หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 34

ตอนที่ 34 : วันวิบัติอสูร

ตอนที่ 34

(ถ้าบอทดูดไปขอให้เซิร์ฟเวอร์บึ้ม) “หลายร้อยปีก่อน มี(@NameIsNovel)อสูรยักษ์เหนือฟ้าออกมา กลืนกินตะวัน จันทรา ฟ้า ดิน จนโลกมนุษย์ทั้งปวงจมอยู่ในความมืด มวลสวรรค์และ(@NameIsNovel)ปฐพีต่างร่ำไห้…

ภายหลังมี(@NameIsNovel)ก้อนเพลิงนับไม่ถ้วนร่วงหล่นจากนภา กระจัดกระจายไปทั่วทั้งสี่ทวีป ผู้คนล้มตายเป็น(@NameIsNovel)จำนวนไม่รู้กี่แสนกี่หมื่น เหตุการณ์นั้นถูกเรียกว่า(@NameIsNovel) วันวิบัติอสูร” อวี่เอียนถอนหายใจ กล่าวรำลึกถึงเรื่องราวในอดีต

“วันวิบัติอสูร?” แววตาเซินลั่วพลันคมกริบขึ้นมา

“หลัง วันวิบัติอสูร โลกมนุษย์ก็พลิกผันโดยสิ้นเชิง เหล่าอสูรและ(@NameIsNovel)ภูตผี ดาดดื่นออกอาละวาดอย่างเสรี เข่นฆ่าสรรพชีวิตไม่เว้น ขณะที่(@NameIsNovel)เหล่าอาจารย์เซียนและ(@NameIsNovel)พระพุทธะกลับไร้เงา

(ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด) แรกเริ่ม ราชสำนัก ยังพอหยัดยืนต่อต้านคลื่นอสูรได้(@NameIsNovel)บ้าง ทว่า(@NameIsNovel)สัจจะเดชของอสูรและ(@NameIsNovel)ภูตผีกลับทวีขึ้นปีแล้วปีเล่า จนราชสำนักแทบสิ้นเรี่ยวแรง ข้ามหลายร้อยปีมา บัดนี้ราชสำนักเหลือเพียงนาม

ส่วน ต้าถัง แม้กระทั่งทั่วทั้ง ทวีปกึ่งกลางทิศใต้ ล้วนตกอยู่ในสภาพที่(@NameIsNovel)ขุมกำลังทั้งหลายจำต้องจับมือรวมตัว เพียงเพื่อดิ้นรนเอาชีวิตรอดเท่านั้น” อวี่เอียนกล่าวต่อ (ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด)

[Source: NameIsNovel] เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินเรื่องทั้งหมด ดวงตาเซินลั่วเบิกกว้าง ต้องใช้เวลาอยู่นานกว่า(@NameIsNovel)จะย่อยความหมายได้(@NameIsNovel)ลง

“จริงสิ ข้าเองก็เคยได้(@NameIsNovel)ฟังบิดาเล่าเรื่องนี้ตั้งแต่ยังเล็ก ทว่า(@NameIsNovel)ไม่เคยประสบด้วยตาตนเอง มันช่างเหลือเชื่อยิ่งนัก” อวี่เมิ่งลูบคาง เอ่ยพลางครุ่นคิด

“เจ้าหนูนี่ หากได้(@NameIsNovel)เห็นกับตาแล้ว เจ้าจะยังมี(@NameIsNovel)ชีวิตรอดอยู่อีกหรือ?” อวี่เอียนเงื้อมือฟาดหัวบุตรชายไปหนึ่งที ตวาดตำหนิด้วยความโกรธ

อวี่เมิ่งรีบก้มหัวหลบ หัวเราะแห้งๆ ไม่กล้าออกความเห็นอีก (ถ้าบอทดูดไปขอให้เซิร์ฟเวอร์บึ้ม)

(ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด) “ท่านลุงอวี่ ท่านว่า(@NameIsNovel) วันวิบัติอสูรนั้นผ่านมาหลายร้อยปีแล้ว ตกลงมันเกิดขึ้นเมื่อใดแน่?” เซินลั่วเอ่ยถามอีกครั้ง

“เรื่องเวลาที่(@NameIsNovel)แน่นอนของวันวิบัติอสูร เหตุเกิดขึ้นเมื่อใดก็ไม่ทราบได้(@NameIsNovel) ไม่มี(@NameIsNovel)การบันทึกชัดเจนทั้งในคัมภีร์สำคัญ หรือแม้แต่ในพงศาวดารหลวงก็เช่นกัน” อวี่เอียนส่ายหน้า ตอบกลับ (ถ้าบอทดูดไปขอให้เซิร์ฟเวอร์บึ้ม)

“ผ่านมาเนิ่นนานปานนี้แล้ว ไร้หนทางกำจัดอสูรเหล่านี้จริงหรือ?” เซินลั่วอดถามขึ้นมาไม่ได้(@NameIsNovel) [Source: NameIsNovel]

“พวกเรามนุษย์หาได้(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)กำลังพอ บางทีคงต้องรอเหล่าเซียนและ(@NameIsNovel)พระพุทธะที่(@NameIsNovel)หายสาบสูญกลับมาจึงจะสามารถทำได้(@NameIsNovel) สิ่งมี(@NameIsNovel)ชีวิตทั้งปวงบนโลกใบนี้ ล้วนเพียงทนอยู่ท่ามกลางมหาวิบัติอสูรไปวันๆ โดยไม่รู้เลยว่า(@NameIsNovel)จะมี(@NameIsNovel)โอกาสได้(@NameIsNovel)รอจนถึงวันที่(@NameIsNovel)เหล่าเซียนและ(@NameIsNovel)พุทธะเสด็จลงมาช่วยเหลืออีกหรือไม่” อวี่เอียนถอนหายใจ กล่าวด้วยน้ำเสียงสลด

(ถ้าบอทดูดไปขอให้เซิร์ฟเวอร์บึ้ม) อวี่เมิ่งก็พลันเผยสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมา

เมื่อเห็นดังนั้น เซินลั่วก็ตกอยู่ในความเงียบ มิได้(@NameIsNovel)เอ่ยสิ่งใดต่อ

[อ่านนิยายฟรีได้ที่ NameIsNovel]

ยามเที่(@NameIsNovel)ยงคืน ทุกสิ่งพลันเงียบสงัด

แสงจันทร์ลอดผ่านหน้าต่าง ส่องเข้ามาในห้องเรือนของตระกูลอวี่ (ถ้าบอทดูดไปขอให้เซิร์ฟเวอร์บึ้ม)

(ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด) ภายในห้อง เซินลั่วนอนพลิกกายไปมา มิอาจข่มตาหลับได้(@NameIsNovel)

เสียงกรนดังสนั่นของอวี่เมิ่งดังแว่วมาแต่ห้องไม่ไกลนัก บ่งบอกว่า(@NameIsNovel)เจ้าตัวเข้าสู่นิทราหลับสนิทไปแล้ว

ทว่า(@NameIsNovel)เหตุที่(@NameIsNovel)เซินลั่วไม่อาจข่มตาหลับ หาใช่เพราะเสียงกรนนั้น แต่เป็น(@NameIsNovel)เพราะคำพูดที่(@NameIsNovel)อวี่เอียนเอ่ยก่อนหน้านี้ต่างหาก

เขา(@NameIsNovel)ยังคงมิแน่ใจว่า(@NameIsNovel)โลกในฝันนั้น เป็น(@NameIsNovel)จริงดังว่า(@NameIsNovel)ผ่านไปพันปีแล้วหรือไม่ คำพยากรณ์นั้นก็ลี้ลับพออยู่แล้ว ไฉนยังมาพาเขา(@NameIsNovel)ให้ก้าวเข้าสู่โลกอนาคตโดยตรงเช่นนี้ [อ่านนิยายฟรีได้ที่ NameIsNovel]

