หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 788
ตอนที่ 788 : ตัวตน
ตอนที่ 788
"โล่งใจไปที... ผู้นำอัสนีเก้าสวรรค์ ผู่ฮว่า(@NameIsNovel)เทียนจุนนั้นมี(@NameIsNovel)พละกำลังมหาศาล นับเป็น(@NameIsNovel)ขุนพลเทวะคนสำคัญของราชสำนักสวรรค์
หวังว่า(@NameIsNovel)สหายเซินจะสามารถใช้พลังของท่านผู้นั้นได้(@NameIsNovel)อย่างชาญฉลาด" ชายในชุดเกราะสีเงินถอนหายใจอย่างโล่งอก แนะนำอย่างจริงจัง
เซินลั่วเผยรอยยิ้มขมขื่น
แน่นอนว่า(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ย่อมที่(@NameIsNovel)อยากใช้พลังของผู้นำอัสนีเก้าสวรรค์ให้เกิดผล แต่เทียนจุนผู้นั้นยังมิได้(@NameIsNovel)ตกลงจะช่วยเหลือแม้แต่น้อย
เขา(@NameIsNovel)ไม่อาจเข้าใจได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)เหตุใด หลี่จิ่งจึงตั้งข้อกำหนดไว้ว่า(@NameIsNovel) หนทางเดียวที่(@NameIsNovel)จะทำให้เทียนจุนยอมจำนน คือการเอาชนะในการต่อสู้
เดิมทีเขา(@NameIsNovel)เคยคาดไว้ว่า(@NameIsNovel) หากผู้นำอัสนีเก้าสวรรค์ยังคงเกี่ยวข้องกับชายในชุดเกราะสีเงิน ก็คงสามารถควบคุมอีกฝ่ายได้(@NameIsNovel)—แต่บัดนี้ ดูท่าว่า(@NameIsNovel)ความหวังนั้นจะดับสิ้นแล้ว
“ข้าแซ่เหลย ศิษย์แห่งพุทธธรรมจากภูเขา(@NameIsNovel)หลิงซาน ซึ่งตั้งอยู่บนเทือกเขา(@NameIsNovel)จิตวิญญาณสวรรค์ทางตะวันตก
หลังศึกใหญ่วิปโยคระหว่า(@NameIsNovel)งหลิงซานกับจ้าวปีศาจฉือโย่ว...”
สถานการณ์ของพวกเราก็คล้ายคลึงกับของราชสำนักสวรรค์ พระภิกษุ พระอรหันต์ และ(@NameIsNovel)พระโพธิสัตว์เกือบทั้งหมดได้(@NameIsNovel)จากไป และ(@NameIsNovel)ส่วนใหญ่ก็อยู่กับข้าในตอนนี้" ชายในชุดเหลืองแทรกเข้ามา
"พี่หนิว พระธาตุแสงพุทธก็เป็น(@NameIsNovel)ของขวัญจากสหายเหลยเช่นกัน" เซินลั่วเสริม
"ขอบคุณ" ราชาอสูรวัวกระทิงเหลือบมองบุรุษแซ่เหลย และ(@NameIsNovel)ตอบกลับด้วยการคำนับอย่างสุภาพ
"มหาปราชญ์ผิงเทียน มิจำเป็น(@NameIsNovel)ต้องเกรงใจเกินไป" ชายในชุดเหลืองตอบกลับด้วยท่าทีเดียวกัน
"พวกท่านทุกคนตระหนักถึงตัวตนของข้าแล้ว ซึ่งแตกต่างจากท่าน ข้าอยู่เพียงลำพังมิมี(@NameIsNovel)ผู้ใดให้พึ่งพิง
