หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 1,297
ตอนที่ 1,297 : ก้าวสู่ระดับเซียนแท้
ตอนที่ 1297
เซินลั่วก้มมองยันต์อัสนีเรียกปฐพีในมือด้วยความยินดี แต่เมื่อทัณฑ์สวรรค์อัสนีบนท้องฟ้าก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ก็รีบเก็บยันต์เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ
ทัณฑ์อัสนีฟาดลงมาทีละระลอกอย่างต่อเนื่อง จนถึงระลอกที่(@NameIsNovel)เจ็ด
เซินลั่วชูถ้วยทองคำพันจอก, ธงแก่นโลหิต, โล่วิญญาณเต่า และ(@NameIsNovel)ศาสตราเวทอีกหลายชิ้นขึ้นมาเพื่อต้านทานทัณฑ์สวรรค์ ก่อเกิดม่านแสงหนาทึบสีทอง สีดำ และ(@NameIsNovel)สีคราม ซ้อนกันหลายชั้นรอบกาย ม่านแสงแต่ละชั้นเปล่งประกายแสงวิญญาณพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า ต้านทานทัณฑ์อัสนีระลอกที่(@NameIsNovel)เจ็ด ซึ่งเป็น(@NameIsNovel)สายอัสนีบาตสีทองขนาดมหึมาดุจน้ำตก
เมื่อทั้งสองพลังปะทะกันอย่างรุนแรง สายฟ้าและ(@NameIsNovel)แสงวิญญาณหลากสีก็พุ่งเข้าห้ำหั่น ส่งเสียงหวีดหวิวอันน่าสะพรึงกลัว ห้วงมิติ ณ จุดปะทะพลันเลือนรางคล้ายจะระเหยกลายเป็น(@NameIsNovel)ไอ คลื่นความร้อนม้วนตัวแผ่กระจายออกไปโดยรอบ
ม่านแสงของถ้วยทองคำพันจอกและ(@NameIsNovel)ธงแก่นโลหิตสั่นไหวไม่หยุด แต่ไม่มี(@NameIsNovel)ทีท่าว่า(@NameIsNovel)จะอ่อนกำลังหรือพังทลายลง
ข้างม่านแสงสีทองที่(@NameIsNovel)เกิดจากถ้วยทองคำพันจอก ยันต์อัสนีเรียกปฐพีลอยอยู่ มันกำลังดูดกลืนสายฟ้าสีทองที่(@NameIsNovel)กระจัดกระจายอย่างรวดเร็ว
หลังจากผ่านไปช่วงอึดใจ สายน้ำตกอัสนีก็สิ้นพลังและ(@NameIsNovel)สลายไปอย่างช้า ๆ
ยันต์อัสนีเรียกปฐพีก็เสร็จสมบูรณ์เช่นกัน ส่องประกายสายฟ้าสีทองเปรี้ยงปร้าง พลังอัสนีที่(@NameIsNovel)แผ่ออกมารุนแรงกว่า(@NameIsNovel)ยันต์ในครั้งก่อนเสียอีก
กายเซินลั่วพลันถูกห่อหุ้มด้วยสายอัสนีสีทองที่(@NameIsNovel)ค่อย ๆ หลอมรวมเข้าสู่ร่าง
ทว่า(@NameIsNovel)ครั้งนี้ สายฟ้าสีทองส่วนใหญ่กลับถูกดูดซับเข้าสู่แขนทั้งสองข้าง ซึ่งแท้จริงแล้วคือถูกอักขระวิญญาณวายุอัสนีในแขนกลืนกินไปจนสิ้น อักขระสีทองทวีความหนาแน่นขึ้นอย่างรวดเร็ว สีสันของลายสายฟ้าก็สว่า(@NameIsNovel)งเจิดจ้าขึ้นอย่างเห็นได้(@NameIsNovel)ชัด แผ่กลิ่นอายทำลายล้างคล้ายกับทัณฑ์อัสนีออกมาจาง ๆ
“อักขระวิญญาณวายุอัสนีสามารถดูดซับพลังของทัณฑ์อัสนีได้(@NameIsNovel)ด้วย!” เซินลั่วเลิกคิ้วขึ้น
พลังของอักขระวิญญาณวายุอัสนีที่(@NameIsNovel)สืบทอดมาจากผลอินทผลัมเซียนวายุอัสนีนั้นแข็งแกร่งอยู่แล้ว บัดนี้เมื่อได้(@NameIsNovel)ดูดซับพลังของทัณฑ์อัสนี ไม่เพียงแต่พลังจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่ยังได้(@NameIsNovel)รับกลิ่นอายของทัณฑ์สวรรค์มาด้วย ซึ่งย่อมส่งผลลัพธ์อันน่าอัศจรรย์ใจเมื่อต้องรับมือกับพวกภูตผีปีศาจอย่างแน่นอน
เซินลั่วสัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงอักขระวิญญาณวายุอัสนีภายในแขน ทว่า(@NameIsNovel)ก็รีบดึงสติกลับมา เพื่อเตรียมพร้อมรับมือทัณฑ์อัสนีระลอกที่(@NameIsNovel)แปด
