หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 913
ตอนที่ 913 : ผู้ทรยศ
ตอนที่ 913
“เพลงกระบองพิรุณโกลาหล!” เซินลั่วตะโกนลั่น มังกรทองคำที่(@NameIsNovel)พันรอบแขนเสื้อคำรามกึกก้อง ขดตัวรอบพลองเหล็กสะกดสมุทรในมือ
สองมือร่ายรำ ปลดปล่อยเงามังกรทองคำหนาทึบเป็น(@NameIsNovel)ชุดๆ ส่งเสียงคำรามของมังกรและ(@NameIsNovel)พยัคฆ์ก้องกังวาน
ด้วยเสียงสะท้อนที่(@NameIsNovel)บดบังฟ้าดิน เงาพลองและ(@NameIsNovel)มังกรนับไม่ถ้วนก็หลอมรวมเป็น(@NameIsNovel)หนึ่งเดียว โถมเข้าใส่บุรุษชุดคลุมดำ
“ตูม ตูม ตูม”
เสียงคำรามดังสนั่นอย่างต่อเนื่อง ร่างของบุรุษชุดคลุมดำสั่นไหวด้วยแสงสีน้ำเงินเข้ม พลันเกิดเสียงแตกร้าวดังมาจากเกราะเกล็ดที่(@NameIsNovel)สวมอยู่ กว่า(@NameIsNovel)เสียงคำรามจะสงบลงโดยสมบูรณ์
เกราะศาสตราเวทบนร่างก็แตกละเอียดเป็น(@NameIsNovel)ชิ้นๆ ร่างกายอาบโชกไปด้วยเลือด บอบช้ำจนเกินกว่า(@NameIsNovel)จะดูเป็น(@NameIsNovel)มนุษย์
ทว่า(@NameIsNovel)ร่างนั้นยังคงยืนตระหง่านอยู่ แม้แววตาที่(@NameIsNovel)หลงใหลในเลือดแก่นแท้ของเซินลั่วจะจางหายไปโดยสิ้นเชิง ถูกแทนที่(@NameIsNovel)ด้วยความตกตะลึง
บัดนี้เองที่(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)ตระหนักว่า(@NameIsNovel) เจ้าคนที่(@NameIsNovel)เพิ่งจะเลื่อนระดับสู่ไทอี่นั้นดูจะไม่เป็น(@NameIsNovel)ไปตามสามัญสำนึก
“ท้ายที่(@NameIsNovel)สุดแล้วก็เป็น(@NameIsNovel)ผู้บำเพ็ญระดับไทอี่ การโจมตีเพียงเท่านี้ไม่สามารถทำร้ายได้(@NameIsNovel)อย่างสาหัส ถึงเวลาต้องลองใช้วิชานี้แล้ว…”
เซินลั่วคิดในใจพลางเก็บพลองเหล็กสะกดสมุทรกลับคืน ถอยหลังหนึ่งก้าวแล้วรีบประสานอินด้วยสองมืออย่างรวดเร็ว
แสงสีทองเจิดจ้าปะทุออกมาจากฝ่ามือ ชี้ตรงไปยังท้องฟ้าเบื้องบน พลางตะโกนว่า(@NameIsNovel) “เคล็ดลับสามดารากำราบอสูร!”
ไม่ทันสิ้นเสียง แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็มาจากฟากฟ้า ท้องฟ้าที่(@NameIsNovel)เคยสว่า(@NameIsNovel)งสดใสกลับมืดครึ้มลงในบัดดล ดวงดาวเริ่มส่องประกายระยิบระยับ
ดาวฤกษ์ไกลโพ้นนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นหนาแน่นกระจัดกระจายไปทั่วผืนฟ้า
ดวงตาของเซินลั่วสว่า(@NameIsNovel)งวาบด้วยแสงสีทอง ใช้ดวงตาเพลิงสีทองมองลึกเข้าไปในห้วงสุญญตา
สามารถมองเห็นดาวทุกดวงในทุ่งดาราอันกว้างใหญ่นั้นมี(@NameIsNovel)รอยแสงเหมือนเส้นด้ายละเอียดตกลงมาสู่โลกมนุษย์ พลิ้วไหวและ(@NameIsNovel)สลายไปในสายลม
เบื้องหลังชั้นเมฆดาราคือดวงดาวขนาดมหึมา สั่นไหวด้วยแสงที่(@NameIsNovel)รุนแรง ก่อให้เกิดความเชื่อมโยงพิเศษกับตนซึ่งยากจะพรรณนาเป็น(@NameIsNovel)คำพูด สัมผัสได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)ดวงดาวกำลังขานรับ ราวกับรอคอยให้ตนดึงพลังลงมาสู่โลกมนุษย์
เพียงแค่คิด ดวงดาวเหล่านั้นก็ส่องประกายแสงเจิดจ้า และ(@NameIsNovel)ดวงดาวขนาดมหึมาสามดวงที่(@NameIsNovel)ถูกชี้นำก็ดูเหมือนจะปรากฏร่างลงมาสู่โลกมนุษย์
