หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 169

ตอนที่ 169 : พยัคฆ์สวรรค์กลืนฟ้า

ตอนที่ 169

เมื่อประเมินจากความเร็วในการบำเพ็ญของเขา(@NameIsNovel)ตลอดสองปีที่(@NameIsNovel)ผ่านมา ก็ไม่เกินเลยที่(@NameIsNovel)จะบอกว่า(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)การก้าวหน้าที่(@NameIsNovel)รวดเร็วยิ่งนัก กระทั่งพรสวรรค์กายาแห่งเต๋า ที่(@NameIsNovel)อาจารย์หลัวกล่าวไว้ว่า(@NameIsNovel)อุบัติขึ้นได้(@NameIsNovel)เพียงครั้งหนึ่งในรอบหลายร้อยปียังไม่อาจเทียบได้(@NameIsNovel) [Source: NameIsNovel]

(ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด) น่าเสียดายที่(@NameIsNovel)ไม่ว่า(@NameIsNovel)พรสวรรค์จะสูงส่งเพียงใด ไม่ว่า(@NameIsNovel)การบำเพ็ญจะก้าวหน้าเร็วเพียงไร หรือแม้แต่ระดับพลังในโลกแห่งความฝันจะสูงส่งเพียงไหน สุดท้ายแล้วทุกสิ่งก็ถูกทิ้งไว้ในความฝัน ไม่อาจนำกลับมาสู่ความจริงได้(@NameIsNovel)เลย

“เอาล่ะ ไปกันเถอะ กลิ่นโลหิตของเสือดาวคลั่งที่(@NameIsNovel)สาดกระเซ็นระหว่า(@NameIsNovel)งการต่อสู้ครั้งก่อน อาจล่อให้สัตว์อสูรอื่นๆ มารวมตัว”
เซินลั่วเอื้อมมือตบไหล่อิงหลัวเบาๆ เอ่ยขึ้น

(ถ้าบอทดูดไปขอให้เซิร์ฟเวอร์บึ้ม) อิงหลัวเพิ่งได้(@NameIsNovel)สติกลับมา ความตกตะลึงยังไม่หายไปหมด แต่กลับรู้สึกว่า(@NameIsNovel)เซินลั่วมี(@NameIsNovel)ความลี้ลับยากจะหยั่งถึงมากขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งสองยังคงปีนเขา(@NameIsNovel)ตามทางเดินเขา(@NameIsNovel)ต่อไป ตลอดทางค่อนข้างสงบ นอกจากพบเจออสูรเล็กน้อยที่(@NameIsNovel)คอยหลบเลี่ยงพวกเขา(@NameIsNovel)แล้ว ก็ไม่มี(@NameIsNovel)สัตว์อสูรใหญ่อื่นใดปรากฏตัว

“พี่เซิน ข้าเคยได้(@NameIsNovel)ยินบิดาพูดว่า(@NameIsNovel) เมื่อผู้บำเพ็ญถึงระดับหลอมวิญญาณ จะสามารถแผ่พลังจิตเทวะออกมาได้(@NameIsNovel) จริงหรือไม่เจ้าคะ?” อิงหลัวเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“ถูกแล้ว เมื่อบำเพ็ญถึงระดับหลอมวิญญาณ วิญญาณภายในกายจะเริ่มควบรวมเป็น(@NameIsNovel)รูปร่างกึ่งมนุษย์ พลังจิตเทวะจึงทวีความเข้มแข็งขึ้นมาก และ(@NameIsNovel)สามารถแผ่ออกภายนอกร่าง ใช้รับรู้การเปลี่ยนแปลงรอบด้านได้(@NameIsNovel)
เซินลั่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ [Source: NameIsNovel]

“แล้วพลังจิตเทวะของพี่เซินสามารถขยายออกไปได้(@NameIsNovel)ไกลเพียงใด?” อิงหลัวถามต่อ

“ด้วยระดับบำเพ็ญและ(@NameIsNovel)พลังจิตเทวะของข้าในตอนนี้ สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวได้(@NameIsNovel)ราวสามสิบฉื่อรอบกาย แต่หากเจอคนที่(@NameIsNovel)ถนัดในการเร้นร่างพรางล่องรอย ก็ยากที่(@NameIsNovel)จะตรวจพบล่วงหน้า” เซินลั่วอธิบาย

