หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 1,069
ตอนที่ 1,069 : กฎอีกข้อ
ตอนที่ 1069
เซินลั่วกำลังเฝ้ามองเมื่อแสงวูบวาบหลายสายพุ่งผ่านฟ้า ร่างบางร่างเหินมาจากแดนไกล ร่อนลงสู่แท่นสูงราวเก้าฉื่อ ยืนเรียงรายเคียงข้างกัน
ตรงกลางคือเฉิงเหย่าจินแห่งสำนักหลวงราชวงศ์ต้าถัง ผู้เป็น(@NameIsNovel)ประธานการประชุมครานี้ ด้านซ้ายและ(@NameIsNovel)ขวาเป็น(@NameIsNovel)สตรีสูงโปร่งงดงามสวมอาภรณ์ขนนก และ(@NameIsNovel)บุรุษชุดเกราะเงินผู้สูงเกือบสิบฉื่อ
สตรีผู้นั้นมี(@NameIsNovel)กลิ่นอายมิธรรมดา ใบหน้าถูกบดบังด้วยผ้าคลุมบางเบา เห็นได้(@NameIsNovel)ชัดว่า(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)ผู้มาจากเผ่าเซียน ส่วนบุรุษชุดเกราะเงินแม้มี(@NameIsNovel)กายเนื้อ แต่ศีรษะเป็น(@NameIsNovel)พญาช้างเงินหกงา และ(@NameIsNovel)พลังปราณอสูรซ่อนเร้นไว้เป็น(@NameIsNovel)อย่างดี จนยากจะบอกได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)ผู้บำเพ็ญแห่งเผ่าอสูร
อีกด้านหนึ่งของบุรุษชุดเกราะเงินยืนบุรุษร่างกำยำผู้มี(@NameIsNovel)ปีกคู่ สูงแทบไม่ต่างกัน สวมเกราะเกล็ดสีดำคลุมกายเพียงครึ่งลำตัวและ(@NameIsNovel)แขนข้างหนึ่ง คิ้วแดงผมแดง ใบหน้าเคร่งขรึม ดวงตาเฉกพยัคฆ์จับจ้องไปยังเจ็ดสังหารผู้ยืนอยู่สุดขอบเวทีประลองยุทธ์
ถัดจากสตรีเผ่าเซียนยืนเฒ่าชราผู้มี(@NameIsNovel)หนวดเครา สวมชุดคลุมสีดำและ(@NameIsNovel)เข็มขัดหยก ชุดคลุมปักลายเมฆาสีทองบริเวณอก ใต้ลายนั้นปรากฏอักขระ “เทียนจี” ที่(@NameIsNovel)จารึกด้วยอักษรโบราณ
“ผู้มาจากนครเทียนจีรึ?” เซินลั่วเลิกคิ้วพึมพำกับตนเองอย่างแผ่วเบา
“นั่นคือผู้อาวุโสลายทอง – ตำแหน่งค่อนข้างสูงทีเดียว” เฒ่าผมขาวซึ่งยืนอยู่ข้างกายกล่าวเสริม
“ผู้อาวุโสลายทองรึ?” เซินลั่วถามด้วยความสงสัย
“สหายเอ๋ย ท่านคงไม่ทราบกระมัง? ในนครเทียนจีนั้น ศิษย์และ(@NameIsNovel)ผู้อาวุโสย่อมมี(@NameIsNovel)ลำดับขั้นเช่นกัน โดยปกติแล้วผู้บำเพ็ญแห่งนครเทียนจีจะสวมชุดคลุมสีดำ