หากเป็น(@NameIsNovel)เรื่องจริง โลกอนาคตนี้ช่างเต็มไปด้วยความทุกข์ยากรอบด้าน แม้แต่คนธรรมดาจะได้(@NameIsNovel)กินอิ่มสักมื้อยังนับเป็น(@NameIsNovel)ความฟุ้งเฟ้อ ส่วนอาจารย์เซียนผู้ทรงพลังอย่างอวี่เอียนเอง ก็ยังดูไร้หนทางจะต้านทานชะตากรรมได้(@NameIsNovel)

สิ่งเดียวที่(@NameIsNovel)ทำให้เซินลั่วพอมี(@NameIsNovel)ความสบายใจอยู่บ้าง คือในยุคของเขา(@NameIsNovel) ดูเหมือนยังเหลือเวลาอีกมากกว่า(@NameIsNovel)วันวิบัติอสูรจะอุบัติขึ้น และ(@NameIsNovel)บางทีเขา(@NameIsNovel)เองอาจมิอาจมี(@NameIsNovel)ชีวิตยืนยาวถึงกาลนั้น… (ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด)

[อ่านนิยายฟรีได้ที่ NameIsNovel] ความคิดนานัปการ ปะปนกันยุ่งเหยิงในหัวใจของเซินลั่ว เขา(@NameIsNovel)นอนอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่ง แต่เมื่อยังมิอาจหลับลง จึงลุกขึ้นนั่ง สวมอาภรณ์ให้เรียบร้อย

หลังจากนั่งนิ่งอยู่ในความมืดอยู่ครู่หนึ่ง เขา(@NameIsNovel)ก็ลุกขึ้น เปิดประตู ก้าวออกไปด้านนอก [Source: NameIsNovel]

เบื้องบนมี(@NameIsNovel)จันทร์เพ็ญลอยสว่า(@NameIsNovel)ง แต่กลับมี(@NameIsNovel)หมอกดำบางเบาลอย คลอเคลียไปทั่วนภา ปกคลุมโลกทั้งปวง แผ่ซ่านอยู่ทุกหนแห่ง ราวกับเงาของวันวิบัติอสูร

[Source: NameIsNovel] เซินลั่วจ้องมองหมอกดำอยู่ครู่หนึ่ง จึงค่อยเบือนสายตากลับ เดินออกไปด้านนอก ไม่นานก็มาถึงริมสระเล็ก รอบสระ รายล้อมด้วยก้อนหินสีขาวนับไม่ถ้วน สะท้อนแสงจันทร์พลางเรืองแสงพร่างพราว

[อ่านนิยายฟรีได้ที่ NameIsNovel] สายลมเย็นยามราตรีพัดกระทบใบหน้า พาเอาไอชื้นจากน้ำมาแตะกาย ทำให้จิตใจผ่อนคลายอยู่บ้าง

ทว่า(@NameIsNovel)ความกังวลในใจเซินลั่วก็หาได้(@NameIsNovel)บรรเทาลงไม่

เรื่องวันวิบัติอสูรนั้นดุจดังหินหนักกดทับในใจ ทำให้หายใจติดขัด เขา(@NameIsNovel)ต้องหาสิ่งใดทำเพื่อระบายความอึดอัดนี้

เซินลั่วค่อยๆ สูดลมหายใจ ละเลียดปรับจังหวะ หยุดยืน หลับตา ข่มจิตให้รวมเป็น(@NameIsNovel)หนึ่ง…

ครู่หนึ่งต่อมา เขา(@NameIsNovel)ลืมตาขึ้นอีกครั้ง จิตใจกลับคืนสู่ความสงบ (ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด)

