หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 35
ตอนที่ 35 : การพบพานใต้แสงจันทร์
ตอนที่ 35
เซินลั่วเลี้ยวผ่านมุมหนึ่ง ก็เห็นเขา(@NameIsNovel)จำลองตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
บนยอดสูงสุดของเขา(@NameIsNovel)จำลองนั้นถูกปรับแต่งจนเรียบเสมอกัน กลายเป็น(@NameIsNovel)แท่นกว้างหลายฉื่อ และ(@NameIsNovel)บนแท่นนั้นเอง มี(@NameIsNovel)ร่างหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่ — เป็น(@NameIsNovel) อวี่เอียน
สองมือของเขา(@NameIsNovel)ถูกประสานเป็น(@NameIsNovel)รูป แจกันสมบัติ ดวงตาปิดสนิท ลมหายใจเข้าออกยาวเหยียด แต่ละลมหายใจดุจทอดยืดไปไกลเกินธรรมดา
ที่(@NameIsNovel)ระหว่า(@NameIsNovel)งปากและ(@NameIsNovel)จมูก เห็นได้(@NameIsNovel)รางๆ ว่า(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)กระแสไอสีขาวน้ำนม สองสายใหญ่ประมาณเท่านิ้วมือ ไหลเข้าออกไปมา อีกทั้งบนกระหม่อมยังมี(@NameIsNovel)แสงขาวบางเบาฉายโอบล้อมอยู่
“นี่แหละการบำเพ็ญเพียรเซียนของจริง!” ดวงตาเซินลั่วเบิกกว้าง ไม่อาจห้ามความตื่นเต้นที่(@NameIsNovel)เอ่อท้นขึ้นมาได้(@NameIsNovel)
เหตุผลที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ยอมทุ่มทรัพย์หนักเพื่อเข้าสังกัด สำนักชุนชิว ในปีนั้น ก็เพราะใฝ่แสวงหาวิชาเวทแห่งเต๋าที่(@NameIsNovel)แท้จริง เพื่อเปลี่ยนแปลงตนโดยสิ้นเชิง และ(@NameIsNovel)ยืดอายุขัยออกไปให้ยาวนาน
ทว่า(@NameIsNovel)วิชาแปรหยางที่(@NameIsNovel)ตนฝึกได้(@NameIsNovel)นั้น กลับทำได้(@NameIsNovel)เพียงบ่มเพาะพลังหยางบริสุทธิ์ เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่ง หาได้(@NameIsNovel)ทัดเทียมวิชาเต๋าที่(@NameIsNovel)แท้จริงไม่
เซินลั่วจึงยืนนิ่งอยู่กับที่(@NameIsNovel) ดวงตาเหม่อมองภาพเบื้องหน้าด้วยความตะลึง
เวลาค่อยๆ ผ่านไปทีละน้อย ดวงจันทร์ก็เริ่มคล้อยต่ำ แสงจันทร์ค่อยๆ หม่นลง
วงแสงขาวเหนือศีรษะของอวี่เอียนค่อยๆ จางหายไป มือทั้งสองของเขา(@NameIsNovel)เปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)ท่าปิดจบ วรยุทธ์ที่(@NameIsNovel)เบื้องหน้า กระแสน้ำนมขาวที่(@NameIsNovel)จมูกก็หายวับไปในพริบตา เป็น(@NameIsNovel)สัญญาณแห่งการสิ้นสุดการบำเพ็ญ
เซินลั่วได้(@NameIsNovel)สติกลับมา รีบถอยร่างเข้าไปในเงามืด ตั้งใจจะล่าถอยออกไปอย่างเงียบเชียบ
ทว่า(@NameIsNovel)ไม่รู้เลยว่า(@NameIsNovel) เพราะยืนอยู่เนิ่นนานเกินไป ทำให้สองขาของเขา(@NameIsNovel)ชาไร้ความรู้สึก เมื่อจะเคลื่อนไหวกลับทรงกายไม่อยู่ ร่างโอนเอนไปชนกำแพงด้านข้าง เกิดเสียงทึบขึ้นมาเบาๆ
แม้เสียงนั้นมิได้(@NameIsNovel)ดังนัก แต่ในความเงียบสงัดของยามราตรี กลับฟังชัดเป็น(@NameIsNovel)พิเศษ
“แย่แล้ว!” เซินลั่วสบถในใจอย่างลนลาน หวังเพียงให้อวี่เอียนมิได้(@NameIsNovel)สังเกตถึงความผิดปกตินี้…
“หลานเซิน ใช่เจ้าหรือไม่?”