จากประสบการณ์ในแดนฝัน ทัณฑ์อัสนีระลอกนี้มุ่งเป้าไปที่(@NameIsNovel)จิตวิญญาณเทวะโดยเฉพาะ
พลังจิตวิญญาณของเซินลั่วแข็งแกร่งขึ้นมากแล้วจึงไม่รู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใด รวบรวมพลังจิตวิญญาณทั้งหมดในใจ โคจรเคล็ดวิชาสะกดเทวะ พลังจิตวิญญาณพลันควบแน่นกลายเป็น(@NameIsNovel)ยอดเขา(@NameIsNovel)ขนาดมหึมาที่(@NameIsNovel)แข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ
ทัณฑ์อัสนีระลอกที่(@NameIsNovel)แปดมาถึงในไม่ช้า
เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องกลางอากาศ สายฟ้าสายหนึ่งฟาดลงมาจากท้องฟ้า มันไม่ใช่สายฟ้าเสวียนหยินสีดำทมิฬ แต่กลับเป็น(@NameIsNovel)สีขาวบริสุทธิ์ แผ่กลิ่นอายหยางบริสุทธิ์แข็งแกร่งถึงขีดสุด
“อัสนีเทวะสุริยันสูงสุด! เป็น(@NameIsNovel)ไปได้(@NameIsNovel)อย่างไร!” เซินลั่วตกใจจนหน้าซีด แสงจากถ้วยทองคำพันจอก, ธงแก่นโลหิต และ(@NameIsNovel)โล่วิญญาณเต่าสว่า(@NameIsNovel)งวาบขึ้น ม่านแสงหนาขึ้นกว่า(@NameIsNovel)เท่าตัวในทันที ขวางกั้นอยู่เหนือศีรษะ
อัสนีเทวะสุริยันสูงสุดฟาดลงมากระทบศาสตราเวท
“ฟุ่บ” “ฟุ่บ” “ฟุ่บ” สามเสียงแผ่วเบาดังขึ้น
ม่านแสงป้องกันที่(@NameIsNovel)เกิดจากศาสตราเวททั้งสามถูกทะลวงผ่านอย่างง่ายดาย ถ้วยทองคำพันจอกถูกซัดกระเด็น ม่านคุ้มกันของธงแก่นโลหิตถูกเจาะทะลุ ส่วนโล่วิญญาณเต่าก็แตกสลายกลายเป็น(@NameIsNovel)เถ้าถ่านไปโดยสิ้นเชิง
หลังจากทะลวงศาสตราเวทป้องกันทัณฑ์อัสนีทั้งสามชิ้น อัสนีเทวะสุริยันสูงสุดก็หดเล็กลงเล็กน้อย แต่ยังคงพุ่งเข้าใส่เซินลั่วด้วยความเร็วปานสายฟ้า
ดวงตาของเซินลั่วกระตุกวูบ กระตุ้นพลังเสื้อคลุมผ้าไหมหมอกควันจนถึงขีดสุด พร้อมตะโกนเสียงดัง พลองเสวียนเหลืองส่องแสงสีทองเจิดจ้า เงาพลองปรากฏขึ้นในทันที ทุกเงาล้วนเป็น(@NameIsNovel)เพลงกระบองพิรุณโกลาหลที่(@NameIsNovel)ฟาดเข้าใส่อัสนีเทวะสุริยันสูงสุดอย่างดุเดือด จนห้วงมิติโดยรอบสั่นสะเทือนด้วยแรงปะทะ
ตูมสนั่นสะท้านปฐพี อัสนีเทวะสุริยันสูงสุดสีขาวระเบิดออก ทว่า(@NameIsNovel)เงาพลองจากเพลงกระบองพิรุณโกลาหลกลับถูกทำลายในชั่วพริบตา มือของเซินลั่วพลันร้อนผ่าว พลองเสวียนเหลืองถูกซัดกระเด็นไปไกล
เสื้อคลุมผ้าไหมหมอกควันบนร่างเซินลั่วก็ถูกสายฟ้าเทวะทะลวงเช่นกัน แสงสว่า(@NameIsNovel)งดับวูบลง ร่างกายถูกอัสนีเทวะสุริยันสูงสุดรุกล้ำ เส้นลมปราณทั่วร่างพลันร้อนระอุ อดไม่ได้(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)จะกระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง กายเซินลั่วถอยร่นไปหลายก้าว
แววตาของเซินลั่วสั่นไหวด้วยความหวาดหวั่น ขณะที่(@NameIsNovel)กำลังจะเรียกพลองเสวียนเหลืองที่(@NameIsNovel)ถูกซัดกระเด็นไปกลับคืนมา เสียงอสนีบาตก็คำรามกึกก้องจากฟากฟ้า และ(@NameIsNovel)มังกรอัสนีมหึมาความยาวหลายร้อยจั้งก็โผลงมาจากเบื้องบน
