หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 1,045
ตอนที่ 1,045 : ตัดขาดเส้นทางฟ้าดิน
ตอนที่ 1045
“ข้าจะช่วยเจ้า!”
เจิ้นหยวนจื่อตวาดก้อง ร่างร่วงหล่นลงยังยอดเจดีย์แก้ววิจิตร
เช่นเดียวกับเซินลั่ว ผู้ร่ายอาคม ในชั่วพริบตาพลังแห่งวิถีสวรรค์ก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่าง ก่อนจะส่งพลังนั้นลงสู่เบื้องล่าง
พลังแห่งวิถีสวรรค์ถาโถมเข้าอย่างไม่ขาดสาย ทำให้ประกายแก้วผลึกบนเจดีย์แก้ววิจิตรทอแสงเรืองรองยิ่งขึ้น
เปลวเพลิงภายในพลันปะทุ แปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)มังกรเพลิงสีชาดเก้าตัว ทะยานเข้าพันธนาการร่างฉือโย่วไว้แน่นหนา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ใต้ฐานเจดีย์ ค่ายกลรูปวงแหวนค่อยๆ ปรากฏขึ้นอย่างเชื่องช้า
“ค่ายกลอู๋จี๋เสวียนหวง?” ฉือโย่วกวาดตามองอักขระยันต์ที่(@NameIsNovel)ปรากฏขึ้นบนพื้นดิน พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
ทันทีที่(@NameIsNovel)เอ่ยจบ รอยยิ้มบนริมฝีปากของเขา(@NameIsNovel)ก็ผุดขึ้น
เหตุผลนั้นเรียบง่าย ค่ายกลบนพื้นดินที่(@NameIsNovel)หลอมรวมพลังแห่งวิถีสวรรค์เข้ากับพลังแห่งปฐพี เห็นได้(@NameIsNovel)ชัดว่า(@NameIsNovel)ติดขัด มิอาจทำงานได้(@NameIsNovel)อย่างราบรื่น การก่อสร้างเป็น(@NameIsNovel)ไปอย่างเชื่องช้าและ(@NameIsNovel)ยากลำบากยิ่ง
ด้วยอัตรานี้ การจะรวมค่ายกลใหญ่ให้สมบูรณ์ แม้สามวันสามคืนก็อาจไม่พอ
ฉือโย่วเข้าใจเรื่องนี้ เจิ้นหยวนจื่อและ(@NameIsNovel)พรรคพวกคนอื่นๆ ก็เช่นกัน ทว่า(@NameIsNovel)คัมภีร์สวรรค์ยังคงไม่ได้(@NameIsNovel)รับการซ่อมแซมจนสมบูรณ์ ราวกับถังไม้ที่(@NameIsNovel)เต็มไปด้วยรูรั่ว จึงห่างไกลจากการเป็น(@NameIsNovel)ภัยคุกคามต่ออีกฝ่ายนัก
“เมื่อเทียบกับคู่ต่อสู้ในอดีต พวกเจ้ายังด้อยกว่า(@NameIsNovel)มากนัก” ฉือโย่วหัวเราะเสียงดัง
อักขระปีศาจเริ่มปรากฏขึ้นบนหน้าผาก เขี้ยวแหลมสีขาวค่อยๆ งอกโค้งออกจากศีรษะ ยาวขึ้นเรื่อยๆ
เห็นได้(@NameIsNovel)ชัดว่า(@NameIsNovel)แม้จนถึงตอนนี้ พละกำลังของเขา(@NameIsNovel)ยังคงเพิ่มขึ้น ยังไม่กลับคืนสู่จุดสูงสุด
ในชั่วพริบตาถัดมา ทั่วทั้งร่างของฉือโย่วพลันสว่า(@NameIsNovel)งวาบด้วยอักขระปีศาจ พลันมี(@NameIsNovel)แสงสีดำเลือนรางกะพริบผุดขึ้นเบื้องหลัง
พร้อมเสียง ‘ซู่’ ปีกคู่หนึ่งซึ่งก่อร่างจากแสงสีดำก็พลันกางออก ฉีกกระชากมังกรเพลิงทั้งเก้าที่(@NameIsNovel)พันธนาการร่างอยู่ขาดสะบั้นในทันที
เพลิงสมาธิแท้จริงที่(@NameIsNovel)โหมกระหน่ำ ไม่อาจทำอันตรายฉือโย่วได้(@NameIsNovel)อีกเลย
ร่างของเซินลั่วและ(@NameIsNovel)เจิ้นหยวนจื่อสั่นสะท้าน ผิวหนังแตกระแหง โลหิตไหลซึมจากเจ็ดทวารทั่วใบหน้า ทั้งดวงตา มุมปาก และ(@NameIsNovel)จมูก เป็น(@NameIsNovel)ภาพที่(@NameIsNovel)น่าหวาดหวั่น
