หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 141
ตอนที่ 141 : หมู่บ้านชั่วนิรันดร์นดร์
ตอนที่ 141
ในห้วงวิกฤตยามนั้น หญิงสาวที่(@NameIsNovel)สายตาพร่ามัวเห็นเพียงร่างของชายแปลกหน้า ปรากฏขึ้นยืนเด่นอยู่เหนือแนวรั้ว มือของเขา(@NameIsNovel)กำหอกแน่น ก่อนจะเหวี่ยงออกไปอย่างแรง
สัญชาตญาณแรกเริ่มทำให้นางอยากจะเบี่ยงกายหลบ แต่ความเร็วของหอกที่(@NameIsNovel)พุ่งมานั้นกลับเร็วกว่า(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)นางคาดคิด เพียงชั่ววูบเดียว หอกก็เฉียดผ่านติ่งหูของนางไป
เสียงกรีดร้องสั้นๆ ดังก้องจากเบื้องหลัง บอกชัดว่า(@NameIsNovel)นกยักษ์ได้(@NameIsNovel)สิ้นใจลง — ศีรษะของมันถูกหอกทะลวงปักติดลงกับพื้นดิน
หญิงสาวปาดเลือดที่(@NameIsNovel)เปื้อนบนใบหน้าออก แล้วจึงมองเห็นชายคนนั้นชัดเจน เขา(@NameIsNovel)คือชายหนุ่มรูปงามสง่าผ่าเผย
ชายหนุ่มผู้นั้นก็คือ เซินลั่ว นั่นเอง การได้(@NameIsNovel)เห็นหญิงสาวที่(@NameIsNovel)ร่างกายอ่อนแรงยับเยิน แต่ยังฝืนยิ้มบางเบาให้เขา(@NameIsNovel) ทำให้ใจเขา(@NameIsNovel)สั่นสะเทือน คล้ายเปลวไฟถูกกระพือ ลุกโชนด้วยความฮึกเหิม
“เจ้าพักเถิด ที่(@NameIsNovel)เหลือ ปล่อยให้ข้าจัดการพวกเดรัจฉานนี้เอง” เซินลั่วเอ่ยเสียงหนักแน่น
คำพูดยังไม่ทันจบ นกยักษ์อีกสองตัวที่(@NameIsNovel)เหลืออยู่เห็นสหายของมันถูกสังหารต่อหน้าต่อตา ก็พากันพุ่งเข้าจู่โจมเล็งตรงไปที่(@NameIsNovel)เซินลั่ว กรงเล็บคมโค้งเสียดสีกันวาววับ ประสานพุ่งเข้ามาหมายจะฉีกขาดลำคอจากทั้งสองด้าน
ทว่า(@NameIsNovel)ดวงตาเซินลั่วไม่ไหวหวั่น มือทั้งสองข้างของเขา(@NameIsNovel)คว้ากรงเล็บของนกแต่ละตัวเอาไว้มั่น ด้วยพลังปราณอันมหาศาล เขา(@NameIsNovel)หมุนกายคว้างร่างพวกมันกระแทกลงสู่พื้นดังสนั่น
ก่อนที่(@NameIsNovel)นกจะทันได้(@NameIsNovel)ดิ้นรนลุกขึ้น เซินลั่วทะยานตัวขึ้นสูง ตวัดฝ่าเท้าประทับลงบนกระหม่อมของมันทั้งคู่ บดขยี้จนดับสิ้นชีวิตในทันที
จากนั้นเซินลั่วเร่งก้าวไปข้างหน้า ดวงปราณในกายหมุนวนอย่างแรง เขา(@NameIsNovel)พุ่งกระโดดข้ามแนวรั้วออกไปนอกหมู่บ้านในพริบตา
เหล่าลิงขนเทาที่(@NameIsNovel)เห็นเซินลั่วก็พลันเข้าใจผิด คิดว่า(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)คือเหยื่ออันโอชะ จึงพากันกรูกระโจนเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง
เซินลั่วลูบค้นรอบกาย พลันนึกขึ้นได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel) หอกน้ำแข็ง และ(@NameIsNovel) หอกเพลิง ของตนถูกทำลายไปแล้วโดยฝีมือของ มหามารเขา(@NameIsNovel)ดำเหลือเพียงแต่ เชือกทองวิเศษ ที่(@NameIsNovel)ม้วนคาดเอวอยู่เท่านั้น
แต่ถึงกระนั้นใจเขา(@NameIsNovel)ยังคงสงบนิ่ง เขา(@NameIsNovel)สังเกตได้(@NameIsNovel)ชัดเจนแล้วว่า(@NameIsNovel) บรรดาลิงขนเทาและ(@NameIsNovel)นกยักษ์เหล่านี้เป็น(@NameIsNovel)เพียงอสูรระดับต่ำ ที่(@NameIsNovel)เพิ่งจะเปิดปัญญาวิญญาณได้(@NameIsNovel)เล็กน้อยเท่านั้น แม้กระทั่งยังไม่อาจเปรียบกับอสูรหนูใต้บังคับบัญชาของ อสุราจิ้งจอก ได้(@NameIsNovel)เลย ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงการเทียบกำลังกับเขา(@NameIsNovel)
เขา(@NameIsNovel)สงบใจรำลึกถึง ฝ่ามือชิงหยาง ตั้งจิตหมุนเวียนพลังหยางอันแข็งกล้าในกาย หล่อหลอมพลังเข้าสู่สองฝ่ามือตามเคล็ดวิธีในคัมภีร์
ในทันใดนั้น แสงสีเขียวพลันสว่า(@NameIsNovel)งเรืองรองขึ้นบนฝ่ามือของเขา(@NameIsNovel) และ(@NameIsNovel)ฝ่ามือก็ดูราวกับขยายใหญ่ขึ้นเป็น(@NameIsNovel)สองเท่า!
