หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 100
ตอนที่ 100 : อัญเชิญอสูร
ตอนที่ 100
เขา(@NameIsNovel)ร่ายคาถาอยู่ในใจ อักขระดำ หลั่งไหลตามพลังญาณรับรู้ ซึมทะลุอย่างไร้รูปไปยังอสูรที่(@NameIsNovel)อยู่อีกฟากหนึ่ง
อสูรนั้นพลันคำรามด้วยเสียงเจ็บปวดทันที
ทว่า(@NameIsNovel)ในห้วงขณะถัดมา คลื่นสะเทือนกลับถูกส่งสวนกลับพุ่งใส่ มหาสมุทรจิต ของเซินลั่ว
เซินลั่วเตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว พลังญาณในมหาสมุทรจิตจึงหดกลับฉับพลัน ก่อเกิดเป็น(@NameIsNovel) กำแพงโปร่งใส ขึ้นมาขวางกั้น
“ปัง!” มหาสมุทรจิตสะท้านสะเทือนหนักหน่วง หากปราศจากความเจ็บปวดใดๆ
เซินลั่วยิ้มเย็น เร่งโคจร วิชาเชื่อมสื่อปราบอสูร ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น อักขระดำ จำนวนมากพลันถักทอออกมาไม่ขาดสาย ซึมแทรกไปยังอีกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง
ครานี้อสูรฝั่งตรงข้ามมิได้(@NameIsNovel)ร้องด้วยความเจ็บอีก เห็นชัดว่า(@NameIsNovel)เร่งตั้งท่าป้องกันแล้ว
“เจ้าเด็ก พลังบำเพ็ญเพียงเท่านี้ ยังคิดจะบังคับปราบข้าอีกหรือ ฮะฮะ—” ผ่านไปชั่วครู่ อสูรเอ่ยเย้ยหยันด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม
เซินลั่วไม่ตอบโต้ เพียงโคจร วิชาเชื่อมสื่อวิญญาณ อย่างไม่หยุดยั้ง อักขระดำ ผุดเกิดไม่ขาดสาย ทะลวงซึมไปยังอีกฟากหนึ่งครั้งแล้วครั้งเล่า
อสูรฝั่งนั้นเงียบงัน ไม่คำรามตอบ ไม่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำอีก มุ่งหมายตั้งต้านเพียงอย่างเดียว
โดยรอบพลันสงบเงียบ กระทั่งบังเกิดเป็น(@NameIsNovel)การ ชิงกระแส อย่างคลุมเครือระหว่า(@NameIsNovel)งคู่ต่อสู้ทั้งสอง
ชั่วพริบตา เวลาพอกับ มื้ออาหารหนึ่งครา ก็ล่วงผ่านไป
อักขระดำ ที่(@NameIsNovel)เซินลั่วปลดปล่อยหาได้(@NameIsNovel)ลดจำนวนลงไม่ ตรงกันข้ามกลับยิ่งทวีคูณ ทว่า(@NameIsNovel)แรงต้านของอสูรอีกฝ่ายก็ไม่อ่อนแรงลงเลย กลับยิ่งแข็งกร้าวดื้อทาน
เรื่องนี้หาใช่น่าประหลาดใจไม่
โดยการคาดคะเนของเขา(@NameIsNovel) อีกฝ่ายย่อมเป็น(@NameIsNovel) อสูรระดับอิงปราณ ย่อมมิใช่สิ่งที่(@NameIsNovel)จะ ปราบ ได้(@NameIsNovel)โดยง่าย เซินลั่วจึงเตรียมใจสำหรับศึกยืดเยื้อไว้ก่อนแล้ว
เขา(@NameIsNovel)กลั้น ลมปักจิตให้มั่น เร่งโคจร วิชาเชื่อมสื่อปราบอสูร อย่างสุดกำลัง!
