หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 30
ตอนที่ 30 : หรือว่าเป็นเขาจริงๆ ?
ตอนที่ 30
“น้องเซิน รอข้าสักครู่” อวี้เมิ่งพลันหยุดลงเมื่อเดินผ่านตรอกเล็กๆ แล้วเอ่ยกับเซินลั่ว
“เชิญตามสะดวกเถอะพี่อวี้” เซินลั่วตอบรับ
อวี้เมิ่งรีบสาวเท้าเข้าไปในตรอก ไม่นานร่างก็ลับหายเข้าไปด้านใน
เซินลั่วยืนรอพลางกวาดตามองรอบด้าน ในใจครุ่นคิดเรื่องราวประหลาดทั้งหลายที่(@NameIsNovel)พบมา ระหว่า(@NameIsNovel)งนี้ก็นึกหาวิธีว่า(@NameIsNovel)จะเปิดปากถามความจริงจากอวี้เมิ่งอย่างไรดีเมื่อไปถึงเรือนของเขา(@NameIsNovel)
“ท่านพี่ ช่วยข้าเถอะเจ้าคะ… ข้ายังไม่ได้(@NameIsNovel)กินอะไรมาแล้วสองวัน” เสียงเล็กใสแผ่วดังขึ้น ทำลายภวังค์ความคิดของเซินลั่ว
เมื่อหันไปมองก็เห็นเด็กหญิงราวเจ็ดแปดขวบนั่งยืนอยู่ไม่ห่างนัก
นางสวมเสื้อผ้าป่านสั้นเก่าเปื้อนคราบ มี(@NameIsNovel)รอยปะเต็มไปหมด เสื้อใหญ่เกินกายจนแขนขาโผล่พ้นออกมา มือเล็กๆ กุมถ้วยชามแตกบิ่น เงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาสิ้นหวัง
“ข้า…ไม่มี(@NameIsNovel)ทั้งอาหารหรือเงินติดตัวเลย…” ใต้สายตาเว้าวอนนั้น หัวใจเซินลั่วก็อ่อนยวบลงทันที เขา(@NameIsNovel)จึงเอื้อมมือแสร้งล้วงในอก แสดงทีท่าว่า(@NameIsNovel)ไม่มี(@NameIsNovel)อะไรให้จริงๆ
“เกิดอันใดขึ้น น้องเซิน?” เสียงอวี้เมิ่งดังขึ้น เขา(@NameIsNovel)ก้าวออกมาจากตรอกด้วยท่าทีเร่งรีบ
ที่(@NameIsNovel)เอวของเขา(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ดาบยาวสีดำสองเล่ม เพิ่มขึ้นมาใหม่ ด้ามเรียวยาว ใบมี(@NameIsNovel)ดยาวกว่า(@NameIsNovel)ดาบผ่าม้าเดิมนัก พาดเฉียงอยู่ตรงเอวด้านหลัง อีกทั้งอกเสื้อยังนูนพอง ดูเหมือนซุกซ่อนสิ่งของไว้
เพียงเห็นอวี้เมิ่ง โดยเฉพาะอาวุธในมือ แววตาของเด็กหญิงก็ฉายแววตื่นตกใจ นางหันตัววิ่งหนีหายไปทันที
“เฮ้อ…โลกหนาวเหน็บ ผู้คนล้วนลำเค็ญ…ไปเถอะ” อวี้เมิ่งถอนหายใจยาว
เซินลั่วมองร่างเล็กผ่ายผอมที่(@NameIsNovel)วิ่งหายไป สายตาพลันรู้สึกหนักอึ้งเหมือนมี(@NameIsNovel)ก้อนอะไรจุกแน่นคอ ไม่อาจบรรยายความรู้สึกได้(@NameIsNovel)ชัด
ทั้งสองเดินต่อไป ไม่นานก็พ้นย่านนั้นออกมา
เบื้องหน้า ข้างทางมี(@NameIsNovel)ต้นไม้ขึ้นเรียงรายแน่นหนา ถนนค่อยๆ แคบลง สองฝั่งเริ่มปรากฏเรือนล้อมคูหาอยู่อย่างประปราย
ที่(@NameIsNovel)นี่แทบไร้ผู้คนผ่านไปมา ทุกบ้านปิดประตูเงียบงัน ถนนเต็มไปด้วยกองใบไม้แห้งที่(@NameIsNovel)ไร้ผู้กวาดเก็บ ลอยเกลื่อนปลิวไปตามแรงลม
