หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 706
ตอนที่ 706 : การกลับชาติมาเกิดของจินฉาน
ตอนที่ 706
“ตูม...ตูม...ตูม...”
เสียงกัมปนาทกึกก้องกัมปนาทดังสะท้านมาจากเก้าชั้นฟ้า...เป็น(@NameIsNovel)สัญญาณแห่งการมาถึงของทัณฑ์อัสนีสายที่(@NameIsNovel)เจ็ด!
คิ้วของหลินต๋าขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็น(@NameIsNovel)ปม สีหน้าเคร่งขรึมจนมิอาจหยั่งถึง สองมือประสานอินอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็น(@NameIsNovel)ภาพซ้อนคล้ายกงล้อหมุนอยู่เบื้องหน้า ประกายแสงเริ่มส่องสว่า(@NameIsNovel)งขึ้นบนแท่นบัวผลึกโลหิตใต้ร่างของมัน
“สรรค์สร้างไร้สิ้นสุด...เมตตาไร้ขอบเขต”
ด้วยเสียงตะโกนต่ำๆ ดังออกมาจากปาก ใบหน้าภูตที่(@NameIsNovel)อยู่รอบกายก็พลันถอยกลับไปทีละหน้า กลายเป็น(@NameIsNovel)นิ่งและ(@NameIsNovel)แข็งทื่ออยู่บนร่างกาย สีหน้าที่(@NameIsNovel)เคยดุร้ายบัดนี้กลับไร้ซึ่งชีวิตชีวา ประดุจหน้ากากแห่งความตาย
แท่นบัวผลึกโลหิตใต้ร่างของหลินต๋าเริ่มหมุนวน เปล่งประกายแสงเจิดจ้า เส้นใยผลึกอันละเอียดอ่อนคล้ายดอกตูมพลันผุดขึ้น บิดเบี้ยวและ(@NameIsNovel)พันกัน ขยายออกไปในทุกทิศทุกทาง เชื่อมแท่นธรรมทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน
ณ แต่ละแท่นธรรม ปรากฏอักขระอาคมสีแดงเลือดขึ้น ที่(@NameIsNovel)กระเด้งขึ้นลงในเส้นใยผลึกที่(@NameIsNovel)สอดประสานกัน กลิ่นอายอันน่าขนลุกของพวกมันแผ่กระจายไปทั่วลานกว้าง
“เกิดอะไรขึ้น?” ปรมาจารย์ถัวหลันเป็น(@NameIsNovel)คนแรกที่(@NameIsNovel)สังเกตเห็นความผิดปกติ อุทานขึ้นด้วยความประหลาดใจ
เขา(@NameIsNovel)เห็นจีวรของตนพลิ้วไหวราวกับถูกลมที่(@NameIsNovel)มองไม่เห็นพัดผ่าน ประกายแสงสีขาวจางๆ แผ่ออกมาจากร่าง ลอยอยู่รอบกายราวกับฝูงหิ่งห้อยนับพันนับหมื่น...บัดนี้ร่างกายของท่านได้(@NameIsNovel)ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยแสงสว่า(@NameIsNovel)งโดยสิ้นเชิง
“นี่คือสิ่งใดกัน?” ผู้ใดบางคนอุทานขึ้น ถูกปรากฏการณ์เดียวกันจู่โจม
ไม่ไกลจากปรมาจารย์ถัวหลัน ปรมาจารย์ฌานอีกรูปหนึ่งก็อาบไล้ไปด้วยแสงสว่า(@NameIsNovel)งเช่นกัน
ในเวลาเพียงไม่นาน แท่นสูงทั้งหมดของลานกว้างก็พลันสว่า(@NameIsNovel)งไสวขึ้นเกือบทั้งหมด บางรูปอาบไล้ไปด้วยแสงสีซีดจางคล้ายแสงจันทร์
บางรูปแผ่ประกายแสงสว่า(@NameIsNovel)งจ้าราวกับโคมประทีป บางรูปโปรยปรายไปด้วยแสงดารา และ(@NameIsNovel)บางรูปก็ดูประดุจดวงตะวันที่(@NameIsNovel)ลอยอยู่บนท้องฟ้าพร้อมกับจานแสงที่(@NameIsNovel)ก่อตัวขึ้นเบื้องหลัง
มี(@NameIsNovel)เพียงฉานเอ๋อร์เท่านั้น ที่(@NameIsNovel)มิได้(@NameIsNovel)แสดงอาการส่องสว่า(@NameIsNovel)งอันใดออกมา
