หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 719
ตอนที่ 719 : แดนปรักหักพังอันรกร้าง
ตอนที่ 719
“ไสหัวไป! พวกเจ้าจงไสหัวไปให้พ้น! ข้าไม่ต้องการความเมตตาจอมปลอมเช่นนี้!”
“หยุดเดี๋ยวนี้! ข้าจ้านกั๋ว ไม่ต้องการให้ผู้ใดมาซาบซึ้งใจ!”
จ้านกั๋วยังคงร่ำร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่ง ทว่า(@NameIsNovel)ฉานเอ๋อร์กลับมิได้(@NameIsNovel)สนใจเสียงก่นด่าอันเกรี้ยวกราดนั้น ยังคงสงบจิตสงบใจสวดพระสูตรอย่างต่อเนื่อง
อักขระมนตราแห่งพุทธะผุดพรายขึ้นอย่างไม่ขาดสาย รัศมี(@NameIsNovel)สีทองก็ยิ่งเจิดจรัสสว่า(@NameIsNovel)งไสวขึ้นทุกขณะ
ในไม่ช้า โดยมี(@NameIsNovel)ฉานเอ๋อร์เป็น(@NameIsNovel)ศูนย์กลาง แสงสีทองพลันพวยพุ่งออกไปทั่วทุกสารทิศดุจคลื่นยักษ์ เสียงสวดมนต์ภาษาสันสกฤตดังก้องกังวานไปในความว่า(@NameIsNovel)งเปล่า สะท้อนไปไกลแสนไกล
ณ บริเวณนั้น บรรยากาศอบอวลไปด้วยแสงธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ ราวกับดินแดนแห่งนี้ได้(@NameIsNovel)แปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)พุทธเกษตรอันศักดิ์สิทธิ์
ใบหน้าของเหล่าพระสงฆ์ที่(@NameIsNovel)อยู่ ณ ที่(@NameIsNovel)นั้นอาบไล้ด้วยแสงสีทองอ่อนละมุน จิตใจของพวกท่านพลันสงบเยือกเย็นลง
ผู้ที่(@NameIsNovel)ยังคงมี(@NameIsNovel)ความขุ่นข้องหมองใจ ความโกรธเกรี้ยวในอกก็ค่อยๆ เลือนจางไป สภาพจิตใจกลับคืนสู่ความสงบอย่างน่าอัศจรรย์
“พระผู้ศักดิ์สิทธิ์!” พระเถระชรารูปหนึ่งทอดมองไปยังฉานเอ๋อร์ ใบหน้าเปี่ยมล้นด้วยความเลื่อมใส ก่อนจะคุกเข่าลงนมัสการ
เหล่าพระสงฆ์แห่งดินแดนตะวันตกรูปอื่นๆ ต่างก็ชื่นชมฉานเอ๋อร์อย่างสุดหัวใจอยู่แล้ว
เมื่อเห็นพระเถระชราเป็น(@NameIsNovel)เช่นนี้ พวกท่านทั้งหมดจึงโค้งคำนับให้ฉานเอ๋อร์ทีละรูป แล้วจึงนั่งลงล้อมรอบ เริ่มสวดพระสูตรพร้อมเพรียงกัน
ม่านแสงสีทองอันไพศาลพลันผุดขึ้นจากร่างของทุกคน ก่อตัวเป็น(@NameIsNovel)ลำแสงสีทองอร่ามพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เสียงสวดมนต์ภาษาสันสกฤตยิ่งดังกังวานสะท้านไปทั่วทั้งผืนทะเลทราย
พลเมืองของเมืองหุบเขา(@NameIsNovel)แดงที่(@NameIsNovel)อยู่ห่างไกลออกไป เมื่อได้(@NameIsNovel)เห็นนิมิตแห่งพุทธะอันน่าอัศจรรย์เช่นนี้ ต่างก็ทรุดกายลงคุกเข่าทีละคน
สวดภาวนาไปยังลำแสงสีทองนอกเมือง ขานพระนามศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าพระโพธิสัตว์และ(@NameIsNovel)พระพุทธเจ้ามากมาย