เสียงของอวี่เอียนดังแว่วมาอย่างไม่อาจเลี่ยงได้(@NameIsNovel)
เซินลั่วรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว เขา(@NameIsNovel)หันไปมอง เห็นอวี่เอียนไม่รู้ลงมาจากเขา(@NameIsNovel)จำลองตั้งแต่เมื่อใด ยืนอยู่ไม่ไกลนัก กวาดตามองมาอย่างผิวเผิน
“ลุงอวี่ ข้าผิดเอง พอดีบังเอิญได้(@NameIsNovel)เห็นท่านบำเพ็ญเพียรอยู่ รู้สึกน่าพิศวง จึงเผลอ มองอยู่ครู่หนึ่ง หากล่วงเกินก็ขออภัยด้วย” เซินลั่วรีบประสานมือคำนับ
“ไม่เป็น(@NameIsNovel)ไร ข้าไม่เหมือนพวกเคร่งพิธีทั้งหลาย เรื่องแค่นี้มิใช่สิ่งสำคัญ ข้าเองก็นอนไม่หลับ เช่นนั้นไปนั่งตรงศาลาริมสระกับข้าสักหน่อยเถิด” อวี่เอียนเอ่ยเรียบๆ แล้วก้าวเดินไปทางศาลา
เซินลั่วกะเผลกตามไป พลางแผ่วใช้ เคล็ดวิชาแปรหยาง กระตุ้นการไหลเวียนลมปราณและ(@NameIsNovel)โลหิต ความชาในเท้าค่อยๆ จางหายไป
ทั้งสองนั่งลงในศาลา อวี่เอียนสะบัดแขนเสื้อเบาๆ ก็มี(@NameIsNovel)กับแกล้มสองจาน เหล้าหนึ่งไห พร้อมถ้วยสองใบ ลอยออกมาอย่างอัศจรรย์
เมื่อรสสุราหลั่งลงสู่ท้อง กลิ่นหอมเข้มข้นกระจายไปทั่ว แผ่วก้องสะท้อนอยู่ในอวัยวะภายใน ทำให้รู้สึกสดชื่นปลอดโปร่ง
เซินลั่วสัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงพลังหยางบริสุทธิ์ ที่(@NameIsNovel)ตนสั่งสมไว้จากการฝึกเคล็ดวิชาแปรหยางพลันถูกกระตุ้นขึ้น ลมปราณเริ่มหมุนเวียนเองโดยไม่ต้องฝืน
ยิ่งไปกว่า(@NameIsNovel)นั้น ยังมี(@NameIsNovel)ความเย็นวาบผุดขึ้นจากอวัยวะภายใน แทรกซึมเข้าสู่พลังหยางบริสุทธิ์ ทำให้พลังนั้นหนาขึ้นอีกเล็กน้อย เทียบเท่ากับการฝึกฝนอย่างขยันขันแข็งครึ่งเดือนทีเดียว
เซินลั่วตื่นเต้นยิ่งนัก ดวงตาแทบจะละจากไหสุราไม่ได้(@NameIsNovel) อยากจะแย่งมาแล้วดื่มให้หมด
“ฮึๆ สุรานี้รสเป็น(@NameIsNovel)อย่างไรบ้าง?” อวี่เอียนยกถ้วยขึ้นซดอีกคำ พลางหางตามองเห็นสีหน้าของเซินลั่วเปลี่ยนไป ก็เอ่ยถามอย่างมี(@NameIsNovel)รอยยิ้มแฝง
“ยอดเยี่ยมยิ่งนัก! ข้าเคยลิ้มรสสุราชั้นดีมามาก แต่เมื่อเทียบกับ สุราเทพวิญญาณ ของลุงอวี่แล้ว สุราที่(@NameIsNovel)ผ่านมาล้วนดุจน้ำเปล่า มิทราบว่า(@NameIsNovel)ใช้สิ่งใดเป็น(@NameIsNovel)ส่วนผสมถึงกลั่นออกมาได้(@NameIsNovel)เลิศล้ำเช่นนี้?” เซินลั่วรีบรินสุราให้ พร้อมเอ่ยถามด้วยความเคารพ
“หึ คิดว่า(@NameIsNovel)สุราข้าดี แล้วก็จะมาไถ่ถามสูตรเพื่อนำไปหมักเองงั้นหรือ?” อวี่เอียนปรายตามอง หัวเราะเบาๆ
“ลุงอวี่ตาแหลมยิ่งนัก ข้าปิดบังไม่มิดเลยจริงๆ” เซินลั่วหัวเราะแห้งๆ รู้สึกเหมือนถูกจับได้(@NameIsNovel)ตรงๆ