ทันทีที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ตั้งท่าเตรียมพร้อม ลิงตัวหนึ่งก็กระโจนเข้ามา ตวัดกำปั้นชกใส่เขา(@NameIsNovel) แต่เซินลั่วหลบได้(@NameIsNovel)อย่างง่ายดาย แล้วฟาดฝ่ามือลงบนกระหม่อมของมัน
ศีรษะของลิงจมยุบลง ร่างทรุดฮวบสิ้นใจในบัดดล ไม่ทันได้(@NameIsNovel)ร้องสักแอะ
จากนั้นมี(@NameIsNovel)ลิงอีกสองตัว ถือกระบองศิลาพุ่งกรูเข้ามา
เซินลั่วสะบัดสองฝ่ามือออกพร้อมกัน กระแทกจนกระบองหินแตกละเอียด แล้วคว้ากะโหลกของลิงทั้งสองด้วยมือซ้ายขวา ก่อนจะกระแทกเข้าหากันอย่างแรง
“เพล้ง!” เพียงเสียงเดียว ศีรษะลิงทั้งสองก็ระเบิดเละ พวกเดรัจฉานที่(@NameIsNovel)บ้าระห่ำแต่โง่เขลาเหล่านี้ต่างแตกตื่นหวาดผวา รีบถอยหนีทันที
เพิ่งได้(@NameIsNovel)เรียนรู้เคล็ดวิชา ฝ่ามือชิงหยาง มาไม่นาน เซินลั่วย่อมไม่คิดจะพลาดโอกาสอันยอดเยี่ยมในการฝึกฝนเช่นนี้ เขา(@NameIsNovel)ก้าวพุ่งเข้าหาลิงที่(@NameIsNovel)ถอยหนี ตวัดหมัดซ้าย เสยฝ่ามือขวา เพียงชั่วพริบตาก็ฆ่าลิงได้(@NameIsNovel)สี่ถึงห้าตัว
ชาวบ้านที่(@NameIsNovel)พากันรวมกลุ่มอยู่ในแนวรั้วกล้าๆ กลัวๆ ชะโงกหน้าออกมามอง ฉากที่(@NameIsNovel)เห็นตรงหน้าทำให้พวกเขา(@NameIsNovel)แทบไม่เชื่อสายตา
“เซียน… ท่านเซียน…”
“เหล่าเซียนบนภูเขา(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)หวนคืนมาแล้ว… พวกท่านกลับมาแล้วจริงๆ …”
“สวรรค์โปรดเมตตา… หมู่บ้านชั่วนิรันดร์นดร์ของพวกเรารอดแล้ว…”
เสียงโห่ร้องแห่งความดีใจดังระงมขึ้นต่อเนื่อง
เซินลั่วไล่ตามฆ่าลิงไปได้(@NameIsNovel)เกือบร้อยก้าว จึงหยุดลง เหลือลิงเพียงสามสี่ตัวที่(@NameIsNovel)แตกกระเจิงหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ระหว่า(@NameIsNovel)งทางกลับมายังหมู่บ้าน เขา(@NameIsNovel)เห็นว่า(@NameIsNovel)นอกแนวรั้ว มี(@NameIsNovel)ทุ่งเพาะปลูกกว้างอยู่หลายหมู่ ต้นไผ่ที่(@NameIsNovel)ขึ้นประปรายต่างแห้งเหี่ยวเกือบตาย พื้นนาพืชผลถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมจากการอาละวาดของลิงขนเทา
เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูหมู่บ้าน เซินลั่วเห็นประตูกำแพงไม้ที่(@NameIsNovel)สั่นคลอนค่อยๆ ถูกเปิดออก ชาวบ้านเกือบร้อยชีวิต ทั้งชายหญิง คนชราและ(@NameIsNovel)เด็กทยอยก้าวออกมาอย่างเชื่องช้า สภาพร่างกายซอมซ่อ อิดโรย ราวกับกลุ่มผู้ลี้ภัยหนีตาย
เซินลั่วขมวดคิ้วแน่น ค่อยๆ ก้าวเข้าหาฝูงชน ขณะที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)กำลังจะเอ่ยปากพูด จู่ๆ ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็พร้อมใจกันทรุดตัวคุกเข่าลง
“ขอบคุณท่านเซียนผู้ทรงเมตตา ที่(@NameIsNovel)โปรดช่วยเหลือชีวิตพวกเรา…”
“ท่านเซียนช่างเปี่ยมด้วยพระคุณและ(@NameIsNovel)ความกรุณาหาที่(@NameIsNovel)สุดมิได้(@NameIsNovel)…”
ท่ามกลางเสียงสรรเสริญและ(@NameIsNovel)คำขอบคุณ เสียงร่ำไห้เป็น(@NameIsNovel)ระยะดังขึ้นมา บรรดาผู้รอดชีวิตเหล่านี้อดกลั้นอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ต่างพากันร้องไห้ออกมาอย่างพร้อมเพรียง
