอย่างรวดเร็ว แล้วตรงเข้าห้องด้านใน เมื่อเห็นเนี่ยไฉจูนั่งอยู่ขอบเตียง
นางจึงรีบถามอย่างร้อนใจ “คุณหนู ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่? มิใช่ว่า(@NameIsNovel)เมื่อคืนเราลอบออกจากที่(@NameIsNovel)นี่แล้วหรือ?”
----------