“ในที่(@NameIsNovel)สุดก็มาถึงขั้นนี้แล้ว เซินลั่วเอ๋ย จากนี้ไปเจ้าคงต้องพึ่งพละกำลังตนเองอดทนต่อไปอีกระยะ” เจิ้นหยวนจื่อกล่าวพร้อมยิ้มขมขื่น
ก่อนที่(@NameIsNovel)เซินลั่วจะเข้าใจความหมาย หว่า(@NameIsNovel)งคิ้วของเจิ้นหยวนจื่อพลันเปล่งประกายแสงสีทองเจิดจ้า ก่อนจะพุ่งตรงเข้าสู่หน้าผากของเซินลั่ว
เซินลั่วรู้สึกได้(@NameIsNovel)ถึงแรงสั่นสะท้านในทะเลจิตวิญญาณ ก่อนที่(@NameIsNovel)พลังมหาศาลจะพลุ่งพล่านออกมาจากร่าง หลอมรวมเป็น(@NameIsNovel)หนึ่งกับปราณเต๋าของตนอย่างกลมกลืน เริ่มซ่อมแซมร่างกาย
“มหาเซียน ท่านกำลังทำสิ่งใด?” เซินลั่วพลันรู้สึกถึงบางสิ่ง รีบเอ่ยถาม
“วิถีแห่งสวรรค์ไม่อาจหลอมรวมได้(@NameIsNovel)อย่างสมบูรณ์ พึ่งพิงแต่พลังที่(@NameIsNovel)ไม่สมบูรณ์นี้ พวกเราไม่อาจใช้พลังฟ้าดินสะกดฉือโย่วได้(@NameIsNovel)
หากเป็น(@NameIsNovel)เช่นนี้ต่อไป ทุกสิ่งจะสูญเปล่า และ(@NameIsNovel)สามภพภูมิจะถึงกาลอวสาน” เจิ้นหยวนจื่อกล่าวอย่างเชื่องช้า
ขณะเสียงก้องกังวาน ร่างพลันกลายเป็น(@NameIsNovel)ดุจขนนกที่(@NameIsNovel)ล่องลอยอยู่กลางนภา ลอยขึ้นสู่เบื้องบนอย่างแผ่วเบา ทะยานสู่ฟากฟ้าอันสูงส่ง
เซินลั่วเฝ้ามองอย่างตกตะลึง เจิ้นหยวนจื่อลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งเมื่อลอยถึงรอยแยกที่(@NameIsNovel)พาดผ่านม่านฟ้า ร่างของบุรุษผู้นั้นก็พลันเลือนรางลง พร้อมกันนั้น แสงสีขาวเจิดจ้าก็ส่องประกายออกมาจากภายในกายของเขา(@NameIsNovel)
แสงสีขาวนั้นสว่า(@NameIsNovel)งเจิดจ้าถึงขีดสุด ทว่า(@NameIsNovel)มิได้(@NameIsNovel)แผ่ความร้อน เพียงกะพริบไหวแล้วแปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)ความว่า(@NameIsNovel)งเปล่า
ในที่(@NameIsNovel)สุด แสงสีขาวก็หายไปโดยสิ้นเชิง และ(@NameIsNovel)ร่องรอยสุดท้ายของเจิ้นหยวนจื่อในฟ้าดินก็พลันสลายไปเช่นกัน
“มหาเซียนเจิ้นหยวน…”
ความขมขื่นฉายชัดในใจเซินลั่ว ขณะที่(@NameIsNovel)หยางเจี้ยนและ(@NameIsNovel)พรรคพวกคนอื่นๆ ดวงตาแดงก่ำด้วยความโศกเศร้า
ในชั่วพริบตาถัดมา แสงสีทองจากฟากฟ้าพลันสว่า(@NameIsNovel)งวาบขึ้นเป็น(@NameIsNovel)สาย รวมตัวกันอย่างรุนแรงเข้าสู่รอยแยกบนม่านฟ้า รอยแยกซึ่งดูเหมือนไม่อาจแก้ไขได้(@NameIsNovel)ในยามแรก กำลังผสานรวมกันอย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน แสงสีทองจากสวรรค์ก็ร่วงหล่นลงมา หลั่งไหลเข้าสู่ร่างเซินลั่ว โดยมี(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)ศูนย์กลาง แผ่ลงสู่ปฐพีและ(@NameIsNovel)พุ่งตรงเข้าใส่ฉือโย่ว
“ฟ้า มนุษย์ ปฐพี... นี่ไม่ใช่ค่ายกลอู๋จี๋เสวียนหวง หากแต่เป็น(@NameIsNovel)วิชาตัดขาดฟ้าดิน!” เป็น(@NameIsNovel)ครั้งแรกที่(@NameIsNovel)แววตาของฉือโย่วฉายความตกตะลึง