“สามสิบฉื่อ… ช่างน่าทึ่งยิ่งนัก” อิงหลัวเอ่ยด้วยแววตาอิจฉาชื่นชม

(ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด) “เจ้าก็มิได้(@NameIsNovel)ด้อยไปกว่า(@NameIsNovel)กัน หากตั้งใจบำเพ็ญ วันหนึ่งย่อมถึงขั้นนี้ได้(@NameIsNovel)เช่นกัน” เซินลั่วปลอบด้วยรอยยิ้ม

ระหว่า(@NameIsNovel)งบทสนทนา ความกังวลใจที่(@NameIsNovel)อิงหลัวมี(@NameIsNovel)แต่แรกก็ค่อยๆ คลายลง ความตึงเครียดถูกแทนที่(@NameIsNovel)ด้วยความมั่นใจในพลังของเซินลั่วมากขึ้น

(ถ้าบอทดูดไปขอให้เซิร์ฟเวอร์บึ้ม) “อิงหลัว เจ้ายังจำเรื่องผีเสื้อชี้นำทางที่(@NameIsNovel)เล่าให้ฟังเมื่อครั้งปีนเขา(@NameIsNovel)คราวก่อนหรือไม่? ตอนนั้นเจ้ากำลังเล่าเรื่องคนตัดฟืน แต่กลับถูกการปรากฏตัวของเสือดาวคลั่งขัดจังหวะเสียก่อน”
เซินลั่วเอ่ยถามขึ้นอย่างกะทันหัน

“หากพี่เซินอยากฟัง ข้าก็จะเล่าต่อ ความจริงแล้ว นี่เป็น(@NameIsNovel)เรื่องเล่าจากกาลเก่าก่อน ตั้งแต่เมื่อครั้งหมู่บ้านชั่วนิรันดร์ของพวกเรา…”
อิงหลัวครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนรอยยิ้มจะปรากฏบนใบหน้า แล้วเอ่ยเล่าเรื่องราวต่อ

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มี(@NameIsNovel)คนตัดฟืนผู้หนึ่งในหมู่บ้าน ที่(@NameIsNovel)มักขึ้นภูเขา(@NameIsNovel)ไปตัดฟืนทุกวัน ส่วนใหญ่เขา(@NameIsNovel)มักอยู่เพียงเชิงเขา(@NameIsNovel) ไม่ค่อยกล้าเข้าไปลึกนัก

(ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด) จนกระทั่งวันหนึ่ง ระหว่า(@NameIsNovel)งที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)กำลังตัดฟืน ก็พบกระต่ายขาวตัวหนึ่งโดยบังเอิญ ด้วยอยากจับมันไปเป็น(@NameIsNovel)สัตว์เลี้ยงให้ลูก จึงไล่ตามกระต่ายไปไกล…

เมื่อสติกลับคืนมา คนตัดฟืนก็พบว่า(@NameIsNovel)ตนเองเดินลึกเข้ามากลางภูเขา(@NameIsNovel)เสียแล้ว แม้มิอาจจับกระต่ายขาวได้(@NameIsNovel) แต่กลับพบชายชราสองคนกำลังวางหมากล้อมอยู่บนก้อนหินแบน โดยใช้หมากขาวและ(@NameIsNovel)ดำผลัดกันเดิน

(ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด) ด้วยความที่(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)เพียงชาวไร่ผู้เรียบง่าย เขา(@NameIsNovel)ย่อมไม่เข้าใจการเล่นหมากล้อม แต่เมื่อเห็นกลิ่นอายลี้ลับเหนือโลกของชายชราทั้งสอง เขา(@NameIsNovel)จึงไม่กล้าเอ่ยรบกวน เพียงยืนเงียบมองดูอยู่ห่างๆ

(ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด) เมื่อทอดตามอง เขา(@NameIsNovel)กลับตกตะลึงราวกับว่า(@NameIsNovel)ตนถูกดึงเข้าสู่สมรภูมิอันยิ่งใหญ่ เบื้องหน้าปรากฏทัพขาวในชุดนักรบผ้าขาว และ(@NameIsNovel)ทัพดำในเกราะศึกดำกำลังประหัตประหารกันอย่างดุเดือด

[Source: NameIsNovel] ไม่รู้ว่า(@NameIsNovel)ล่วงเลยไปนานเท่าใด เขา(@NameIsNovel)ถูกปลุกจากภวังค์ เมื่อชายชราคนหนึ่งตบลงที่(@NameIsNovel)บ่า ทันใดนั้นสติพลันพร่ามัว รู้สึกประหนึ่งตนเพิ่งตื่นจากความฝัน

