หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 313
ตอนที่ 313 : บรรพชนกึ่งเซียน
ตอนที่ 313
ไม่นานนัก เซินลั่วก็ระลึกถึงเคล็ดวิชาที่(@NameIsNovel)เกี่ยวข้องได้(@NameIsNovel) เขา(@NameIsNovel)ยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อบนหน้าผากแล้วหลับตาลงอีกครั้ง
ในใจของเขา(@NameIsNovel)ฉายภาพออกมาว่า(@NameIsNovel) ทั้งสองมือประกบกัน มือหนึ่งชี้ฟ้าครอบโค้งสวรรค์ อีกมือหนึ่งชี้ลงใต้พื้นดิน ข้อมือทั้งสองแตะกันเป็น(@NameIsNovel)รูปทรงประหลาดประหนึ่งกระบี่ ก่อนเริ่มสวดเวทของคัมภีร์ที่(@NameIsNovel)คิดไว้ในใจ
“ปกคลุมเคล็ดสุริยะบริสุทธิ์ แปรปราณเป็น(@NameIsNovel)แก่นแท้ แปรหยางเป็น(@NameIsNovel)พลังหยางที่(@NameIsNovel)แข็งแกร่งและ(@NameIsNovel)บริสุทธิ์ รับวิญญาณภายนอก ซ่อนเทพภายใน…”
ทันทีที่(@NameIsNovel)เคล็ดวิชาเริ่มหมุนเวียน ความร้อนจัดก็ปรากฏขึ้นรอบกายเซินลั่ว เป็น(@NameIsNovel)สัญญาณว่า(@NameIsNovel)พลังหยางบริสุทธิ์ถูกกระตุ้น แปรเป็น(@NameIsNovel)พลังหยางอันแข็งแกร่ง บริสุทธิ์ และ(@NameIsNovel)แผ่กดดันออกมา
แล้วลมวูบหนึ่งก็พัดลอดเข้ามาจากรอยแยกของเกี้ยว มาพร้อมกลิ่นปราณแหลมคมหมุนวนรอบตัวเขา(@NameIsNovel)
คิ้วของเซินลั่วกระตุกขึ้นทันใด เขา(@NameIsNovel)รู้สึกเหมือนเข็มนับไม่ถ้วนปักลงในรูขุมขนทุกส่วน ทำให้ปวดแปลบไปทั้งร่าง แต่แทนที่(@NameIsNovel)จะหวาดกลัว เขา(@NameIsNovel)กลับยินดี
เพราะการจะทำลายผนึกแสงทองคำนั้น จำเป็น(@NameIsNovel)ต้องอาศัยพลังปราณแหลมคมเช่นนี้เอง
เมื่อความร้อนรอบกายรุนแรงขึ้น ความปวดแปลบก็ทวีคูณ แต่เซินลั่วเพียงกัดฟันอดทน ยอมให้พลังปราณฟ้า-ดินที่(@NameIsNovel)แฝงกลิ่นปราณปราบฆ่าแทรกเข้าร่าง
ครานี้เขา(@NameIsNovel)ไม่ได้(@NameIsNovel)พุ่งปราณเข้าตรงสู่ตันเถียน แต่กลับนำพลังปราณนั้นไปยังเส้นลมปราณ มือเส้าหยินแห่งหัวใจ ที่(@NameIsNovel)ผนึกแสงทองคำนั้นบางกว่า(@NameIsNovel)ภายในตันเถียน
หากเขา(@NameIsNovel)ไม่อาจคลายผนึกเส้นลมปราณนี้ได้(@NameIsNovel) ก็ไร้ความหมายที่(@NameIsNovel)จะไปแตะตันเถียน
พลังปราณที่(@NameIsNovel)เข้าสู่ร่างไหลราวกับเข็มหรือกระบี่เล็กๆ มุ่งเข้าสู่เส้นลมปราณในแขน ทำให้ใต้ผิวแขนทั้งสองปรากฏเป็น(@NameIsNovel)เส้นสว่า(@NameIsNovel)งสองเส้น
ฉับพลัน ความเจ็บที่(@NameIsNovel)รุนแรงยิ่งกว่า(@NameIsNovel)ตอนแรกก็ปะทุขึ้น แม้แต่เซินลั่วยังอดไม่ได้(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)จะส่งเสียงคราง
“คุณชายเซิน เป็น(@NameIsNovel)อะไรหรือไม่?” เสียงเด็กสารถีดังลอดม่านออกมา
“ข้า… ไม่เป็น(@NameIsNovel)ไร” เซินลั่วตอบด้วยความยากลำบาก
ยังไม่ทันขาดคำ ความปวดก็รุนแรงขึ้นอีก ผนึกแสงทองคำบนเส้นลมปราณมือเส้าหยินแห่งหัวใจถูกโจมตีจนสว่า(@NameIsNovel)งเจิดขึ้น แล้วคลื่นพลังผลักกลับก็พุ่งออกมา กวาดปราณฟ้า-ดินทั้งหมดออกไปภายในพริบตา
ความพยายามอีกครั้งจึงจบลงด้วยความล้มเหลว!