เมื่อเห็นเช่นนั้น เซินลั่วพลัน ชะงัก ไปเล็กน้อย
แม้ว่า(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)จะเคยประสบเหตุอันแปลกประหลาดนานัปการในฝันมาก่อน แต่ไม่เคยพบเจอสถานการณ์เช่นนี้ในแดนฝันมาก่อนเลย
“ร้องไปก็ไร้ประโยชน์… พวกเราทั้งหมดต้องตาย…” เสียงประหลาดของชายเสียสติพลันดังออกมาจากฝูงชน
เมื่อเซินลั่วมองไป ก็เห็นชายชราหัวล้าน ร่างสกปรกมอมแมม วิ่งกระเซอะกระเซิงออกมาจากกลุ่มผู้คน ปากก็พึมพำซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า(@NameIsNovel)ไร้ประโยชน์… สุดท้ายทุกคนต้องตาย
ชายชราผู้นั้นวิ่งมาหยุดต่อหน้าเซินลั่ว จ้องมองเขา(@NameIsNovel)อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะ “เหอะๆ” แล้วเอานิ้วชี้มาที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel) เอ่ยว่า(@NameIsNovel)
“เจ้าก็ต้องตายด้วย เหอะๆ…”
เมื่อพูดจบ เขา(@NameIsNovel)ก็เดินวนรอบตัวเซินลั่วพลางหัวเราะเสียงดัง ก่อนจะโซเซกลับเข้าไปในหมู่บ้าน
บรรดาผู้คนที่(@NameIsNovel)คุกเข่าอยู่ตรงนั้นคล้ายกับเคยชินกับสภาพเช่นนี้แล้ว ยังคงร่ำไห้ไม่หยุด ดวงตาเปี่ยมด้วยความหวังจับจ้องไปยังเซินลั่ว ประหนึ่งมองเขา(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)เทพเซียนที่(@NameIsNovel)จะมาช่วยกอบกู้โลก
ส่วนคนที่(@NameIsNovel)ยืนอยู่ด้านหลัง ไม่ได้(@NameIsNovel)คุกเข่า กลับมี(@NameIsNovel)สีหน้างุนงงซีดเผือด ไร้อารมณ์ราวกับหุ่นไร้วิญญาณ
“ทุกท่าน ขอโปรดลุกขึ้นมากล่าวคุยกันเถิด” เซินลั่วเอื้อมมือกดขมับ พลางถอนหายใจอย่างจนใจ
แต่ก็ไร้ผู้ใดตอบรับหรือยอมลุกขึ้น บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบงันอันน่าอึดอัด
“ทุกคนหยุดร้องไห้ก่อนเถิด มี(@NameIsNovel)ผู้ใดพอจะบอกข้าได้(@NameIsNovel)บ้างว่า(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)หมู่บ้านนี้เกิดเหตุอันใดขึ้น?” เซินลั่วเริ่มหงุดหงิดเล็กน้อย จึงเร่งปราณ ใช้พลังเสียงกดทับลงไปเหนือเสียงสะอื้น
เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินเช่นนั้น เสียงร่ำไห้ค่อยๆ เบาลงทีละน้อย
ชายร่างดำคล้ำผู้หนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้คอยยืนเฝ้ากำแพง กลับเหลือบมองไปยังระยะไกลก่อน แล้วจึงหันสายตากลับมาจับจ้องที่(@NameIsNovel)เซินลั่ว
“ขอเรียนถามท่านเซียน ท่านเป็น(@NameIsNovel)ผู้เดียวที่(@NameIsNovel)ลงมาจากเขา(@NameIsNovel)หรือไม่?” น้ำเสียงของเขา(@NameIsNovel)เต็มไปด้วยความร้อนรน
เซินลั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย กำลังจะเอ่ยถามต่อ ก็ได้(@NameIsNovel)ยินเสียงสตรีแผ่วเบาอันแฝงความอ่อนล้าแทรกขึ้นมา
“ทุกคน อย่าขวางทางอยู่หน้าประตู ปล่อยให้สหายผู้บำเพ็ญเพียร เข้าไปในหมู่บ้านก่อนเถิด”
เมื่อเสียงนั้นดังขึ้น ชาวบ้านก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนและ(@NameIsNovel)เปิดทางออกมา
เซินลั่วจึงก้าวตามเส้นทางไป เห็นหญิงสาวผมสีม่วงคนเดิม กำลังถือหอกยาวเดินออกมาจากด้านในประตูหมู่บ้านอย่างเชื่องช้า…
----------