หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 670
ตอนที่ 670 : นิกายธรรมบัวศักดิ์สิทธิ์
ตอนที่ 670
แม้ในใจเซินลั่วจะขุ่นมัวกับการกระทำของเหล่าทหารยาม ทว่า(@NameIsNovel)เรื่องสำคัญยังค้ำคออยู่ การสร้างความวุ่นวายโดยไม่จำเป็น(@NameIsNovel)ย่อมไม่ใช่ทางเลือกที่(@NameIsNovel)ดี
เขา(@NameIsNovel)กำลังจะก้าวออกไปเพื่อยุติเรื่องราว เพื่อให้ไป๋เสี่ยวเถียนยอมทำตามแต่โดยดี
“อมิตาภพุทธ... ท่านเจ้าหน้าที่(@NameIsNovel) สรรพสัตว์ใต้หล้าล้วนเท่าเทียมกัน เหตุใดผู้อื่นจ่ายเพียงสองตำลึงเงิน แต่พวกเรากลับต้องจ่ายถึงสองตำลึงทองเล่า?” เสียงของฉานเอ๋อร์ดังขึ้นอย่างสงบ
ยามนั้นเอง สายตาของทหารยามจึงพลันสังเกตเห็นฉานเอ๋อร์ในอาภรณ์พระสงฆ์... สีหน้าโอหังพลันแปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)ตื่นตระหนกในบัดดล
“ท่านอาจารย์ผู้ทรงธรรม! ท่านเป็น(@NameIsNovel)สหายกับพวกเขา(@NameIsNovel)ด้วยหรือ?
ข้าน้อย... ข้าน้อยมี(@NameIsNovel)ตาแต่หามี(@NameIsNovel)แววไม่ ขอท่านอาจารย์โปรดอภัย! เป็น(@NameIsNovel)ความเข้าใจผิด... เป็น(@NameIsNovel)เพียงความเข้าใจผิดเท่านั้น
เชิญ... เชิญพวกท่านเข้าเมืองได้(@NameIsNovel)เลย!” ทหารที่(@NameIsNovel)ข่มขู่กรรโชกเมื่อครู่กลับลิ้นในทันที ท่าทีพลิกจากฝ่ามือเป็น(@NameIsNovel)หลังมืออย่างน่าอัศจรรย์
ทหารนายอื่นๆ ที่(@NameIsNovel)ยืนอยู่ใกล้เคียงต่างรีบหุบรอยยิ้มหยัน แล้วสำรวมกิริยาประสานมือแสดงความเคารพต่อฉานเอ๋อร์อย่างนอบน้อม
ฉานเอ๋อร์เพียงประสานมือคารวะตอบอย่างสำรวม แม้เซินลั่วและ(@NameIsNovel)ไป๋เสี่ยวเถียนจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด แต่เมื่อเห็นว่า(@NameIsNovel)ปัญหาคลี่คลายลงแล้ว จึงรีบเดินตามฉานเอ๋อร์เข้าสู่ประตูเมืองไปในทันที
กำแพงเมืองไป่สูงตระหง่าน แลดูโอฬารยิ่งนัก เซินลั่วคาดว่า(@NameIsNovel)ภายในคงจะคราคร่ำไปด้วยผู้คนและ(@NameIsNovel)เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา...