ศิษย์ที่(@NameIsNovel)อยู่ระดับล่างสุดจะปักอักขระ ‘เทียนจี’ ด้วยเส้นสีขาวบริเวณข้อมือเสื้อ ซึ่งนับเป็น(@NameIsNovel)ชนชั้นสามัญต่ำสุด ผู้ที่(@NameIsNovel)สูงขึ้นมาหนึ่งขั้นจะเพิ่มลายเมฆาอัคคีบริเวณข้อมือเสื้อ และ(@NameIsNovel)ถูกเรียกว่า(@NameIsNovel)ช่างฝีมือสามัญ
ส่วนผู้ที่(@NameIsNovel)สูงส่งขึ้นไปอีก จะมี(@NameIsNovel)ลายเมฆาอัคคีและ(@NameIsNovel)อักขระเป็น(@NameIsNovel)สีแดง ซึ่งถูกขนานนามว่า(@NameIsNovel)ผู้หลอมเพลิง หรือช่างฝีมือชั้นสูง หากจะเลื่อนขั้นเป็น(@NameIsNovel)ผู้อาวุโส ผู้นั้นต้องปักอักขระและ(@NameIsNovel)ลายเมฆาอัคคีบริเวณอกด้วยด้ายเงิน
จึงจะถูกเรียกขานว่า(@NameIsNovel)ปรมาจารย์หยานแท้จริง ส่วนผู้อาวุโสที่(@NameIsNovel)อยู่สูงขึ้นไปอีกระดับ ก็คือผู้ที่(@NameIsNovel)ยืนอยู่บนแท่นผู้ปักอักขระด้ายทองผู้นั้น ซึ่งถูกเรียกว่า(@NameIsNovel)มหาปรมาจารย์หยาน” เฒ่าผมขาวอธิบายด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความรู้แก่เซินลั่วโดยไม่ลังเล
“ขอบคุณสำหรับคำอธิบายขอรับสหาย” เซินลั่วอดไม่ได้(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)จะรู้สึกว่า(@NameIsNovel)ตนเองยังรู้เรื่องราวของกลุ่มอำนาจต่างๆ ในสามภพน้อยเกินไป
“สหายช่างถ่อมตนนักหนา ข้าหลี่ฉางชิง เจ้าสำนักชิงหลิน ขอเรียนถามชื่อแซ่อันสูงส่งของท่าน?” เฒ่าชราผู้นั้นเอ่ยด้วยพลังเสียงก้องกังวาน
“ข้าเซินลั่วจากสำนักชุนชิว” เซินลั่วตอบ
เมื่อทั้งคู่พูดจบ ต่างฝ่ายต่างตระหนักว่า(@NameIsNovel)ไม่เคยได้(@NameIsNovel)ยินชื่อสำนักของอีกฝ่ายมาก่อน จึงเงียบงันไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยพร้อมกันว่า(@NameIsNovel) “ได้(@NameIsNovel)ยินชื่อเสียงมานานแล้วขอรับ”
ในตอนนั้น เสียงประกาศกึกก้องก็ดังกังวานขึ้นว่า(@NameIsNovel) “ศิษย์ทุกสำนักที่(@NameIsNovel)เข้าร่วมการแข่งขัน จงขึ้นสู่เวทีประลอง!”