(ถ้าบอทดูดไปขอให้เซิร์ฟเวอร์บึ้ม) เขา(@NameIsNovel)ล้วงมือเข้าไปในอก หยิบพู่กันขนหมาป่าที่(@NameIsNovel)หยิบติดมาจากโต๊ะในห้องออกมา จุ่มลงในน้ำจากสระเล็กข้างกาย แล้วเริ่มลงยันต์ ยันต์อัสนีบาต บนแผ่นหินเรียบก้อนหนึ่ง

ยันต์นี้ที่(@NameIsNovel)ผ่านมาไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้ง และ(@NameIsNovel)นั่นก็คือความกังวลที่(@NameIsNovel)ติดค้างอยู่ในใจเขา(@NameIsNovel)เสมอมา

อักขระของยันต์อัสนีบาตนั้นเขา(@NameIsNovel)คุ้นเคยดีนัก ตั้งแต่เริ่มลากพู่กันจนวาดเสร็จ ล้วนทำได้(@NameIsNovel)ในคราวเดียวไม่ขาดตอน (ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด)

เซินลั่วเพ่งมองลายยันต์ซับซ้อนบนแผ่นหิน ซึ่งเริ่มต้นด้วยอักขระโบราณคำว่า(@NameIsNovel) “อัสนี” สีหน้าของเขา(@NameIsNovel)ไร้อารมณ์อยู่นานครู่ ก่อนจะจุ่มพู่กันลงน้ำอีกครั้ง แล้วเริ่มวาดบนหินอีกก้อน

ต่อจากนั้น เซินลั่วก็จมอยู่กับการลงยันต์รอบสระเล็ก ลายเส้นจากพู่กันในมือเคลื่อนไหวเร็วขึ้นเรื่อยๆ งดงามดุจมังกรร่ายรำ นกยูงร่อนบิน

เพียงเวลาไม่กี่อึดใจเท่าก้านธูปไหม้ เขา(@NameIsNovel)ก็ลงยันต์อัสนีบาตได้(@NameIsNovel)กว่า(@NameIsNovel)หนึ่งโหล มี(@NameIsNovel)หลายขนาดแตกต่างกัน แต่ล้วนวาดได้(@NameIsNovel)ในคราวเดียวเกือบไม่ต่างกันเลย [อ่านนิยายฟรีได้ที่ NameIsNovel]

เซินลั่วเช็ดเหงื่อที่(@NameIsNovel)ผุดบนหน้าผาก สูดลมหายใจลึก แล้วมิได้(@NameIsNovel)ลงยันต์ต่ออีก

แม้เพียงการวาดยันต์อัสนีบาตลงบนหินก้อนใหญ่เช่นนี้ ก็สร้างภาระแก่ร่างกายไม่น้อย ครู่ก่อนเขา(@NameIsNovel)เพียงอยากระบายความอัดอั้นในใจออกมาเท่านั้น

(ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด) เขา(@NameIsNovel)รู้สึกเลือนราง เหมือนอยู่ห่างเพียงก้าวเดียวจากความเข้าใจแท้จริงของยันต์อัสนีบาต

แต่กลับไม่รู้เลยว่า(@NameIsNovel)ก้าวนั้นควรเหยียบเช่นไรอ่านตอนต่อไปฟรี

เขา(@NameIsNovel)ส่ายศีรษะ ตัดใจไม่คิดต่อ เก็บพู่กันขนหมาป่าเข้าที่(@NameIsNovel) แล้วเดินเลียบไปตามทางเล็กๆ

“อืม?”

เซินลั่วพลันเงยหน้าไปทางหนึ่ง เมื่อสัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงระลอกไอปราณแผ่วบางที่(@NameIsNovel)สั่นสะเทือนออกมา (ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด)

ความรู้สึกนั้นดุจมี(@NameIsNovel)ผู้ขว้างก้อนหินลงไปในสระน้ำอันสงบนิ่ง แล้วระลอกคลื่นก็แผ่ซ่านออกไป

ด้วยความสงสัย เซินลั่วจึง ก้าวเบา เบาลงไป ไล่ตามที่(@NameIsNovel)มาของระลอกนั้น…

------------