หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 43
ตอนที่ 43 : กระบี่ประลองในพงไพร
ตอนที่ 43
เซินลั่วเดินช้าๆ ไปตามเส้นทางภูเขา(@NameIsNovel) พลางครุ่นคิดหาวิธีฟื้นฟูพลังชีวิตภายในและ(@NameIsNovel)ยืดอายุขัยของตน
ตามที่(@NameIsNovel)เฟิงหยางจื่อและ(@NameIsNovel)การคาดเดาของเขา(@NameIsNovel)เอง หนทางหนึ่งคือการทานโอสถ เช่นเม็ดยารักษาชีวิตที่(@NameIsNovel)สามารถเติมเต็มพลังชีวิตได้(@NameIsNovel) แต่แน่นอนว่า(@NameIsNovel)ฤทธิ์ของมันต้องร้ายกาจ กว่า(@NameIsNovel)ยารักษาชีวิตหลายเท่านัก อีกหนทางหนึ่งคือเร่งฝึก วิชาแปรหยาง ให้ถึงขั้นสมบูรณ์ แล้วจึงก้าวเข้าสู่วิชาขั้นสูงยิ่งกว่า(@NameIsNovel)
แม้ใน สำนักชุนชิว ย่อมมี(@NameIsNovel)สิ่งเหล่านี้ แต่เซินลั่วได้(@NameIsNovel)จ่ายทองคำและ(@NameIsNovel)เงินของตระกูลเซินไปไม่น้อย เพียงเพื่อจะได้(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)เพียง ศิษย์ฝึกหัด เท่านั้น โอสถชั้นเลิศคงมิอาจได้(@NameIsNovel)มาเพียงแค่ใช้ทองเงินแลกเปลี่ยน ส่วนการบำเพ็ญ วิชาแปรหยาง ให้ถึงความสมบูรณ์ ก็ไม่อาจสำเร็จภายในเวลาเพียงสองปีตามพรสวรรค์ที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)
ขณะเซินลั่วกำลังครุ่นคิดหาวิธีที่(@NameIsNovel)พอเป็น(@NameIsNovel)ไปได้(@NameIsNovel) โดยไม่รู้ตัวเขา(@NameIsNovel)ก็เดินมาถึงบริเวณหลังเขา(@NameIsNovel)แล้ว
หลังเขา(@NameIsNovel)เต็มไปด้วยหมู่ไม้หนาทึบ สายตาแลเห็นเขียวขจีไปทั่ว เสียงแมลงและ(@NameIsNovel)นกทั้งไกลทั้งใกล้ดังแว่วมา ทำให้หัวใจที่(@NameIsNovel)ตึงเครียดอยู่ก่อนหน้านี้รู้สึกผ่อนคลายลงบ้าง
ในห้วงนั้นเอง พลันมี(@NameIsNovel)เสียง “ตูม ตูม” ดังขึ้นจากพงไพรหนาแน่นเบื้องหน้า คล้ายเสียงกระบี่ปะทะกัน
เซินลั่วหยุดฝีเท้า เงี่ยหูฟังอยู่ชั่วครู่ ก็ได้(@NameIsNovel)ยินเสียง “ตูม” อีกครั้ง ครานี้ตามมาด้วยเสียงหอนแหลมเสียดหู
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
เขา(@NameIsNovel)ครุ่นคิดในใจ หลังเขา(@NameIsNovel)แห่งนี้โดยปกติแทบไม่มี(@NameIsNovel)ผู้ใดสัญจร เหตุใดจึงมี(@NameIsNovel)เสียงเช่นนั้นเล็ด ลอดมา? หรือว่า(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ผู้ใดกำลังประลองอยู่ที่(@NameIsNovel)นั่นกันแน่?
