หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 304
ตอนที่ 304 : การรับเข้าสู่สำนัก
ตอนที่ 304
เมื่อเซินลั่วตรวจดูอาการบาดเจ็บของเนี่ยไฉจูแล้ว พบว่า(@NameIsNovel)นางไม่ได้(@NameIsNovel)รับบาดเจ็บร้ายแรง เขา(@NameIsNovel)ก็รีบโค้งคำนับ เหนือฟ้าทันที
“ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสที่(@NameIsNovel)ช่วยชีวิตพวกเราทั้งสองไว้” เขา(@NameIsNovel)ตะโกนออกมาด้วยเสียงดัง
เนี่ยไฉจูก็ประนมมือทำความเคารพตามไปด้วย
บนท้องฟ้า เงาภาพบัวเขียวค่อยๆ หดแสงกลับ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)แท่นบัวเขียว ลอยลดต่ำลงมาจนสูงจากพื้นราวสามสิบฉื่อ แล้วหยุดนิ่งอยู่ที่(@NameIsNovel)นั่น
เซินลั่วเงยหน้ามองขึ้นไป เห็นสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่บนแท่นบัว นางสวมอาภรณ์แบบวัง เดินเท้าเปล่า รูปโฉมงดงามจับตา ความสง่างามเปล่งประกายโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องประทินโฉม เส้นผมยาวสีเขียวอมฟ้าสลวยทิ้งไหล่ไปด้านหลัง แผ่กลิ่นอายบริสุทธิ์ดุจเทพธิดาเหนือโลกีย์
“ไม่ทราบว่า(@NameIsNovel)ท่านผู้อาวุโสแซ่อะไร มาจากสำนักเซียนใด?” เซินลั่วลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามออกไป
ทว่า(@NameIsNovel)สตรีบนแท่นบัวหาได้(@NameIsNovel)ตอบคำถามของเขา(@NameIsNovel)ไม่ นัยน์ตาเย็นชาของนางกวาดมองไปยังเนี่ยไฉจูเพียงผู้เดียว ราวกับไม่เห็นการดำรงอยู่ของเซินลั่วแม้แต่น้อย
ในชั่วพริบตา แสงสีเขียวสายหนึ่งพลันสาดลงมาจากแท่นบัว ครอบคลุมร่างเนี่ยไฉจูเอาไว้ทันที
เซินลั่วสัมผัสได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)สิ่งผิดปกติ รีบยื่นมือออกไปคว้าข้อมือของนาง
แต่แสงเขียวนั้นรวดเร็วกว่า(@NameIsNovel)มาก เพียงชั่วขณะเดียว มันก็ดึงร่างเนี่ยไฉจูหายวับไปจากที่(@NameIsNovel)เดิม
“สตรีผู้นี้มี(@NameIsNovel)วาสนาผูกพันกับภูเขา(@NameIsNovel)ผู่ถัว ข้าจะรับนางเป็น(@NameIsNovel)ศิษย์ และ(@NameIsNovel)ต้องพานางกลับเขา(@NameIsNovel)ในทันที” เสียงเย็นชาดังลงมาจากแท่นบัว แฝงอำนาจบังคับที่(@NameIsNovel)ไม่อาจโต้แย้ง
“ไฉจู…”
เซินลั่วร้อนรนสุดขีด รีบทะยานขึ้นฟ้า คว้าหยิบยันต์เหินฟ้าออกมาจากแขนเสื้อ บินตามแสงที่(@NameIsNovel)กำลังหายไป
แต่ความเร็วของแสงเขียวนั้นเหนือกว่า(@NameIsNovel)มาก เพียงพริบตาก็พุ่งไปไกลหลายร้อยลี้
เพียงไม่กี่ลมหายใจ แสงนั้นก็เลือนหายไปสิ้น ไร้แม้แต่เงาให้ติดตาม