ทว่า(@NameIsNovel)เมื่อก้าวผ่านประตูเมืองเข้าไป สิ่งที่(@NameIsNovel)ปรากฏแก่สายตากลับเป็น(@NameIsNovel)เพียงถนนหนทางอันคับแคบและ(@NameIsNovel)โสโครก บ้านเรือนสองข้างทางล้วนผุพังทรุดโทรม มนุษย์และ(@NameIsNovel)ปศุสัตว์อาศัยอยู่ปะปนกันอย่างน่าเวทนา
ร้านรวงมี(@NameIsNovel)อยู่เพียงบางตา แต่ละร้านล้วนอยู่ในสภาพเก่าแก่ซอมซ่อ ผู้คนบนถนนต่างมี(@NameIsNovel)สีหน้าอมทุกข์ สัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงความยากลำเค็ญในทุกย่างก้าว
ทว่า(@NameIsNovel)... สิ่งที่(@NameIsNovel)ขัดแย้งกับภาพความเสื่อมโทรมนั้น คืออารามน้อยใหญ่ที่(@NameIsNovel)ตั้งตระหง่านอยู่ทั่วเมือง
แต่ละแห่งล้วนสร้างขึ้นอย่างวิจิตรตระการตา สง่างามและ(@NameIsNovel)เปี่ยมด้วยกลิ่นอายแห่งความศักดิ์สิทธิ์ เสียงสวดมนต์แว่วลอยมาตามสายลมบางเบา ควันธูปเทียนลอยอวล บ่งบอกถึงความศรัทธาอันรุ่งเรือง
ฉานเอ๋อร์ในอาภรณ์พระสงฆ์ผู้ใหญ่ แม้เยาว์วัยแต่ท่วงทีกลับสงบสำรวมองอาจเหนือธรรมดา
เมื่อย่างเท้าไปตามถนน ชาวเมืองที่(@NameIsNovel)เดินสวนมาต่างรีบหลีกทางให้ พร้อมทั้งประสานมือแสดงความเคารพอย่างสูงสุด
เซินลั่วสบตากับไป๋เสี่ยวเถียนอย่างเงียบงัน ในใจต่างก็กระจ่างแจ้ง...
สถานะของพระสงฆ์ในเมืองไป่แห่งนี้สูงส่งเกินกว่า(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)คาดคิดไว้มากนัก มิน่าเล่า เหล่าทหารยามที่(@NameIsNovel)ประตูเมืองจึงเปลี่ยนท่าทีในทันทีที่(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)เห็นฉานเอ๋อร์
“เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหม สมควรจะมั่งคั่งรุ่งเรือง ทว่า(@NameIsNovel)เหตุไฉนผู้คนกลับยากแค้นถึงเพียงนี้
แต่พุทธศาสนากลับเจริญเฟื่องฟูอย่างยิ่ง... ช่างน่าประหลาดนัก” ไป๋เสี่ยวเถียนกระซิบเสียงเบา แววตาเต็มไปด้วยความฉงนสนเท่ห์
“อมิตาภพุทธ... ประหลาดจริงดังว่า(@NameIsNovel)” ฉานเอ๋อร์พยักหน้าเห็นด้วย
“มี(@NameIsNovel)อันใดน่าประหลาดใจกัน? ดินแดนรกร้างห่างไกล จะเทียบกับความอุดมสมบูรณ์ของจงหยวนได้(@NameIsNovel)อย่างไร?
ส่วนเรื่องการค้า... แค่ดูการกระทำของทหารยามพวกนั้น ก็รู้แล้วว่า(@NameIsNovel)พ่อค้าจากจงหยวนคนใดจะหาญกล้ามายังที่(@NameIsNovel)แห่งนี้ ต่อให้ถูกขูดรีด ก็ไม่มี(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)ให้ร้องทุกข์” ลูกประคำพุทธะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พลางขยับประคำในมือเบาๆ
ฉานเอ๋อร์ได้(@NameIsNovel)ฟังดังนั้นก็ถอนหายใจยาว แล้วสวดพระนามพระพุทธองค์เสียงแผ่ว
“พวกเราจะไปหาที่(@NameIsNovel)พักที่(@NameIsNovel)ใดกันดี?” ไป๋เสี่ยวเถียนเอ่ยถาม
“เข้าเมืองมาทั้งที ก็ควรจะหาที่(@NameIsNovel)พักก่อนเป็น(@NameIsNovel)อันดับแรก” เซินลั่วกล่าว
“เห็นด้วย” ไป๋เสี่ยวเถียนพยักหน้า
“โยมทั้งสอง ท่านอาจจะไปหาโรงเตี๊ยมเพื่อพักผ่อน ส่วนอาตมาเป็น(@NameIsNovel)ผู้ถือศีล คงต้องขอไปพักที่(@NameIsNovel)อารามเบื้องหน้าพรุ่งนี้เช้า พวกเราค่อยมาพบกันที่(@NameIsNovel)นี่อีกครั้ง” ฉานเอ๋อร์กล่าว