เซินลั่วลืมตาขึ้น ใบหน้าซีดขาว เหงื่อเย็นโชกทั้งตัว หากไม่พิงหีบไม้ด้านหลังเขา(@NameIsNovel)อาจทรุดลงไป
เขา(@NameIsNovel)ยกแขนเสื้อเช็ดหน้าช้าๆ พิงหีบไม้แล้วหอบหายใจ
ถึงแม้ วิชากระบี่หยางบริสุทธิ์ จะดูทรงพลัง แต่ก็ยังไม่พอจะแตกผนึกแสงทองคำได้(@NameIsNovel) เพราะมันพึ่งพาเพียงปราณวิญญาณ
“หากวิชานี้ยังใช้ไม่ได้(@NameIsNovel) ข้าก็จนปัญญาแล้ว…” เซินลั่วถอนใจเบาๆ ในใจ
แต่แล้วความคิดอีกอย่างก็ผุดขึ้นมา—หากแม้แต่เคล็ดวิชาหวงถิงก็ไร้ผล เขา(@NameIsNovel)อาจต้องเสี่ยงถึงขั้น “ตายแล้วเกิดใหม่”
เพราะนี่คือโลกในฝัน จากประสบการณ์ก่อนหน้าเขา(@NameIsNovel)ย่อมไม่ตายจริง
หากเขา(@NameIsNovel)สามารถเกิดใหม่ก่อนที่(@NameIsNovel)ผนึกทองคำของบรรพชนเฉียนเหยียนจะโจมตี ก็จะไม่ถูกผนึกปราณเต๋า
แต่สิ่งที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ไม่แน่ใจคือ หลังผ่านไปหนึ่งวันหนึ่งคืนแล้ว แม้ตายแล้วเกิดใหม่ เขา(@NameIsNovel)ยังจะย้อนกลับไปก่อนถูกผนึกได้(@NameIsNovel)หรือไม่
หากยังคงเกิดใหม่หลังถูกผนึกทองคำ ก็เท่ากับตายเปล่า เขา(@NameIsNovel)ไม่อยากใช้วิธีนี้ เว้นแต่ว่า(@NameIsNovel)จำเป็น(@NameIsNovel)จริงๆ
เพราะความหมดหนทางและ(@NameIsNovel)ความเจ็บปวดของการดับสูญนั้นไม่ใช่สิ่งน่าลองเลย
อย่างไรก็ตาม การพยายามสองครั้งก่อนหน้านี้ได้(@NameIsNovel)สร้างความเสียหายต่อทั้งร่างกายและ(@NameIsNovel)จิตใจของเขา(@NameIsNovel)อย่างหนัก เซินลั่วไม่อาจฝืนลองต่อได้(@NameIsNovel)ในตอนนี้ เขา(@NameIsNovel)ทำได้(@NameIsNovel)เพียงหลับตาพักผ่อนเงียบๆ เพื่อรอให้เรี่ยวแรงฟื้นฟู
จนกระทั่งยามเย็น ขบวนเกี้ยวของตระกูลเซินหยุดพักในซากคฤหาสน์เก่าแห่งหนึ่ง
เช่นเดียวกับคนอื่นๆ เซินลั่วก็ลงจากเกี้ยว แล้วหามุมหนึ่งในซากปรักซึ่งกันลมได้(@NameIsNovel)เพื่อพักผ่อน
เพียงแต่ตำแหน่งที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)อยู่นั้นห่างจากคนตระกูลเซินเล็กน้อย เขา(@NameIsNovel)ไม่ได้(@NameIsNovel)รวมตัวพักกับพวกเขา(@NameIsNovel)
เมื่อราตรีมืดลง เซินฮัวหยวนไม่ได้(@NameIsNovel)มาปรากฏตัวอีก มี(@NameIsNovel)เพียงเซินอวี่ที่(@NameIsNovel)นำอาหารมาให้เซินลั่ว เป็น(@NameIsNovel)ขนมแป้งหยาบแข็งๆ สองสามก้อน และ(@NameIsNovel)เนื้อแห้งเหนียวแข็งของสัตว์ชนิดหนึ่งที่(@NameIsNovel)ไม่ทราบแน่ชัด