เซินลั่วจึงทำได้(@NameIsNovel)เพียงหยุดชะงัก ลอยตัวกลับลงมาสู่พื้น เงยหน้ามองท้องฟ้าว่า(@NameIsNovel)งเปล่าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ในอกมี(@NameIsNovel)เพียงความว่า(@NameIsNovel)งโหวงและ(@NameIsNovel)ความเจ็บปวดเสียใจ
เหตุการณ์ในค่ำคืนนี้ ช่างเหนือความคาดหมายจนไม่อาจรับมือได้(@NameIsNovel) ไม่ว่า(@NameIsNovel)จะเป็น(@NameIsNovel)การปรากฏตัวของภูตอสูรหอยกาบ หรือการมาถึงของสตรีบัวเขียว ทุกสิ่งล้วนพลิกผันกะทันหัน ทำให้เขา(@NameIsNovel)ไม่ทันตั้งตัวเลยแม้แต่น้อย
เซินลั่วได้(@NameIsNovel)แต่ยืนมองอย่างช่วยเหลืออะไรไม่ได้(@NameIsNovel) ขณะที่(@NameIsNovel)เนี่ยไฉจูถูกพาตัวไป ความรู้สึกในใจปะปนยุ่งเหยิง ทั้งความสับสน ความโกรธ และ(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)มากที่(@NameIsNovel)สุดคือ ความสิ้นท่าและ(@NameIsNovel)ความเสียใจอย่างลึกซึ้ง
“ภูเขา(@NameIsNovel)ผู่ถัว… ภูเขา(@NameIsNovel)ผู่ถัว…” เขา(@NameIsNovel)พึมพำชื่อนี้ รู้สึกคุ้นหูขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็ไม่อาจนึกออกได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)ตนเคยได้(@NameIsNovel)ยินจากที่(@NameIsNovel)ใด
กระทั่งเมื่อเขา(@NameIsNovel)หันกลับไป เห็นหอใหญ่ตรงหน้า จึงฉุกคิดได้(@NameIsNovel)ขึ้นมา “วิหารกวนอิม ภูเขา(@NameIsNovel)ผู่ถัว… ที่(@NameIsNovel)แท้ก็คือภูเขา(@NameIsNovel)ศักดิ์สิทธิ์ของพระโพธิสัตว์กวนอิมแห่งทะเลใต้มิใช่หรือ?”
ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน เซินลั่วไม่เข้าใจเลยว่า(@NameIsNovel) เนี่ยไฉจูมี(@NameIsNovel)สิ่งใดพิเศษ ทำไมภูตอสูรหอยกาบจึงหมายเอาชีวิตนาง และ(@NameIsNovel)เหตุใดสตรีบัวเขียวถึงต้องบังคับพานางไป
“ทะเลใต้… ตอนนี้ไม่อาจแย่งชิงนางกลับมาได้(@NameIsNovel) คงต้องรอจนกว่า(@NameIsNovel)ระดับพลังของข้าจะสูงส่งกว่า(@NameIsNovel)นี้ ถึงจะคิดการเดินทางไปภูเขา(@NameIsNovel)ผู่ถัวได้(@NameIsNovel)” เซินลั่วถอนหายใจยาว ครุ่นคิดในใจ ขณะหันก้าวกลับสู่เมือง
เขา(@NameIsNovel)ครุ่นคิดว่า(@NameIsNovel)จะอธิบายเรื่องนี้แก่คนในครอบครัวเช่นไร จะบอกตระกูลเนี่ยเช่นไร ความคิดยิ่งตีกันวุ่นวาย
เมื่อกลับถึงคฤหาสน์สกุลเซิน หลังจากปรึกษากับเซินหยวนเก๋อผู้เป็น(@NameIsNovel)บิดาแล้ว
เซินลั่วก็ตัดสินใจยังไม่บอกเรื่องนี้ กับคนฝนครอบครัว
-