ไม่นานนัก เซินลั่วก็ตามอวี้เมิ่งมาถึงหน้าเรือนคฤหาสน์ใหญ่ ป้ายไม้เหนือประตูใหญ่เขียนไว้ว่า(@NameIsNovel) “จวนสกุลอวี้”
คฤหาสน์นี้หันเหนือออกใต้ ประตูใหญ่กว้างขวาง พอให้คนสี่ห้าคนเดินเคียงกันเข้าออกได้(@NameIsNovel) แม้สีทองบนบานประตูคู่จะหลุดลอกไปมากแล้ว แต่ยังคงแผ่กลิ่นอายโอ่อ่าข่มขวัญอยู่เบื้องหน้า ทั้งสองข้างประตูยังมี(@NameIsNovel)สิงโตหินลงรักสีแดงสูงสองจั้งตั้งตระหง่าน เมื่อเทียบกับเรือนอื่นๆ รอบข้างแล้ว ดูเด่นสง่าเหมือนนกกระเรียนในฝูงไก่
“ที่(@NameIsNovel)แท้พี่อวี้ก็เป็น(@NameIsNovel)ตระกูลผู้มั่งคั่ง” เซินลั่วเอ่ยยิ้มบางเบาเมื่อเห็นดังนั้น
“ทั้งหมดนี้ล้วนเป็น(@NameIsNovel)ความชอบประหลาดของบิดาข้า ทุกวันนี้อสูรร้ายระบาด โลกก็วุ่นวาย ยึดติดกับความหรูหราภายนอกไปไยกันเล่า” อวี้เมิ่งตอบ พลางเอื้อมมือจะผลักประตูเข้า แต่พลันมี(@NameIsNovel)เสียงฝีเท้าดังมาจากด้านข้าง ปรากฏว่า(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)ผู้ติดตามทั้งสามที่(@NameIsNovel)ก้าวกลับมาด้วยท่วงท่ามั่นคง
อวี้เมิ่งชักมือกลับ แล้วก้าวเข้าไปหาพวกเขา(@NameIsNovel)
“คุณชาย พวกข้าได้(@NameIsNovel)ส่งศพพี่เทียนชงกลับเรือนแล้ว พร้อมทั้งนำเงินปลอบขวัญไปมอบให้เรียบร้อย” ผู้ติดตามหน้าดำรายงานพลางคารวะ
“ดีแล้ว พวกเจ้าลำบากมาก ขอบใจนัก ไปพักผ่อนกันก่อนเถิด” อวี้เมิ่งพยักหน้าตอบ ดวงตาเต็มไปด้วยความเคารพอาลัย
ผู้ติดตามทั้งสามรับคำ หันมาพยักหน้าให้เซินลั่วเป็น(@NameIsNovel)การทักทาย แล้วจึงแยกย้ายกันกลับไป
“น้องเซิน รอข้าสักครู่” หลังพวกนั้นจากไป อวี้เมิ่งชะงักเล็กน้อยก่อนเอ่ยกับเซินลั่ว
“ตามสะดวกเถิดพี่อวี้” เซินลั่วเข้าใจว่า(@NameIsNovel)อวี้เมิ่งคงอยากไปยังเรือนของเทียนชง จึงมิได้(@NameIsNovel)ห้ามปราม
อวี้เมิ่งโค้งคำนับเล็กน้อย ก่อนรีบรุดจากไปตามทิศทางที่(@NameIsNovel)ผู้ติดตามทั้งสามหายไป
เซินลั่วมองแผ่นหลังของอวี้เมิ่งที่(@NameIsNovel)ค่อยๆ ลับหายไป ไอร้อนใน อกพลันอัดแน่นเป็น(@NameIsNovel)ลมหายใจถอนเบาๆ เขา(@NameIsNovel)ยืนรออยู่หน้าประตูจวนสกุลอวี้ พลางกวาดตามองสิ่งรอบข้างอย่างละเอียด ก็ไม่รู้สึกเบื่อหน่าย
ไม่นาน อวี้เมิ่งก็รีบกลับมาจากทิศทางเดิม ดวงตาแดงเล็กน้อยเหมือนเพิ่งร่ำไห้มา
“ขอโทษที่(@NameIsNovel)ทำให้น้องเซินต้องรอ ไปกันเถอะ เข้าไปข้างในกัน” เขา(@NameIsNovel)เอ่ยด้วยน้ำเสียงติดแววเศร้า
แล้วจึงก้าวนำไปสองสามก้าว เคาะประตูใหญ่
“คุณชายกลับมาแล้ว!”
เสียงเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้น บานประตูหนักค่อยๆ เปิดออก ปรากฏเป็น(@NameIsNovel)เด็กหนุ่มร่างอ้วนวัยราวสิบห้าสิบหก ยืนยิ้มรับอย่างรื่นเริง ทว่า(@NameIsNovel)พอเห็นเซินลั่วที่(@NameIsNovel)ยืนด้านหลัง ดวงตาก็แวบความฉงนขึ้นมา แต่ก็รู้จักเก็บงำ ไม่ถามสิ่งใด
“ท่านพ่ออยู่หรือไม่?” อวี้เมิ่งที่(@NameIsNovel)กลับมาตั้งสติสงบแล้วเอ่ยถาม
“นายท่านกลับมาแล้ว ตอนนี้อยู่ในห้องหนังสือขอรับ” เด็กหนุ่มอ้วนตอบกลับพลางหันสายตากลับมา
“นี่คือสหายใหม่ของข้า เซินลั่วเสี่ยวเฮ่อะ เสวี่ยนจื่อ เจ้าจัดห้องให้เขา(@NameIsNovel)สักห้องด้วย” อวี้เมิ่งสั่งเด็กหนุ่มอ้วน แล้วจึงพาเซินลั่วก้าวผ่านประตูมุ่งไปยังเรือนใน
ตัวเรือนภายในเป็น(@NameIsNovel)แบบสามชั้นล้อม ลวดลายโครงสร้างเคร่งครัด หลังคาทรงสูงปลายโค้งงดงาม สนามกว้างใหญ่ แลดูโอ่อ่าเป็น(@NameIsNovel)อย่างยิ่ง
แต่สิ่งที่(@NameIsNovel)ทำให้เซินลั่วฉงนคือ…ด้วยพื้นที่(@NameIsNovel)กว้างขวางถึงเพียงนี้ กลับไม่เห็นเงาบ่าวไพร่สักคน นอกจากเสวี่ยนจื่อที่(@NameIsNovel)พบก่อนหน้านี้ ทำให้บรรยากาศเงียบสงัดผิดวิสัยนัก
เมื่อเทียบกันแล้ว เรือนของตนที่(@NameIsNovel)ชุนฮวา แม้ขนาดไม่ต่างกันมากนัก แต่เต็มไปด้วยบ่าวสาวใช้คึกคักกว่า(@NameIsNovel)มาก
ทั้งคู่เดินผ่านสองลานเข้าไป จนถึงโถงใหญ่เบื้องหน้า พื้นโถงปูด้วยศิลาเขียวแผ่นใหญ่ ขัดจนเงางามแข็งแกร่งราวเหล็ก โต๊ะเก้าอี้ล้วนทำจากไม้หงอันเข้ม วาววับ ข้างผนังทั้งสองฝั่งยังวางของเก่าโบราณไว้ประดับ ทำให้ทั้งโถงหรูหราสง่างามยิ่ง
แต่ที่(@NameIsNovel)ปลายโถงเบื้องหน้าฉากแกะสลักไม้ กลับประดิษฐานรูปเคารพสง่างามหนึ่งองค์ หาใช่เทพสามบริสุทธิ์หรือหกราชันย์สวรรค์ หากเป็น(@NameIsNovel)รูปนักปราชญ์วัยกลางคนถือพู่กัน ปลายเคราสามเส้นยาวห้อยถึงอก ท่วงท่าละเมี(@NameIsNovel)ยดละไมสง่างาม
เบื้องหน้ารูปเคารพมี(@NameIsNovel)แท่นบูชาปักธูปหอมกับเครื่องเซ่นสารพัด ควันธูปหมุนวนลอยสูง
รูปเคารพ แท่นบูชา และ(@NameIsNovel)การจัดวางหรูหราที่(@NameIsNovel)เหลือ กลับดูไม่เข้ากันนัก ราวกับผิดฝาผิดตัว ทำให้ทั้งโถงออกจะดูตลกขบขันอยู่บ้าง
เซินลั่วเห็นเครื่องตกแต่งเช่นนั้น ก็อดมิได้(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)จะเผยสีหน้าประหลาดใจ
ด้วยความเป็น(@NameIsNovel)บุตรตระกูลใหญ่ ย่อมเข้าใจดีว่า(@NameIsNovel)ผู้มั่งคั่งชื่นชอบความโอ่อ่าเป็น(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)สุด โถงรับแขกที่(@NameIsNovel)ใช้ต้อนรับผู้คน มักต้องจัดเรียงพิถีพิถันไร้ที่(@NameIsNovel)ติ แต่เหตุใดที่(@NameIsNovel)นี่จึงรกรุงรังเช่นนี้?