“หืม...เป็น(@NameIsNovel)ไปได้(@NameIsNovel)อย่างไร? หรือว่า(@NameIsNovel)ข้าจะตัดสินเขา(@NameIsNovel)ผิดไป?” หลินต๋าเหลือบมองฉานเอ๋อร์อย่างงุนงง
“เช่นนี้นี่เอง...คือการสำแดงบุญกุศลที่(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)สั่งสมมา ซึ่งมี(@NameIsNovel)เอกลักษณ์เฉพาะตัวในแต่ละบุคคล” ฉานเอ๋อร์กำลังเลื่อนสายตาไปรอบๆ มองดูแสงที่(@NameIsNovel)เปล่งประกายออกมาจากทุกคน แล้วเอ่ยขึ้นด้วยความทึ่งเล็กน้อย
เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินคำพูดของเขา(@NameIsNovel) ทุกคนก็พลันกลับคืนสู่ความเป็น(@NameIsNovel)จริงในที่(@NameIsNovel)สุด – แสงที่(@NameIsNovel)ส่องสว่า(@NameIsNovel)งออกมาจากพวกเขา(@NameIsNovel)นั้น คือบุญกุศลที่(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)สั่งสมมาตลอดหลายปีแห่งการบำเพ็ญเพียร!
“เจ้ามี(@NameIsNovel)สายตาที่(@NameIsNovel)เฉียบแหลมดีนี่ ทว่า(@NameIsNovel)น่าเสียดาย...ที่(@NameIsNovel)ดีแต่ไร้ประโยชน์” หลินต๋าผิดหวังที่(@NameIsNovel)เห็นว่า(@NameIsNovel)ฉานเอ๋อร์หาได้(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)บุญกุศลไม่ แล้วโต้กลับ
ว่า(@NameIsNovel)แล้ว มันก็มิได้(@NameIsNovel)สนใจคนอื่นๆ อีกต่อไป ประสานมือเข้าด้วยกันแล้วเริ่มสวดพระสูตรเสียงต่ำ
ท่าทีของมันเคร่งขรึมและ(@NameIsNovel)จริงจังอย่างยิ่ง และ(@NameIsNovel)หากมิใช่เพราะทุกสิ่งที่(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ทุกคนอาจจะเชื่อได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)มันคือผู้ที่(@NameIsNovel)เคร่งศาสนาและ(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)สมาธิที่(@NameIsNovel)สุดในหมู่พวกเขา(@NameIsNovel)อย่างแท้จริง
ขณะที่(@NameIsNovel)เสียงสวดมนต์จากปากดังก้องกังวาน หลินต๋าก็เริ่มแผ่รังสีออกมาเช่นกัน
ทว่า(@NameIsNovel)แสงรอบกายของมันกลับเป็น(@NameIsNovel)สีแดงอมส้ม สว่า(@NameIsNovel)งไสวและ(@NameIsNovel)งดงามกว่า(@NameIsNovel)ผู้ใด ค่อยๆ ควบแน่นขึ้นนอกร่างกาย ก่อเกิดเป็น(@NameIsNovel)ภาพพระโพธิสัตว์สูงประมาณสามสิบฉื่อ
ภาพนั้นมี(@NameIsNovel)ความคล้ายคลึงกับพระมัญชุศรีโพธิสัตว์อยู่บ้าง สีหน้าของท่านเปี่ยมด้วยเมตตา เอ็นดูสรรพสัตว์ทั้งหลายด้วยความกรุณา
ทันทีที่(@NameIsNovel)ภาพพระโพธิสัตว์ก่อตัวขึ้น แสงสีขาวก็พลันสว่า(@NameIsNovel)งวาบข้ามท้องฟ้า ส่องสว่า(@NameIsNovel)งพื้นที่(@NameIsNovel)ภายในร้อยลี้ และ(@NameIsNovel)เสียงดังสนั่นกึกก้องก็ดังขึ้น ราวกับจะระเบิดรูโหว่ในหลังคาสวรรค์
ปรากฏเป็น(@NameIsNovel)สายอัสนีบาตสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่ง ประดุจน้ำตกที่(@NameIsNovel)ร่วงหล่นจากเก้าชั้นฟ้า ฟาดลงมาจากสรวงสวรรค์...เททะลักลงมายังหลินต๋า!
