หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 646
ตอนที่ 646 : ความเงียบคือพยาน
ตอนที่ 646
“นี่คือยันต์สะกดวิญญาณ ก่อนหน้านี้ข้าไม่มี(@NameIsNovel)โอกาสได้(@NameIsNovel)ใช้ ไม่คิดว่า(@NameIsNovel)จะได้(@NameIsNovel)นำมาใช้ประโยชน์ที่(@NameIsNovel)นี่
ทว่า(@NameIsNovel) มันทำได้(@NameIsNovel)เพียงผนึกจิตเทวะของนางไว้ชั่วคราวเท่านั้น เมื่อพลังวิญญาณของยันต์หมดลง นางก็มิอาจรอดพ้นความตายได้(@NameIsNovel) หากท่านมี(@NameIsNovel)คำถามใด ก็รีบถามเสีย” หลู่ฮว่า(@NameIsNovel)หมิงถอนหายใจแล้วกล่าว
พลังชีวิตของอสูรหงส์ดำภายในเงาเจดีย์ยังคงร่วงโรยไม่หยุด แต่ในดวงตาของนางกลับปรากฏประกายแสงขึ้นมาเล็กน้อย
“องค์กรที่(@NameIsNovel)ท่านพูดถึงคืออะไร?” เซินลั่วเอ่ยถาม
เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินเช่นนั้น แววตาหวาดหวั่นก็ฉายวาบขึ้นในส่วนลึกของดวงตาอสูรหงส์ดำ หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นางก็กล่าวว่า(@NameIsNovel)
“เป็น(@NameIsNovel)องค์กรลึกลับองค์กรหนึ่งในหมู่เผ่าพันธุ์อสูร มี(@NameIsNovel)เพียงไม่กี่คนที่(@NameIsNovel)รู้จัก พวกเราชิงชังเผ่าพันธุ์มนุษย์ การกระทำส่วนใหญ่จึงเป็น(@NameIsNovel)การสังหารล้างตระกูลและ(@NameIsNovel)สำนักต่างๆ
เดิมทีเรื่องของสำนักชุนชิวเป็น(@NameIsNovel)ภารกิจของข้า แต่ตอนนั้นพิษโลหิตของข้ากำเริบจนต้องเก็บตัวรักษา ข้าอยากให้หลิงเอ๋อร์ได้(@NameIsNovel)ฝึกฝนฝีมือ จึงได้(@NameIsNovel)หลอกให้นางไปแทน”
“องค์กรนี้มี(@NameIsNovel)ชื่อว่า(@NameIsNovel)อะไร? ฐานที่(@NameIsNovel)มั่นหลักอยู่ที่(@NameIsNovel)ใด?” เซินลั่วถามต่อพลางเหลือบมองไปยังกู่ฮวาหลิง
“ข้าไม่รู้” เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินเช่นนั้น กู่ฮวาหลิงก็ส่ายหน้า
“ตอนนี้พวกเจ้าสองคนอยู่ในกำมือข้าแล้ว ข้าแนะนำให้พวกเจ้าคิดให้ดีก่อนจะตอบ” เซินลั่วหรี่ตาลงแล้วกล่าว
“หลิงเอ๋อร์ยังเข้าร่วมองค์กรได้(@NameIsNovel)ไม่นาน นางไม่รู้จริงๆ องค์กรนี้ลึกลับซับซ้อนเกินกว่า(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)เจ้าจะจินตนาการได้(@NameIsNovel) แม้แต่สำนักหลวงต้าถังก็อาจจะไม่รู้ถึงการมี(@NameIsNovel)อยู่ของพวกเรา” อสูรหงส์ดำกล่าว
เซินลั่วมองไปที่(@NameIsNovel)หลู่ฮว่า(@NameIsNovel)หมิง ซึ่งอีกฝ่ายก็กำลังขมวดคิ้วพลางส่ายหน้าเช่นกัน
