หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 1,093
ตอนที่ 1,093 : เกียรติยศอันไร้มลทิน
ตอนที่ 1093
กาลเวลาล่วงเลยไปรวดเร็วดุจสายน้ำ มิรู้กี่ครึ่งเดือนผ่านไป เซินลั่วมิได้(@NameIsNovel)พำนักอยู่ในเมืองฉางอันนานเกินไปนัก
หลังจากร่ำสุรากับไป๋เสี่ยวเถียนและ(@NameIsNovel)หลู่ฮว่า(@NameIsNovel)หมิงที่(@NameIsNovel)หอฉางอันแล้ว ก็ออกเดินทางกลับไปยังสำนักชุนชิว เดิมทีเขา(@NameIsNovel)ตั้งใจจะไปเยี่ยมฝูตงไหล
ทว่า(@NameIsNovel)กลับได้(@NameIsNovel)ข่าวว่า(@NameIsNovel)ระหว่า(@NameIsNovel)งที่(@NameIsNovel)ตนพักฟื้นอยู่นั้น ฝูตงไหลได้(@NameIsNovel)ฝากข้อความไว้กับหลู่ฮว่า(@NameIsNovel)หมิงและ(@NameIsNovel)เดินทางออกจากเมืองฉางอันล่วงหน้า กลับไปยังสำนักสิงโตอูฐหลิงแล้ว
ในห้วงยามนั้น ก่อนที่(@NameIsNovel)เซินลั่วจะเป็น(@NameIsNovel)ฝ่ายไปเยี่ยมเยือน กลับเป็น(@NameIsNovel)เฉินซือหยวนที่(@NameIsNovel)มาหาเขา(@NameIsNovel)เสียเอง
เฉินซือหยวนไม่เพียงนำคัมภีร์หยางบริสุทธิ์ฉบับสมบูรณ์มามอบให้ตามสัญญา หากแต่ยังมอบตำรับตำราที่(@NameIsNovel)ไม่ถ่ายทอดแก่คนนอกสำนักมาให้อีกหลายเล่มด้วย มิใช่เพียงตำราฝึกยุทธ์ หากยังรวมถึงตำราปรุงโอสถของเต๋าอีกด้วย
ครานี้ ท่าทีของเฉินซือหยวนเปลี่ยนไปจากเดิม วาจาที่(@NameIsNovel)สนทนากับเซินลั่วก็สุภาพนอบน้อมยิ่งขึ้น
ตลอดการสนทนา อีกฝ่ายพยายามหยั่งเชิงสอบถามเกี่ยวกับสายวิชาเต๋าของสำนักชุนชิว
แม้เซินลั่วจะฟื้นฟูสำนักชุนชิวขึ้นมาด้วยมือของตนเอง แต่ก็เป็น(@NameIsNovel)เพียงการทำตามสัญญาในอดีต จึงไม่ได้(@NameIsNovel)คิดจะรับความดีความชอบหรือตั้งตนเป็น(@NameIsNovel)ใหญ่ก่อตั้งสำนักใหม่แต่อย่างใด
ดังนั้น เขา(@NameIsNovel)จึงยังคงบอกกับเฉินซือหยวนว่า(@NameIsNovel)สายวิชาเต๋าของสำนักชุนชิวจะไม่เปลี่ยนแปลง และ(@NameIsNovel)ยังคงเป็น(@NameIsNovel)ส่วนหนึ่งของสายเขา(@NameIsNovel)หญ้าเล็ก เช่นเดิม
เมื่อได้(@NameIsNovel)รับคำมั่นสัญญาจากเซินลั่ว เฉินซือหยวนก็รู้สึกราวกับยกภูเขา(@NameIsNovel)ออกจากอก รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งกว้างขึ้น
เดิมทีเฉินซือหยวนคาดว่า(@NameIsNovel)เซินลั่วจะฉวยโอกาสนี้ตีตัวออกห่างจากเขา(@NameIsNovel)หญ้าเล็ก แล้วตั้งตนเป็น(@NameIsNovel)ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักของตนเอง
เพราะอย่างไรเสีย ด้วยการสนับสนุนของสำนักหลวงต้าถัง สำนักชุนชิวจะเจริญรุ่งเรืองก็ไม่ใช่เรื่องแปลก และ(@NameIsNovel)ในเวลาไม่เกินหนึ่งร้อยปีก็จะกลายเป็น(@NameIsNovel)สำนักระดับกลางได้(@NameIsNovel)