แม้เซินลั่วจะเคยบำเพ็ญจนพ้น ระดับอิงปราณ ไปแล้ว แต่ตอนนี้พลังปราณของเขา(@NameIsNovel)ถูกผนึกไว้ ไม่อาจดึงดูดปราณฟ้า-ดินมาแปรเป็น(@NameIsNovel)พลังเองได้(@NameIsNovel)
เขา(@NameIsNovel)จึงลิ้มรสความหิวโหยและ(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)งเปล่าในท้องอีกครั้งเป็น(@NameIsNovel)ครั้งแรกในรอบนานหลายปี
เขา(@NameIsNovel)กินอย่างเอร็ดอร่อย จนรู้สึกว่า(@NameIsNovel)ร่างกายฟื้นฟูเกือบเต็มที่(@NameIsNovel)ในที่(@NameIsNovel)สุด
“คุณหนูเซินอวี่ เนื้อนี้มี(@NameIsNovel)กำลังชีวิตมากนัก เป็น(@NameIsNovel)เนื้ออสูรหรือ?” เซินลั่วเอ่ยถาม
“ใช่แล้ว นี่คือเนื้อของ หมูโลหิต เป็น(@NameIsNovel)หนึ่งในไม่กี่ชนิดของภูตอสูรที่(@NameIsNovel)เผ่ามนุษย์เราสามารถเลี้ยงเชื่องได้(@NameIsNovel) และ(@NameIsNovel)ยังเป็น(@NameIsNovel)อาหารหลักของพวกเรา” เซินอวี่พยักหน้าตอบ
“เลี้ยงเชื่องภูตอสูรได้(@NameIsNovel)ด้วยหรือ?” เซินลั่วแปลกใจไม่น้อย
“นี่ก็เป็น(@NameIsNovel)ความจำใจ หลังจากเกิด วันวิบัติอสูร โลกก็เปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่เพียงประชากรมนุษย์ลดฮวบลงอย่างมหาศาล
แม้แต่พืชและ(@NameIsNovel)สัตว์เลี้ยงก็ล้มตายเพราะถูกกลิ่นอายภูตอสูรปนเปื้อน พืชผลและ(@NameIsNovel)สัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่สูญสิ้นไป
ผู้บำเพ็ญของเผ่ามนุษย์จึงจำต้องออกล่าภูตอสูรระดับต่ำเพื่อเลี้ยงชีวิตผู้รอด แต่เสี่ยงอันตรายเกินไป จนกระทั่งบรรพชนตระกูลไป๋แห่งนครเจี้ยนเย่เป็น(@NameIsNovel)ผู้ริเริ่มเสนอแนวคิดเลี้ยงเชื่อง เลือกเฟ้นภูตอสูรที่(@NameIsNovel)เหมาะสมและ(@NameIsNovel)นำมาเพาะเลี้ยง หนึ่งในนั้นก็คือสัตว์หมูโลหิตนี่” เซินอวี่กล่าวด้วยรอยยิ้มปนขมขื่น
“อายุยืนยาวจริงหนอ บรรพชนตระกูลไป๋ถึงยังคงอยู่ได้(@NameIsNovel) เขา(@NameIsNovel)อยู่ในระดับใดแล้ว?” ได้(@NameIsNovel)ยินคำว่า(@NameIsNovel) บรรพชนตระกูลไป๋ เซินลั่วก็พลันนึกถึง ไป๋เสี่ยวเถียน และ(@NameIsNovel)บรรพชนกึ่งเซียนของเขา(@NameIsNovel)โดยไม่รู้ตัว