ภายในลำแสงสีทอง ความเกรี้ยวกราดของจ้านกั๋วพลันเลือนหายไป ใบหน้ากลับสู่ความสงบ ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลง
พลันปรากฏร่างโปร่งแสงสายหนึ่งลอยขึ้นมาจากร่างไร้วิญญาณนั้น จากเค้าโครงใบหน้า คือจ้านกั๋วอย่างแท้จริง
ทว่า(@NameIsNovel)บัดนี้ บนใบหน้าของเขา(@NameIsNovel)มิได้(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ความขุ่นแค้นหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย กลับจับจ้องไปยังฉานเอ๋อร์ด้วยแววตาที่(@NameIsNovel)เปี่ยมด้วยความรู้สึกอันซับซ้อน
ฉานเอ๋อร์หยุดสวดมนต์เมื่อเห็นภาพนี้
คาถาบทนี้ดูเหมือนจะสูบสิ้นพลังของเขา(@NameIsNovel)ไปอย่างมหาศาล ใบหน้าน้อยๆ ฉายแววเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้(@NameIsNovel)ชัด
“โยมจ้านกั๋ว เส้นทางสู่ปรโลกนั้นยาวไกล อย่าได้(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ห่วงผูกพันในโลกมนุษย์อีกเลย ท่านควรจะไปจุติใหม่โดยเร็วเถิด” ฉานเอ๋อร์เช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากแล้วลุกขึ้นกล่าว
จ้านกั๋วมิได้(@NameIsNovel)เอ่ยคำใด นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะยกมือขึ้น
ปรากฏแสงสีขาวสายหนึ่งพุ่งออกมาจากศพของเขา(@NameIsNovel) ตกลงในมือของดวงวิญญาณ มันคือแผ่นหยกชิ้นหนึ่ง
จ้านกั๋วชี้ไปยังแผ่นหยก ปลายนิ้วของเขา(@NameIsNovel)สว่า(@NameIsNovel)งวาบขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยแสงสีขาว ก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว
เขา(@NameIsNovel)โบกมือคราหนึ่ง แผ่นหยกพลันพุ่งไปยังฉานเอ๋อร์
แสงสีทองพุ่งออกมาจากลูกประคำพุทธะของฉานเอ๋อร์ ประคองแผ่นหยกขาวไว้ แล้วจึงแทรกซึมเข้าไปในนั้น
“โอ้! นี่คือวิธีการซ่อมแซมผนึกแห่งภูเขา(@NameIsNovel)ผนึกเถ้า” ลูกประคำพุทธะกล่าวขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะของท่าน โยมจ้านกั๋ว” ฉานเอ๋อร์ยินดีกับคำพูดเหล่านี้และ(@NameIsNovel)โค้งคำนับให้จ้านกั๋ว
จ้านกั๋วมิได้(@NameIsNovel)ตอบสนองต่อฉานเอ๋อร์แม้แต่น้อย เขา(@NameIsNovel)เงยหน้าขึ้นมองซากศพนับไม่ถ้วนรอบกาย แววตาฉายประกายสำนึกผิดวาบหนึ่ง
ทันใดนั้น มือของเขา(@NameIsNovel)ก็ประสานอิน ร่างโปร่งแสงพลันระเบิดออกเป็น(@NameIsNovel)แสงสีขาวอันบริสุทธิ์ ซึ่งสว่า(@NameIsNovel)งวาบจนเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ
“โยมจ้านกั๋ว! อย่า!” เมื่อฉานเอ๋อร์เห็นภาพนี้ สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง เขา(@NameIsNovel)ยกมือขึ้นหมายจะทำบางสิ่ง ทว่า(@NameIsNovel)มันก็สายเกินไปแล้ว