เซินลั่วจึงเพิ่งนึกขึ้นได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)ฉานเอ๋อร์เป็น(@NameIsNovel)พระสงฆ์ การจะให้ไปพักในโรงเตี๊ยมที่(@NameIsNovel)ขวักไขว่ไปด้วยผู้คนและ(@NameIsNovel)สุรานารีย่อมไม่เหมาะสม
“ท่านอาจารย์จินฉาน เรื่องความปลอดภัยของท่านจะประมาทมิได้(@NameIsNovel) ให้ข้าผู้นี้พักเป็น(@NameIsNovel)เพื่อนท่านที่(@NameIsNovel)อารามเถิด
ส่วนสหายเซินให้เขา(@NameIsNovel)ไปหาโรงเตี๊ยมในเมือง ทั้งยังสามารถสืบข่าวคราวเกี่ยวกับอาณาจักรไก่ดำไปในตัวด้วย” ไป๋เสี่ยวเถียนเสนอขึ้น
“เป็น(@NameIsNovel)ความคิดที่(@NameIsNovel)ดี” เซินลั่วซึ่งกำลังครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่พอดีจึงพยักหน้าเห็นด้วย
ทั้งสามจึงแยกทางกัน ณ ที่(@NameIsNovel)นั้น เซินลั่วเดินค้นหาอยู่เป็น(@NameIsNovel)นานสองนาน ในที่(@NameIsNovel)สุดจึงพบโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่(@NameIsNovel)พอจะเข้าพักได้(@NameIsNovel)
โรงเตี๊ยมแห่งนี้มี(@NameIsNovel)ขนาดเล็กอย่างยิ่ง นอกจากเถ้าแก่แล้วก็มี(@NameIsNovel)เสี่ยวเอ้อร์เพียงสองคน ดูท่าแล้วคงร้างราลูกค้ามานาน
เมื่อเห็นเซินลั่วมาเข้าพัก เถ้าแก่จึงปรี่เข้ามาต้อนรับด้วยตนเอง ทั้งยังยกน้ำชาและ(@NameIsNovel)อาหารค่ำมาให้ถึงห้องอย่างเอาอกเอาใจ
“เถ้าแก่ ข้าผู้นี้เพิ่งเดินทางมาถึงอาณาจักรไก่ดำเป็น(@NameIsNovel)ครั้งแรก
เคยได้(@NameIsNovel)ยินเมื่อครั้งอยู่ที่(@NameIsNovel)ต้าถังว่า(@NameIsNovel) อาณาจักรไก่ดำเป็น(@NameIsNovel)หนึ่งในแคว้นใหญ่แห่งดินแดนตะวันตก ทั้งยังตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหม สมควรจะเจริญรุ่งเรือง เหตุใดเมืองไป่จึงได้(@NameIsNovel)ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เล่า?” เซินลั่วเอ่ยถาม พลางยื่นตำลึงเงินให้เถ้าแก่หนึ่งก้อน
“โอ้... ท่านมาจากต้าถังอันยิ่งใหญ่นั่นเอง! มิน่าเล่า ท่วงทีจึงดูสูงส่งผิดกับคนธรรมดา!
เฮ้อ... หากจะกล่าวถึงอาณาจักรไก่ดำของเรา เมื่อก่อนก็นับว่า(@NameIsNovel)รุ่งเรืองอยู่บ้าง
แต่หลายปีมานี้กลับต้องเผชิญทั้งภัยธรรมชาติ โจรผู้ร้ายชุกชุม ทั้งยังมี(@NameIsNovel)อสูรออกอาละวาด ผู้คนจึงเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า พ่อค้าต่างแดนก็ไม่มาเยือนอีก เมืองจึงตกอยู่ในสภาพที่(@NameIsNovel)ท่านเห็นนี่แหละ” เถ้าแก่ถอนหายใจยาว
“การรุกรานของอสูรอย่างนั้นรึ!” แววตาของเซินลั่วพลันคมปลาบขึ้น
“ใช่แล้ว... ไม่ทราบด้วยเหตุใด หลายปีมานี้หลายพื้นที่(@NameIsNovel)ในอาณาจักรไก่ดำของเราจึงถูกอสูรคุกคาม
แม้เหล่าภิกษุศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายธรรมบัวศักดิ์สิทธิ์ จะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อปราบปรามพวกมัน แต่อสูรก็มี(@NameIsNovel)จำนวนมากเกินกว่า(@NameIsNovel)จะกำจัดให้สิ้นซากได้(@NameIsNovel)...