คนตัดฟืนได้(@NameIsNovel)ยินชายชราคนหนึ่งเอ่ยว่า(@NameIsNovel)
“เจ้ามี(@NameIsNovel)ปัญญาก็จริง แต่ยังมี(@NameIsNovel)พันธนาการอยู่ในเรื่องทางโลก จงกลับไปเถิด”

ยังไม่ทันเข้าใจถ้อยคำใด ร่างเขา(@NameIsNovel)ก็พลันหวนกลับมาที่(@NameIsNovel)เดิม—ตรงจุดที่(@NameIsNovel)กำลังตัดฟืน

เหลียวรอบตัวอีกครั้ง ก็เห็นเพียงทุ่งหญ้าเขียวขจีและ(@NameIsNovel)ต้นไม้ใหญ่สูงเสียดฟ้า ต่างไปจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง [อ่านนิยายฟรีได้ที่ NameIsNovel]

คนตัดฟืนสะดุ้งตกใจ ก้มลงจะหยิบขวาน แต่กลับพบว่า(@NameIsNovel)ด้ามขวานผุพังจนผง และ(@NameIsNovel)ใบมี(@NameIsNovel)ดเต็มไปด้วยสนิมเขรอะ

เมื่อกลับถึงหมู่บ้าน ก็พบว่า(@NameIsNovel)ภายในเปลี่ยนแปลงไปมากจนไม่เหลือเค้าเดิม ไม่มี(@NameIsNovel)ใครสักคนจำเขา(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)

หลังถามไถ่ไปทั่ว สุดท้ายก็หาบ้านของตนจนเจอ แต่กลับพบว่า(@NameIsNovel)ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดสิ้น

แท้จริงแล้ว วันนั้นที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ออกไปตัดฟืนนั้น เวลาล่วงเลยไปถึง หกสิบปี พ่อแม่และ(@NameIsNovel)ภรรยาของเขา(@NameIsNovel)ล้วนสิ้นชีวิตไปแล้ว บ้านเดิมถูกครอบครองโดยเหล่าลูกหลานรุ่นที่(@NameIsNovel)สาม

(ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด) ข่าวนี้แพร่สะพัดออกไป เรื่องราวยิ่งถูกเล่าขานจนพิสดารขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนเชื่อว่า(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)ค้นพบความลับแห่งการเป็น(@NameIsNovel)อมตะ อยู่มาได้(@NameIsNovel)หกสิบปีโดยมิแก่เฒ่า อีกทั้งต่อมาในหมู่บ้านยังมี(@NameIsNovel)ผู้มี(@NameIsNovel)อายุยืนถึงร้อยปีอยู่มากมาย จึงเป็น(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)มาของชื่อ—หมู่บ้านชั่วนิรันดร์อ่านตอนต่อไปฟรี

“แล้วหลังจากนั้นเล่า?” เซินลั่วที่(@NameIsNovel)ฟังเรื่องด้วยความสนใจ จึงเอ่ยถามโดยไม่รู้ตัว

“ต่อมา คนตัดฟืนนึกถึงคำของเซียน จึงล่ำลาลูกหลานแล้วหันหลังเข้าภูเขา(@NameIsNovel)ไปบำเพ็ญเต๋า เล่ากันว่า(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ชาวบ้านบางคนเคยพบเห็นเขา(@NameIsNovel)ในหุบเขา(@NameIsNovel) ใบหน้ายังคงไม่เปลี่ยนไป มักเห็นเขา(@NameIsNovel)ตัดฟืนพลางฮัมเพลงอยู่เสมอ” อิงหลัวเล่าต่อด้วยรอยยิ้มบาง

“ช่างน่าสนใจนัก ข้าเองก็ใคร่รู้ว่า(@NameIsNovel)ชายผู้นั้นยังอยู่ในหุบเขา(@NameIsNovel)นี้หรือไม่” เซินลั่วหัวเราะเบาๆ พลางทอดตามองป่าทึบเบื้องหน้า [อ่านนิยายฟรีได้ที่ NameIsNovel]

“ก็เป็น(@NameIsNovel)เพียงเรื่องเล่าขาน อย่าได้(@NameIsNovel)ยึดถือว่า(@NameIsNovel)…” น้ำเสียงของอิงหลัวพลันขาดหายไป

“กรร!”