ทว่า(@NameIsNovel)ด้วยเหตุนี้ ข้าจึงมิถูกจำกัดและ(@NameIsNovel)สามารถเคลื่อนไหวได้(@NameIsNovel)อย่างอิสระ หากท่านใดต้องการสิ่งใดในภายภาคหน้าและ(@NameIsNovel)มิสะดวกที่(@NameIsNovel)จะลงมือ ก็โปรดขอร้องข้าได้(@NameIsNovel)เลย" เซินลั่วสรุป
"ยอดเยี่ยม! แม้ว่า(@NameIsNovel)เผ่าพันธุ์ปีศาจจะน่าเกรงขาม แต่ตราบใดที่(@NameIsNovel)พวกเราห้าคนรวมเป็น(@NameIsNovel)หนึ่งเดียว พวกเราก็ยังมี(@NameIsNovel)โอกาสชนะ!" ผู้อาวุโสในชุดขาวหัวเราะลั่น
ราชาอสูรวัวกระทิง ชายในชุดเกราะสีเงิน และ(@NameIsNovel)ชายในชุดเหลืองพยักหน้าเห็นด้วย
การประชุมเป็น(@NameIsNovel)เพียงโอกาสให้ราชาอูสรวัวกระทิงและ(@NameIsNovel)คนอื่นๆ ได้(@NameIsNovel)พบกัน พวกเขา(@NameIsNovel)มิได้(@NameIsNovel)หารือกันมากนักและ(@NameIsNovel)ในไม่ช้า มันก็สิ้นสุดลง เซินลั่วและ(@NameIsNovel)ราชาอสูรวัวกระทิงกลับสู่โลกแห่งความจริง
หลังจากฟื้นตัวจากพิษปีศาจ ราชาอสูรวัวกระทิงก็จากไปทันทีเพื่อป้องกันการบุกรุกที่(@NameIsNovel)อาจเกิดขึ้นจากเผ่าพันธุ์ปีศาจ
เซินลั่วซึ่งมิได้(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)อะไรต้องทำ ก็กลับไปยังถ้ำพำนักของตน
ทว่า(@NameIsNovel)ในขณะนี้ ทัศนวิสัยของเขา(@NameIsNovel)ก็พลันมืดลง และ(@NameIsNovel)สติสัมปชัญญะก็พร่ามัวอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้าเขา(@NameIsNovel)ก็สูญเสียความรู้สึกรู้ตัวทั้งหมด
ไม่อาจรู้ได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)เวลาผ่านไปนานเท่าใด — สติที่(@NameIsNovel)กระจัดกระจายของเขา(@NameIsNovel)ค่อยๆ รวมตัวกลับเข้าที่(@NameIsNovel) ความรับรู้ค่อยๆ แจ่มชัดขึ้นทีละน้อย
ความเจ็บปวดแล่นพล่านทั่วกาย ราวกับถูกบิดขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนรู้สึกเหมือนร่างทั้งร่างกำลังละลายอยู่ในบ่อกรดวิญญาณอันเย็นเยียบ
“เจ็บ...” เขา(@NameIsNovel)พึมพำเบาๆ ฝืนลืมตาขึ้นด้วยแรงเฮือกสุดท้าย
สิ่งแรกที่(@NameIsNovel)เห็นคือเพดานสีทองสุกปลั่ง อักษร ‘พุทธะ’ ขนาดมหึมาตรึงอยู่ตรงกลาง ล้อมด้วยลวดลายวงกลมและ(@NameIsNovel)ภาพพระพุทธรูปนับไม่ถ้วน — ชัดเจนว่า(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)วิหารแห่งพุทธธรรม
“สหายเซิน ท่านตื่นแล้ว!”