อาจเป็น(@NameIsNovel)เพราะความศรัทธาของพวกเราที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)ต่อนักบุญยังไม่บริสุทธิ์ใจพอ มหันตภัยเช่นนี้จึงได้(@NameIsNovel)บังเกิดแก่พวกเรา” เถ้าแก่กล่าวจบก็ประสานมือในท่าสวดมนต์ด้วยสีหน้าเลื่อมใส
“นิกายธรรมบัวศักดิ์สิทธิ์? นั่นคืออะไรกัน? เป็น(@NameIsNovel)อารามพุทธหรือ?” เซินลั่วถามด้วยความสงสัย
“หา? ท่านไม่รู้จักนิกายธรรมบัวศักดิ์สิทธิ์รึ? ข้าได้(@NameIsNovel)ยินมาเสมอว่า(@NameIsNovel)พุทธศาสนาในต้าถังนั้นรุ่งเรืองยิ่งนัก แต่กลับไม่เคยได้(@NameIsNovel)ยินนามของนิกายเรา... ช่างน่าประหลาดใจ”
เถ้าแก่ขมวดคิ้วมุ่น สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)ไม่พอใจที่(@NameIsNovel)เซินลั่วไม่รู้จักนิกายอันศักดิ์สิทธิ์ของตน จึงสะบัดหน้าเดินจากไปอย่างฉุนเฉียว
เซินลั่วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่ก็มิได้(@NameIsNovel)ใส่ใจ ลุกขึ้นไปปิดประตูลงกลอน
ราตรีภายนอกโรยตัวลงมาจนมืดสนิท เมืองไป่แตกต่างจากนครฉางอันที่(@NameIsNovel)เจิดจ้าด้วยแสงโคมยามค่ำคืน ที่(@NameIsNovel)นี่เงียบสงัดราวกับป่าช้า ผู้คนส่วนใหญ่คงจะเข้านอนกันหมดแล้ว ร่างของเขา(@NameIsNovel)พลันไหววูบออกจากหน้าต่าง กลายเป็น(@NameIsNovel)เงาดำสายหนึ่งที่(@NameIsNovel)เลือนหายไปในความมืดมิดยามราตรี
กว่า(@NameIsNovel)ครึ่งคืนผ่านไป จวบจนใกล้รุ่งสาง เขา(@NameIsNovel)จึงกลับมายังโรงเตี๊ยมอีกครั้ง พร้อมกับตำราหนาหลายเล่มในมือ
ตลอดหลายชั่วยามที่(@NameIsNovel)ผ่านมา เซินลั่วได้(@NameIsNovel)ร่อนเร่ไปทั่วมุมมืดของเมือง แอบฟังบทสนทนาของผู้คน จนพอจะเข้าใจสถานการณ์ในปัจจุบันของเมืองแห่งนี้ได้(@NameIsNovel)ดีขึ้น ส่วนตำราเหล่านี้ เขา(@NameIsNovel)ไปนำมาจากอารามเล็กๆ ที่(@NameIsNovel)ไร้ผู้คนดูแล
เขา(@NameIsNovel)พลิกหน้าตำราอย่างรวดเร็ว ด้วยพลังวิญญาณในปัจจุบัน เขา(@NameIsNovel)สามารถกวาดสายตาอ่านได้(@NameIsNovel)สิบแถวในพริบตาเดียว
เพียงชั่วครู่ ตำราหนาหนักทั้งหมดก็ถูกอ่านจนจบสิ้น สีหน้าของเขา(@NameIsNovel)ปรากฏแววเข้าใจอย่างถ่องแท้
อาณาจักรไก่ดำในยามนี้อ่อนแอและ(@NameIsNovel)วุ่นวายอย่างยิ่ง ผู้คนต่างจมดิ่งอยู่ในพุทธศาสนาเพื่อแสวงหาที่(@NameIsNovel)พึ่งทางใจ ทำให้พุทธศาสนา ณ ที่(@NameIsNovel)แห่งนี้รุ่งเรืองยิ่งกว่า(@NameIsNovel)ในต้าถังเสียอีก
