หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 1,092
ตอนที่ 1,092 : ปิดป่าปลูกเขา
ตอนที่ 1092
“นี่คือกระบวนค่ายกลไผ่ครามผนึกเมฆา เป็น(@NameIsNovel)รางวัลที่(@NameIsNovel)เผ่าเซียนมอบให้แก่ผู้ชนะ เมื่อติดตั้งแล้ว หากได้(@NameIsNovel)รับการบำรุงเป็น(@NameIsNovel)เวลาสามปี ย่อมเชื่อมต่อเข้ากับรากฐานภูผาของสำนักได้(@NameIsNovel)
ในยามปกติจะสร้างเมฆหมอกขึ้นมาปกคลุมเทือกเขา(@NameIsNovel) ทำให้ผู้บำเพ็ญที่(@NameIsNovel)ระดับยังไม่ถึงซึ่งล่วงล้ำเข้ามาโดยพลการย่อมต้องหลงทางอยู่ภายใน
หากมี(@NameIsNovel)ศัตรูที่(@NameIsNovel)แข็งแกร่งบุกจู่โจม ก็สามารถต้านทานการโจมตีสุดกำลังของยอดฝีมือระดับเซียนแท้ได้(@NameIsNovel)ถึงสามครา” สตรีเผ่าเซียนกล่าวอย่างสงบพลางแนะนำของวิเศษชิ้นนี้อย่างช้าๆ
ครั้นกล่าวจบ นิ้วเรียวของนางก็เคาะเบาๆ แผ่นค่ายกลที่(@NameIsNovel)ลอยอยู่พลันส่องประกายเจิดจ้า พร้อมปรากฏลำแสงและ(@NameIsNovel)เงามายาพวยพุ่งออกมาสายหนึ่ง
เซินลั่วเพ่งมองเข้าไปในแสงและ(@NameIsNovel)เงานั้น พลันเห็นเงาไผ่สีเขียวอมม่วงเจ็ดสิบสองต้นแผ่ขยายไปทั่วสารทิศ ไหวเอนเล็กน้อยคล้ายต้องลมพัด
เพียงชั่วอึดใจ หมอกควันก็ลอยขึ้นมาปกคลุมจากระหว่า(@NameIsNovel)งเงาไผ่ แผ่กระจายจนบดบังภาพทั้งหมดไว้
“สมบัติชั้นเลิศ! สำนักระดับกลางทั่วไปอาจจะไม่มี(@NameIsNovel)ค่ายกลป้องกันที่(@NameIsNovel)แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ด้วยซ้ำ” มี(@NameIsNovel)ผู้ร้องอุทานขึ้นจากใต้เวที
“ครานี้เจ้าหนุ่มผู้นั้นคงร่ำรวยยิ่งนัก...”
“ไม่ทราบว่า(@NameIsNovel)บุรุษผู้นี้มาจากสำนักใด จะยอมขายค่ายกลนี้หรือไม่หนอ...”
เสียงจอแจใต้เวทียังคงอื้ออึงไม่หยุดหย่อน บางคนเริ่มครุ่นคิดที่(@NameIsNovel)จะเข้าซื้อกระบวนค่ายกลไผ่ครามผนึกเมฆา เพื่อนำไปใช้เป็น(@NameIsNovel)ค่ายกลคุ้มครองสำนักของตนเสียแล้ว
เซินลั่วเองก็พึงพอใจในของวิเศษชิ้นนี้เป็น(@NameIsNovel)อย่างยิ่ง ย่อมไม่คิดที่(@NameIsNovel)จะขายต่อไป สำนักชุนชิวในยามนี้กำลังต้องการสมบัติเช่นนี้อยู่พอดี
เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากด้านล่างยังคงไม่ขาดสาย ช้างหกงาแห่งเผ่าปีศาจก้าวออกมาเบื้องหน้า กวาดสายตาเย็นชาไปโดยรอบ ทำให้จัตุรัสที่(@NameIsNovel)อึกทึกครึกโครมพลันเงียบสงบลงในพริบตา
“เผ่าปีศาจมอบรางวัลแก่ผู้ชนะเป็น(@NameIsNovel)เกราะหมึกอสูรหนึ่งชิ้น มี(@NameIsNovel)ค่ายกลผนึกอยู่สามสิบหกชั้น มี(@NameIsNovel)พลังป้องกันอันยอดเยี่ยม ทั้งยังมี(@NameIsNovel)ความสามารถในการดูดซับพลังปราณปีศาจ” ช้างหกงากล่าว
ทันทีที่(@NameIsNovel)กล่าวจบ เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากด้านล่างก็ดังระงมขึ้นอีกครา
“เพียงเกราะปีศาจชิ้นเดียว นี่นับเป็น(@NameIsNovel)รางวัลอันใดกัน! เผ่ามนุษย์อย่างเราย่อมไม่อาจใช้พลังปราณปีศาจของพวกเจ้าได้(@NameIsNovel)...”