ร่างของมังกรอัสนีตนนี้ประกอบด้วยสายฟ้าหลากสี ทั้งสีขาว สีเงิน และ(@NameIsNovel)สีทอง รวมไปถึงอัสนีเทวะสุริยันสูงสุดเมื่อครู่นี้ด้วย สายฟ้าต่างชนิดพันกันไปมา ส่งเสียงครืน ๆ มันอ้าปากกว้าง เขมือบเซินลั่วที่(@NameIsNovel)ยังยืนไม่มั่นคงเข้าไปอย่างดุร้าย
เซินลั่วไม่มี(@NameIsNovel)เวลาเรียกศาสตราเวทใด ๆ มาป้องกันกาย อีกทั้งเสื้อคลุมผ้าไหมหมอกควันก็ได้(@NameIsNovel)รับความเสียหายอย่างหนักจากอัสนีเทวะสุริยันสูงสุดเมื่อครู่ ทำได้(@NameIsNovel)เพียงโคจรเคล็ดวิชาหวงถิงและ(@NameIsNovel)เคล็ดวิชาบำเพ็ญไร้นาม พลันปรากฏช้างทองห้าเชือกและ(@NameIsNovel)มังกรทองห้าตัวล้อมกายเขา(@NameIsNovel)ไว้ตรงกลาง
ทันทีที่(@NameIsNovel)ทำเช่นนี้เสร็จสิ้น สายฟ้าหลากสีก็ฟาดลงมาดุจสายอัสนี ทลายช้างทองและ(@NameIsNovel)มังกรทองเหล่านั้นอย่างง่ายดาย แล้วทะลักเข้าสู่ร่างอย่างบ้าคลั่ง
“เปรี้ยงปร้าง–”
ประกายสายฟ้าสว่า(@NameIsNovel)งวาบ กายเซินลั่วถูกห่อหุ้มด้วยสายฟ้า ส่องสว่า(@NameIsNovel)งเจิดจ้า
เป็น(@NameIsNovel)เวลานานกว่า(@NameIsNovel)สายฟ้าทั้งหมดจะสลายไป เผยให้เห็นเซินลั่วในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง กายไหม้เกรียมเป็น(@NameIsNovel)สีดำ และ(@NameIsNovel)เต็มไปด้วยบาดแผลราวกับถูกสับและ(@NameIsNovel)เจาะ
ทว่า(@NameIsNovel)เซินลั่วกลับโซเซเล็กน้อย และ(@NameIsNovel)ในที่(@NameIsNovel)สุดก็ยืนหยัดบนพื้นได้(@NameIsNovel)อย่างมั่นคง พร้อมประสานอินด้วยมือทั้งสองข้าง
ในขณะนั้น เมฆอัสนีกลางอากาศก็สว่า(@NameIsNovel)งขึ้น ลำแสงสีขาวนวลสายหนึ่งสาดลงมา ห่อหุ้มร่างของเซินลั่วไว้ แสงสีขาวนั้นเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตที่(@NameIsNovel)แข็งแกร่ง แตกต่างจากทัณฑ์อัสนีที่(@NameIsNovel)ทำลายล้างทุกสิ่งก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง
ร่างกายที่(@NameIsNovel)ไหม้เกรียมของเซินลั่วฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว บาดแผลทั่วกายสมานตัวด้วยความเร็วที่(@NameIsNovel)มองเห็นได้(@NameIsNovel)ด้วยตาเปล่า และ(@NameIsNovel)แสงสีทองระเบิดออกจากร่าง ปกคลุมไปทั่วบริเวณ
ไม่นาน แสงสีทองทั้งหมดก็สลายไป เผยให้เห็นร่างของเซินลั่ว บาดแผลทั้งหมดหายเป็น(@NameIsNovel)ปลิดทิ้ง
รูปลักษณ์ภายนอกดูไม่ต่างจากเดิมมากนัก ทว่า(@NameIsNovel)ภายในกลับเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง ทุกรูขุมขนแผ่ประกายแสงสีทองจาง ๆ พลังปราณฟ้าดินโดยรอบพลันสั่นสะเทือนตาม ทุกการเคลื่อนไหวแผ่อำนาจมหาศาลออกมา เพียงก้าวเดียวห้วงมิติก็สั่นสะเทือน เพียงเหวี่ยงแขนก็ก่อเกิดพายุพลังปราณ
เซินลั่วสัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงความเชื่อมโยงบางอย่างระหว่า(@NameIsNovel)งกายของตนกับฟ้าดินรอบข้าง ตราบใดที่(@NameIsNovel)ฟ้าดินยังไม่ดับสูญ ร่างกายนี้ก็จะไม่เน่าเปื่อย สามารถมี(@NameIsNovel)ชีวิตอยู่ได้(@NameIsNovel)เกินพันปี แม้กระทั่งหมื่นปีก็ไม่ใช่เรื่องยาก
นี่คือระดับเซียนแท้ มี(@NameIsNovel)อายุขัยยืนยาวเคียงคู่ฟ้าดิน ส่องสว่า(@NameIsNovel)งพร้อมตะวันจันทรา!