นิกายธรรมบัวศักดิ์สิทธิ์ คือศาสนาประจำชาติในปัจจุบันของอาณาจักรไก่ดำ อารามส่วนใหญ่ในเมืองไป่ล้วนเป็น(@NameIsNovel)สาขาย่อยของนิกายนี้
“นิกายธรรมบัวศักดิ์สิทธิ์...” คิ้วของเซินลั่วขมวดเข้าหากันเป็น(@NameIsNovel)ปม
ในโลกที่(@NameIsNovel)สับสนวุ่นวายและ(@NameIsNovel)เต็มไปด้วยความทุกข์ยาก การที่(@NameIsNovel)ปุถุชนคนธรรมดาจะแสวงหาที่(@NameIsNovel)พึ่งทางใจนั้นไม่ใช่เรื่องผิด
ทว่า(@NameIsNovel)... จากสิ่งที่(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)ยินและ(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)อ่านมา ดูเหมือนว่า(@NameIsNovel)นิกายธรรมบัวศักดิ์สิทธิ์นี้จะค่อนข้างชั่วร้าย ผิดแผกแตกต่างจากอารามพุทธในแดนจงหยวนอย่างสิ้นเชิง
ขณะที่(@NameIsNovel)อารามในแดนจงหยวนอย่าง วัดฮว่า(@NameIsNovel)เซิงและ(@NameIsNovel)วัดจินซานยึดมั่นในธรรมบัญญัติว่า(@NameIsNovel)ด้วยความเสมอภาคของสรรพชีวิต
นิกายธรรมบัวศักดิ์สิทธิ์นี้กลับยกตนให้เป็น(@NameIsNovel) ‘ภิกษุศักดิ์สิทธิ์’ วางตัวอยู่เหนือปุถุชนสามัญไปอีกขั้นหนึ่ง
ยิ่งไปกว่า(@NameIsNovel)นั้น การปราบอสูรของพวกเขา(@NameIsNovel)มิได้(@NameIsNovel)กระทำไปโดยไม่หวังผล ทุกครั้งที่(@NameIsNovel)ออกโรง พวกเขา(@NameIsNovel)จะเรียกร้องเงินทองจำนวนมหาศาลจากชาวบ้าน
ข้อความที่(@NameIsNovel)บันทึกไว้ในตำราเล่มหนึ่งเผยว่า(@NameIsNovel) เคยมี(@NameIsNovel)อสูรตนหนึ่งปรากฏกายขึ้นในเมืองแห่งหนึ่งของอาณาจักรไก่ดำ
เจ้าเมืองได้(@NameIsNovel)ร้องขอความช่วยเหลือจากภิกษุแห่งนิกายธรรมบัวศักดิ์สิทธิ์ แต่ภิกษุที่(@NameIsNovel)เรียกตนว่า(@NameIsNovel)ศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นกลับเรียกร้องทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของคลังเมือง
แม้เจ้าเมืองจะไม่เต็มใจ แต่สุดท้ายก็จำต้องยอมจ่ายเพื่อกำจัดอสูรให้พ้นไป
พฤติกรรมเรียกเก็บเงินเช่นนี้ หากอยู่ในต้าถังก็ไม่ต่างอันใดกับการปล้นชิงซึ่งหน้า
กระนั้น นิกายธรรมบัวศักดิ์สิทธิ์กลับเรียกขานมันว่า(@NameIsNovel) "การถวายเครื่องบรรณาการแด่นักบุญ" และ(@NameIsNovel)ล้างสมองผู้คนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ยอมรับคำอธิบายนี้...
เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี ชาวเมืองแห่งอาณาจักรไก่ดำก็ค่อยๆ ยอมรับเรื่องนี้เป็น(@NameIsNovel)เรื่องปกติไปเสียแล้ว
---------------
ขอบพระคุณทุกท่านที่(@NameIsNovel)สนับสนุนและ(@NameIsNovel)ติดตามเรา