“ระดับหรือ? บรรพชนกึ่งเซียนที่(@NameIsNovel)เคยปกปักนครเจี้ยนเย่ ก็มิใช่ใครอื่น นั่นก็คือบรรพชนตระกูลไป๋ ไป๋เสี่ยวเถียน” เซินอวี่เอ่ยอย่างประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนตอบออกมา
“อ้อ ที่(@NameIsNovel)แท้ก็คือบรรพชนกึ่งเซียน…เจ้าว่า(@NameIsNovel)ชื่อเขา(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)อะไรนะ?” เซินลั่วสะดุ้งใจกลางประโยค รีบถามซ้ำทันที
“บรรพชนตระกูลไป๋ชื่อ ไป๋เสี่ยวเถียน ว่า(@NameIsNovel)กันว่า(@NameIsNovel)บรรพชนผู้นี้ครั้งหนึ่งเคยอยู่สำนักเดียวกับบรรพชนเซินลั่วแห่งตระกูลเรา…” เซินอวี่ตอบพร้อมรอยยิ้ม
เซินลั่วได้(@NameIsNovel)ยินดังนั้นถึงกับตะลึงงัน จิตใจว้าวุ่นจนแทบไม่ได้(@NameIsNovel)ฟังถ้อยคำต่อจากนั้น
“เจ้าหนุ่มผู้นี้ ข้ามองไม่ผิดเลย! ผ่านมาพันปีถึงได้(@NameIsNovel)ก้าวสู่บรรพชนกึ่งเซียน เช่นนี้เมื่อข้าเข้าสู่นครเจี้ยนเย่อีกครั้ง ต้องได้(@NameIsNovel)เจอหน้าแล้วทำให้เขา(@NameIsNovel)ตกใจเล่นสักหน่อย!”
ในใจเซินลั่วเต็มไปด้วยความยกย่องและ(@NameIsNovel)อิจฉา แต่ก็ยินดีแท้จริงเพื่อสหายเก่า
“พี่เซิน เป็น(@NameIsNovel)อะไรไปหรือ?” เห็นท่าทางแปลกไปของเขา(@NameIsNovel) เซินอวี่จึงขมวดคิ้วถาม
“ความจริงข้าอยากถามมานานแล้ว แต่ไม่เจอโอกาสเหมาะ…ก่อนบาดเจ็บ พี่เซินอยู่ในระดับพลังใด?” เซินอวี่ลังเลเล็กน้อย ก่อนถามออกมา
เซินลั่วรู้ว่า(@NameIsNovel)จะต้องถูกถาม แต่ไม่คิดว่า(@NameIsNovel)จะมาช้าถึงเพียงนี้ เขา(@NameIsNovel)จึงตอบโดยไม่รีรอ
“เดิมทีข้าอยู่ใน ระดับหลอมวิญญาณ แต่ระหว่า(@NameIsNovel)งศึกที่(@NameIsNovel)เมืองแตกนั้น ตันเถียนและ(@NameIsNovel)เส้นลมปราณของข้าถูก บรรพชนเฉียนเหยียน ผนึกไว้ บัดนี้ยังหาทางแก้ไม่ได้(@NameIsNovel) ชั่วคราวก็ไม่ต่างอะไรกับคนธรรมดา”
“เช่นนั้นพี่เซินก็คือผู้อาวุโส ข้าที่(@NameIsNovel)ผ่านมาช่างเสียมารยาทนัก” เซินอวี่โค้งตัวคารวะ
“ไม่ ไม่ ข้ายังติดหนี้ชีวิตจากเจ้าด้วยซ้ำ จะกล้าอ้างตนเป็น(@NameIsNovel)ผู้อาวุโสได้(@NameIsNovel)อย่างไร” เซินลั่วรีบตอบพร้อมยกหมัดประสาน กล่าวขอบคุณแทน
“เช่นนั้นข้าจะไม่รบกวนแล้ว พักผ่อนให้เต็มที่(@NameIsNovel) พรุ่งนี้เราต้องออกเดินทางแต่เช้า” เซินอวี่เอ่ย
“ขอบคุณมาก” เซินลั่วตอบด้วยน้ำเสียงจริงใจ
----------