พวกเขา(@NameIsNovel)กลับใช้แผนที่(@NameIsNovel)สมบัติสวรรค์แห่งภูเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)แม่น้ำเป็น(@NameIsNovel)ปฐพี และ(@NameIsNovel)คัมภีร์สวรรค์เป็น(@NameIsNovel)ท้องฟ้า อัญเชิญพลังเทวะแห่งฟ้าดิน โดยมี(@NameIsNovel)ร่างมนุษย์ของเซินลั่วเป็น(@NameIsNovel)สื่อกลาง วิชาซึ่งสูญหายและ(@NameIsNovel)ถูกตัดขาดไปนานนับพันปี
ฉือโย่วรีบก้มมองลงไปเบื้องล่าง จึงพบว่า(@NameIsNovel)โครงร่างค่ายกลวงแหวนด้านนอกได้(@NameIsNovel)ปรากฏขึ้นแล้ว ส่วนอักขระค่ายกลแปดทิศด้านในก็กำลังก่อร่างขึ้นอย่างเชื่องช้าเช่นกัน
เมื่อเทียบกับแผนผังกระบวนรบอันซับซ้อนของค่ายกลอู๋จี๋เสวียนหวง แผนผังของค่ายกลผนึกฟ้าดินกลับเรียบง่ายกว่า(@NameIsNovel)มาก ซึ่งหมายความว่า(@NameIsNovel)เวลาที่(@NameIsNovel)จำเป็น(@NameIsNovel)ในการผนึกฉือโย่วก็สั้นกว่า(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)คาดไว้มาก
ในตอนนี้ ฉือโย่วพลันตื่นตระหนกอย่างแท้จริง
“พวกมดปลวกกล้าดียังไง!” เขา(@NameIsNovel)คำราม ร่างหมุนควงขึ้นไปบนฟ้า
คมมี(@NameIsNovel)ดวายุทมิฬพันรอบร่าง ก่อตัวเป็น(@NameIsNovel)พายุหมุนสีดำพุ่งทะยานขึ้นฟ้า พลันทำลายเพลิงสมาธิแท้จริงที่(@NameIsNovel)พันธนาการอยู่ภายในเจดีย์จนแตกสลายลงในทันที ไม่เพียงเท่านั้น ยังทำให้เจดีย์แก้ววิจิตรทั้งองค์สั่นสะเทือนอย่างไม่หยุดหย่อน
ร่างเซินลั่วสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แรงกระแทกมหาศาลจากเจดีย์แก้ววิจิตรถ่ายเทเข้าสู่ร่างของเขา(@NameIsNovel) ยามนี้เซินลั่วรู้สึกราวกับตกอยู่ในนรกแห่งคมดาบและ(@NameIsNovel)หนามแหลม ทนทุกข์ทรมานจากการถูกกรีดเฉือนนับพันครั้ง
ทว่า(@NameIsNovel)ก็ไม่กล้าเคลื่อนไหวโดยพลการ ทำได้(@NameIsNovel)เพียงอดทนต่อความทรมานอันไร้สิ้นซึ่งความปรานี เพื่อสะกดฉือโย่วไว้
ไม่อาจปล่อยให้การเสียสละของเจิ้นหยวนจื่อต้องสูญเปล่า
“แค่ก…” โลหิตคำหนึ่งคำทะลักออกจากริมฝีปาก ซึ่งยามนี้กลายเป็น(@NameIsNovel)สีดำเข้ม
อวัยวะภายในแทบแหลกละเอียด ถูกแรงกระแทกที่(@NameIsNovel)ไม่หยุดหย่อนบดขยี้อย่างต่อเนื่อง
เซินลั่วปล่อยให้โลหิตชโลมอาภรณ์จนแดงฉาน รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่(@NameIsNovel)มุมปาก มิอาจรู้ได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)สิ่งใดกำลังพยุงร่างอันบอบช้ำของเขา(@NameIsNovel)ไว้ในยามนี้ รู้เพียงสิ่งเดียวว่า(@NameIsNovel)ต้องต่อสู้และ(@NameIsNovel)อดทนต่อไป…
ทันใดนั้น แสงเทพพลันร่วงหล่นจากฟากฟ้า หลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเขา(@NameIsNovel)
“พี่เซิน อดทนไว้ เจ้าทำได้(@NameIsNovel)…”
เซินลั่วคล้ายได้(@NameIsNovel)ยินเสียงกระซิบแผ่วเบา พลันเงยหน้าขึ้นมอง เห็นร่างของเอ้อหลางเซินหยางเจี้ยนที่(@NameIsNovel)อยู่สูงขึ้นไป ค่อยๆ เลือนรางลง ก่อนจะกลายเป็น(@NameIsNovel)ลำแสงแล้วเลือนหายไป