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เซินลั่วก็ค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ที่(@NameIsNovel)มาของเสียงนั้น ไม่นานก็ถึงบริเวณต้นเหตุ
“นี่มัน…”
ดวงตาของเซินลั่วหดแคบลงโดยไม่รู้ตัว เขา(@NameIsNovel)รีบหลบไปซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
เบื้องหน้าท่ามกลางพงไพรหนาทึบ มี(@NameIsNovel)เงาร่างสองร่างยืนอยู่ นั่นคือ ไป๋ เสี่ยวเถียน และ(@NameIsNovel) ติ้งฮั่ว
ทั้งคู่ยืนห่างกันราวห้าหรือหกจั้ง ต่างฝ่ายต่างไม่เคลื่อนไหว เงากระบี่สีแดงสองสาย ยาวหลายฉื่อ กำลังพันตวัดแทงใส่กันกลางอากาศ ความพลิ้วไหวคล้ายดั่งพญามังกรแลหงส์ร่ายรำ ก่อเกิดเสียงปะทะกังวานต่อเนื่องไม่ขาดสาย
พงไพรโดยรอบเต็มไปด้วยต้นไม้ที่(@NameIsNovel)ถูกโค่น กิ่งก้านหักกระจัดกระจาย ราวกับสนามรบที่(@NameIsNovel)ถูกรื้อเกลี้ยง กลายเป็น(@NameIsNovel)พื้นที่(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)งกว้างใหญ่ ไม่ว่า(@NameIsNovel)กระบี่แสงแดงจะผ่านไปตรงไหน ทั้งต้นไม้ใหญ่หรือหินผา ล้วนถูกฟันขาดสะบั้นเป็น(@NameIsNovel)สองท่อน ที่(@NameIsNovel)รอยแตกยังเหลือคราบไหม้เกรียม ราวกับถูกไฟเผา
“กระบี่เหิน!” ดวงตาของเซินลั่วพลันเปล่งประกาย
แม้ว่า(@NameIsNovel)กระบี่เหินสีแดงทั้งสองนี้จะเคลื่อนไหวช้ากว่า(@NameIsNovel)กระบี่ของพวกเต๋าจื่อที่(@NameIsNovel)เมืองตงไหลซึ่งเขา(@NameIsNovel)เคยเห็นในแดนฝัน ทว่า(@NameIsNovel) พลังปราณกระบี่ ที่(@NameIsNovel)เปล่งออกมากลับมิได้(@NameIsNovel)ด้อยไปกว่า(@NameIsNovel)กันเลย แน่นอนว่า(@NameIsNovel)นี่คือ กระบี่เหิน โดยแท้
กระบี่เหินทั้งสองสายห่อหุ้มด้วยแสงแดง จนแลเห็นเพียงรูปร่างหยาบๆ ของตัวกระบี่เท่านั้น กระบี่เหินของไป๋ เสี่ยวเถียน ดูคล้ายกระบี่ทำจากเหรียญทองแดงที่(@NameIsNovel)ร้อยเชื่อมต่อกัน ด้วยรูปทรงพิกลทำให้มันพลิ้วว่องไวดั่งสายฟ้าแลบ เปล่งเสียงคำรามสนั่น
ประกายกระบี่หนึ่งพุ่งวาบ กระบี่เงินทองสัมฤทธิ์แปรเปลี่ยนวิถีต่อเนื่อง ก่อเกิดเป็น(@NameIsNovel)ตาข่ายกระบี่หนาแน่น ครอบคลุมกระบี่เหินของติ้งฮั่วไว้ภายใน
ทว่า(@NameIsNovel) กระบี่เหินของติ้งฮั่ว กลับดูคล้ายเพียงกระบี่ไม้ธรรมดา ทว่า(@NameIsNovel)กลับปราดเปรียวยิ่งนัก แม้จะติดอยู่ในตาข่ายกระบี่ แต่กลับรับมือได้(@NameIsNovel)อย่างมั่นคงไร้ช่องโหว่ อีกทั้งยังตอบโต้กลับเป็น(@NameIsNovel)ครั้งคราว ดั่งอสรพิษฉกแว้ง หวังทะลวงตาข่ายกระบี่ออกมา เพียงแต่ว่า(@NameIsNovel)ทุกครั้งกลับถูกสกัดไว้ทั้งหมด