“องค์กรไม่มี(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)ตั้งแน่นอน พวกเราเพียงแค่รับภารกิจเป็น(@NameIsNovel)ครั้งคราว ข้าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับองค์กรเลย” กู่ฮวาหลิงกล่าวเสริม
“เช่นนั้นท่านก็คงจะรู้สินะ” เซินลั่วมองไปที่(@NameIsNovel)อสูรหงส์ดำ
“ใช่ ข้ารู้มากกว่า(@NameIsNovel)หลิงเอ๋อร์มาก แต่ถ้าเจ้าต้องการให้ข้าบอก เจ้าต้องตกลงกับข้าเรื่องหนึ่งก่อน” อสูรหงส์ดำลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ท่านคิดว่า(@NameIsNovel)ตอนนี้ตนเองอยู่ในฐานะที่(@NameIsNovel)จะต่อรองกับข้าได้(@NameIsNovel)รึ?” เซินลั่วชูสว่า(@NameIsNovel)นสั้นเขา(@NameIsNovel)มังกรในมือขึ้น
เมื่อเห็นเช่นนั้น ในดวงตาของอสูรหงส์ดำก็ฉายแววโกรธขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่นางก็ระงับอารมณ์ลงอย่างรวดเร็วแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจนใจว่า(@NameIsNovel)
“หากข้าเปิดเผยเรื่องใดเกี่ยวกับองค์กร ก็เท่ากับเป็น(@NameIsNovel)การทรยศ ในตอนนั้น แม้ข้าจะตายไปแล้ว หลิงเอ๋อร์ก็จะถูกลากเข้าไปพัวพันด้วย
ดังนั้น ข้าหวังว่า(@NameIsNovel)เจ้าจะให้สัตย์สาบานว่า(@NameIsNovel)จะปกป้องหลิงเอ๋อร์จนกว่า(@NameIsNovel)นางจะบรรลุถึงระดับมหาโพธิญาณ
มิเช่นนั้น ต่อให้เจ้าฆ่าพวกเราในวันนี้ ข้าก็จะไม่ปริปากแม้แต่คำเดียว อย่างน้อยหากข้าตายในวันนี้ ก็ยังเป็น(@NameIsNovel)การตายที่(@NameIsNovel)สบายกว่า(@NameIsNovel)”
“หากผู้บงการเบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้คือองค์กรที่(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel) ข้าก็ตกลงที่(@NameIsNovel)จะไว้ชีวิตกู่ฮวาหลิงและ(@NameIsNovel)รับประกันความปลอดภัยของนางได้(@NameIsNovel)
แต่ข้าจะไม่ให้สัญญาเรื่องระยะเวลา และ(@NameIsNovel)ต้องอยู่ภายในขอบเขตความสามารถของข้าด้วย” เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินดังนั้น เซินลั่วก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงพยักหน้า
“ข้าไม่ต้องการการปกป้องจากเจ้า” แต่กู่ฮวาหลิงกลับไม่ซาบซึ้ง
ทว่า(@NameIsNovel) ทันทีที่(@NameIsNovel)นางกำลังจะเอ่ยชื่อ สีหน้าของเซินลั่วก็พลันเปลี่ยนไป เขา(@NameIsNovel)รีบพลิกกายโคจรปราณเต๋า แล้วซัดฝ่ามือออกไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว
หลู่ฮว่า(@NameIsNovel)หมิงและ(@NameIsNovel)คนอื่นๆ ต่างงุนงง เมื่อเห็นเพียงแสงสีดำสายหนึ่งวาบออกมาจากใต้แขนเสื้อของเซินลั่ว