ตามคำสั่งของเฉิงเหย่าจิน เซินลั่วและ(@NameIsNovel)เหล่าผู้บำเพ็ญอื่นก็ทะยานขึ้นสู่เวทีประลองยุทธ์
“งานชุมนุมประลองยุทธ์ครานี้ ถือเป็น(@NameIsNovel)การเริ่มต้นเหตุการณ์อันไม่เคยอุบัติขึ้นมาก่อนในสามภพ เป็น(@NameIsNovel)การริเริ่มวิถีใหม่ในหมู่สำนักน้อยใหญ่
พวกท่านทุกคนคือผู้สร้างประวัติศาสตร์ ไม่ว่า(@NameIsNovel)ผลลัพธ์จะสำเร็จหรือล้มเหลว ชื่อของพวกท่านจักถูกจดจำและ(@NameIsNovel)เล่าขานสืบไปในหน้าประวัติศาสตร์” เฉิงเหย่าจินกล่าวปลุกเร้าจิตใจของเหล่าผู้บำเพ็ญบนเวที
ผู้ชมเบื้องล่างต่างรู้สึกเป็น(@NameIsNovel)เกียรติไปพร้อมกัน
ทางด้านตะวันตกของเวทีประลองยุทธ์ ไป๋เสี่ยวเถียนกับศิษย์น้องไป๋เสี่ยวหยุน พร้อมด้วยหลู่ฮว่า(@NameIsNovel)หมิง เบียดเสียดกันพลางกล่าวติดตลกว่า(@NameIsNovel) “อาจารย์ของท่านช่างกล้าโอ้อวดเสียจริง”
“ท่านอาจารย์ถูกบีบบังคับต่างหากเล่า มิได้(@NameIsNovel)อยากรับภารกิจนี้เลยแม้แต่น้อย แต่ในเมื่อทั้งฝ่าบาทและ(@NameIsNovel)ราชครูมิประสงค์จะปรากฏกาย ในฐานะประธานงาน
ท่านอาจารย์จึงไม่มี(@NameIsNovel)ทางเลือกอื่น นอกจากการยืนหยัดขึ้นมาเอง” หลู่ฮว่า(@NameIsNovel)หมิงตอบพลางแย้มยิ้มอย่างไม่ถือสา
“แต่ก็ต้องยอมรับว่า(@NameIsNovel)ท่านเฉิงจัดฉากได้(@NameIsNovel)ยอดเยี่ยมจริงๆ” ไป๋เสี่ยวเถียนกล่าวพร้อมแย้มยิ้มขันเล็กน้อย
บนแท่นสูง เฉิงเหย่าจินกล่าวถ้อยคำปลุกเร้าจิตใจอีกครา ก่อนในที่(@NameIsNovel)สุดก็เริ่มประกาศกฎกติกาของงานชุมนุมประลองยุทธ์
อันที่(@NameIsNovel)จริงแล้ว ผู้เข้าร่วมต่างก็ล่วงรู้ถึงกฎกติกาดีอยู่แล้ว ซึ่งเป็น(@NameIsNovel)เพียงการอธิบายแก่เหล่าผู้คนทั่วไปที่(@NameIsNovel)มารับฟังเท่านั้น
“งานชุมนุมประลองยุทธ์ครานี้จักจัดขึ้นโดยสมบูรณ์ภายในแดนลับ ‘การชุมนุมกระบี่สามภพ’ ภายในแดนลับนี้ สัมผัสจิตเทวะจะถูกจำกัด และ(@NameIsNovel)พลังปราณฟ้าดินนับเป็น(@NameIsNovel)สิ่งต้องห้าม เมื่อก้าวเข้าสู่แดนลับนี้
ชีวิตและ(@NameIsNovel)ความตายย่อมเป็น(@NameIsNovel)ความรับผิดชอบของตนเอง ข้าส่งเสริมการแข่งขันระหว่า(@NameIsNovel)งสำนัก แนะนำให้สร้างพันธมิตรกับพวกพ้องร่วมสำนักเดียวกัน
และ(@NameIsNovel)จงมุ่งมั่นอย่างหาญกล้าเพื่อศักดิ์ศรีของสำนักและ(@NameIsNovel)เพื่อตัวของพวกเจ้าเอง จงต่อสู้เพื่อโชคชะตาแห่งวิถีสวรรค์ และ(@NameIsNovel)เพื่อโอกาสบนเส้นทางบำเพ็ญเพียร!” เฉิงเหย่าจินประกาศกึกก้องด้วย น้ำเสียงทรงพลัง