เมื่อเวลาผ่านไป แสงแดงที่(@NameIsNovel)ห่อหุ้มกระบี่ไม้ของติ้งฮั่วก็เริ่มหม่นลง เคลื่อนไหวไม่พลิ้วรวดเร็วเช่นแรกเริ่ม
สีหน้าของติ้งฮั่วขรึมขึง เขา(@NameIsNovel)ฝืนเร่งบังคับกระบี่เหินสุดกำลัง แต่ยังคงไม่อาจพลิกสถานการณ์ได้(@NameIsNovel)
“ดูท่า…พี่ไป๋ยังเหนือกว่า(@NameIsNovel)อยู่ดี” เซินลั่วพึมพำกับตนเองจากระยะไกล ก่อนจะย้ายไปซ่อนหลังต้นไม้อีกต้นเพื่อมองใกล้ขึ้น
นี่เป็น(@NameIsNovel)ครั้งแรกที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)เห็นการประลองกระบี่เหินอย่างใกล้ชิด เขา(@NameIsNovel)ย่อมไม่อยากพลาดโอกาสล้ำค่านี้
“พี่ติ้ง กระบี่ไม้ชิงถัวของเจ้าพึ่งหลอมขึ้นใหม่ หากฝืนต่อไป เกรงว่า(@NameIsNovel)จะเสียหายเสียเปล่า พอแค่นี้เถอะเป็น(@NameIsNovel)ไร?” ไป๋ เสี่ยวเถียนกักกระบี่ไม้เอาไว้ แต่ไม่เร่งรุก กลับเอ่ยขึ้นเพื่อยุติการต่อสู้
เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินดังนั้น แววขุ่นเคืองก็วาบผ่านดวงตาของติ้งฮั่ว เขา(@NameIsNovel)มิได้(@NameIsNovel)หยุดกลับตะโกนลั่น กรีดนิ้วทั้งสองเป็น(@NameIsNovel) กระบี่มุทรา ชี้ตรงเข้าสู่ว่า(@NameIsNovel)งเปล่า
ปลายนิ้วของเขา(@NameIsNovel)สว่า(@NameIsNovel)งวาบด้วยแสงสีแดง อีกทั้งบนใบหน้ายังฉายแสงโลหิตอันน่าพรั่นพรึง
ภายในตาข่ายกระบี่ เงาดาบไม้พลันเปล่งรัศมี(@NameIsNovel)เจิดจ้า ประหนึ่งได้(@NameIsNovel)กลืนกินโอสถวิเศษ แสงกระบี่ที่(@NameIsNovel)เดิมยาวเพียงไม่กี่ฉื่อพลันขยายออก กลายเป็น(@NameIsNovel)กระบี่ใหญ่สีโลหิต ฟาดฟันอากาศด้วยพลังมหาศาล
เพียงเสียง “พรึบ” ตาข่ายกระบี่ที่(@NameIsNovel)ถักทอด้วยกระบี่เงินทองสัมฤทธิ์ถูกบังคับผ่าออกเป็น(@NameIsNovel)ช่องว่า(@NameIsNovel)ง
ดาบไม้ฉวยโอกาสพุ่งทะยานออกจากช่องนั้น ไม่หยุดยั้ง พลันกลายเป็น(@NameIsNovel)เงากระบี่สีแดง แหวกอากาศด้วยเสียง “ฟู่” ตรงเข้าฟันใส่ใบหน้าของไป๋เสี่ยวเถียน
สีหน้าของไป๋เสี่ยวเถียนพลันเปลี่ยนไป ในศึกกระบี่ การปล่อยให้กระบี่เหินของศัตรูเข้าประชิดใบหน้านับเป็น(@NameIsNovel)ความผิดพลาดร้ายแรง เขา(@NameIsNovel)รีบยกมือเรียกกระบี่
รัศมี(@NameIsNovel)บนกระบี่เงินทองสัมฤทธิ์ก็พลันสว่า(@NameIsNovel)งเจิดจ้า พุ่งสวนกลับด้วยความเร็วเหนือชั้น เพียงพริบตาก็ตามทันดาบไม้ ก่อนพันรัดมันไว้อีกครั้ง
แต่ในขณะนั้นเอง “กัง!” แสงสีแดงบนดาบไม้พลันแตกสลาย กลายเป็น(@NameIsNovel)ดวงกระบี่เล็กนับสิบ พุ่งใส่กระบี่เงินทองสัมฤทธิ์พร้อมกัน
“กัง กัง กัง…” เสียงกระบี่กระทบกันถี่ยิบ กระบี่เงินทองสัมฤทธิ์ถูกดีดกระเด็น กลิ้งหมุนกลางอากาศหลายตลบ ทว่า(@NameIsNovel)มิได้(@NameIsNovel)รับความเสียหายใดๆ