เฉินซือหยวนถึงกับเตรียมใจที่(@NameIsNovel)จะผูกพันธมิตรกับสำนักชุนชิวไว้แล้ว
ผลลัพธ์กลับเหนือความคาดหมายของเขา(@NameIsNovel) ด้วยความใจกว้าง เฉินซือหยวนจึงจัดการส่งขุนนางเต๋ากว่า(@NameIsNovel)ร้อยคนมาช่วยเซินลั่วขยับขยายสำนักชุนชิว
เซินลั่วตั้งใจจะปฏิเสธ แต่หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตอบตกลง
รากฐานของสำนักชุนชิวนั้นตื้นเขินนัก หากต้องการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายภาคหน้า การมี(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)หญ้าเล็ก เป็น(@NameIsNovel)ดั่งต้นไม้ใหญ่ให้พึ่งพิงย่อมเป็น(@NameIsNovel)ทางเลือกที่(@NameIsNovel)ดีที่(@NameIsNovel)สุด
ทั่วทั้งภูเขา(@NameIsNovel)ชิงฮวาอาบไล้ด้วยแสงอรุณ ทั้งหน้าผาและ(@NameIsNovel)พื้นดินสะท้อนแสงสีทอง สำนักชุนชิวก็เช่นกัน ส่องประกายเจิดจ้า ดูขรึมขลังเป็น(@NameIsNovel)พิเศษ
สิ่งปลูกสร้างทั้งหมดภายในสำนักได้(@NameIsNovel)รับการบูรณะจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว ขณะนี้ฉินหมิงกำลังนำเหล่าศิษย์ฝึกยามเช้าอยู่
ทันใดนั้น ก็มี(@NameIsNovel)เสียงหวีดหวิวสูงเสียดฟ้าดังสนั่นมาจากด้านนอก ทำให้ทั่วทั้งภูเขา(@NameIsNovel)ชิงฮวาสั่นสะเทือนโดยพลัน
“เกิดอะไรขึ้น” ฉินหมิงพลันผุดลุกขึ้น รีบวิ่งออกจากสำนักชุนชิวด้วยสีหน้าตื่นตระหนกอย่างยิ่ง
พลันเห็นเรือเหาะสีครามลำหนึ่งยาวหลายสิบจั้งปรากฏขึ้นเบื้องนอกสำนักชุนชิว รอบลำเรือมี(@NameIsNovel)แสงสีเขียวหมุนวน ก่อเกิดพายุหมุนปั่นป่วนหมู่เมฆบนฟากฟ้าจนเกิดเป็น(@NameIsNovel)ลมกระโชกแรง
เรือเหาะลำนั้นปิดทึบ ทำให้มองไม่เห็นผู้คนภายใน
โจวฝูและ(@NameIsNovel)เหล่าศิษย์สำนักชุนชิวคนอื่นๆ ไม่เคยเห็นเรือขนาดยักษ์เช่นนี้มาก่อน ทุกคนต่างยืนนิ่งงันด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
แม้ฉินหมิงจะตกตะลึงจนไร้คำกล่าวเช่นกัน แต่ในฐานะผู้นำสำนักต่อหน้าเหล่าศิษย์ เขา(@NameIsNovel)จะแสดงความหวาดกลัวออกมามิได้(@NameIsNovel) จึงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะร่ายอาคม
ลำแสงสีแดงสายหนึ่งพยุงร่างของเขา(@NameIsNovel)ลอยขึ้นจากพื้นดินสิบกว่า(@NameIsNovel)จั้ง นี่คือศาสตราเวทบินที่(@NameIsNovel)เซินลั่วมอบให้ ด้วยระดับพลังขั้นปลายของระดับชำระปราณ จึงทำให้เขา(@NameIsNovel)ยังคงใช้งานมันได้(@NameIsNovel)ด้วยความยากลำบาก
