หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 139
ตอนที่ 139 : โพรงอันเลือนลาง
ตอนที่ 139
เซินลั่วก้มตรวจดูทั่วร่าง ก็พบว่า(@NameIsNovel) โอสถและ(@NameIsNovel)เชือกทอง ที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)เคยได้(@NameIsNovel)มาจาก จิ้งจอกอสูร และ(@NameIsNovel) แม่ทัพอู่ เมื่อคราวก่อนยังคงอยู่กับตัว ทำให้ใจของเขา(@NameIsNovel)ค่อยเบาบางลงเล็กน้อย
เขา(@NameIsNovel)หันกายกวาดตามองไปรอบด้าน ทว่า(@NameIsNovel)ในสายตากลับเต็มไปด้วยเพียง มหาสมุทรหมอกขาวเวิ้งว้าง สุดสายตาไม่อาจล่วงรู้ว่า(@NameIsNovel)ปลายทางอยู่แห่งหนใด
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขา(@NameIsNovel)ก็ยกเท้าก้าวออก เริ่มเดินไปในทิศทางตรงข้ามกับ ด่านผีสิง
เมื่อเดินไปได้(@NameIsNovel)ราวร้อยกว่า(@NameIsNovel)ก้าวติดต่อกัน เซินลั่วพลันสังเกตว่า(@NameIsNovel)หมอกทึบเบื้องหน้ากลับยิ่งหนาขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเดียวกัน ลมอิ๋นเย็นเยียบ รอบกายก็กรรโชกแรงขึ้นจนหนาวสะท้าน
ในอกเขา(@NameIsNovel)เริ่มรู้สึกไม่สู้ดีนัก คำพูดก่อนตายของ ภูตผีหน้าม้า ที่(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel) “ดอกไม้โรยรา คนก็สิ้น อายุเทียบเพียงเวลาชงชา…” ยังดังก้องอยู่ในหัวไม่หาย เขา(@NameIsNovel)จึงกัดฟันเร่งฝีเท้า แปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)วิ่งสุดกำลัง
แต่ยิ่งเขา(@NameIsNovel)วิ่งรวดเร็วเพียงใด สภาพแวดล้อมรอบตัวกลับไม่ทุเลาลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามทุกอย่างยิ่งเลวร้ายลง สุดท้ายเขา(@NameIsNovel)มองไม่เห็นสิ่งใดอีกเลย รอบกายมี(@NameIsNovel)เพียงเสียง ลมโหยหวนหอนก้อง คงอยู่ไม่สิ้นสุด
เมื่อเซินลั่วคิดว่า(@NameIsNovel)เกรงว่า(@NameIsNovel)จะไม่มี(@NameIsNovel)วันหนีรอดไปได้(@NameIsNovel) หมอกทึบเบื้องหน้ากลับพลันแยกกระจายออกโดยไม่ทันตั้งตัว เสียงลมก็ค่อย ๆ เงียบลง ร่างของเขา(@NameIsNovel)รู้สึกเบาสบายขึ้นจนเผลอสะดุดก้าวไปข้างหน้าหลายก้าว กว่า(@NameIsNovel)จะตั้งตัวได้(@NameIsNovel)อีกครั้ง
แต่ยังไม่ทันจะยินดี เขา(@NameIsNovel)เงยหน้าขึ้นก็มองเห็นตนเองยืนอยู่เบื้องหน้าซุ้มประตูหินเก่าแก่พังทลายอีกครั้ง บนป้ายนั้นแม้จะชำรุด ทว่า(@NameIsNovel)ยังพอเห็นอักษรสลักที่(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)—
“ด่านผีสิง”
และ(@NameIsNovel)ใต้ป้ายยังมี(@NameIsNovel)อักษรสามตัว “ชัง” ที่(@NameIsNovel)ถูกเขียนด้วยสีเลือดปนดำหม่น แลดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
“ข้ากลับมาที่(@NameIsNovel)เดิม อีกแล้วงั้นหรือ!”