หลินต๋ายกมือขึ้นแล้วผลักขึ้นเบื้องบน และ(@NameIsNovel)ร่างมายาของพระโพธิสัตว์ก็เลียนแบบการกระทำนั้น ผลักฝ่ามือขึ้นไปยังท้องฟ้า ฝ่ามือมหึมานี้ทำหน้าที่(@NameIsNovel)ราวกับร่ม รับการโจมตีของสายฟ้าและ(@NameIsNovel)อัสนีแทนหลินต๋า
ทว่า(@NameIsNovel) พลังของอัสนีทัณฑ์สวรรค์นี้เกินกว่า(@NameIsNovel)จะจินตนาการได้(@NameIsNovel) ทันทีที่(@NameIsNovel)มันปะทะเข้ากับฝ่ามือของพระโพธิสัตว์ มันก็ทะลุทะลวงเข้าไป ประกายสายฟ้าหลายพันสายตกลงมาพันกัน ยังคงมุ่งหน้าไปยังหลินต๋าต่อไป
เมื่อเห็นดังนี้ หลินต๋าก็รีบประสานอินอีกครั้งด้วยมือของมัน ร่างมายาของพระโพธิสัตว์ยกมืออีกข้างขึ้นเพื่อป้องกันการโจมตี สามารถป้องกันสายฟ้าได้(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)ครั้งที่(@NameIsNovel)สอง
ทว่า(@NameIsNovel) กิ่งก้านที่(@NameIsNovel)เหลืออยู่ของสายฟ้าได้(@NameIsNovel)สาดกระเซ็นจากในฝ่ามือลงบนร่างมายาของพระโพธิสัตว์ ราวกับประกายไฟที่(@NameIsNovel)ตกกระทบผ้าดิบ เผาเป็น(@NameIsNovel)รูพรุนนับไม่ถ้วนในทันที
สิ่งนี้ย่อมก่อให้เกิดความเจ็บปวดอย่างยิ่งยวดสำหรับหลินต๋า ซึ่งอยู่ใจกลางของทั้งหมด
หลินต๋าจะปล่อยให้เป็น(@NameIsNovel)เช่นนั้นมิได้(@NameIsNovel) มันคำรามต่ำๆ ออกมาจากปาก แสงโลหิตระเบิดออกมาจากหว่า(@NameIsNovel)งคิ้ว
แท่นบัวผลึกโลหิตใต้ร่างแผ่ประกายแสงเจิดจ้า และ(@NameIsNovel)เส้นสายสีเลือดทั้งหมดที่(@NameIsNovel)เชื่อมต่อกับมันก็พลันสว่า(@NameIsNovel)งวาบขึ้นทีละเส้น
สำหรับเหล่าพระเถระผู้ใหญ่บนแท่นธรรม พวกท่านรู้สึกว่า(@NameIsNovel)หว่า(@NameIsNovel)งคิ้วร้อนผ่าว บุญกุศลที่(@NameIsNovel)ปรากฏอยู่ภายนอกร่างกายได้(@NameIsNovel)ไหลไปตามเส้นผลึกโลหิตเหล่านั้นทีละน้อย แล้วรวมตัวกันบนแท่นบัวผลึกโลหิตใต้ร่างของหลินต๋า
ในชั่วพริบตาเดียว แสงเจิดจ้าก็ส่องสว่า(@NameIsNovel)งออกมาจากแท่นบัวผลึกโลหิต อยู่เหนือสีฐานสีแดงเลือดของกลีบบัว พร่ามัวเป็น(@NameIsNovel)ชั้นแสงสีขาวที่(@NameIsNovel)ห่อหุ้มมันไว้
ร่างมายาของพระโพธิสัตว์ก็มี(@NameIsNovel)ชั้นจีวรพระคล้ายผ้าดิบควบแน่นจากแสงสีขาวรอบกายเช่นกัน
สายฟ้าที่(@NameIsNovel)ตกลงบนจีวรผ้าดิบอานุภาพของมันพลันลดลงอย่างมาก และ(@NameIsNovel)มิอาจเผาผ่านจีวรนั้นได้(@NameIsNovel)อีกต่อไป