เมื่อเห็นดังนั้น ติงฮวาพลันขมวดคิ้ว ตวาดเสียงต่ำ เร่งรุดควบคุมดาบไม้ให้ติดตามหมายจะฉวยโอกาสเจาะทะลุทันที
แต่กระบี่เงินทองสัมฤทธิ์ที่(@NameIsNovel)พลิกกลิ้งอยู่นั้น กลับหยุดกะทันหัน หมุนกลับกลางอากาศ รัดเข้าที่(@NameIsNovel)ดาบไม้อย่างแม่นยำ
เสียง “กัง” ดังสนั่น แสงสีโลหิตที่(@NameIsNovel)ห่อหุ้มดาบไม้สลายไปเกือบทั้งหมด มันถูกสะบัดกระเด็นออกไปไกลหลายสิบจั้ง
สีหน้าของติงฮวาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ต้องเพ่งพลังภายในเร่งเร้าหลายครา จึงสามารถควบคุมดาบไม้ให้ทรงตัวได้(@NameIsNovel)อีกครั้ง
เพียงครู่หนึ่ง เขา(@NameIsNovel)ก็เก็บสีหน้าเคร่งเครียดลง ก่อนโบกมือเรียกดาบไม้กลับมา ไม่คิดโจมตีต่อ
เมื่อเห็นติงฮวาหยุดลง ไป๋เสี่ยวเถียนจึงเก็บกระบี่เงินทองสัมฤทธิ์กลับ
“วิชาควบคุมกระบี่ของศิษย์น้องไป๋ ช่างร้ายกาจนัก ข้าขอตัวก่อน” ติ้งฮั่วประสานมือคารวะ หันหลังเดินจากไป
เดินได้(@NameIsNovel)ไม่กี่ก้าว เขา(@NameIsNovel)ยังเหลือบมองไปยังที่(@NameIsNovel)ซ่อนของเซินลั่ว แค่นเสียงเย้ยหยัน แต่ไม่หยุดฝีเท้า ไม่นานก็ลับหายไปในระยะไกล
“ศิษย์น้องเซิน ออกมาได้(@NameIsNovel)แล้ว” ไป๋เสี่ยวเถียนมองตามติงฮวาที่(@NameIsNovel)จากไป พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้มขรึม
“พี่ไป๋ ที่(@NameIsNovel)แท้พวกเจ้าก็หูไวปานนี้ ถึงได้(@NameIsNovel)ยินข้าแม้จะอยู่ห่างไกลนัก” เซินลั่วเดินออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ พลางหัวเราะ
“ข้ากำลังสงสัยว่า(@NameIsNovel)เหตุใดไม่เห็นเจ้าอยู่ในห้อง ที่(@NameIsNovel)แท้มาอยู่ที่(@NameIsNovel)นี่ เจ้าออกมาทำอะไร?” ไป๋เสี่ยวเถียนขมวดคิ้ว เอ่ยถามเมื่อเห็นเซินลั่วเดินเข้ามา
“ข้าพบปัญหาในวิชา จึงออกมาเดินเล่นเพื่อคลายใจ มิคาดว่า(@NameIsNovel)จะบังเอิญได้(@NameIsNovel)เห็นพวกเจ้าประลอง”
“เมื่อไม่นานนี้ เจ้าเพิ่งผ่านด่านแรกของ วิชาแปรหยาง เหตุใดจึงเจอปัญหาได้(@NameIsNovel)เล่า?” ไป๋เสี่ยวเถียนเอ่ยอย่างประหลาดใจ
“นั่นสิ พี่ก็คิดเช่นเดียวกันกับข้ามิใช่หรือ แม้พรสวรรค์จะต่ำต้อย แต่การฝึก วิชาแปรหยาง ก็มิสมควรมี(@NameIsNovel)ปัญหา” เซินลั่วกางมือออก ยิ้มเจื่อนอย่างขื่นขม
“เฮ้อ ข้ามิได้(@NameIsNovel)หมายความเช่นนั้น… เอาเถิด ไปเดินเล่นกับข้าที่(@NameIsNovel)หลังเขา(@NameIsNovel)เถิด” ไป๋เสี่ยวเถียนเห็นเซินลั่วอารมณ์หดหู่ จึงเงยหน้ามองฟ้าแล้วเอ่ยขึ้น
เซินลั่วย่อมไม่ปฏิเสธ รีบพยักหน้ารับทันที
ทั้งสองเดินเคียงบ่าเข้าสู่ป่าลึก ผ่านพงไม้เตี้ย ก่อนถึงทางเล็กที่(@NameIsNovel)ซ่อนอยู่ใต้หญ้าสูง
------------