“ดูดซับพลังปราณปีศาจเช่นนั้นรึ! จะเอาไว้กัดกร่อนตนเองหรืออย่างไรกัน!”
“แทบจะไร้ประโยชน์สิ้น! ของเผ่าปีศาจเหล่านี้แต่เดิมก็เตรียมไว้ให้คนของตนเองมิใช่หรือ!”
“หนวกหู!” ช้างหกงาแค่นเสียงอย่างโกรธเกรี้ยว ปลดปล่อยกลิ่นอายอันทรงพลังแผ่ซ่านออกมา ทำให้บริเวณโดยรอบเงียบสงัดลงอีกครา
“เจ้าพวกโง่เขลา! กล้าพูดจาเหลวไหลเช่นนี้รึ! เกราะหมึกอสูรนี้เหมาะกับเผ่าปีศาจมากกว่า(@NameIsNovel)ก็จริง แต่เผ่าพันธุ์อื่นอีกสองเผ่าก็สามารถควบคุมได้(@NameIsNovel)
พลังปราณปีศาจที่(@NameIsNovel)ดูดซับเข้ามาในเกราะจะถูกกักเก็บไว้เพื่อเสริมพลังให้เกราะ เมื่อถูกโจมตี ก็สามารถปลดปล่อยออกมาเพื่อปกป้องผู้สวมใส่ได้(@NameIsNovel)” ช้างหกงาอธิบายพลางพยายามข่มความโกรธ
เมื่อทุกคนได้(@NameIsNovel)ยินดังนั้นจึงครุ่นคิดอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะเข้าใจคำอธิบายโดยพลัน
ไม่ว่า(@NameIsNovel)จะเป็น(@NameIsNovel)เผ่ามนุษย์หรือเผ่าเซียน หากได้(@NameIsNovel)สวมใส่เกราะปีศาจนี้ ย่อมไม่ต้องกังวลเรื่องการรุกรานจากพลังปราณปีศาจระหว่า(@NameIsNovel)งต่อสู้กับเผ่าปีศาจอีกต่อไป
ตรงกันข้าม ยิ่งอีกฝ่ายปล่อยพลังปราณปีศาจออกมามากเท่าใด พลังป้องกันของผู้สวมใส่ก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น
ทำให้รู้สึกราวกับว่า(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)ยืนอยู่ ณ จุดที่(@NameIsNovel)ไม่มี(@NameIsNovel)วันพ่ายแพ้มาแต่กำเนิด
เมื่อได้(@NameIsNovel)ฟังทั้งหมดนี้ ความรู้สึกหม่นหมองและ(@NameIsNovel)หนักอึ้งในใจของเซินลั่วก็ค่อยๆ สลายไป อารมณ์พลันแจ่มใสขึ้นเล็กน้อย
หลังจากนั้น เฉิงเหย่าจินและ(@NameIsNovel)เหล่าผู้เกี่ยวข้องก็ประกาศคะแนนทีละคน พร้อมมอบรางวัลตามลำดับของแต่ละผู้
งานประชุมประลองยุทธ์สามภพที่(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)ชื่อว่า(@NameIsNovel)ยิ่งใหญ่เป็น(@NameIsNovel)ประวัติการณ์ ในที่(@NameIsNovel)สุดก็ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์
ยามราตรี ณ สำนักหลวงต้าถัง ภายในห้องลับแห่งหนึ่ง
เซินลั่วไม่เอ่ยคำใด ส่วนเฉิงเหย่าจินขมวดคิ้วแน่น
“เรื่องที่(@NameIsNovel)เจ้ากล่าวมาล้วนเป็น(@NameIsNovel)ความจริงทั้งหมดเช่นนั้นรึ” เฉิงเหย่าจินมองเซินลั่วแล้วถามย้ำอีกครา
ก่อนหน้านี้ เหตุการณ์ที่(@NameIsNovel)เกิดขึ้นใต้ผืนปฐพี โลกภายนอกย่อมมิอาจล่วงรู้ ดังนั้นจึงไม่มี(@NameIsNovel)ผู้ใดทราบว่า(@NameIsNovel)เกิดอันใดขึ้นกันแน่