มันทลายเจดีย์สีทองที่(@NameIsNovel)ก่อตัวขึ้นจากยันต์สะกดวิญญาณในพริบตา แล้วทะลุผ่านหน้าผากของอสูรหงส์ดำโดยตรง
ศีรษะของอสูรหงส์ดำพลันหงายไปด้านหลัง และ(@NameIsNovel)เสียงของนางก็ขาดห้วงไปในทันที
แววตาของเซินลั่วฉายแววโกรธแค้นอย่างรุนแรง เขา(@NameIsNovel)เหวี่ยงแขนไปยังก้อนหินที่(@NameIsNovel)ไม่สะดุดตาก้อนหนึ่งซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขา(@NameIsNovel)
เสียงคำรามของมังกรดังออกมาจากสว่า(@NameIsNovel)นสั้น กลายเป็น(@NameIsNovel)เงามังกรสีทองพุ่งทะยานออกไป
ทว่า(@NameIsNovel) สว่า(@NameIsNovel)นเพิ่งจะบินไปได้(@NameIsNovel)ประมาณสิบฉื่อ แสงสีทองของมันก็สั่นไหวและ(@NameIsNovel)เกือบจะร่วงลงสู่พื้น ขณะเดียวกัน พายุหมุนสีดำลูกหนึ่งก็ได้(@NameIsNovel)ก่อตัวขึ้นจากทิศทางนั้น ก่อนจะหายวับไปในพริบตา
เซินลั่วอ่อนแรงเกินไป ทำได้(@NameIsNovel)เพียงเฝ้ามองพายุลูกนั้นหายลับไป เขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)หลู่ฮว่า(@NameIsNovel)หมิงสบตากัน ทั้งสองต่างก็มี(@NameIsNovel)สีหน้าครุ่นคิด
“ท่านแม่...” กู่ฮวาหลิงกอดร่างของอสูรหงส์ดำไว้ในอ้อมแขนด้วยแววตาโศกเศร้า พึมพำขณะที่(@NameIsNovel)น้ำตาไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างเงียบงัน
ดวงตาของอสูรหงส์ดำไร้ซึ่งประกายแห่งชีวิตโดยสิ้นเชิง แสงสีดำสายหนึ่งวาบขึ้นฟื้นคืนร่างอสูรหงส์ของนาง แต่ขนนกกลับมืดมิดและ(@NameIsNovel)สูญเสียความแวววาวไปจนหมดสิ้น
กู่ฮวาหลิงค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ทำความเคารพร่างของอสูรหงส์ดำ
จากนั้น เปลวเพลิงสีดำก็ลุกโชนขึ้นจากร่างของนาง กลืนกินร่างทั้งร่างในชั่วพริบตา
“สหาย...เซิน ท่านมองเห็นใบหน้าของคนผู้นั้นชัดเจนหรือไม่?” เมื่อยืนอยู่ข้างกองเพลิง กู่ฮวาหลิงก็หยุดร้องไห้แล้วเอ่ยถาม นางมัวแต่จดจ่ออยู่กับอสูรหงส์ดำจนไม่ได้(@NameIsNovel)สังเกตเห็นความผิดปกติของเซินลั่ว
“มองไม่เห็นใบหน้า แต่เมื่อดูจากวิชาตัวเบาที่(@NameIsNovel)ใช้หลบหนีแล้ว ดูเหมือนจะเป็น(@NameIsNovel)คนที่(@NameIsNovel)ข้ารู้จัก” เซินลั่วกล่าวช้าๆ
“ผู้ใดกัน?” กู่ฮวาหลิงหันขวับมาถามทันที
“อสูรวายุ” หลู่ฮว่า(@NameIsNovel)หมิงและ(@NameIsNovel)เซินลั่วกล่าวขึ้นพร้อมกัน
ทันทีที่(@NameIsNovel)สิ้นเสียง เปลวเพลิงบนร่างอสูรหงส์ดำก็ค่อยๆ มอดลง เมื่อประกายไฟสุดท้ายดับสนิท ร่างหงส์ของนางก็สลายหายไปโดยสมบูรณ์