คิ้วของเซินลั่วขมวดมุ่น พลางยังครุ่นคิดหาคำตอบไม่ออก เขา(@NameIsNovel)ก็พลันเห็นว่า(@NameIsNovel) กลีบดอกเบี้ยนฮวา ในมือค่อย ๆ ปล่อยแสงแดงเป็น(@NameIsNovel)จุดเล็ก ๆ ลอยออกมา คล้ายประกายไฟกำลังดับมอด
เมื่อแสงเล็ก ๆ ค่อย ๆ สลายหายไป แสงสีแดงของดอกเบี้ยนฮวาก็พลันริบหรี่ลงตามไปด้วย สีสันค่อย ๆ หม่นหมอง ราวกับจะโรยราลงในไม่ช้า
“ดอกไม้โรยรา คนก็สิ้น อายุเทียบเพียงเวลาชงชา…” เซินลั่วพลันเข้าใจขึ้นมาเล็กน้อย
เขา(@NameIsNovel)เงยหน้ามองผ่านซุ้มประตูหินไปยัง เส้นทางน้ำพุเหลือง ที่(@NameIsNovel)คลุมด้วยม่านหมอก แล้วบีบหัวใจให้แน่น กัดฟันวิ่งตรงไปยัง ด่านผีสิง
หากเบื้องหลังไร้เส้นทางกลับ เช่นนั้นเขา(@NameIsNovel)ก็มี(@NameIsNovel)เพียงหนทางก้าวไปข้างหน้า ต่อให้เบื้องหน้าจะเต็มไปด้วยอันตรายนับอนันต์ มันก็ดีกว่า(@NameIsNovel)การยืนรอความตายที่(@NameIsNovel)แน่นอนอยู่ตรงนี้!
เซินลั่วก้าวเหยียบหินดำที่(@NameIsNovel)พังทลายอยู่ใต้ซุ้มประตู ก่อนจะรวบพลังถีบกายพุ่งทะยานเข้าสู่ ด่านผีสิง ไปในที่(@NameIsNovel)สุด
แต่ใน ขณะนั้นเอง พลันเกิดการเปลี่ยนแปลงไม่คาดฝันขึ้น!
อักษรคำว่า(@NameIsNovel) “ชัง” ทั้งสามตัว ที่(@NameIsNovel)อยู่ใต้ป้ายของ ด่านผีสิง ฉับพลันเปล่งแสงเจิดจ้าขึ้นมา เมื่อเซินลั่วเพิ่งจะเข้าใกล้ ก็ถูกรัศมี(@NameIsNovel)พลังมหาศาลอันมองไม่เห็นกระแทกใส่ จนร่างเขา(@NameIsNovel)ถูกซัดปลิวกระเด็นออกไปทันที
พลันร่วงถอยไปด้านหลัง เซินลั่วรีบยันฝ่ามือลงกับพื้น พยุงร่างให้ทรงตัวไว้ได้(@NameIsNovel)อย่างทุลักทุเล
ทันใดนั้นเอง เขา(@NameIsNovel)รู้สึกว่า(@NameIsNovel)ภายในอกพลันปั่นป่วนตามด้วย กระแสความคิดอำมหิต พุ่งทะลุเข้าสู่ดวงจิต ในบัดดลเขา(@NameIsNovel)รีบเร่งขับเคลื่อน เคล็ดวิชาบำเพ็ญไร้นาม รวบรวมพลังปราณผลักดันขึ้นสู่กระหม่อม จึงสามารถขับไล่ความคิดชั่วร้ายออกไปได้(@NameIsNovel)สำเร็จ
เมื่อก้มมองไปยัง ดอกเบี้ยนฮวา ที่(@NameIsNovel)กำไว้ในมือ ก็พบว่า(@NameIsNovel)กลีบดอกส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)สีเหลืองหม่นไปแล้ว เหลือเพียงดอกตูมตรงกลางที่(@NameIsNovel)ยังคงแดงเรื่ออยู่บ้าง เขา(@NameIsNovel)กัดฟันแน่น ก่อนจะพุ่งกายออกไปหมายจะบุกผ่านซุ้มประตูหินอีกครั้ง
ร่างของเขา(@NameIsNovel)พลันเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนออกมา พร้อมกับทุ่มพลังปราณทั้งหมดขับเคลื่อนผลักดันตัวเองพุ่งทะยานไปข้างหน้า