พวกมันเคลื่อนเข้าใกล้เพียงเล็กน้อยก่อนจะหยุดนิ่ง แต่ละดวงเปล่งลำแสงดาวที่(@NameIsNovel)ดุร้าย พุ่งเข้าหาพื้นโลกราวกับเสาแสงจากธาราสวรรค์
ในขณะเดียวกัน ดูราวกับว่า(@NameIsNovel)ท้องฟ้ายามราตรีจะลุกเป็น(@NameIsNovel)ไฟ ภาพฉายของดาวขนาดมหึมาค่อยๆ ก่อตัวขึ้น เส้นแสงจำนวนมากรวมตัวกันที่(@NameIsNovel)มัน
ทำให้มันเป็น(@NameIsNovel)จริงมากขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นอายที่(@NameIsNovel)แผ่ออกมาก็ยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากขึ้น
บุรุษชุดคลุมดำเงยหน้ามองปรากฏการณ์บนท้องฟ้า ความกล้าหาญก็พลันหดหาย โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบเปิดใช้พลังเทวะโลหิต นำร่างมายาหมาป่ายักษ์กลับเข้ารวมกับร่าง
รูปลักษณ์เริ่มเปลี่ยนไป ศีรษะค่อยๆ กลายเป็น(@NameIsNovel)หมาป่า ขณะที่(@NameIsNovel)ปีกขนนกสีดำคู่หนึ่งก็งอกออกมาจากแผ่นหลัง
เมื่อกางปีกออก พลังโลหิตก็พวยพุ่งออกมา ก่อตัวเป็น(@NameIsNovel)ทรงกลมพลังโลหิตขนาดใหญ่รอบตัว ห่อหุ้มร่างกายทั้งหมดไว้
“คิดจะไปไหน?” เซินลั่วตะโกน
ดาวสีทองที่(@NameIsNovel)ยังไม่ก่อตัวสมบูรณ์ก็ฉีกผ่านห้วงสุญญตาและ(@NameIsNovel)ถล่มลงมา
“ตูม!” เสียงดังสนั่น
ภูเขา(@NameIsNovel)สองภพที่(@NameIsNovel)แตกละเอียดอยู่แล้วก็ถูกทำลายราบเป็น(@NameIsNovel)หน้ากลองในที่(@NameIsNovel)สุด ทิ้งไว้เพียงลวดลายดาวขนาดมหึมาบนพื้นโลก
เซินลั่วหยุดใช้เคล็ดลับสามดารากำราบอสูร สองขาพลันอ่อนแรงจนเกือบจะทรุดลงกับพื้น ขมวดคิ้วมองไปยังบริเวณนั้น แต่ไม่สามารถสัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงร่องรอยของบุรุษชุดคลุมดำแม้แต่น้อย เห็นได้(@NameIsNovel)ชัดว่า(@NameIsNovel)อีกฝ่ายหนีไปแล้ว
หลังจากนั่งลงขัดสมาธิ และ(@NameIsNovel)นึกถึงร่างครึ่งหมาป่าครึ่งมนุษย์ของเจ้าคนนั้น ก็พลันตระหนักและ(@NameIsNovel)จำเรื่องเก่าเรื่องหนึ่งจากราชสำนักสวรรค์ได้(@NameIsNovel)
ว่า(@NameIsNovel)กันว่า(@NameIsNovel)ในอดีต เมื่อเผ่าปีศาจโจมตีประตูสวรรค์ทิศทักษิณ ทหารสวรรค์ทั้งสี่ที่(@NameIsNovel)ป้องกันอยู่ล้วนพ่ายแพ้ และ(@NameIsNovel)ขุนนางดาราสิบสามตนจากยี่สิบแปดกลุ่มดาวนักษัตรก็ยกทัพไปหนุน
แต่กลับถูกซุ่มโจมตีระหว่า(@NameIsNovel)งทาง ส่งผลให้ถูกทำลายล้างจนหมดสิ้น ว่า(@NameIsNovel)กันว่า(@NameIsNovel)สาเหตุที่(@NameIsNovel)พ่ายแพ้ยับเยินถึงเพียงนี้เพราะมี(@NameIsNovel)ผู้ทรยศอยู่ในหมู่พวกเขา(@NameIsNovel) คือขุนนางดาราขุยมู่หลาง
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็หยุดคิดมาก รีบนั่งขัดสมาธิบนพื้นและ(@NameIsNovel)เริ่มปรับลมหายใจ การต่อสู้ครั้งนี้แม้ไม่ได้(@NameIsNovel)รับบาดเจ็บ
แต่พลังงานภายในกลับปั่นป่วนอย่างรุนแรง หากไม่จัดการให้เรียบร้อยในทันที ปัญหาที่(@NameIsNovel)ซ่อนอยู่มากมายก็จะเกิดขึ้นบนเส้นทางการบำเพ็ญเพียรในอนาคต