ใบหน้าของไป๋เสี่ยวเถียนโน้มเข้ามาเหนือสายตา ทำให้เขา(@NameIsNovel)สะดุ้งเล็กน้อย
“ดูเหมือนข้าจะออกจากแดนฝันมาได้(@NameIsNovel)เสียที...” เขา(@NameIsNovel)พึมพำกับตนเอง ปล่อยลมหายใจยาวอย่างโล่งอก
“สหายเซิน? ท่านเป็น(@NameIsNovel)อะไรหรือไม่!” ไป๋เสี่ยวเถียนโบกมืออยู่ตรงหน้าอย่างร้อนรน เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงจ้องเพดานอย่างเหม่อลอย
“ข้ายังไม่ตายเสียหน่อย... หยุดโบกเถิด ข้ามองไม่ชัดต่างหาก” เซินลั่วตอบเสียงหงุดหงิด แต่แววตาเริ่มกลับมามี(@NameIsNovel)ชีวิตชีวา
เขา(@NameIsNovel)ค่อยๆ พยุงร่างขึ้น พละกำลังที่(@NameIsNovel)สูญสิ้นไปกลับมาหล่อเลี้ยงทั่วร่างอีกครั้ง
"ไม่ได้(@NameIsNovel) ตอนนี้ท่านอ่อนแอเกินไป ท่านต้องพักผ่อนอย่าเพิ่งรีบขยับตัวเลย" ไป๋เสี่ยวเถียนรีบกดไหล่ของเซินลั่วลง
เซินลั่วหลับตาตรวจสอบสภาพภายใน สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนเล็กน้อย ร่างกายบังเกิดความโกลาหล เส้นลมปราณพันกันยุ่ง พลังปราณและ(@NameIsNovel)โลหิตพร่องลงอย่างรุนแรง
สภาพบาดเจ็บครั้งนี้เลวร้ายยิ่งกว่า(@NameIsNovel)ทุกคราที่(@NameIsNovel)อัญเชิญปราณเต๋าจากแดนฝัน สิ่งที่(@NameIsNovel)ทำให้สะท้านในอกที่(@NameIsNovel)สุด
คืออายุขัยถูกเผาผลาญไปมหาศาล อายุที่(@NameIsNovel)เพิ่มพูนขึ้นเมื่อก้าวสู่ระดับก่อกำเนิดแทบสูญสิ้น เหลือเพียงไม่ถึงห้าปีเท่านั้น
หัวใจของเซินลั่วเย็นราวกับน้ำแข็ง เกือบจะยอมจำนนต่อความสิ้นหวัง
"ก่อนหน้านี้ท่านใช้เคล็ดวิชาลับอะไร สหายเซิน? มันทรงพลังมาก แต่ผลสะท้อนกลับก็รุนแรงเกินไป เกือบจะคร่าชีวิตท่านไป" ไป๋เสี่ยวเถียนกล่าว
"หากมิใช่วิธีนี้ เราจะเอาชนะจ้านกั๋วได้(@NameIsNovel)อย่างไร" เซินลั่วกล่าวอย่างจนปัญญา
“ข้าดีใจที่(@NameIsNovel)ท่านฟื้นแล้ว... พักก่อนเถิด อย่าฝืนมากนัก”
ไป๋เสี่ยวเถียนเอ่ยเสียงเบา สายตาเต็มไปด้วยความห่วงใย
“ข้าจะอยู่ข้างนอกนี่เอง หากต้องการสิ่งใดก็เรียกข้าได้(@NameIsNovel)ทุกเมื่อ”
เขา(@NameIsNovel)รู้ดีว่า(@NameIsNovel)เซินลั่วบาดเจ็บสาหัสเพียงใด และ(@NameIsNovel)ไม่อาจหาคำปลอบใดมาช่วยได้(@NameIsNovel)ในยามนี้ จึงเพียงแต่กล่าวเท่านั้น ก่อนจะหมุนกายเดินออกไปอย่างเงียบงัน
"เดี๋ยวก่อน ข้าหมดสติไปนานเท่าใด" เซินลั่วเรียกไป๋เสี่ยวเถียนกลับมา
"เป็น(@NameIsNovel)เวลาเจ็ดวันแล้ว" ไป๋เสี่ยวเถียนกล่าว
