หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 671
ตอนที่ 671 : เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบงัน
ตอนที่ 671
เซินลั่วบังเกิดความรู้สึกที่(@NameIsNovel)ยากจะเอื้อนเอ่ย เมื่อเห็นเหล่าสามัญชนแห่งอาณาจักรไก่ดำยอมรับชะตากรรมของตนได้(@NameIsNovel)เช่นนี้
ทว่า(@NameIsNovel)นี่เป็น(@NameIsNovel)เรื่องภายในของอาณาจักรผู้อื่น เขา(@NameIsNovel)ผู้เป็น(@NameIsNovel)เพียงผู้สัญจรผ่านย่อมไม่คิดยื่นมือเข้าสอดในเรื่องที่(@NameIsNovel)อาจไม่ได้(@NameIsNovel)รับแม้แต่คำขอบคุณ
เขา(@NameIsNovel)สะบัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไปอย่างรวดเร็ว แล้วหันเห ความสนใจทั้งหมดไปยังพลังงานอสูรที่(@NameIsNovel)คละคลุ้งอยู่ทั่วบริเวณนี้
ตามคำบอกเล่าของท่านอาจารย์ไห่สือ ในปีนั้นที่(@NameIsNovel)จินฉานเดินทางสู่ดินแดนตะวันตก ท่านได้(@NameIsNovel)ตรวจพบคลื่นปราณอสูรที่(@NameIsNovel)ปั่นป่วนรุนแรงภายในอาณาจักรแห่งนี้แล้ว เรื่องนี้นับว่า(@NameIsNovel)มิอาจมองข้ามได้(@NameIsNovel)
แม้หลี่จิ่งจะเคยกล่าวไว้ว่า(@NameIsNovel) ช่วงเวลาที่(@NameIsNovel)จิตวิญญาณเทวะปีศาจทั้งห้าของฉือโย่วกลับชาติมาเกิดนั้นใกล้เคียงกับคณะผู้แสวงบุญนัก และ(@NameIsNovel)ไม่น่าจะมี(@NameIsNovel)ความเชื่อมโยงใดๆ กับความผันผวนของพลังงานอสูรที่(@NameIsNovel)นี่
แต่พวกเขา(@NameIsNovel)ก็มิอาจล่วงรู้ได้(@NameIsNovel)เลยว่า(@NameIsNovel) ก่อนที่(@NameIsNovel)ฉือโย่วจะปลดปล่อยจิตวิญญาณเทวะปีศาจทั้งห้าออกมา มันได้(@NameIsNovel)วางแผนการอื่นใดไว้อีกหรือไม่
ยิ่งไปกว่า(@NameIsNovel)นั้น ปราณอสูรในอาณาจักรไก่ดำยังแข็งแกร่งกว่า(@NameIsNovel)ในดินแดนต้าถังอยู่หลายส่วน สอดคล้องกับที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)เคยคาดการณ์ไว้จากภาพเหตุการณ์ในดินแดนแห่งความฝันแทบไม่ผิดเพี้ยน
ขณะที่(@NameIsNovel)เซินลั่วกำลังจมดิ่งอยู่ในภวังค์ความคิด เสียงคำรามอันน่าขนหัวลุกก็ดังแว่วมาจากแดนไกล
แม้จะฟังดูห่างไกลลิบ ทว่า(@NameIsNovel)ไอสังหารอันป่าเถื่อนเย็นเยียบที่(@NameIsNovel)แฝงมาในนั้น กลับทำให้หัวใจของเขา(@NameIsNovel)เย็นวาบลงได้(@NameIsNovel)
“แย่แล้ว อสูรปรากฏกาย!” ร่างของเขา(@NameIsNovel)ทะยานลุกขึ้นพรวดพราด พุ่งออกไปยังด้านนอกทันที
ภายนอกท้องฟ้าเริ่มสางแล้ว ชาวเมืองที่(@NameIsNovel)ตื่นแต่เช้ากำลังเริ่มเคลื่อนไหว ทว่า(@NameIsNovel)เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินเสียงคำรามนั้น สีหน้าของทุกคนก็พลันแปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