ทว่า(@NameIsNovel)ทันใดนั้นเอง อักษรคำว่า(@NameIsNovel) “ชัง” ทั้งสามพลันสว่า(@NameIsNovel)งขึ้นอีกครั้ง คราวนี้แสงสีแดงฉายเจิดจ้ายิ่งกว่า(@NameIsNovel)เดิม ก่อนที่(@NameIsNovel)คลื่นพลังอันมองไม่เห็นแต่ยิ่งรุนแรงมหาศาล จะปะทุออกมาจากอักษรเหล่านั้น พุ่งเข้ากระแทกร่างเซินลั่วอย่างจัง
เสียงครางต่ำ ๆ หลุดออกจากปากเขา(@NameIsNovel) แสงสีฟ้าที่(@NameIsNovel)ห่อหุ้มร่างพลันแตกสลาย ร่างของเขา(@NameIsNovel)ถูกซัดลอยคว้างขึ้นสู่ท้องฟ้า
ยังไม่ทันได้(@NameIsNovel)ตกถึงพื้น ดอกเบี้ยนฮวา ที่(@NameIsNovel)กำไว้อยู่ในมือก็โรยราลงจนสิ้น กลีบดอกผุยผงกลายเป็น(@NameIsNovel)เถ้าละอองปลิวหายไป
พร้อมกับดอกไม้ที่(@NameIsNovel)สลายไป รัศมี(@NameIsNovel)สีแดง ที่(@NameIsNovel)ห่อหุ้มคุ้มครองเซินลั่วอยู่ตลอดเวลาก็มลายหายไปเช่นกัน หมอกผีและ(@NameIsNovel)ลมอิ๋น รอบด้านพลันทะลักเข้ามา รวบรวมกันกลายเป็น(@NameIsNovel) วังวนยักษ์สีเทา โดยมี(@NameIsNovel)เซินลั่วอยู่ตรงศูนย์กลางพอดี
เมื่อไร้การคุ้มครองจากรัศมี(@NameIsNovel)แดง เสื้อผ้าที่(@NameIsNovel)แตะต้องหมอกผีก็พลันผุสลายกลายเป็น(@NameIsNovel)เถ้าในพริบตา ก่อนจะถูกลมอิ๋นพัดปลิวหายไป
เห็นดังนี้ เซินลั่วถึงกับใจหายวาบ รีบเงยหน้ามองขึ้นไปยัง โพรงมหึมา บนท้องฟ้า
“ลองอีกครั้งก็แล้วกัน!”
เขา(@NameIsNovel)ระบายลมหายใจอย่างสิ้นหวัง แต่ก็ยังบังคับรวบรวมพลังปราณทั้งหมดไปยังสองขา เมื่อเท้าสัมผัสพื้นก็ถีบกายพุ่งขึ้นฟ้าอย่างแรง
ดังเสียง “ตูม!” คล้ายคลื่นอากาศระเบิดใต้ฝ่าเท้า
ร่างของเซินลั่วพุ่งตรงขึ้นสู่ท้องนภา หัวทะลวงเข้าไปใน โพรงกลางฟ้า นั้นโดยไม่ลังเล
ภายในโพรงดุจดังหมู่เมฆหมุนวน อีกทั้งยังแผ่แรงดึงดูดรุนแรงมหาศาลออกมา ดูดร่างของเขา(@NameIsNovel)เข้าไปโดยไม่อาจต่อต้าน
เซินลั่วรู้สึกว่า(@NameIsNovel)ร่างกายเบาหวิวไปทั้งตัว พลันพบว่า(@NameIsNovel)ตนลอยผ่านโพรงนั้นเข้ามาเรียบร้อยแล้ว
เมื่อร่างตกลงสู่พื้น เขา(@NameIsNovel)เหยียบเข้ากับก้อนหินกลมก้อนหนึ่ง ทว่า(@NameIsNovel)ขณะที่(@NameIsNovel)ก้าวลงกลับเสียหลักเล็กน้อย และ(@NameIsNovel)พลันได้(@NameIsNovel)ยินเสียง “แกร๊ก” เบา ๆ ดังขึ้น
เขา(@NameIsNovel)รีบก้มลงมอง แล้วก็พบว่า(@NameIsNovel) สิ่งที่(@NameIsNovel)ตนเหยียบเมื่อครู่หาใช่ก้อนหินกลมไม่ แต่กลับเป็น(@NameIsNovel) กะโหลกศีรษะมนุษย์ ซึ่งน่าจะตายมานานแล้ว จึงแตกละเอียดออกภายใต้แรงก้าวโดยไม่ตั้งใจ
“ขอโทษ… ข้าขอโทษ…” เซินลั่วเอ่ยปากพลางรีบก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
เสียง “แกร๊ก” เบา ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง
เขา(@NameIsNovel)หันกลับไปมอง แล้วพบว่า(@NameIsNovel)กระดูกอีกชิ้นที่(@NameIsNovel)อยู่ใต้ฝ่าเท้า ก็ถูกเหยียบจนหักเช่นกัน