การโคจรเคล็ดวิชานี้จำต้องใช้สมาธิทั้งสิ้น ไม่อาจแบ่งจิตใจไปดูดซับ ปราณสวรรค์และ(@NameIsNovel)ปราณปฐพี เพื่อฟื้นฟูตนเองได้(@NameIsNovel) จะคงยืนหยัดอยู่ได้(@NameIsNovel)ก็ด้วย ปราณเต๋า ภายในร่างเท่านั้น
เคราะห์ดีที่(@NameIsNovel)ปราณเต๋าของเขา(@NameIsNovel)ลึกซึ้งพอ จึงสามารถค้ำยัน วิชาเชื่อมสื่อปราบอสูร ต่อเนื่องยาวนานได้(@NameIsNovel)
ในห้วงเวลานี้ เซินลั่วก็ตั้งใจมั่นแล้ว ว่า(@NameIsNovel)อยากเห็นนัก—ว่า(@NameIsNovel)ใครกันแน่ที่(@NameIsNovel)จะสิ้นพลังเสียก่อน ระหว่า(@NameIsNovel)งเขา(@NameIsNovel)กับอสูรที่(@NameIsNovel)อยู่อีกฝั่งหนึ่ง
กาลเวลาค่อยๆ ไหลผ่าน หลังหนึ่งชั่วยาม อักขระดำที่(@NameIsNovel)เซินลั่วปลดปล่อยออกมานั้นยังคงหนาแน่นไม่เสื่อมถอย ส่วนแรงต้านของอสูรอีกฝ่ายก็ยังแข็งกร้าวเช่นเดิม
สองชั่วยามผ่านไป ทุกสิ่งยังคงเดิม…
สามชั่วยามผ่านไป ปราณภายในร่างของเซินลั่วถูกใช้ไปกว่า(@NameIsNovel)ครึ่งแล้ว
แต่ทว่า(@NameIsNovel) หลังจากเร่งโคจร วิชาเชื่อมสื่อวิญญาณ อย่างเต็มกำลังมาเนิ่นนาน ความเข้าใจของเขา(@NameIsNovel) กลับค่อยๆ ลึกซึ้งขึ้น เคล็ดวิชาที่(@NameIsNovel)เดิมต้องทุ่มเทปราณเต็มกำลัง จึงจะสำแดงอานุภาพได้(@NameIsNovel) บัดนี้เขา(@NameIsNovel) กลับสามารถทำได้(@NameIsNovel)ด้วยเพียงเจ็ดส่วนของปราณเท่านั้น
การค้นพบนี้ทำให้เซินลั่วลอบปลื้มใจ จึงยิ่งตั้งใจโคจร วิชาเชื่อมสื่อวิญญาณ พร้อมทั้งเพ่งศึกษาอย่างสงบ
พอผ่านไปอีกสองชั่วยาม ความเข้าใจในเคล็ดวิชาเชื่อมสื่อวิญญาณยิ่งเพิ่มพูน เขา(@NameIsNovel)จำเป็น(@NameIsNovel)ต้องใช้เพียงครึ่งหนึ่งของปราณเพื่อคงกระบวนการเชื่อมสื่อเช่นเดิม ขณะที่(@NameIsNovel)แรงต้านของอสูรอีกฝ่ายกลับเริ่มอ่อนกำลังลงอย่างเห็นได้(@NameIsNovel)ชัด
“เป็น(@NameIsNovel)ไปไม่ได้(@NameIsNovel)! เจ้าชัดเจนว่า(@NameIsNovel)พลังด้อยกว่า(@NameIsNovel)ข้ามาก แล้วเหตุใดถึงยังมี(@NameIsNovel)ปราณสำรองเหลืออยู่อีก!” อสูรฝั่งตรงข้ามคำรามอย่างไม่อยากเชื่อ
“เคล็ดลับวิชาเชื่อมสื่อวิญญาณของ เขา(@NameIsNovel)เซาเสี่ยว มิใช่สิ่งที่(@NameIsNovel)เจ้าจะหยั่งถึงได้(@NameIsNovel) จงยอมจำนนโดยดี กลายเป็น(@NameIsNovel)วิญญาณอสูรของข้าเถิด เงื่อนไขที่(@NameIsNovel)กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ยังคงเดิมทุกประการ!” เซินลั่วเอ่ยเสียงเย็น
“ไม่มี(@NameIsNovel)วัน! จงดูเถิด ว่า(@NameIsNovel)เจ้าจะยืนหยัดได้(@NameIsNovel)นานเพียงใด!” อสูรตวาดก้อง พลันระดมแรงต้านสุดกำลัง