วงล้อแสงสีขาวที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณหนึ่งฉื่อพลันปรากฏขึ้น รัศมี(@NameIsNovel)ของมันเจิดจ้าจนทำให้ทุกคนต้องหรี่ตาลง
วงล้อแสงสีขาวหดตัวลงอย่างรวดเร็ว แล้ว "ตูม" มันพลันระเบิดออกเป็น(@NameIsNovel)ละอองแสงสีขาวนับไม่ถ้วน ปกคลุมไปกว่า(@NameIsNovel)ครึ่งค่อนฟ้า งดงามจับตายิ่งนัก
ละอองแสงสีขาวเหล่านี้โปรยปรายลงมา ก่อนจะเลือนสลายไปจนหมดสิ้น
“โยมจ้านกั๋ว เหตุใดจึงต้องเลือกหนทางอันเจ็บปวดเช่นนี้ด้วย ” ฉานเอ๋อร์ถอนหายใจเบาๆ พึมพำพระนามของพระพุทธเจ้า
เซินลั่วจมดิ่งสู่ความมืดมิดอันไร้ที่(@NameIsNovel)สิ้นสุด ที่(@NameIsNovel)ซึ่งพลังอันไพศาลดูเหมือนจะกำลังฉีกกระชากเขา(@NameIsNovel) สรรพางค์กายทุกอณูเต็มไปด้วยความเจ็บปวดอันไร้ขอบเขต
แม้บัดนี้เขา(@NameIsNovel)จะหมดสติไปแล้ว แต่ความเจ็บปวดกลับมิได้(@NameIsNovel)ลดน้อยลงแม้แต่น้อย ราวกับมันตั้งใจจะบดขยี้เขา(@NameIsNovel)ตั้งแต่ร่างกายเนื้อไปจนถึงดวงจิตให้แหลกสลายเป็น(@NameIsNovel)ธุลี
มิทราบว่า(@NameIsNovel)เวลาผ่านไปนานเท่าใด กว่า(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)ความเจ็บปวดจะเริ่มบรรเทาลง และ(@NameIsNovel)สติที่(@NameIsNovel)กระจัดกระจายก็เริ่มกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เขา(@NameIsNovel)ลืมตาขึ้น
เบื้องหน้าคือหลังคาโถงอันโอ่อ่า คานและ(@NameIsNovel)ผนังโดยรอบสลักเสลาเป็น(@NameIsNovel)ลวดลายโบราณ บ่งบอกว่า(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)นี่คือตำหนักโบราณกาลแห่งหนึ่ง
ทว่า(@NameIsNovel) บนหลังคาโถงกลับมี(@NameIsNovel)รูโหว่ขนาดใหญ่หลายแห่ง เผยให้เห็นท้องฟ้าที่(@NameIsNovel)มืดครึ้มภายนอก
“ที่(@NameIsNovel)นี่คือที่(@NameIsNovel)ใดกัน?” เซินลั่วนั่งขึ้นและ(@NameIsNovel)มองไปรอบๆ ด้วยความสับสน
ใจกลางโถงมี(@NameIsNovel)รูปปั้นตั้งอยู่ มันแตกหักออกเป็น(@NameIsNovel)สองท่อน ชิ้นส่วนและ(@NameIsNovel)บานประตูโถงวางกองอยู่บนพื้นอย่างไม่เป็น(@NameIsNovel)ระเบียบ ปราศจากผู้ใดดูแล เป็น(@NameIsNovel)ภาพที่(@NameIsNovel)รกร้างอย่างแท้จริง
เซินลั่วค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แล้วนึกถึงอาการบาดเจ็บของตน ขณะที่(@NameIsNovel)ตรวจสอบร่างกาย ก็สัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงพลังปราณเต๋าอันทรงพลังที่(@NameIsNovel)ไหลเวียนอยู่ในร่าง บรรลุถึงระดับเซียนแท้อย่างน่าอัศจรรย์