หลายวันผ่านไปในพริบตา ร่างของเซินลั่วส่องประกายเรืองรองขณะค่อยๆ ตื่นขึ้นจากสมาธิ เมื่อลืมตาขึ้นก็เห็นไป๋หลิงยืนอยู่ไกลๆ มองมาด้วยความกังวล
เซินลั่วยิ้มพลางกวักมือเรียกให้นางเข้ามา
“เซิน... ผู้อาวุโสเซิน…” ไป๋หลิงกล่าวด้วยรอยยิ้มที่(@NameIsNovel)ดูจะฝืนอยู่บ้าง
“ข้าไม่ทำร้ายเจ้าหรอก จะกลัวอะไรขนาดนั้น?” เซินลั่วกล่าวอย่างระอาใจเล็กน้อย
ได้(@NameIsNovel)ยินเช่นนั้นก็ค่อนข้างจะพูดไม่ออก เพราะตนก็ไม่มี(@NameIsNovel)ความรู้เรื่องนี้เช่นกัน
“หลังจากภูเขา(@NameIsNovel)ห้าธาตุถูกทำลาย ข้อห้ามของฟ้าดินที่(@NameIsNovel)นี่ก็น่าจะหายไปแล้ว เหตุใดยังไม่ออกไปอีก?” เซินลั่วถาม
ไป๋หลิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงวิ่งไปยังก้อนหินยักษ์ในระยะไกลและ(@NameIsNovel)กลับมาพร้อมกับลากธงภูตผีสีดำมาด้วย
เมื่อเห็นสิ่งนี้ ดวงตาของเซินลั่วก็สว่า(@NameIsNovel)งขึ้นในทันที ธงภูตผีบรรจุร่างศพของขุนนางดาราทั้งสิบสองตน ซึ่งอาจจะเป็น(@NameIsNovel)ประโยชน์อยู่บ้าง จึงรับมันมา
“ขอบคุณ แล้วตอนนี้มี(@NameIsNovel)แผนจะทำอะไรต่อ?” เซินลั่วถาม
“ผู้อาวุโสเซิน ทุกคนที่(@NameIsNovel)อยู่ข้างนอกแข็งแกร่งเหมือนท่านหรือไม่?” ไป๋หลิงถามอย่างลังเล
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เซินลั่วก็กล่าวว่า(@NameIsNovel) “แม้ไม่ใช่ทุกคนที่(@NameIsNovel)จะมี(@NameIsNovel)พละกำลังเช่นนี้ แต่โลกภายนอกก็ไม่ได้(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)มิตรมากนัก”
“ถ้าเช่นนั้น… ข้าไม่ออกไปจะดีกว่า(@NameIsNovel)” ไป๋หลิงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม พลางส่ายหน้า
“ที่(@NameIsNovel)นี่เพิ่งจะผ่านการต่อสู้ที่(@NameIsNovel)ดุเดือดมาและ(@NameIsNovel)น่าจะดึงดูดความสนใจของผู้อื่น ควรจะออกจากที่(@NameIsNovel)นี่ไปก่อน หลังจากผ่านไประยะหนึ่ง เมื่อทุกอย่างสงบลงแล้วค่อยกลับมา” เซินลั่วกล่าว
“ตกลง ข้าจะทำตามคำแนะนำของท่าน” ไป๋หลิงพยักหน้า
เซินลั่วมองนางแล้วมองไปรอบๆ และ(@NameIsNovel)กล่าวว่า(@NameIsNovel) “ข้ามี(@NameIsNovel)เคล็ดวิชาบางอย่างที่(@NameIsNovel)นี่ที่(@NameIsNovel)เหมาะกับการบำเพ็ญเพียรของเจ้า รับไปแล้วฝึกฝน
แต่จำไว้ว่า(@NameIsNovel)อย่าโลภและ(@NameIsNovel)บุ่มบ่าม ต้องก้าวหน้าอย่างมั่นคง นั่นคือหนทางที่(@NameIsNovel)แท้จริง”
ขณะพูด ก็หยิบหนังสือสามเล่มออกมาจากศาสตราเวทเก็บของและ(@NameIsNovel)ยื่นให้นาง
“ขอบคุณท่านผู้อาวุโส” ไป๋หลิงคำนับในทันทีและ(@NameIsNovel)ยื่นมือออกไปรับ
อย่างไรก็ตาม ด้วยเสียง “แปะ” เบาๆ หนังสือทั้งสามเล่มก็ตกลงสู่พื้นพร้อมกัน ขณะที่(@NameIsNovel)ไป๋หลิงเงยหน้าขึ้นก็ตระหนักว่า(@NameIsNovel)พื้นที่(@NameIsNovel)เบื้องหน้าว่า(@NameIsNovel)งเปล่า ร่างของเซินลั่วหายไปแล้ว
“ผู้อาวุโส…” นางลองเรียกดู แต่ไม่มี(@NameIsNovel)การตอบกลับ
“คนประหลาดจริง ไม่แม้แต่จะกล่าวคำอำลาก่อนจากไป” ไป๋หลิงพึมพำ พลางเก็บตำราบำเพ็ญเพียรจากพื้นขึ้นมา
------------