เซินลั่วมิได้(@NameIsNovel)ตกใจ กลับรู้สึกยินดี เพราะในการประลองที่(@NameIsNovel)วัดกันด้วยความทนทาน ความใจร้อนย่อมเป็น(@NameIsNovel)ข้อห้ามใหญ่หลวง ทุกสิ่งต้องดำเนินตามจังหวะที่(@NameIsNovel)เหมาะสม มิเร่งร้อนเกินไป มิถดถอยเกินไป จึงจะยืนหยัดได้(@NameIsNovel)ยาวนานกว่า(@NameIsNovel)
เป็น(@NameIsNovel)ดังคาด ไม่นานนักแรงต้านของอสูรก็กลับอ่อนแรงลงอีกครั้ง พร้อมทั้งเปล่งเสียงครางต่ำออกมา
เมื่อเวลาผ่านไป แรงต้านของอสูรค่อยๆ ลดถอย เสียงครางเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)เสียงกรีดร้อง ความตั้งใจต้านก็แทบไม่เหลือ หากยังคงฝืนดื้อดึงต้านทานอยู่
จนถึงชั่วยามที่(@NameIsNovel)เก้า เสียงคำรามจากอีกฝั่งแทบจะเงียบหาย หากมิใช่ว่า(@NameIsNovel)เซินลั่วยังสัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงลมหายใจของอสูรนั้น คงนึกว่า(@NameIsNovel)มันสิ้นชีพไปแล้ว
แต่สภาพของเซินลั่วเองก็ไม่ดีนัก ปราณภายในเหลือไม่ถึงหนึ่งจากสิบส่วน ร่างกายใกล้ถึงขีดจำกัดเต็มที ทว่า(@NameIsNovel)อักขระดำที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ปลดปล่อยยังคงหนาแน่นดั่งเดิม ส่วนอสูรอีกฝ่ายก็ยังมิแสดงทีท่ายอมจำนน
“ในเมื่อเจ้าดื้อรั้นถึงเพียงนี้ เช่นนั้นข้าก็จำต้องลบล้าง ปัญญาวิญญาณ ของเจ้าเสียแล้ว!” เซินลั่วกดซ่อนความร้อนรนภายใน พลันตวาดข่มขู่ พร้อมทั้งเร่งเร้า ปราณเต๋า ที่(@NameIsNovel)เหลือทั้งหมดในร่าง อักขระดำที่(@NameIsNovel)ปลดปล่อยพวยพุ่งพรั่งพร้อม กวัดแกว่งโหมกระหน่ำใส่ไปยังอีกฝ่าย แฝงอานุภาพบีบคั้นอันน่าสะพรึงกลัว!
“ไม่นะ… อย่า! ข้า… ข้ายอมแล้ว ข้ายอมเป็น(@NameIsNovel) วิญญาณอสูร ของเจ้า…”
ในห้วงขณะนั้น เสียงอ่อนแรงพลันดังเล็ดลอดมา แรงต้านทั้งมวลหายสิ้นไปโดยทันที
เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินถ้อยคำนี้ เซินลั่วรีบโคจร วิชาเชื่อมสื่อปราบอสูร ใช้ปราณเต๋าที่(@NameIsNovel)เหลืออยู่ผสานเข้ากับ พลังญาณรับรู้ ไม่นาน ตราวิญญาณ ก็ถูกสร้างขึ้น ส่งถ่ายทอดข้ามไปและ(@NameIsNovel)ผนวกรวมเข้ากับร่างของอสูรได้(@NameIsNovel)สำเร็จ
พลันก็เกิดการเชื่อมต่อทางจิตระหว่า(@NameIsNovel)งเขา(@NameIsNovel)กับอสูรอีกฝั่งหนึ่งขึ้นมาอย่างฉับพลัน
เมื่อเป็น(@NameIsNovel)เช่นนี้ หัวใจที่(@NameIsNovel)ตึงเครียดของเซินลั่วจึงผ่อนคลายลงทันที เขา(@NameIsNovel)หยุดโคจร วิชาเชื่อมสื่อวิญญาณ วิสัยทัศน์พลันพร่าเลือน ญาณสำนึกถูกดึงกลับสู่ร่างในห้วงใต้พิภพ