เมื่อเห็นดังนี้ ความยินดีก็ฉายวาบขึ้นในดวงตาของหลินต๋า ขณะที่(@NameIsNovel)มันรีบเร่งการดูดซับบุญกุศลของเหล่าพระเถระผู้ใหญ่อย่างเข้มข้น
เหล่าพระเถระผู้ใหญ่อย่างปรมาจารย์ถัวหลันมิเป็น(@NameIsNovel)อะไรนัก เนื่องจากพวกท่านมี(@NameIsNovel)คุณธรรมโดยกำเนิดและ(@NameIsNovel)สามารถทานทนสิ่งนี้ได้(@NameIsNovel)ชั่วขณะ
ในทางกลับกัน ปรมาจารย์ฌานบางรูปผู้มี(@NameIsNovel)รากฐานตื้นเขิน พลันถูกดูดกลืนบุญกุศลไปจนหมดสิ้นในชั่วพริบตา พลังชีวิตของพวกท่านก็เริ่มเหือดแห้งลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน...
ผิวพรรณของปรมาจารย์ฌานเหล่านั้น ซึ่งเดิมทีดูเหมือนวัยกลางคน ก็พลันเหี่ยวแห้งลงอย่างรวดเร็ว
คิ้วและ(@NameIsNovel)เคราก็ยาวขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็น(@NameIsNovel)สีขาวโพลนก่อนจะร่วงหล่นลงในที่(@NameIsNovel)สุด ร่างกายของพวกท่านยังคงหดตัวเล็กลง...จนในที่(@NameIsNovel)สุดก็เหลือเพียงโครงกระดูกแห้งกรัง
ฉานเอ๋อร์ซึ่งมิได้(@NameIsNovel)แสดงบุญกุศลอันเลื่องลือใดๆ ออกมา ก็เริ่มสูญเสียพลังชีวิตของตนตั้งแต่ขณะที่(@NameIsNovel)หว่า(@NameIsNovel)งคิ้วรู้สึกถึงความร้อน
เขา(@NameIsNovel)มิรู้จะทำเช่นไร ทำได้(@NameIsNovel)เพียงสำรวมจิตแล้วสวดปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร
ในขณะนั้นเอง พระธาตุบนอกก็พลันเปล่งประกายสีทองเจิดจ้า ห่อหุ้มร่างของเขา(@NameIsNovel)เอาไว้ แสงอันเข้มข้นนี้ส่องสว่า(@NameIsNovel)งราวกับรุ่งอรุณของวันใหม่ บดบังรัศมี(@NameIsNovel)ของเหล่าพระเถระผู้ใหญ่ที่(@NameIsNovel)อยู่ใกล้เคียงจนหมดสิ้น!
“นั่นมันสิ่งใดกัน...” ปรมาจารย์ถัวหลันอุทานขึ้นด้วยความตกใจ
“นั่นคือบุญกุศลงั้นรึ? เหตุใดมันจึงยิ่งใหญ่ไพศาลถึงเพียงนี้...”
“เป็น(@NameIsNovel)ไปไม่ได้(@NameIsNovel)! เป็น(@NameIsNovel)ไปได้(@NameIsNovel)อย่างไรกัน...”
ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ร่างอวตารของจักจั่นทองคำยักษ์ตนหนึ่งก็เริ่มก่อตัวขึ้นเบื้องหลังฉานเอ๋อร์
“การกลับชาติมาเกิดของจินฉานจื่อ...ข้าพูดถูก! มี(@NameIsNovel)เจ้าอยู่ที่(@NameIsNovel)นี่...มิต้องกังวลเรื่องการข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์เลยแม้แต่น้อย!