"เจ็ดวัน ข้าหมดสติไปนานถึงเพียงนี้! สถานการณ์ในวันที่(@NameIsNovel)ข้าหมดสติไปเป็น(@NameIsNovel)อย่างไร? จ้านกั๋วตายรึ" เซินลั่วอ้าปากค้าง รีบถาม
"ใช่ จ้านกั๋วตายด้วยน้ำมือของตนเอง..." ไป๋เสี่ยวเถียนเล่าสถานการณ์หลังจากที่(@NameIsNovel)เซินลั่วหมดสติไปอย่างละเอียด
ส่วนผนึกที่(@NameIsNovel)แตกหัก หลังจากที่(@NameIsNovel)จ้านกั๋วตาย มันก็ซ่อมแซมตัวเองอย่างกะทันหันแล้วจึงหายไปโดยไม่มี(@NameIsNovel)ร่องรอย
"ผนึกซ่อมแซมตัวเองรึ" คิ้วของเซินลั่วขมวดมุ่น กระบวนค่ายกลผนึกนั้นซับซ้อนอย่างยิ่ง ตั้งขึ้นโดยเหล่าเซียนแห่งราชสำนักสวรรค์เพื่อผนึกทางเดินไปยังโลกปีศาจ มันจะซ่อมแซมตัวเองได้(@NameIsNovel)อย่างไร?
"เป็น(@NameIsNovel)ไปได้(@NameIsNovel)หรือไม่ว่า(@NameIsNovel)ผู้คนของราชสำนักสวรรค์ สัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงการทำลายของกระบวนค่ายกลและ(@NameIsNovel)ผนึกมันใหม่" เขา(@NameIsNovel)นึกถึงความเป็น(@NameIsNovel)ไปได้(@NameIsNovel)หนึ่งขึ้นมาทันที ยิ่งคิดก็ยิ่งดูเหมือนจะเป็น(@NameIsNovel)ไปได้(@NameIsNovel)
"แล้วซากของจ้านกั๋วเล่า" เซินลั่วคิดถึงคำถามอีกข้อหนึ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วและ(@NameIsNovel)ถาม
เซินลั่วหาได้(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ความแค้นต่อจ้านกั๋วไม่ ผู้นั้นเป็น(@NameIsNovel)เพียงสิ่งมี(@NameIsNovel)ชีวิตอันน่าสงสาร ในวันนั้นสามารถดูดซับไอปีศาจโดยตรง จนพลังบำเพ็ญพุ่งทะยานถึงระดับนั้นได้(@NameIsNovel)ในคราวเดียว
เหตุการณ์เช่นนี้มิใช่เพียงอาการถูกไอปีศาจแปดเปื้อนธรรมดา หากร่างยังคงอยู่ ก็อยากตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อดูว่า(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)สิ่งใดผิดแปลกซ่อนอยู่หรือไม่
จากสถานการณ์แล้ว การกลับชาติมาเกิดของวิญญาณปีศาจจากดินแดนตะวันตกที่(@NameIsNovel)หลี่จิ่งกล่าวถึงนั้นน่าจะเป็น(@NameIsNovel)จ้านกั๋ว
"ร่างของเขา(@NameIsNovel)อยู่ในโถงใหญ่วัดบัวศักดิ์สิทธิ์ ของนิกายบูชาบัวศักดิ์สิทธิ์ ฉานเอ๋อร์และ(@NameIsNovel)พระภิกษุจากดินแดนตะวันตกกำลังทำพิธีรำลึกถึงจ้านกั๋วและ(@NameIsNovel)พระภิกษุที่(@NameIsNovel)ล่วงลับไปแล้ว" ไป๋เสี่ยวเถียนกล่าว
เซินลั่วถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อได้(@NameIsNovel)ยินว่า(@NameIsNovel)ซากยังคงอยู่ แต่ก็นึกถึงบางอย่างขึ้นมาทันที