[อ่านนิยายฟรีได้ที่ NameIsNovel] เสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังสะท้อนออกมาจากส่วนลึกของป่าเขา(@NameIsNovel) ใบไม้ทั่วทั้งป่าสั่นสะเทือน ปลิดร่วงโรยลงมาราวห่าฝน…

(ถ้าบอทดูดไปขอให้เซิร์ฟเวอร์บึ้ม) อิงหลัวรู้สึกหูอื้อ เสียงหวีดก้องสะท้อนในศีรษะ ร่างกายราวกับถูกหมุนวนไปทั้งรอบโลก

“เสียงนั่นอยู่ไกลเกินขอบเขตที่(@NameIsNovel)พลังจิตเทวะของข้าจะหยั่งถึงได้(@NameIsNovel)… มี(@NameIsNovel)พลังทะลุทะลวงรุนแรงถึงเพียงนี้ จะต้องเป็น(@NameIsNovel)มหาอสูร ระดับหลอมวิญญาณ อย่างไม่ต้องสงสัย อย่าได้(@NameIsNovel)ทำให้มันล่วงรู้ตัวเรา” เซินลั่วเอ่ย สีหน้าแปรเปลี่ยนรีบร้อนเตือน (ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด)

[อ่านนิยายฟรีได้ที่ NameIsNovel] อิงหลัวหน้าซีดเผือด รีบเร่งฝีเท้าไล่ตามเซินลั่วมุ่งขึ้นเขา(@NameIsNovel)

“มันพบเราแล้ว…กำลังตามมา…” พวกเขา(@NameIsNovel)เพิ่งจะก้าวมาได้(@NameIsNovel)ราวสามสิบฉื่อ เซินลั่วก็หยุดก้าวทันที (ถ้าบอทดูดไปขอให้เซิร์ฟเวอร์บึ้ม)

ไม่ทันสิ้นคำ ป่าเขา(@NameIsNovel)เบื้องหน้าก็สั่นสะเทือนดุจแผ่นดินไหว ต้นไม้ใหญ่สูงเสียดฟ้าโค่นล้มดังครืน สายเสียงแตกหักกึกก้องราวก้องสะท้านไปทั่วป่า [อ่านนิยายฟรีได้ที่ NameIsNovel]

(ถ้าบอทดูดไปขอให้เซิร์ฟเวอร์บึ้ม) ดวงตาของเซินลั่วหรี่ลง จับจ้องไปยังทิศทางที่(@NameIsNovel)แรงสั่นสะเทือนพลุ่งพล่าน

เพียงอึดใจ ป่าดงไม้ใหญ่ด้านหน้าก็พังถล่มลง ปรากฏร่างมหึมากระโจนออกมา พุ่งทะยานลงประจันหน้ากับทั้งสอง

สัตว์ร้ายนั้นยาวราวยี่สิบฉื่อ หางยาวเกือบเท่าลำตัว ขนทั้งร่างขาวสะอาดแซมลายดำเป็น(@NameIsNovel)ริ้ว ไม่ต้องสงสัยเลย—นี่คืออสูรพยัคฆ์อันเกรี้ยวกราด (ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด)

(ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด) รอบศีรษะของมันมี(@NameIsNovel)แผงคอสีน้ำเงินอ่อนปกคลุมราวพวงอัคคี ดวงตาสีแดงเข้มใหญ่ดั่งกระดิ่งทองแดง หนวดแข็งดุจเหล็กชี้ออกจากริมฝีปาก เขี้ยวคู่บนยาวราวคมดาบ โผล่พ้นริมฝีปากล่างส่องแสงเยียบเย็น

“พะ…พยัคฆ์สวรรค์กลืนฟ้า!” อิงหลัวอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง (ถ้าบอทดูดไปขอให้เซิร์ฟเวอร์บึ้ม)

ทว่า(@NameIsNovel)อสูรพยัคฆ์มิได้(@NameIsNovel)เหลือบแลนางแม้แต่น้อย ดวงตาแดงก่ำกลับจับจ้องเขม็งไปยังเซินลั่วด้วยแรงกดดันน่าสะพรึงกลัว

(ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด) “บนกายเจ้ามี(@NameIsNovel)กลิ่นเสือดาวคลั่ง… ไม่สิ กลิ่นเม็ดแก่นอสูรของมัน… ยังมี(@NameIsNovel)อีก…กลิ่นสุนัขจิ้งจอกน่ารำคาญติดอยู่ด้วย…” พยัคฆ์สวรรค์กลืนฟ้าขมวดจมูก สูดกลิ่นพลางกล่าวเสียงต่ำ

น้ำเสียงทุ้มลึก หนักแน่น ราวกับชายวัยกลางคนเอื้อนเอ่ยออกมา… (ห้ามคัดลอกเนื้อหาเด็ดขาด)

---------- [อ่านนิยายฟรีได้ที่ NameIsNovel]