“ท่านผู้อาวุโส ข้าขอยืนยันด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่า(@NameIsNovel) พลังปราณปีศาจที่(@NameIsNovel)อยู่ในลูกแก้วอสูรของมังกรพิภพสุญญตานั้นมาจากฉือโย่วอย่างแน่นอน และ(@NameIsNovel)ยังบริสุทธิ์ยิ่งนัก” เซินลั่วพยักหน้าย้ำคำ
“ข้าเชื่อเจ้า... เพียงแต่หลังจากที่(@NameIsNovel)พวกเจ้าออกมาแล้ว ทั้งเผ่าเซียน ผู้คนแห่งเมืองเทียนจี และ(@NameIsNovel)ข้าต่างก็ได้(@NameIsNovel)ตรวจสอบพวกเจ้าแล้ว แต่กลับไม่สัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงพลังปราณปีศาจของฉือโย่วเลยแม้แต่น้อย” เฉิงเหย่าจินลุกขึ้นเดินไปมาพลางกล่าว
“เรื่องนี้แปลกประหลาดอย่างแท้จริง เมื่อลูกแก้วอสูรตกไปอยู่ในมือของหลี่จูและ(@NameIsNovel)หลอมรวมเข้ากับนาง กลิ่นอายของฉือโย่วที่(@NameIsNovel)แต่เดิมเคยชัดเจนพลันหายไปสิ้น ข้าสัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงเรื่องนี้ตั้งแต่ยามที่(@NameIsNovel)ยังอยู่ในดินแดนลับแล้ว” เซินลั่วกล่าว
“หากเป็น(@NameIsNovel)เช่นนั้น ก็ยิ่งยากที่(@NameIsNovel)เราจะหาหลักฐานใดมาแสดงได้(@NameIsNovel)” เฉิงเหย่าจินถอนหายใจ
“ท่านผู้อาวุโส หากงานประชุมประลองยุทธ์สามภพจัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือของเผ่ามนุษย์ เผ่าเซียน และ(@NameIsNovel)เผ่าปีศาจ เหตุใดจึงเกิดความผิดพลาดเช่นนี้ขึ้นได้(@NameIsNovel)เล่า” เซินลั่วอดรนทนไม่ได้(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)จะเอ่ยถาม
“ผู้ที่(@NameIsNovel)ผลักดันงานนี้อย่างแข็งขันที่(@NameIsNovel)สุดคือเผ่าปีศาจและ(@NameIsNovel)เผ่าเซียน ซึ่งต่างก็มี(@NameIsNovel)เจตนาแอบแฝงของตน อันที่(@NameIsNovel)จริง ในดินแดนลับยังมี(@NameIsNovel)โอกาสและ(@NameIsNovel)ความเสี่ยงอื่นๆ ที่(@NameIsNovel)ยังไม่ถูกกระตุ้นในครานี้อีก
แต่เรื่องมังกรพิภพสุญญตานั้น เผ่าปีศาจย่อมมี(@NameIsNovel)เล่ห์กลอย่างแน่นอน” เฉิงเหย่าจินครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ย
“ท่านผู้อาวุโส ขออภัยที่(@NameIsNovel)ข้าต้องกล่าววาจาตรงไปตรงมา แต่รากฐานของงานประชุมประลองยุทธ์สามภพนี้มี(@NameIsNovel)ปัญหาอยู่แล้ว
ในเมื่อทั้งเผ่าปีศาจและ(@NameIsNovel)เผ่าเซียนต่างก็มี(@NameIsNovel)เจตนาแอบแฝง เช่นนั้นก็ไม่มี(@NameIsNovel)ความจำเป็น(@NameIsNovel)ต้องจัดต่อไปอีกแล้ว” เซินลั่วขมวดคิ้วกล่าว