“สหายท่านใดมาเยือนสำนักชุนชิว” เมื่อสัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงความผันผวนของพลังอันแข็งแกร่งที่(@NameIsNovel)แผ่ออกมาจากใต้ฝ่าเท้า จิตใจของฉินหมิงพลันสงบลง แล้วเอ่ยถามออกไปด้วยเสียงกังวาน
โจวฝูและ(@NameIsNovel)เหล่าศิษย์คนอื่นๆ เมื่อเห็นฉินหมิงทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ต่างก็มี(@NameIsNovel)สีหน้าประหลาดใจและ(@NameIsNovel)ยินดี ความหวาดกลัวที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ต่อเรือเหาะสีครามก็มลายหายไปหลายส่วน
“ศิษย์พี่ฉิน เป็น(@NameIsNovel)ข้าเอง” พลันมี(@NameIsNovel)ร่างหนึ่งร่อนลงมาจากเรือเหาะสีคราม ปรากฏว่า(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)เซินลั่ว
“ศิษย์น้องเซิน ที่(@NameIsNovel)แท้ก็เป็น(@NameIsNovel)เจ้านี่เอง กลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว แต่เหตุใดต้องปรากฏกายอย่างยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ ข้าพานึกว่า(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ศัตรูบุกรุกเสียแล้ว” ฉินหมิงถอนหายใจอย่างโล่งอก เอ่ยเชิงตำหนิเบาๆ
“ข้าไม่มี(@NameIsNovel)ทางเลือก เพราะครั้งนี้มิได้(@NameIsNovel)กลับมาเพียงผู้เดียว” เซินลั่วกล่าวพลางสะบัดแขนเสื้อ ชี้ไปยังเรือเหาะสีครามด้านหลัง
เรือเหาะค่อยๆ ลดระดับลงสู่พื้นดิน จากนั้นบานประตูขนาดใหญ่เบื้องหน้าก็เปิดออก พร้อมกับร่างเกือบร้อยทยอยก้าวออกมา
ทั้งหมดนี้ล้วนสวมชุดสีเขียวอมฟ้า ซึ่งล้วนเป็น(@NameIsNovel)ศิษย์ที่(@NameIsNovel)เฉินซือหยวนสัญญาว่า(@NameIsNovel)จะส่งมาช่วยขยับขยายสำนักชุนชิว ทว่า(@NameIsNovel)เฉินซือหยวนมิได้(@NameIsNovel)มาด้วยตนเอง
เมื่อเหล่าคนทั้งหมดลงจากเรือแล้ว เซินลั่วก็ร่ายอาคมไปยังเรือเหาะสีคราม เรือเหาะขนาดยักษ์หดเล็กลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็น(@NameIsNovel)เรือจำลองขนาดฝ่ามือในพริบตา และ(@NameIsNovel)หายเข้าไปในแขนเสื้อ
เรือเหาะลำนี้ เซินลั่วใช้ศิลาเซียนห้าร้อยก้อนแลกเปลี่ยนกับเฉินซือหยวนมา ความเร็วไม่นับว่า(@NameIsNovel)เร็วเป็น(@NameIsNovel)พิเศษ ทว่า(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)คุณสมบัติพิเศษเพียงประการเดียวคือมี(@NameIsNovel)ขนาดใหญ่โตนัก สามารถบรรทุกคนได้(@NameIsNovel)สองถึงสามร้อยคน
“ศิษย์น้องเซิน ผู้คนเหล่านี้คือใครกัน” ฉินหมิงถามด้วยความประหลาดใจ