เขา(@NameIsNovel)เพียงเขียนจดหมายฉบับหนึ่ง มอบให้เสี่ยวชุน นำติดตัวกลับไปยังหยุนโจวพร้อมผู้คุ้มกัน เพื่อแจ้งแก่ตระกูลเนี่ยถึงสิ่งที่(@NameIsNovel)เกิดขึ้น
ส่วนตระกูลเนี่ยจะเชื่อหรือไม่ และ(@NameIsNovel)จะตอบสนองเช่นไรต่อไป เขา(@NameIsNovel)ก็ได้(@NameIsNovel)แต่รอดูสถานการณ์
คืนนั้น เมื่อความมืดคลี่คลุมทั่วเมือง เซินลั่วทอดกายลงบนเตียง…
การต่อสู้กับภูตอสูรหอยกาบได้(@NameIsNovel)รีดเค้นทั้งพลังกายและ(@NameIsNovel)พลังใจของเซินลั่ว จนในที่(@NameIsNovel)สุดเขา(@NameIsNovel)ก็ตกสู่ห้วงนิทรา
ไม่รู้ว่า(@NameIsNovel)ผ่านไปนานเท่าไร เสียงหนึ่งก็ค่อยๆ ดังขึ้นในโสตประสาทของเขา(@NameIsNovel) ดังขึ้นเรื่อยๆ และ(@NameIsNovel)ใกล้เข้ามามากขึ้นทุกที
เขา(@NameIsNovel)ลืมตาขึ้นอย่างงุนงง มองออกไปด้านนอก แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
เวลานี้เขา(@NameIsNovel)มิได้(@NameIsNovel)อยู่ในบ้านของตน หากแต่กำลังนอนอยู่ภายในอาคารเก่าโทรมหลังหนึ่ง
บนหลังคามี(@NameIsNovel)รูขนาดใหญ่หลายแห่ง กำแพงด้านหนึ่งก็พังทลายบางส่วน ดูแล้วคล้ายวิหารรกร้าง ภายในยังมี(@NameIsNovel)รูปปั้นเทพเจ้าที่(@NameIsNovel)ทำด้วยดินเหนียว และ(@NameIsNovel)แท่นเทพที่(@NameIsNovel)ล้มพังอยู่ข้างๆ ส่วนเซินลั่วก็นอนอยู่ติดกับแท่นเทพนั้น
เขา(@NameIsNovel)รีบผุดลุกขึ้น มองไปรอบๆ ก่อนจะก้มตรวจดูร่างกายของตนเอง ภายในตันเถียนกลับมี(@NameIsNovel)พลังปราณที่(@NameIsNovel)หนาแน่นราวของเหลวหมุนเวียนอยู่ และ(@NameIsNovel)ในทะเลจิตวิญญาณ กำลังจิตวิญญาณของเขา(@NameIsNovel)ก็แข็งกล้าไม่แพ้กัน ถึงขั้นรวมเป็น(@NameIsNovel)รูปร่างได้(@NameIsNovel)แล้ว
เมื่อสังเกตถึงจุดนี้ เขา(@NameIsNovel)ก็เข้าใจทันทีว่า(@NameIsNovel)นี่เป็น(@NameIsNovel)ความฝันอีกครั้ง
“ครั้งก่อนก็ผ่านมาแล้วกว่า(@NameIsNovel)สองปี แต่ละครั้งที่(@NameIsNovel)ฝันห่างกันไม่แน่นอน ดูเหมือนจะไม่มี(@NameIsNovel)รูปแบบตายตัว” ด้วยประสบการณ์ที่(@NameIsNovel)เคยเผชิญมา เซินลั่วมิได้(@NameIsNovel)ตระหนก หากแต่พึมพำกับตนเองด้วยความสงบ
เสียงเอะอะและ(@NameIsNovel)เสียงร้องตะโกนของผู้คนนับมากกำลังดังมาจากภายนอก
เขา(@NameIsNovel)ขมวดคิ้ว ก้าวออกไปด้านนอก และ(@NameIsNovel)พลันต้องตะลึงกับภาพตรงหน้า
วิหารร้างแห่งนั้นตั้งอยู่บนที่(@NameIsNovel)สูง รอบด้านเป็น(@NameIsNovel)เมืองใหญ่ที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ร้านค้าตั้งเรียงราย ถนนกว้างขวาง แลดูรุ่งเรืองกว่า(@NameIsNovel)เมืองตงไหลเสียอีก