“เรื่องนี้... แท้จริงแล้วมันเกี่ยวข้องกับความซับซ้อนและ(@NameIsNovel)ปัจจัยด้านสมดุลอำนาจระหว่า(@NameIsNovel)งสามเผ่าพันธุ์มากมายนัก ครานี้เจ้าคว้าตำแหน่งผู้นำมาให้เผ่ามนุษย์ของเราได้(@NameIsNovel) ถือเป็น(@NameIsNovel)คุณูปการอันใหญ่หลวงยิ่ง
แต่ท้ายที่(@NameIsNovel)สุดแล้ว นี่เป็น(@NameIsNovel)เพียงการทดสอบเบื้องต้นเท่านั้น จำนวนผู้เข้าร่วมงานประชุมประลองยุทธ์สามภพในคราหน้าจะมากกว่า(@NameIsNovel)ครานี้สิบเท่า หรืออาจจะถึงร้อยเท่า” เฉิงเหย่าจินกล่าวเสริม
เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินเช่นนั้น เซินลั่วก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่งในใจ
เซินลั่วเข้าใจสิ่งที่(@NameIsNovel)เฉิงเหย่าจินหมายถึงเกี่ยวกับสมดุลอำนาจระหว่า(@NameIsNovel)งเผ่ามนุษย์ เผ่าปีศาจ และ(@NameIsNovel)เผ่าเซียน แต่ด้วยพลังของตนในยามนี้ ยังไม่มี(@NameIsNovel)ทางที่(@NameIsNovel)จะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ได้(@NameIsNovel) จึงทำได้(@NameIsNovel)เพียงปล่อยวางไปก่อน
อย่างไรก็ตาม เซินลั่วรู้สึกอยู่เสมอว่า(@NameIsNovel)งานประชุมประลองยุทธ์สามภพนี้มี(@NameIsNovel)ความผิดปกติบางประการ และ(@NameIsNovel)ยังมี(@NameIsNovel)อีกหลายเรื่องที่(@NameIsNovel)ตนยังไม่ล่วงรู้ ดังนั้นแม้ว่า(@NameIsNovel)สำนักหลวงต้าถังจะไม่สืบสวนต่อไป เขา(@NameIsNovel)ก็ไม่คิดที่(@NameIsNovel)จะล้มเลิกการสืบสวนด้วยตนเอง
“ร่างกายเจ้าไม่เป็น(@NameIsNovel)อันใดใช่หรือไม่ ถูกพลังปราณปีศาจปนเปื้อนหรือไม่” เฉิงเหย่าจินเอ่ยถาม
“ก่อนหน้านี้พลังปราณปีศาจส่วนใหญ่ถูกหลี่จูดูดซับไปแล้ว และ(@NameIsNovel)ข้าก็ได้(@NameIsNovel)ตรวจสอบตนเองแล้ว ไม่มี(@NameIsNovel)อันใดน่าเป็น(@NameIsNovel)ห่วง” เซินลั่วส่ายหน้า
เดิมทีเฉิงเหย่าจินตั้งใจจะตรวจสอบเซินลั่วอย่างละเอียดถี่ถ้วน แต่เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินคำตอบดังนั้นก็ล้มเลิกความคิดนั้นไป
“เอาเถิด อย่าเพิ่งกล่าวถึงเรื่องนั้นเลย ต่อไปเจ้ามี(@NameIsNovel)แผนจะกระทำสิ่งใด อยากได้(@NameIsNovel)ตำแหน่งคล้ายคลึงกับที่(@NameIsNovel)ข้ามอบให้เจ้าหนุ่มหลู่ฮว่า(@NameIsNovel)หมิงหรือไม่ ข้ารับปากอันใดมากไม่ได้(@NameIsNovel) แต่เบี้ยหวัดก็ถือว่า(@NameIsNovel)มิเลว” เฉิงเหย่าจินเอ่ยถามอีกครา
“ท่านผู้อาวุโส ท่านหลงลืมไปแล้วหรือว่า(@NameIsNovel)ข้ายังต้องดูแลสำนักชุนชิว” เซินลั่วตอบพร้อมรอยยิ้ม
“โอ้ ใช่แล้วๆ ข้าเกือบจะหลงลืมไปเสียสนิท ฮ่าๆ... ในเมื่อเจ้าเปิดดินแดนลับได้(@NameIsNovel)ในฐานะผู้ชนะการทดสอบครานี้