ในพริบตานั้น พลังอีกสายก็พลันหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเขา(@NameIsNovel) และ(@NameIsNovel)รับเอาพลังแห่งวิถีสวรรค์เข้ามาอีกครา
“พี่เซิน ภาระอันหนักอึ้งของสามภพภูมิอยู่ที่(@NameIsNovel)บ่าเจ้า เจ้าต้องลำบากแล้ว…” เสียงของราชาอสูรวัวกระทิงผู้ยิ่งใหญ่ก็ดังขึ้นเช่นกัน
ร่างอันสง่างามผึ่งผายก้าวขึ้นสู่ฟากฟ้า ก้าวเข้าสู่รอยแยกแห่งม่านฟ้าทีละก้าว ทั่วร่างส่องประกายแสงสีขาว ก่อนจะถูกกลืนหายไปในแสงสีทองในที่(@NameIsNovel)สุด
ดวงตาของเซินลั่วพลันชุ่มชื้น แสงนั้นเจิดจ้าเกินไป แผดเผาเกินไป
“คำราม…”
ยามนี้เขา(@NameIsNovel)รู้สึกราวกับแปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)อสูรร้ายดุร้าย อารมณ์อันดุดันรุนแรงเข้าท่วมท้นทะเลจิตวิญญาณ กลืนกินสติสัมปชัญญะ
แสงสีทองที่(@NameIsNovel)หลั่งไหลจากฟากฟ้าเข้าสู่ร่างของเขา(@NameIsNovel) พลุ่งพล่านออกจากปลายนิ้ว ยามนี้กลับเจือด้วยสีทองแดง
ทันทีที่(@NameIsNovel)พลังนี้หลั่งไหลเข้าสู่เจดีย์แก้ววิจิตร ประกายแก้วผลึกของเจดีย์ก็พลันซีดจางลง ภายในพลังอันยิ่งใหญ่แห่งวิถีสวรรค์ กลับมี(@NameIsNovel)สิ่งเจือปนปรากฏขึ้น พลังแข็งแกร่งขึ้น ทว่า(@NameIsNovel)กลับมิได้(@NameIsNovel)บริสุทธิ์ผุดผ่องดังเดิม
ขณะเดียวกัน ค่ายกลผนึกฟ้าดินซึ่งกำลังก่อร่างขึ้นอย่างเชื่องช้าเบื้องล่าง ไม่เพียงหยุดชะงักลง หากแต่ยังเริ่มถดถอยและ(@NameIsNovel)เลือนหายไปอย่างแผ่วเบา
แต่ดวงตาเซินลั่วแดงฉานดุจโลหิต ไม่อาจมองเห็นความเปลี่ยนแปลงเบื้องล่างได้(@NameIsNovel)อีก
“ท่านพี่…” ในยามนั้น เสียงเรียกอันอ่อนโยนดังขึ้น
ร่างหนึ่งพลันทะยานขึ้นมายืนอยู่เบื้องหน้าเซินลั่ว ก่อนจะยกมือขึ้นลูบไล้แก้มของเขา(@NameIsNovel)อย่างแผ่วเบา
ฝ่ามือนั้นเย็นเฉียบและ(@NameIsNovel)นุ่มนวลดุจหยก ทันทีที่(@NameIsNovel)สัมผัสผิวกาย ความโกรธแค้นที่(@NameIsNovel)บดบังจิตใจของเซินลั่วก็พลันเลือนหายไป
“ไฉจู” สีแดงฉานในดวงตาค่อยๆ จางลง เมื่อมองไปยังสตรีเบื้องหน้า และ(@NameIsNovel)เอ่ยชื่อของนางอย่างแผ่วเบา
“เรามาถึงขั้นนี้แล้ว อย่าให้ความพยายามของเราต้องสูญเปล่า” เนี่ยไฉจูพูดพร้อมรอยยิ้ม มองไปยังรอยแยกสวรรค์ที่(@NameIsNovel)กำลังหดแคบลง
เมื่อเห็นรอยยิ้มของนาง เซินลั่วก็เข้าใจเจตนา และ(@NameIsNovel)คำพูดที่(@NameIsNovel)อยากจะเอ่ยห้ามนางก็พลันติดอยู่ในลำคอ
“เจ้า…”
ก่อนที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)จะได้(@NameIsNovel)เอ่ยจบ ริมฝีปากเย็นเฉียบดุจหยกก็ประทับลงบนริมฝีปากของเซินลั่ว ผนึกทุกถ้อยคำที่(@NameIsNovel)เซินลั่วอาจเอ่ยออกมา
จากนั้น เนี่ยไฉจูมิได้(@NameIsNovel)หันกลับไปมองอีก ทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า
---------------