“เช่นนั้นข้าก็กำลังฝันอีกแล้วรึ” เขา(@NameIsNovel)ยกมือขึ้นและ(@NameIsNovel)มองดูเส้นใยแสงสีทองบนปลายนิ้ว หลังจากถอนหายใจ ก็เอ่ยขึ้น
สีหน้าของเซินลั่วพลันเคร่งขรึมลง ฉายแววครุ่นคิด
ก่อนหน้านี้ เมื่อครั้งที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ต่อสู้กับจ้านกั๋วและ(@NameIsNovel)ร่างมายาของฉือโย่ว เขา(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)อัญเชิญพลังบำเพ็ญในความฝันมาเป็น(@NameIsNovel)เวลานานเกินไป
นานยิ่งกว่า(@NameIsNovel)การอัญเชิญสองครั้งก่อนหน้ารวมกันเสียอีก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)สูญเสียอายุขัยไปไม่น้อย มิทราบว่า(@NameIsNovel)ในความเป็น(@NameIsNovel)จริง ตัวเขา(@NameIsNovel)ยังมี(@NameIsNovel)อายุขัยเหลืออยู่อีกเท่าใด
จิตใจของเขา(@NameIsNovel)จมดิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แต่ในไม่ช้าก็กลับมาร่าเริงขึ้น
สิ่งที่(@NameIsNovel)เกิดขึ้น ก็ได้(@NameIsNovel)เกิดขึ้นแล้ว กังวลไปก็ไร้ประโยชน์ สิ่งสำคัญคือการหาทางแก้ไข
ในความเป็น(@NameIsNovel)จริง เซินลั่วเพิ่งจะบรรลุถึงระดับก่อกำหนิดขั้นต้น ยังมี(@NameIsNovel)หนทางอีกยาวไกลกว่า(@NameIsNovel)จะไปถึงระดับมหาโพธิญาณได้(@NameIsNovel)
การจะบรรลุขั้นเพื่อเพิ่มอายุขัยนั้นดูจะเป็น(@NameIsNovel)ไปได้(@NameIsNovel)ยากยิ่ง คงทำได้(@NameIsNovel)เพียงแสวงหาของวิเศษและ(@NameIsNovel)โอสถทิพย์เพื่อยืดอายุขัยเท่านั้น
เซินลั่วนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงลุกขึ้นและ(@NameIsNovel)เดินวนอยู่ในโถง เมื่อไม่พบสิ่งใดผิดปกติ จึงเดินออกไปข้างนอก
ที่(@NameIsNovel)นี่ปราศจากร่องรอยของสิ่งมี(@NameIsNovel)ชีวิต ฝุ่นผงได้(@NameIsNovel)จับตัวหนาอยู่บนบันไดหยกขาว ดูเหมือนจะเป็น(@NameIsNovel)ซากปรักหักพังบางแห่ง
“ข้าถูกส่งมายังสถานที่(@NameIsNovel)คล้ายกับภูเขา(@NameIsNovel)ฟางชุ่นรึ?” เซินลั่วพึมพำกับตัวเอง
แม้จะอยู่ในสภาพทรุดโทรม แต่อาคารที่(@NameIsNovel)อยู่ห่างออกไปก็ยังแผ่กลิ่นอายแห่งวิถีเซียน และ(@NameIsNovel)อยู่เหนือขอบเขตของโลกมนุษย์
ดูเหมือนจะเป็น(@NameIsNovel)ซากปรักหักพังของสำนักบำเพ็ญเพียร สถานที่(@NameIsNovel)เช่นนี้มักจะซุกซ่อนสมบัติล้ำค่าเอาไว้
เขา(@NameIsNovel)ปลดปล่อยสัมผัสเทวะแผ่ขยายออกไป ทว่า(@NameIsNovel)สิ่งที่(@NameIsNovel)สัมผัสได้(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)เพียงซากอาคารปรักหักพัง มวลหมู่พฤกษาและ(@NameIsNovel)ศิลาอันแสนธรรมดา ปราศจากร่องรอยของล้ำค่าใดๆ