ราชสำนักและ(@NameIsNovel)ทางการก็จะสนับสนุนทรัพยากรให้แก่สำนักชุนชิวตามที่(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)ตกลงกันไว้ เพื่อพัฒนาให้กลายเป็น(@NameIsNovel)สำนักขนาดกลาง” เฉิงเหย่าจินตบหน้าผากตนเองแล้วหัวเราะเสียงดัง
“ท่านผู้อาวุโส เมื่อทางการมอบโฉนดที่(@NameIsNovel)ดินของยอดเขา(@NameIsNovel)หลายแห่งใกล้ภูเขา(@NameIsNovel)ชิงฮวาให้แล้ว ข้ามี(@NameIsNovel)แผนจะปิดป่าปลูกเขา(@NameIsNovel)ชั่วคราว และ(@NameIsNovel)อยากให้เรื่องการก่อสร้างทั้งหมดดำเนินการโดยสำนักชุนชิวเอง” เซินลั่วเสนอ
“ข้าเข้าใจสุภาษิตที่(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel) 'ต้นไม้ใหญ่ย่อมต้องลม' เป็น(@NameIsNovel)อย่างดี แม้ว่า(@NameIsNovel)สำนักชุนชิวจะโดดเด่นในยามนี้ แต่เรายังขาดรากฐานที่(@NameIsNovel)มั่นคง หากขยายสำนักอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าโดยมิสร้างรากฐานให้มั่นคงเสียก่อน ก็จะยิ่งนำมาซึ่งปัญหามากขึ้น” เซินลั่วอธิบายอย่างช้าๆ
“เจ้าเป็น(@NameIsNovel)คนสุขุมเยือกเย็น วิธีนี้อาจจะดีกว่า(@NameIsNovel)จริงๆ ส่วนเรื่องการก่อสร้างรากฐานของสำนัก ราชสำนักจะส่งขุนนางจากกรมโยธาธิการไปประสานงานกับเจ้า
แต่ก็ยังต้องเป็น(@NameIsNovel)ไปตามระเบียบแบบแผน ส่วนเรื่องค่ายกลคุ้มครองภูผาของเผ่าเซียน เมื่อรากฐานของเจ้าเสร็จสิ้น ข้าจะให้หลู่ฮว่า(@NameIsNovel)หมิงไปส่งมอบให้ด้วยตนเอง
ก่อนหน้านั้น เราจะพยายามให้ท่านราชครูช่วยตรวจสอบดูก่อน เพื่อป้องกันปัญหาที่(@NameIsNovel)อาจแฝงเร้นอยู่ในค่ายกล” เฉิงเหย่าจินกล่าว
“เผ่าเซียน...?” เซินลั่วเอ่ยขึ้นอย่างลังเล
“เหะๆ... ในยามนี้ทั้งสามเผ่าได้(@NameIsNovel)ร่วมกันสร้างระเบียบขึ้นมาแล้ว ไม่เหมือนในอดีตที่(@NameIsNovel)เคยเป็น(@NameIsNovel)พันธมิตรกัน เราจำต้องระวังเผ่าเซียนไว้บ้าง
แต่ไม่ต้องกังวล ต่อให้สำนักชุนชิวของเจ้าได้(@NameIsNovel)เลื่อนเป็น(@NameIsNovel)สำนักขนาดกลาง ก็ยังไม่สำคัญพอที่(@NameIsNovel)จะทำให้เผ่าเซียนต้องใส่ใจนัก
การให้ท่านราชครูช่วยตรวจสอบก็เป็น(@NameIsNovel)เพียงการป้องกันไว้ก่อน และ(@NameIsNovel)ผู้ใดจะรู้ เขา(@NameIsNovel)อาจจะช่วยปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นด้วยซ้ำ” เฉิงเหย่าจินกล่าวพร้อมรอยยิ้มแห้งผาก
“เช่นนั้น ข้าต้องขอขอบคุณท่านผู้อาวุโสและ(@NameIsNovel)ท่านราชครูเป็น(@NameIsNovel)อย่างสูงแล้ว” เซินลั่วประสานมือคารวะ
--------------------