ใบหน้าของเขา(@NameIsNovel)ขมวดแน่นขึ้น เมื่อเหลียวมองรอบกาย ความเย็นยะเยือกก็แล่นขึ้นมาตามแนวสันหลัง
รอบด้านถูกห่อหุ้มด้วยหมอกหนา สายตาเขา(@NameIsNovel)มองออกไปได้(@NameIsNovel)เพียงรัศมี(@NameIsNovel)ไม่กี่สิบจ้าง ภายในเขตคับแคบนั้นกลับเต็มไปด้วยกระดูกขาวที่(@NameIsNovel)กองสุมอยู่หนาแน่น
ทั้งกระดูกมนุษย์ ทั้งซากสัตว์ป่า ส่วนใหญ่ปะปนกันจนไม่อาจแยกแยะได้(@NameIsNovel) มี(@NameIsNovel)เพียงไม่กี่ชิ้นที่(@NameIsNovel)ยังพอมองออกเป็น(@NameIsNovel)ร่างเดิม และ(@NameIsNovel)ในส่วนที่(@NameIsNovel)ถูกหมอกบดบังลึกออกไป ก็ดูเหมือนยังมี(@NameIsNovel)ซากกระดูกมากมายซ่อนเร้นอยู่อีก
เซินลั่วหันกลับไปมองไม่ไกลนัก ก็เห็นโพรงที่(@NameIsNovel)ตนเพิ่งหนีรอดออกมา ยังคงดำรงอยู่ แต่กลับหดเล็กลงจนเหลือเพียงราวสิบก้าว หาได้(@NameIsNovel)ใหญ่โตดังเช่นก่อนหน้าไม่
เมื่อหวนคิดถึงเหตุการณ์ตรง ด่านผีสิง ที่(@NameIsNovel)ผ่านมา ความหวาดหวั่นยังคงไม่จางหาย เขา(@NameIsNovel)จึงไม่กล้าเข้าใกล้โพรงนั้นอีก
ท่ามกลางหมอกหนาทึบ เซินลั่วไม่อาจตัดสินใจได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)ควรไปทางใด
ขณะที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ลังเลอยู่นั้น พลันได้(@NameIsNovel)ยินเสียงลมพัดดัง “ฮู้” คล้ายเสียงร่ำไห้ของสตรี กระดูกขาวที่(@NameIsNovel)แตกละเอียดอยู่ใต้เท้าถูกลมกวาดปลิวฟุ้งกระจาย ลอยกระเซ็นไปยังทิศเบื้องหน้า
เซินลั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย ขบคิดครู่หนึ่ง แล้วก็ตัดสินใจก้าวตามทิศทางที่(@NameIsNovel)สายลมพัดไป
ท่ามกลางทุ่งร้างกว้างใหญ่ เซินลั่วก้าวเดินไปอย่างระมัดระวัง ถึงแม้จะพยายามเลี่ยงแล้ว แต่ก็ยังคงเผลอเหยียบกระดูกอยู่เป็น(@NameIsNovel)ครั้งคราว เสียงกระดูกแตกดัง “กรอบแกรบ” ไม่ขาดสาย
เขา(@NameIsNovel)ไม่รู้ว่า(@NameIsNovel)ตนเดินอยู่นานเท่าใด จนกระทั่งเห็นหมอกตรงหน้าค่อย ๆ เบาบางลง
หัวใจพลันฮึกเหิม เขา(@NameIsNovel)ก้าวต่อไปอีกเล็กน้อย หมอกก็ค่อย ๆ จางลง เปิดให้ทัศนวิสัยกว้างขวางขึ้น
ถึงตอนนั้นเอง เขา(@NameIsNovel)ก็พบว่า(@NameIsNovel)ตนยืนอยู่บนเนินเขา(@NameIsNovel)ลูกหนึ่ง และ(@NameIsNovel)เบื้องหน้าข้ามหลุมลึกออกไป มี(@NameIsNovel)ภูผาสีครามสูงตระหง่านชี้ทะลุเมฆา
เซินลั่วหันกลับไปเหลียวมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินต่อไปตามลาดเขา(@NameIsNovel) ขณะอยู่กลางทาง พลันเสียงร้องก้องกังวานดุจเสียงนกดังขึ้นจากเบื้องบน
----------