ยามนั้น ปราณภายในร่างเขา(@NameIsNovel)มิได้(@NameIsNovel)เหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ตันเถียน ว่า(@NameIsNovel)งเปล่า ศีรษะเวียนพร่ามัว พลังวิญญาณสูญเสียอย่างร้ายแรง
ความเหนื่อยล้าหนักหน่วงเช่นนี้ เซินลั่วไม่เคยประสบมาก่อน ร่างทั้งร่างประหนึ่งถูกขูดกลวงจนสิ้น
เขา(@NameIsNovel)กำลังจะนั่งขัดสมาธิ แต่แล้วร่างกลับไร้เรี่ยวแรง ค่อยๆ ล้มลงไปนอนหงาย ร่วงสู่ภวังค์สลบไสลในบัดดล
…
ครู่ใหญ่ต่อมา เซินลั่วค่อยๆ ฟื้นสติขึ้นมาอีกครั้ง
ตันเถียน ยังคงว่า(@NameIsNovel)งเปล่าอยู่เช่นเดิม ท้องแฟบยุบประหนึ่งมิได้(@NameIsNovel)กินอาหารมานานถึงสามวันสามคืน
เขา(@NameIsNovel)สงบใจ หยิบ โอสถปี่กู่ ออกมากิน แล้วนั่งขัดสมาธิทันที
โดยไม่ต้องออกแรงกระทำอันใดเลย น้ำบางเบาที่(@NameIsNovel)เหลืออยู่ก้นสระก็ไหลรินเข้าหาเขา(@NameIsNovel)เองโดยทันที มิได้(@NameIsNovel)ก่อให้เกิดปฏิกิริยาใดๆ จากโครงกระดูกทองคำเหนือสระนั้น มันรวมตัวโอบล้อมรอบกายเขา(@NameIsNovel)ในบัดดล
เซินลั่วหลับตา โคจร เคล็ดวิชาบำเพ็ญไร้นาม เริ่มดูดซับทั้งน้ำในสระและ(@NameIsNovel) ปราณสวรรค์ปฐพี ที่(@NameIsNovel)หนาแน่นโดยรอบ
หลังจากน้ำในสระค่อยๆ ลดลง ปราณสวรรค์ปฐพี ในพื้นที่(@NameIsNovel)ใต้พิภพก็พลอยลดตามลงไปด้วย แต่ถึงอย่างไรยังคงหนาแน่นยิ่ง
เพียงชั่วเวลาไม่นาน หลังผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อเขา(@NameIsNovel)ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาก็ทอประกายวาววับ ปราณภายในร่างกลับคืนสู่สมบูรณ์แล้ว
เซินลั่วแทบ อดใจไม่ไหว รีบลุกขึ้น ก้าวออกไปยังขอบสระ ตักน้ำสีเขียว มรกตขึ้นมาหนึ่งกำมือ จากนั้นใช้อีกมือหนึ่งชี้กำหนดพร้อมร่ายคาถา
น้ำในฝ่ามือพลันหมุนวน ก่อเกิดเป็น(@NameIsNovel) วังวน ขนาดฝ่ามือ
วังวนหมุนวนออกจากฝ่ามือ พลันขยายตัวอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาก็ใหญ่เท่าแผ่นหินโม่ เสียงครางทุ้มต่ำพลันดังสะท้อนออกมาจากใจกลาง
“เปิด!”
เซินลั่วดีดนิ้วหนึ่งที พลันเกิด โพรงวังวนสีดำสนิท ขึ้นกลางกระแสน้ำวังวน เส้นปราณสีฟ้าอมเขียวพวยพุ่งออกมา เผยเงามัวหนึ่งร่างที่(@NameIsNovel)ค่อยๆ ยืดกายออกมา
“ปัง!”
เงานั้นร่วงกระแทกลงกับพื้นอย่างหนัก ปราณอสูรถอยหด เผยร่างกายที่(@NameIsNovel)แท้จริงออกมา เป็น(@NameIsNovel)อสูรครึ่งคนครึ่งกุ้ง สีส้มแดง ความยาวราวสี่ฉือ
----------
อธิบายเพิ่มเติม จากผู้แปล : “สำนักเขา(@NameIsNovel)เซาเสี่ยว” เป็น(@NameIsNovel)ชื่อที่(@NameIsNovel)เซินลั่ว อ้าง ขึ้นมาในการหลอกอสูรเท่านั้น ?
ขอบพระคุณทุกท่านที่(@NameIsNovel)สนับสนุนและ(@NameIsNovel)ติดตามเรา