"ฉานเอ๋อร์อยู่ที่(@NameIsNovel)นิกายบูชาบัวศักดิ์สิทธิ์! อยู่ที่(@NameIsNovel)นั่นคนเดียวไม่อันตรายรึ" เขา(@NameIsNovel)ถามอย่างเร่งด่วน
"มิต้องกังวล หลังจากที่(@NameIsNovel)หลินต้า จ้านกั๋ว เป่าซาน และ(@NameIsNovel)คนอื่นๆ ถูกประหารชีวิต อาณาจักรไก่ดำได้(@NameIsNovel)ผนึกนิกายบูชาบัวศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดทั่วอาณาจักรแล้ว พระภิกษุคนใดที่(@NameIsNovel)เคยฝึกฝนเคล็ดวิชาชั่วร้ายก็ได้(@NameIsNovel)ถูกจับกุมแล้ว
พวกเราตอนนี้อยู่ในวัดของ นิกายบูชาบัวศักดิ์สิทธิ์ในเมืองหุบเขา(@NameIsNovel)แดง ที่(@NameIsNovel)นี่ไม่มี(@NameIsNovel)อันตรายแล้ว และ(@NameIsNovel)ท่านอาจารย์จินฉาน ก็มี(@NameIsNovel)ลูกปัดพุทธะอยู่กับตัว น่าจะไม่มี(@NameIsNovel)ปัญหา" ไป๋เสี่ยวเถียนกล่าว
"ถึงกระนั้น ท่านก็ควรจะไปเฝ้ายามอยู่ที่(@NameIsNovel)นั่น ข้าจะมิเป็น(@NameIsNovel)ไรคนเดียว" เซินลั่วผ่อนคลายและ(@NameIsNovel)กล่าว
"ท่านพูดถูก เช่นนั้นพักผ่อนให้สบายเถอะ ข้าจะไปดู" ไป๋เสี่ยวเถียนซึ่งค่อนข้างไม่สบายใจกับคำพูดของเซินลั่ว พยักหน้าและ(@NameIsNovel)จากไป
เซินลั่วเบือนสายตาไป บำเพ็ญเพียรเคล็ดวิชาบำเพ็ญไร้นามอย่างเงียบๆ เพื่อระดมปราณเต๋าที่(@NameIsNovel)เหลืออยู่ในร่างกายเพื่อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของตน
โชคร้ายที่(@NameIsNovel)ภายในร่างของเขา(@NameIsNovel)ยามนี้กลับยุ่งเหยิงราวกับพายุพัด
ปราณเต๋าไหลเวียนผิดทิศทางจนแทบระดมมิได้(@NameIsNovel)
เมื่อไม่อาจขับเคลื่อนปราณเต๋า แม้จะกลืนโอสถรักษาเข้าไปก็มิอาจส่งผลใดๆ ได้(@NameIsNovel)อยู่ดี
ในขณะนี้ ระลอกคลื่นพลันปรากฏขึ้นในความว่า(@NameIsNovel)งเปล่าข้างกายเซินลั่ว และ(@NameIsNovel)ร่างสีแดงเลือดร่างหนึ่งก็ปรากฏกายขึ้น มันคืออสูรโลหิตที่(@NameIsNovel)เพิ่งจะสยบได้(@NameIsNovel)
เซินลั่วหมดสติไปทันทีหลังจากการต่อสู้กับจ้านกั๋วและ(@NameIsNovel)ไม่มี(@NameIsNovel)เวลาเปิดโพรงน้ำเวทอัญเชิญเพื่อส่งมันกลับไป ดังนั้นอสูรโลหิตจึงยังคงวนเวียนอยู่ข้างนอกนี้
เหตุผลที่(@NameIsNovel)เซินลั่วกระตุ้นให้ไป๋เสี่ยวเถียนจากไปก่อนหน้านี้ ก็เพราะสัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงการปรากฏตัวของอสูรโลหิตในบริเวณใกล้เคียงนี่เอง
------------