“พวกเขา(@NameIsNovel)เหล่านั้นคือขุนนางเต๋าจากเขา(@NameIsNovel)หญ้าเล็ก ข้าโชคดีที่(@NameIsNovel)ทำภารกิจสำเร็จลุล่วง อีกทั้งยังเป็น(@NameIsNovel)ผู้พิชิตชัยในงานประชุมประลองยุทธ์สามภพ ด้วยหวังเอาใจข้า
เฉินซือหยวนจึงส่งผู้คนเหล่านี้มาช่วยสร้างสำนักชุนชิวให้รุ่งเรืองอีกครา” เซินลั่วตอบกลับโดยใช้การส่งเสียงผ่านจิต
“จริงหรือ” ฉินหมิงยืนนิ่งงันไปครู่หนึ่งกว่า(@NameIsNovel)จะยอมเชื่อข่าวสารนี้ได้(@NameIsNovel) ก่อนจะถามออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
งานประชุมประลองยุทธ์สามภพนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด มี(@NameIsNovel)สำนักชื่อดังจากสามภพเข้าร่วมมากมาย แม้ระดับพลังของเซินลั่วจะแข็งแกร่ง
แต่ฉินหมิงไม่เคยคิดเลยว่า(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)จะชนะได้(@NameIsNovel) ความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวของฉินหมิงคือขอให้เซินลั่วกลับมาอย่างปลอดภัย เพื่อที่(@NameIsNovel)สำนักชุนชิวจะได้(@NameIsNovel)พัฒนาเจริญรุ่งเรืองสืบไป
“เป็น(@NameIsNovel)ความจริง ผู้อาวุโสเซินเอาชนะคู่ต่อสู้ที่(@NameIsNovel)แข็งแกร่งในงานประชุมประลองยุทธ์สามภพและ(@NameIsNovel)คว้าชัยชนะมาได้(@NameIsNovel)สำเร็จในท้ายที่(@NameIsNovel)สุด เรื่องนี้แพร่กระจายไปทั่วสามภพแล้ว” ชายวัยกลางคนร่างท้วมคนหนึ่งในกลุ่มขุนนางเต๋ากว่า(@NameIsNovel)ร้อยคนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
บุรุษผู้นี้คือหัวหน้าของเหล่าศิษย์กว่า(@NameIsNovel)ร้อยคน ทว่า(@NameIsNovel)ระดับพลังของอีกฝ่ายกลับมิได้(@NameIsNovel)สูงส่งนัก อยู่เพียงระดับอิงปราณขั้นปลายเท่านั้น
ส่วนขุนนางเต๋าเหล่าคนอื่น มี(@NameIsNovel)เพียงไม่กี่คนที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ระดับพลัง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในระดับชำระปราณ ส่วนที่(@NameIsNovel)เหลือล้วนเป็น(@NameIsNovel)เพียงคนธรรมดาที่(@NameIsNovel)เคยฝึกฝนวิชาเสริมสร้างร่างกายมาบ้างเท่านั้น
ขุนนางเต๋าเหล่านี้เป็น(@NameIsNovel)เพียงผู้คนจากปริมณฑลนอกของเขา(@NameIsNovel)หญ้าเล็ก มิเช่นนั้นเฉินซือหยวนคงมิอาจส่งคนกว่า(@NameIsNovel)ร้อยชีวิตมาได้(@NameIsNovel)โดยง่ายถึงเพียงนี้
“เยี่ยมยิ่ง! ยอดเยี่ยมจริงๆ!” ฉินหมิงมองไปที่(@NameIsNovel)ชายผู้นั้น เมื่อมั่นใจแล้วก็กล่าวอย่างตื่นเต้นยินดี