“แม้จะบอกสูตรไปก็ไร้ประโยชน์ เจ้าเคยได้(@NameIsNovel)ยินชื่อ อสรพิษวิญญาณหิมะภูผา หรือไม่? สิ่งนี้หนึ่งพันปีจะปรากฏสักครั้ง ถือว่า(@NameIsNovel)ล้ำค่าหาประมาณมิได้(@NameIsNovel) ดีที่(@NameIsNovel)สุดคือถุงน้ำดีของมัน ยิ่งหายากยิ่งกว่า(@NameIsNovel)” อวี่เอียนเอ่ยพลางยกถ้วยดื่มอีกคำ
“ยิ่งไปกว่า(@NameIsNovel)นั้น ต่อให้เจ้ามี(@NameIsNovel)สูตรอยู่ในมือก็ไร้ค่า เพราะการหมักสุรานี้ ต้องนำไปแช่ในถุงน้ำดี แล้วใช้ เปลวไฟวิญญาณ กลั่นปรุง หากดูจากชุดเต๋าที่(@NameIsNovel)เจ้าสวมอยู่ ก็พอเห็นชัดว่า(@NameIsNovel)เจ้ามิได้(@NameIsNovel)ฝึกเคล็ดวิชาเต๋าจริงๆ เช่นนั้นจะควบคุมเปลวไฟวิญญาณได้(@NameIsNovel)อย่างไร?” เขา(@NameIsNovel)ดูจะชอบสุรานัก จึงยกถ้วยกระดกหมดอีกครา
เซินลั่วเพียงหัวเราะแห้งๆ ตอบรับไปสองสามคำ มือไม้ไม่หยุดชะงัก รีบยกจอกดื่มสุราตามลุงอวี่อีกครา ขณะเดียวกันก็ค่อยๆ เดินพลังด้วย วิชาแปรหยาง เพื่อกลั่นชี่อันสดชื่นในสุรา หล่อเลี้ยงจน พลังหยางบริสุทธิ์ เพิ่มพูนขึ้นเล็กน้อย
“ลุงอวี่ ท่านเชี่ยวชาญวิชายันต์อย่างลึกซึ้ง ข้าเองฝึกอยู่วิชาหนึ่งมานาน แต่ไม่แน่ใจว่า(@NameIsNovel)ถูกต้องหรือไม่ ไม่ทราบว่า(@NameIsNovel)ลุงจะกรุณาชี้แนะได้(@NameIsNovel)หรือไม่?”
เซินลั่วรินสุราให้อีกครั้ง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงลังเล
“โอ้ ยันต์ใดกันล่ะ? วาดออกมาให้ข้าดูสิ”
เพียงสะบัดแขนเสื้อเบาๆ ของลุงอวี่ ก็ทำให้แผ่นกระดาษยันต์สีเขียวหลายแผ่น ปรากฏพร้อมถ้วยหยกขาวใบเล็ก ภายในเต็มไปด้วยของเหลวสีแดงเข้มคล้ายโลหิตแต่ไร้กลิ่นคาว อีกทั้งยังมี(@NameIsNovel)พู่กันหยกขาวด้ามหนึ่ง
บนด้ามพู่กันสลักลายอักขระเต๋าไว้หลายสาย ส่วนปลายพู่กันกลับเป็น(@NameIsNovel)ขนทองคำแวววาว เส้นเล็กๆ แต่ละเส้นเปล่งรัศมี(@NameIsNovel)ระยิบระยับ ชัดเจนว่า(@NameIsNovel)ไม่ใช่ขนของสัตว์ธรรมดา
เซินลั่วกดกลั้นความตื่นเต้น สูดหายใจลึกหนึ่งครา ก่อนจะหยิบพู่กันหยกขึ้น จุ่มลงในของเหลวสีแดง ตั้งสมาธิแน่วแน่ เริ่มลงเส้นยันต์ ยันต์อัสนีบาต
ขนพู่กันหยกนั้นอ่อนนุ่มแต่มั่นคง ใช้แล้วเหนือกว่า(@NameIsNovel)พู่กันใดๆ ที่(@NameIsNovel)เคยจับมาเกินสิบเท่า
ยิ่งไปกว่า(@NameIsNovel)นั้น ของเหลวสีแดงนี้มิได้(@NameIsNovel)เหมือนโลหิตสุนัขดำที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)เคยใช้ นอกจากไม่แข็งตัวแล้ว ยังคล้ายมี(@NameIsNovel)พลังชี่บางอย่างไหลเวียนอยู่ภายใน ทำให้เขา(@NameIsNovel)ควบคุมการลงยันต์ได้(@NameIsNovel)อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น