เมื่อเถ้าถ่านสุดท้ายปลิวกระจายไป ชิ้นหยกที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ลักษณะคล้ายหงส์เกาะกิ่งไม้และ(@NameIsNovel)ขนนกหงส์ทองคำสองเส้นก็ปรากฏขึ้นบนพื้น
กู่ฮวาหลิงรีบเก็บหยกหงส์และ(@NameIsNovel)ขนนกหงส์ทองคำขึ้นมาถนอมไว้ในมืออย่างระมัดระวัง
เซินลั่วและ(@NameIsNovel)หลู่ฮว่า(@NameIsNovel)หมิงไม่ได้(@NameIsNovel)ขัดขวางนาง
เป็น(@NameIsNovel)เวลานาน กู่ฮวาหลิงจึงหันกลับมาแล้วยื่นขนนกสีทองสองเส้นและ(@NameIsNovel)หยกหงส์ให้เซินลั่ว พลางกล่าวว่า(@NameIsNovel)
“เรื่องที่(@NameIsNovel)สำนักชุนชิว ไม่ว่า(@NameIsNovel)อย่างไรข้าก็มี(@NameIsNovel)ส่วนเกี่ยวข้อง ข้าจะไม่ปัดความรับผิดชอบ ข้าเพียงหวังว่า(@NameIsNovel)ท่านจะช่วยข้าตามหาอสูรวายุเพื่อล้างแค้นให้ท่านแม่
หลังจากนั้น จะฆ่าหรือจะลงโทษข้าอย่างไรก็ตามแต่ท่านต้องการ”
เซินลั่วรับหยกหงส์และ(@NameIsNovel)ขนนกสีทองมาพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงคืนหยกหงส์กลับไปให้นาง
“ขนนกหงส์ทองคำนี้ข้ามี(@NameIsNovel)ความจำเป็น(@NameIsNovel)ต้องใช้ ส่วนหยกหงส์เจ้าก็เก็บไว้เถิด ถือเป็น(@NameIsNovel)ของดูต่างหน้าชิ้นสุดท้ายจากนาง เรื่องของอสูรวายุ ข้าเองก็กำลังสืบสวนอยู่เช่นกัน
ยิ่งเมื่อรวมกับเรื่องขององค์กรนั่นแล้ว พวกเราก็มี(@NameIsNovel)เหตุผลที่(@NameIsNovel)จะร่วมมือกันได้(@NameIsNovel)” เขา(@NameIsNovel)เอ่ยอธิบายเมื่อเห็นสีหน้างุนงงของกู่ฮวาหลิง
กู่ฮวาหลิงมองเซินลั่วด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ดวงตาของนางแดงก่ำ เม้มปากแน่นและ(@NameIsNovel)ไม่ได้(@NameIsNovel)เอ่ยสิ่งใด เพียงแค่ยื่นมือออกไปรับหยกหงส์
“ทว่า(@NameIsNovel) เจ้าจะต้องกลับไปที่(@NameIsNovel)เมืองฉางอันกับพวกเรา ทางการจะสอบสวนและ(@NameIsNovel)ตัดสินเจ้าหลังจากสืบสวนเรื่องราวทั้งหมดเสร็จสิ้น
ข้าได้(@NameIsNovel)สัญญากับอสูรหงส์ดำไว้แล้วว่า(@NameIsNovel)จะไว้ชีวิตเจ้า เรื่องนี้เจ้าวางใจได้(@NameIsNovel)” เซินลั่วกล่าวหลังจากได้(@NameIsNovel)รับกระแสจิตจากหลู่ฮว่า(@NameIsNovel)หมิง
“ข้าจะไปกับพวกท่าน” กู่ฮวาหลิงเก็บหยกหงส์แล้วตอบโดยไม่ลังเล
หลังจากนั้น กู่ฮวาหลิงก็ได้(@NameIsNovel)ฝังศพของเสวียนจื่อและ(@NameIsNovel)เก็บข้าวของใต้ต้นไทรในหุบเขา(@NameIsNovel) ขณะที่(@NameIsNovel)เซินลั่วและ(@NameIsNovel)หลู่ฮว่า(@NameIsNovel)หมิงใช้เวลาพักฟื้นและ(@NameIsNovel)ทำสมาธิอยู่ในหุบเขา(@NameIsNovel)
เมื่อรุ่งอรุณของวันถัดไปมาถึง ทั้งหมดก็ออกเดินทางกลับไปยังวัดจินซาน
------------