แม้ว่า(@NameIsNovel)เซินลั่วจะเป็น(@NameIsNovel)ตัวแทนของเขา(@NameIsNovel)หญ้าเล็ก ในงานประชุมประลองยุทธ์สามภพ แต่ท้ายที่(@NameIsNovel)สุดแล้วเขา(@NameIsNovel)ก็เป็น(@NameIsNovel)สมาชิกของสำนักชุนชิว
ชัยชนะครั้งนี้จะนำพามรรคผลอันมหาศาลมาสู่สำนัก ไม่ต้องพูดถึงชื่อเสียงเกียรติยศที่(@NameIsNovel)จะช่วยปัดเป่าภัยคุกคามจากประตูเทียนอินไปได้(@NameIsNovel)อย่างแน่นอน
“ตามกฎของงานประชุมประลองยุทธ์สามภพ สำนักชุนชิวจะได้(@NameIsNovel)รับการสนับสนุนจากสำนักหลวงต้าถังเป็น(@NameIsNovel)เวลาหนึ่งร้อยปี
นี่คือเครื่องบำรุงชุดแรกที่(@NameIsNovel)ข้านำกลับมาจากสำนักหลวง รับไปแล้วนำไปเสริมสร้างรากฐานของสำนักเราให้แข็งแกร่งสืบไป” เซินลั่วกล่าวพร้อมกับหยิบศาสตราเวทเก็บของออกมาส่งให้ฉินหมิง
ฉินหมิงซึ่งก่อนหน้านี้ไม่คุ้นเคยกับกฎของงานประชุมประลองยุทธ์สามภพมากนัก เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินเช่นนี้ก็ยิ่งปรีดาเป็น(@NameIsNovel)ล้นพ้นนัก
“วางใจเถิด ศิษย์น้องเซิน ข้าจะใช้ทรัพยากรเหล่านี้อย่างเหมาะสม และ(@NameIsNovel)พัฒนาสำนักของเราให้เจริญก้าวหน้าโดยเร็วที่(@NameIsNovel)สุด” ฉินหมิงกล่าวอย่างจริงจังขณะรับศาสตราเวทเก็บของพลางสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่
“ข้าได้(@NameIsNovel)รับความรู้แจ้งบางประการระหว่า(@NameIsNovel)งการประลองยุทธ์ และ(@NameIsNovel)ต้องปลีกตัวเข้าปิดด่านบำเพ็ญเพียรต่อ ท่านจัดการเรื่องราวของสำนักชุนชิวไป
ส่วนผู้คนเหล่านี้ ท่านก็จัดการตามที่(@NameIsNovel)เห็นสมควร หลินหู่ นับจากนี้ไปให้ปฏิบัติตามคำสั่งของฉินหมิง คำสั่งของศิษย์พี่ฉินก็เปรียบดั่งคำสั่งของข้า” เซินลั่วกล่าวกับฉินหมิง แล้วหันไปจับจ้องบุรุษวัยกลางคนร่างท้วมซึ่งยืนอยู่เบื้องข้าง
“ขอรับ ข้าจะปฏิบัติตามคำสั่งของผู้อาวุโสเซินอย่างเคร่งครัด และ(@NameIsNovel)จะเชื่อฟังคำสั่งของเจ้าสำนักฉินหมิง” หลินหู่กล่าวอย่างนอบน้อม
“เช่นนั้นก็ขอบคุณสหายหลิน” ฉินหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้มพลางประสานมือคารวะ
“หากมี(@NameIsNovel)ปัญหาใดที่(@NameIsNovel)ท่านแก้ไขไม่ได้(@NameIsNovel) ก็ใช้ยันต์สื่อสารเหล่านี้แจ้งข้า” เซินลั่วมอบยันต์สื่อสารปึกหนึ่งให้ฉินหมิง ก่อนจะทะยานร่างมุ่งหน้าสู่ภูเขา(@NameIsNovel)เบื้องหลัง
ฉินหมิงรู้ดีว่า(@NameIsNovel)ผู้ที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ระดับพลังสูงมักจะต้องปิดด่านบำเพ็ญตน จึงมิได้(@NameIsNovel)กล่าวอันใดมากความ รับยันต์มาแล้วเริ่มทำความคุ้นเคยกับหลินหู่
--------------------