ยังไม่ถึงครู่เดียว อักขระยันต์บน ยันต์อัสนีบาต ก็เสร็จสมบูรณ์
เซินลั่วมองยันต์นั้นพลางรู้สึกว่า(@NameIsNovel) ครั้งนี้เป็น(@NameIsNovel)ยันต์ที่(@NameIsNovel)ดีที่(@NameIsNovel)สุดตั้งแต่เคยวาดมา แม้กระทั่งอาจจะสำเร็จจริงก็เป็น(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel) ทว่า(@NameIsNovel)โชคร้ายที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ไม่มี(@NameIsNovel) ศิลาหยวน สำหรับกระตุ้นใช้งาน
“อ้อ เป็น(@NameIsNovel)ยันต์อัสนีบาตนี่เอง นับว่า(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)ยันต์ระดับต่ำที่(@NameIsNovel)ซับซ้อนพอตัว สำหรับเจ้าตอนนี้ก็นับว่า(@NameIsNovel)ยากอยู่ไม่น้อย”
ลุงอวี่เหลือบตามองแผ่นยันต์ตรงหน้า เอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนัก
“ข้าขอคำชี้แนะจากท่านลุงด้วย” เซินลั่วโค้งคำนับด้วยความเคารพ
“เส้นลายของเจ้าถึงจะราบรื่น แต่ไร้ซึ่งพลังวิญญาณเชื่อมโยง เรี่ยวแรงยันต์ก็ขาดหายไม่ต่อเนื่อง อย่างเก่งก็เป็น(@NameIsNovel)เพียง ‘ยันต์ปลอม’ เท่านั้น”
ลุงอวี่หยิบกระดาษยันต์ขึ้นมา ปลายนิ้วพลันส่องแสงวูบ
เพียง “ฉี่” เบาๆ กระดาษยันต์ก็แตกสลายกลายเป็น(@NameIsNovel)แสงสีขาวเจิดจ้า แต่กลับไม่แปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)อัสนีสายฟ้า
เซินลั่วจ้องมองอย่างตะลึง ก่อนจะเกาศีรษะอย่างเก้อเขิน
“วิชาเต๋าแห่งการลงยันต์นั้นกว้างใหญ่ลึกล้ำ หากจะทำให้ยันต์ใดๆ สำเร็จล้วนต้องจับแก่นแท้ให้ได้(@NameIsNovel) เช่น ยันต์อัสนีบาต นี้ แก่นของมันคือการใช้พลังมนุษย์เชื่อมต่อกับพลังสวรรค์และ(@NameIsNovel)พิภพ อักขระที่(@NameIsNovel)สลักลงกระดาษยันต์จึงเป็น(@NameIsNovel)สิ่งสำคัญยิ่ง ระหว่า(@NameIsNovel)งการลงยันต์ ต้องรวมใจ วิญญาณ และ(@NameIsNovel)พลังปราณ เข้าด้วยกันเป็น(@NameIsNovel)หนึ่งเดียว ส่งผ่านลงไปอย่างไม่ติดขัด ตั้งแต่ต้นจนจบ จึงจะทำให้ยันต์สมบูรณ์ได้(@NameIsNovel)”
ลุงอวี่มองเซินลั่วด้วยแววตาจริงจัง น้ำเสียงล้ำลึก
“แล้วข้าจะรวมสามสิ่งนั้นเข้าด้วยกันเป็น(@NameIsNovel)หนึ่งได้(@NameIsNovel)อย่างไร?” เซินลั่วตั้งใจฟัง พลางอดถามออกมาไม่ได้(@NameIsNovel)
ใน คู่มือยันต์เร้นลับ ก็เคยกล่าวไว้คล้ายกันนี้ แต่เมื่อคราวนั้นไร้ผู้ชี้แนะ เขา(@NameIsNovel)จึง งงงวยไม่เข้าใจนัก ทว่า(@NameIsNovel)เพียงคำอธิบายของลุงอวี่ในยามนี้กลับชัดเจนแจ่มแจ้งกว่า(@NameIsNovel)หลายเท่า
-------------