ทุกคนตั้งใจฟัง งานชุมนุมประลองยุทธ์สามภพนี้ส่งเสริมการรวมกลุ่มของเหล่าศิษย์ในสำนักเดียวกัน และ(@NameIsNovel)การต่อสู้ระหว่า(@NameIsNovel)งสำนักที่(@NameIsNovel)แตกต่างกัน จึงไม่จำเป็น(@NameIsNovel)ต้องคำนึงถึงชีวิตหรือความตาย
“กฎอีกข้อ” เฉิงเหย่าจิน เอ่ยขึ้นในทันใด “ผู้เข้าร่วมการทดสอบทุกผู้จักเริ่มต้นด้วยหนึ่งคะแนน การสังหารผู้เข้าร่วมคนอื่นจักได้(@NameIsNovel)รับหนึ่งคะแนน และ(@NameIsNovel)ท่านจักได้(@NameIsNovel)รับคะแนนทั้งหมดที่(@NameIsNovel)ผู้นั้นสะสมไว้ จนกว่า(@NameIsNovel)การทดสอบจะสิ้นสุดลง ผู้ชนะจักได้(@NameIsNovel)รับโอกาสให้ใช้แท่นเซียนจุติหนึ่งครั้ง”
ทันทีที่(@NameIsNovel)กล่าวจบ เสียงโห่ร้องก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งจัตุรัส ทุกคนต่างตื่นเต้นยินดีอย่างเหลือคณา
เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินดังนั้น เซินลั่วก็อดไม่ได้(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)จะบังเกิดความรู้สึกเย้ายวนขึ้นในใจ แม้แท่นเซียนจุติจะไม่อาจทำให้ผู้ใดสำเร็จเป็น(@NameIsNovel)เซียนแท้จริงได้(@NameIsNovel)โดยตรง
แต่ก็ยังนับเป็น(@NameIsNovel)ตัวช่วยสำคัญยิ่งบนเส้นทางข้ามผ่านเคราะห์กรรม ในระดับมหาโพธิญาณขั้นปลาย รับประกันได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)แม้ผู้ใช้จะล้มเหลว ก็จะไม่เสียชีวิตและ(@NameIsNovel)กลายเป็น(@NameIsNovel)ภูตผี
“วางเดิมพัน! วางเดิมพัน!” เหล่าผู้ดูแลจากสมาคมการค้าต่างๆ เริ่มเคลื่อนกายฝ่าฝูงชน นับจากนั้น โต๊ะพนันก็เริ่มดำเนินการอย่างเร่งรีบ
ผู้คนมากมายเริ่มวางเดิมพันอย่างลับๆ บางคนเดิมพันว่า(@NameIsNovel)สำนักใดจะอยู่เหนือสุด บางคนเดิมพันว่า(@NameIsNovel)ใครจะเป็น(@NameIsNovel)ผู้ชนะ ไม่มี(@NameIsNovel)ผู้ใดสนใจชีวิตหรือความตาย สนใจเพียงชัยชนะหรือความพ่ายแพ้เท่านั้น
บนเวหาเบื้องสูง ม้วนคัมภีร์จำนวนสี่สิบม้วนร่วงหล่นลงมา เหล่าผู้บำเพ็ญทั้งสี่สิบคนบนเวทีประลองยุทธ์ต่างก็รับม้วนคัมภีร์ซึ่งลอยมาอยู่ตรงหน้า ตรวจสอบเนื้อหาคร่าวๆ จากนั้นประทับโลหิตหยดหนึ่งลงไป
สัญญาชีวิตและ(@NameIsNovel)ความตายจึงเป็น(@NameIsNovel)อันลงนาม แดนลับกำลังจักเปิดออกในไม่ช้า
บุรุษชุดคลุมดำได้(@NameIsNovel)ยินสัญญาณ จึงเดินไปเบื้องหน้าแท่นสูง พลางหยิบตราประทับชิ้นหนึ่งออกมา
เมื่อโยนออกไป ตราประทับหยกดำก็ลอยขึ้น ก่อนจะตกลงสู่กึ่งกลางเวทีประลองยุทธ์
เซินลั่วจับจ้องมอง และ(@NameIsNovel)เห็นว่า(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ร่องขนาดฝ่ามือปรากฏอยู่กลางเวที ซึ่งตราประทับหยกได้(@NameIsNovel)ตกลงไปอย่างแม่นยำ พอดีกับร่องนั้นราวกับถูกสร้างมาคู่กัน