ฮ่าฮ่าฮ่า...” หลินต๋าเมื่อเห็นดังนั้น ก็ตื่นเต้นจนสูญเสียความสงบเยือกเย็นไปโดยสิ้นเชิง
มันได้(@NameIsNovel)คาดเดาเกี่ยวกับตัวตนของฉานเอ๋อร์ไว้แล้ว เมื่อครั้งที่(@NameIsNovel)อยู่ในเมือง มันต้องการจะลงมือกับฉานเอ๋อร์ แต่กลับถูกพังพอนดอกไม้ขัดขวาง บีบบังคับให้มันต้องไล่ตามแล้วลงมือที่(@NameIsNovel)ภูเขา(@NameIsNovel)ผนึกเถ้า
ต่อมา เมื่อหลินต๋าพบว่า(@NameIsNovel)ฉานเอ๋อร์ได้(@NameIsNovel)ทำให้จ้านกั๋วกลับใจได้(@NameIsNovel)จริงๆ เขา(@NameIsNovel)ก็ยิ่งเชื่อมั่นว่า(@NameIsNovel)ฉานเอ๋อร์คือร่างอวตารของจินฉานจื่อ และ(@NameIsNovel)ดังนั้นจึงได้(@NameIsNovel)ล่อลวงให้ฉานเอ๋อร์เข้าร่วมการประชุมธรรมมหายานในครั้งนี้
“เมื่อมี(@NameIsNovel)จินฉานจื่อที่(@NameIsNovel)กลับชาติมาเกิดอยู่ที่(@NameIsNovel)นี่...คนอื่นๆ ก็ล้วนไร้ประโยชน์! ฮ่าฮ่าฮ่า...”
หลินต๋าโบกมือคราหนึ่ง ถอนการควบคุมแท่นธรรมอื่นๆ โดยตรง แล้วเอื้อมมือไปยังฉานเอ๋อร์ ฉวยตัวเขา(@NameIsNovel)มาจากแท่น ให้ลอยอยู่เบื้องหน้า
ฉานเอ๋อร์อาบไล้ไปด้วยแสงสีทองเจิดจ้า พร้อมกับความทรงจำมากมายในชาติก่อนที่(@NameIsNovel)ปรากฏขึ้นในใจ...ใบหน้าของเขา(@NameIsNovel)สงบนิ่งอย่างน่าประหลาด
หลินต๋าประสานมือเป็น(@NameIsNovel)อินอาคม ดึงแสงแห่งพุทธะอันเป็น(@NameIsNovel)บุญกุศลสีทองออกมาจากร่างของเขา(@NameIsNovel) มันไหลอยู่บนยอดอาสนะบัวสีเลือดใต้ร่าง ทาบทับให้มันกลายเป็น(@NameIsNovel)สีทองบริสุทธิ์
นอกจากนี้ ชั้นจีวรสีทองก็ควบแน่นขึ้นบนร่างมายาของพระโพธิสัตว์
ด้วยบุญกุศลอันไร้ขอบเขตนี้ที่(@NameIsNovel)ทำหน้าที่(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)เกราะป้องกัน แสงสีทองที่(@NameIsNovel)สะท้อนกลับก็พลันพุ่งขึ้นสู่โดมท้องฟ้า มี(@NameIsNovel)ปฏิสัมพันธ์กับอัสนีสีเงิน
ทั้งสองต่างก็สลายซึ่งกันและ(@NameIsNovel)กันอย่างรวดเร็ว เมฆตะกั่วที่(@NameIsNovel)อยู่ลึกเข้าไปในท้องฟ้าดูเหมือนจะถูกแสงสีทองกลืนกินไป...บางลงอย่างมาก
ในพื้นที่(@NameIsNovel)อันมองไม่เห็น เจตจำนงของเต๋าสวรรค์ที่(@NameIsNovel)จะทำลายล้างหลินต๋าก็พลันอ่อนลงไปหลายส่วนเช่นกัน
------------