“ยินดีด้วยสหายเต๋า ที่(@NameIsNovel)ผ่านทัณฑ์สวรรค์ได้(@NameIsNovel)สำเร็จ ก้าวขึ้นสู่ระดับเซียนแท้ ไม่ทราบว่า(@NameIsNovel)ท่านสนใจจะรับตำแหน่งในสำนักสวรรค์หรือไม่ ด้วยความสามารถของท่าน สำนักสวรรค์ย่อมมอบหมายหน้าที่(@NameIsNovel)สำคัญให้แก่ท่านแน่นอน” แม่ทัพสวรรค์ผู้คุมกฎนายหนึ่งก้าวออกมากล่าวกับเซินลั่ว
“รับตำแหน่งในสำนักสวรรค์รึ? ข้าเซินลั่วยังมี(@NameIsNovel)เรื่องราวพัวพันในโลกมนุษย์ ยังมิอาจจากไปได้(@NameIsNovel) ขอบคุณในความปรารถนาดีของท่านแม่ทัพสวรรค์” เซินลั่วตกใจเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธทันที
“ในเมื่อเป็น(@NameIsNovel)เช่นนั้น พวกเราก็จะไม่รบเร้า หากมี(@NameIsNovel)วาสนา คงได้(@NameIsNovel)พบกันอีก” แม่ทัพสวรรค์ผู้คุมกฎไม่ได้(@NameIsNovel)ยืนกราน พยักหน้าให้เซินลั่ว แล้วทหารสวรรค์ทั้งสี่ก็เคลื่อนกายหายเข้าไปในแสงสีทองเบื้องบน
เมฆอัสนีบนท้องฟ้าก็สลายไปอย่างรวดเร็ว กลับสู่สภาพเดิมในพริบตา
เซินลั่วเฝ้ามองพวกเขา(@NameIsNovel)จากไป แล้วหลับตาลงเพื่อสัมผัสสถานการณ์ภายในร่างกาย
ทัณฑ์อัสนีครั้งสุดท้ายมี(@NameIsNovel)พลังทำลายล้างน่าตกตะลึง รวบรวมพลังของทัณฑ์อัสนีทั้งหมดที่(@NameIsNovel)เคยประสบมา ทำให้เซินลั่วไม่ทันตั้งตัวและ(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)รับบาดเจ็บสาหัส
โชคดีที่(@NameIsNovel)เซินลั่วทะลวงสู่ระดับเซียนแท้ได้(@NameIsNovel)ก่อนทัณฑ์อัสนี ทำให้ความแข็งแกร่งทางกายเพิ่มขึ้นอย่างมาก ประกอบกับอักขระวิญญาณวายุอัสนีในแขนที่(@NameIsNovel)ดูดซับพลังของทัณฑ์อัสนีไปมาก จึงทำให้ผ่านทัณฑ์อัสนีระลอกสุดท้ายมาได้(@NameIsNovel)สำเร็จ
แม้ทัณฑ์อัสนีระลอกสุดท้ายจะทำให้บาดเจ็บสาหัส แต่ก็หมายความว่า(@NameIsNovel)ร่างกายได้(@NameIsNovel)ผ่านการหลอมกายาด้วยอัสนีสวรรค์อีกครั้งหนึ่ง ทำให้ความแข็งแกร่งทางกายเพิ่มขึ้นอย่างมากอีกครั้ง
อักขระวิญญาณวายุอัสนีในแขนของเซินลั่วก็ได้(@NameIsNovel)ดูดซับพลังของทัณฑ์อัสนีจำนวนมากในช่วงระลอกสุดท้าย เกิดการเปลี่ยนแปลงและ(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)พลังเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ทว่า(@NameIsNovel)สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่(@NameIsNovel)เซินลั่วกังวลเป็น(@NameIsNovel)หลัก สิ่งที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)สนใจมากที่(@NameIsNovel)สุดคือสภาพของพลังปราณปีศาจในร่างกาย ว่า(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)รับการแก้ไขโดยสมบูรณ์แล้วหรือไม่
-------------------