แต่เขา(@NameIsNovel)ก็มิได้(@NameIsNovel)ผิดหวัง สัมผัสเทวะเป็น(@NameIsNovel)เพียงการสำรวจอย่างคร่าวๆ เท่านั้น การจะค้นหาสมบัติต้องใช้การตรวจสอบอย่างละเอียด
เซินลั่วกลับไปยังโถงใหญ่และ(@NameIsNovel)สำรวจรอบๆ อย่างระมัดระวังอีกครั้ง แต่น่าเสียดายที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)มิได้(@NameIsNovel)ค้นพบสิ่งใด จากนั้นเขา(@NameIsNovel)ก็ทะยานร่างขึ้นไป ค้นหาจากอาคารหนึ่งไปยังอีกอาคารหนึ่ง
ครึ่งชั่วยามต่อมา เขา(@NameIsNovel)ก็ออกมาจากอาคารหลังหนึ่งที่(@NameIsNovel)ตั้งอยู่กลางหุบเขา(@NameIsNovel)
ค้นหามาเป็น(@NameIsNovel)เวลานานแล้ว ทว่า(@NameIsNovel)อาคารที่(@NameIsNovel)แตกหักเหล่านี้ล้วนว่า(@NameIsNovel)งเปล่า มิได้(@NameIsNovel)พบสิ่งใดที่(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)ประโยชน์เลย
“หรือว่า(@NameIsNovel)นี่จะเป็น(@NameIsNovel)เพียงซากปรักหักพังที่(@NameIsNovel)ไร้ค่า?” เซินลั่วขมวดคิ้วแต่ก็มิได้(@NameIsNovel)ยอมแพ้ ยังคงแผ่สัมผัสเทวะออกไปอย่างระมัดระวังเพื่อสัมผัสถึงสิ่งรอบข้างต่อไป
ในที่(@NameIsNovel)สุดความพยายามก็เกิดผล หลังจากเวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป เขา(@NameIsNovel)ก็สัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงความผันผวนอันผิดปกติสายหนึ่งจากผนังภูผาข้างน้ำตก
แม้จะเบาบางอย่างยิ่ง แต่มันก็บ่งบอกถึงความผันผวนของอาคมผนึกจากผนังภูผานั้น หากสัมผัสเทวะของเขา(@NameIsNovel)มิได้(@NameIsNovel)แข็งแกร่งพอ เกรงว่า(@NameIsNovel)คงจะตรวจไม่พบเป็น(@NameIsNovel)แน่
เซินลั่วเดินไปที่(@NameIsNovel)หน้าผนังภูผาและ(@NameIsNovel)ชี้นิ้วไปยังความว่า(@NameIsNovel)งเปล่า
แสงสีทองสายหนึ่งพุ่งออกมาจากปลายนิ้วและ(@NameIsNovel)กระแทกเข้ากับผนังภูผา ทว่า(@NameIsNovel)ผนังภูผากลับนิ่งสนิทไร้การตอบสนอง
เขา(@NameIsNovel)ยังคงชี้นิ้วค้างไว้ หลับตาลงเพื่อสัมผัสสถานการณ์ของผนังภูผา ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนนิ้วไปเบื้องหน้า แสงสีทองค่อยๆ หลอมรวมเข้ากับผนังภูผา
ผนังภูผาที่(@NameIsNovel)เดิมทีสงบนิ่ง ในที่(@NameIsNovel)สุดก็บังเกิดความเปลี่ยนแปลง พลันปรากฏม่านแสงสีเหลืองนวลชั้นหนึ่งขึ้นบนพื้นผิว ผนังศิลาอันแข็งแกร่งกลับเริ่มโปร่งแสง เผยให้เห็นทิวทัศน์ของอีกฟากฝั่งที่(@NameIsNovel)แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
------------