“อย่าได้(@NameIsNovel)ถือสาเลย ท่านพ่อข้ามักทำสิ่งต่างๆ ตามอำเภอใจ ยึดตามเต๋าของตน จึงทำให้บ้านดูรกตาไปบ้าง” อวี้เมิ่งยิ้มพลางอธิบาย เห็นชัดว่า(@NameIsNovel)เซินลั่วหาใช่คนเดียวที่(@NameIsNovel)รู้สึกประหลาดใจกับการจัดวางนี้
“หาได้(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)ปัญหาไม่เลย ท่านอาวุโสอวี้มี(@NameIsNovel)วิถีแปลกพิสดาร ย่อมเป็น(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)เคารพยกย่องของบัณฑิตทั้งหลาย ท่านอาวุโสอยู่หรือไม่ ข้าขอเข้าไปคารวะสักหน่อย” เซินลั่วยิ้ม พลันเกิดความสนใจในบุรุษผู้เปลี่ยนโถงรับแขกให้เป็น(@NameIsNovel)โถงบูชาเต๋าคนนี้ขึ้นมา
“ที่(@NameIsNovel)จริง เจ้าเคยพบท่านพ่อแล้ว” อวี้เมิ่งกระพริบตา ส่งเสียงเจือความลี้ลับ
เซินลั่วถึงกับอึ้ง จะเอ่ยถามต่อ ทว่า(@NameIsNovel)ทันใดนั้น…
“เจ้าเมิ่งเอ๋อร์ เจ้าเด็กตัวดี ไปมั่วสุมที่(@NameIsNovel)ใดมาอีก กลับมาสาย ข้าคอยเจ้าตั้งครึ่งค่อนวันแล้ว! ของที่(@NameIsNovel)ข้าให้ไปซื้อ เอามาหรือไม่?”
เสียงเฒ่าห้าวแหบดังขึ้นจากนอกโถง ตามด้วยร่างอ้วนเตี้ยเดินเข้ามา
เซินลั่วหันขวับตามเสียง พลันตะลึงงันไปทั้งร่าง
เป็น(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)?
ชายชราที่(@NameIsNovel)เดินเข้ามา มิใช่ใครอื่น หากเป็น(@NameIsNovel)เฒ่าอ้วนเตี้ยที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)เห็นบนกำแพงเมืองเมื่อครู่ ท่านเดียวกับที่(@NameIsNovel)สวมอาภรณ์ไหมทอง สะบัดยันต์สายฟ้า สังหารฝูงหมาป่า และ(@NameIsNovel)ช่วยชีวิตอวี้เมิ่งไว้!
ตอนนี้ในมือเฒ่าอ้วนถือกระบอกสุราแดง หน้าผาดูแดงก่ำ ดวงตาขุ่นมัว แววเมากรึ่มเต็มที่(@NameIsNovel) ร่างทั้งร่างดูเป็น(@NameIsNovel)แค่เฒ่าขี้เมาคนหนึ่ง ไม่มี(@NameIsNovel)เค้าเงาของอาจารย์เซียนผู้สูงส่งดั่งเมื่อครู่อยู่เลย!
----------