แต่กระนั้น เมืองแห่งนี้ก็ตกอยู่ในหายนะเช่นเดียวกัน ภูตอสูรแมลงสีดำที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ขนาดเท่ามนุษย์กำลังอาละวาดทั่วเมือง
เหล่าภูตอสูรแมลงนั้นมี(@NameIsNovel)เกล็ดดำปกคลุมร่าง ลักษณะคล้ายมดยักษ์ แต่ละตัวยังมี(@NameIsNovel)กรงเล็บใหญ่คล้ายเคียวคู่หนึ่งบนหัว เคลื่อนไหวรวดเร็วราวสายลม กำลังไม่ด้อยไปกว่า(@NameIsNovel)ภูตอสูรในระดับชำระปราณ กำลังเข่นฆ่าชาวเมืองอย่างดุร้าย
เมื่อเทียบกับที่(@NameIsNovel)เมืองตงไหลแล้ว สถานการณ์กลับน่าสลดใจยิ่งกว่า(@NameIsNovel) อย่างน้อยที่(@NameIsNovel)เมืองตงไหล เหล่าอสูรหมาป่าที่(@NameIsNovel)อยู่รอบนอกยังไม่สามารถบุกเข้ามาฆ่าผู้คนได้(@NameIsNovel)
ทว่า(@NameIsNovel)มิใช่ทุกคนในเมืองแห่งนี้จะเป็น(@NameIsNovel)เพียงชาวบ้านธรรมดา ยังมี(@NameIsNovel)ทหารสวมเกราะเป็น(@NameIsNovel)กองๆ ถือหอกยาวและ(@NameIsNovel)ง้าวเหล็ก กำลังเข้าห้ำหั่นกับภูตอสูรแมลงด้วยการนองเลือด
แม้ทหารเหล่านี้จะเป็น(@NameIsNovel)เพียงมนุษย์ที่(@NameIsNovel)ไร้พลังปราณ แต่เกราะและ(@NameIsNovel)อาวุธกลับถูกสลักอักขระเวทเฉพาะไว้
ทุกครั้งที่(@NameIsNovel)สะบัดออกจึงปลดปล่อยคลื่นปราณออกมา คล้ายศาสตราเวท ทำให้สามารถต้านทานได้(@NameIsNovel)ไม่น้อย แม้จะต้องแลกด้วยความสูญเสียอย่างหนักก็ตาม
นอกจากเหล่าทหารแล้ว ยังมี(@NameIsNovel)ผู้บำเพ็ญเซียนจริงอยู่ไม่น้อย ส่วนใหญ่เป็น(@NameIsNovel)เพียงระดับชำระปราณและ(@NameIsNovel)ระดับอิงปราณ กำลังร่วมมือกับทหารเหล่านั้น ต้านทานภูตอสูรแมลงที่(@NameIsNovel)อาละวาด พร้อมช่วยเหลือชาวเมืองให้หนีเอาตัวรอด
บนท้องฟ้าเหนือเมือง มี(@NameIsNovel)เมฆดำขนาดมหึมากำลังกลิ้งตัวปกคลุมครึ่งค่อนฟ้า
จากเมฆดำมี(@NameIsNovel)เสาดำยักษ์ยื่นออกมาเป็น(@NameIsNovel)ระยะ ดูราวกับขาของแมลงขนาดมหึมา ราวกับว่า(@NameIsNovel)ภายในกลุ่มเมฆนั้นมี(@NameIsNovel)ภูตอสูรแมลงยักษ์ซ่อนกายอยู่
เมฆดำหมุนวนเล็กน้อย ก่อนจะมี(@NameIsNovel)ภูตอสูรแมลงสีดำมากมายนับไม่ถ้วนบินออกมาไม่หยุด ร่วงหล่นลงสู่เมืองเบื้องล่าง
ชัดเจนแล้วว่า(@NameIsNovel) ภูตอสูรแมลงที่(@NameIsNovel)อยู่ในเมือง ล้วนออกมาจากเมฆดำเบื้องบนทั้งสิ้น
กลางอากาศใต้เมฆดำ มี(@NameIsNovel)ผู้บำเพ็ญเซียนเกือบร้อยรูป กำลังปลดปล่อยกระบวนท่าและ(@NameIsNovel)คาถาต่างๆ เข้าสังหารภูตอสูรแมลงที่(@NameIsNovel)ร่วงลงมา พร้อมกันนั้นก็ระดมโจมตีใส่ขาแมลงที่(@NameIsNovel)อยู่ภายในเมฆด้วย
----------