ไม่นานหลังจากนั้น เวทีประลองยุทธ์ทั้งหมดก็เริ่มสั่นสะเทือนพร้อมเสียง ‘ครืนครืน’ แผ่นอิฐบนพื้นทรุดลง เผยให้เห็นค่ายกลโบราณขนาดใหญ่เบื้องล่าง ซึ่งปลดปล่อยคลื่นพลังวิญญาณอันรุนแรงออกมา
“ค่ายกลเคลื่อนย้าย…” เซินลั่วพึมพำขณะสายตาจับจ้องไปยังลวดลายบนพื้น
เมื่อสิ้นเสียง ผู้อาวุโสจากนครเทียนจีก็ประสานอิน ก่อนจะส่งลำแสงสีขาวพุ่งเข้าสู่เวทีประลองยุทธ์
ลำแสงนั้นดุจประกายไฟตกสู่กองเชื้อเพลิง จุดประกายให้ค่ายกลขนาดใหญ่ทั้งหมดในทันใด ค่ายกลบนพื้นสว่า(@NameIsNovel)งวาบด้วยแสงสีขาวเจิดจ้า พวยพุ่งสูงเสียดฟ้า และ(@NameIsNovel)ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของฝูงชน ก็กลืนกินเหล่าผู้บำเพ็ญทั้งหมดบนเวทีประลองยุทธ์เข้าไปในพริบตา
ชั่วพริบตาต่อมา แสงสีขาวสว่า(@NameIsNovel)งจ้าขึ้น และ(@NameIsNovel)เซินลั่วพร้อมด้วยผู้บำเพ็ญอีกสามสิบเก้าคนก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เวทีประลองยุทธ์ที่(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)งเปล่าปราศจากผู้คน มี(@NameIsNovel)เพียงกำแพงหยกสี่บาน ขนาดหนึ่งจั้ง ลอยขึ้นจากพื้นดินอย่างเชื่องช้า และ(@NameIsNovel)ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศสูงสิบจั้ง
กำแพงหยกปกคลุมไปด้วยอักขระวิญญาณอย่างหนาแน่นทั่วทั้งแผ่น และ(@NameIsNovel)ฝังประดับด้วยศิลาเซียนเป็น(@NameIsNovel)จุดๆ รายล้อมอยู่รอบขอบ ซึ่งมี(@NameIsNovel)ปราณวิญญาณสายหนึ่งแผ่ออกมาจากศิลาเหล่านั้น แผ่กระจายไปทั่วพื้นผิวของกำแพง ไม่นานหมอกหนาทึบก็ลอยฟุ้งปกคลุมกำแพงหยกทั้งสี่บาน และ(@NameIsNovel)เงาสลัวๆ ก็เริ่มปรากฏกะพริบอยู่ภายใน
“เปิด” ผู้อาวุโสจากนครเทียนจีเอ่ยคำเบาๆ พร้อมกับชี้ไปยังจุดหนึ่งบนกำแพงหยกบานหนึ่ง
หมอกบนกำแพงหยกทั้งสี่แยกออกจากกันในทันใด เผยให้เห็นม่านแสงซึ่งปรากฏเงาร่างของเซินลั่วและ(@NameIsNovel)เหล่าผู้บำเพ็ญคนอื่นๆ
“พวกเขา(@NameIsNovel)ออกมาแล้ว! ออกมาแล้ว!” เสียงตะโกนกึกก้องจากฝูงชนในจัตุรัสก็ดังกังวานขึ้น ดุจคลื่นทะเลคำราม
ในเวลาเดียวกัน ภายในตระกูลผู้สูงศักดิ์และ(@NameIsNovel)สำนักน้อยใหญ่ทั่วสามภพ กำแพงหยกก็พลันปรากฏขึ้น ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ พร้อมกับแสงและ(@NameIsNovel)เงาสลัวๆ ที่(@NameIsNovel)กะพริบอยู่บนนั้น ซึ่งถ่ายทอดภาพเหตุการณ์จากสนามประลองยุทธ์แบบสดๆ
--------------------