“อสูร! อสูรมาอีกแล้ว!” ชาวเมืองต่างร้องอุทานด้วยความตื่นตระหนก พากันวิ่งหนีกลับเข้าบ้านของตนเพื่อปิดประตูลงดาลอย่างแน่นหนา ไม่กล้าโผล่ออกมาอีก
“คุณชาย! รีบเข้ามาข้างใน อสูรกลับมาแล้ว!” เถ้าแก่โรงเตี๊ยมเองก็ตื่นแล้วเช่นกัน เมื่อเห็นเซินลั่วยืนนิ่งอยู่ด้านนอก ก็ลืมความขุ่นเคืองก่อนหน้าไปสิ้นเชิง พร้อมทั้งตะโกนเรียกอย่างร้อนรน
“อย่าได้(@NameIsNovel)กังวลไป” เซินลั่วพยักหน้าพร้อมส่งยิ้มบางเบาให้เถ้าแก่ ขณะทอดสายตามองไปยังทิศทางต้นเสียง
จุดสีดำเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนขอบฟ้า ก่อนจะขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็น(@NameIsNovel)กลุ่มเมฆทะมึนที่(@NameIsNovel)ม้วนตัวบ้าคลั่ง
ทรายและ(@NameIsNovel)ก้อนกรวดหมุนวนอยู่รายล้อม ถูกพัดพาโดยลมปีศาจที่(@NameIsNovel)กรีดร้องโหยหวน ช่างเป็น(@NameIsNovel)ภาพที่(@NameIsNovel)น่าหวาดหวั่นยิ่งนัก
“เป็น(@NameIsNovel)อสูรงูตนนั้น!” ใบหน้าของเถ้าแก่ซีดเผือดด้วยความตระหนก ไม่สนใจเซินลั่วอีกต่อไป หันหลังวิ่งกลับเข้าไปด้านในแล้วกระแทกประตูลงกลอนเสียงดังสนั่น
“อสูรงู...” เซินลั่วทวนคำกับตนเอง จากสถานการณ์เช่นนี้ ดูเหมือนว่า(@NameIsNovel)อสูรตนนี้จะเคยมาเยือนที่(@NameIsNovel)นี่แล้วหลายครั้ง
“ไม่รู้ว่า(@NameIsNovel)ฉานเอ๋อร์เป็น(@NameIsNovel)อย่างไรบ้าง?” พลันนึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้(@NameIsNovel) ร่างของเขา(@NameIsNovel)ก็พลันสลายกลายเป็น(@NameIsNovel)ลำแสงสีแดงฉานสายหนึ่ง พุ่งตรงไปยังอารามแห่งหนึ่งภายในเมือง
เมื่อวานนี้ ขณะที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)เคลื่อนไหวอย่างลับๆ ภายในเมือง ก็ได้(@NameIsNovel)สืบพบแล้วว่า(@NameIsNovel)ฉานเอ๋อร์และ(@NameIsNovel)ไป๋เสี่ยวเถียนพักอยู่ที่(@NameIsNovel)ใด... นั่นคืออารามเล็กๆ แห่งหนึ่งนั่นเอง
ภายในอารามเล็กๆ กลางเมืองไป่ ฉานเอ๋อร์และ(@NameIsNovel)ไป๋เสี่ยวเถียนตื่นขึ้นแล้ว ทั้งสองยืนอยู่ในลานอาราม เฝ้ามองกลุ่มพลังงานอสูรที่(@NameIsNovel)คืบคลานเข้ามาบนท้องฟ้าอันห่างไกล
“อมิตาภพุทธ ใครเลยจะคาดคิดว่า(@NameIsNovel)แม้แต่อาณาจักรในดินแดนตะวันตกก็ยังถูกอสูรคุกคาม เมืองนี้ทั้งยากจนและ(@NameIsNovel)ผู้คนก็อ่อนแอนัก...
สหายไป๋ หากอยู่ในวิสัยที่(@NameIsNovel)ท่านจะทำได้(@NameIsNovel) โปรดช่วยเหลือผู้คนในเมืองนี้ด้วยเถิด” ฉานเอ๋อร์เอ่ยขึ้นกับไป๋เสี่ยวเถียน
“เป็น(@NameIsNovel)เรื่องที่(@NameIsNovel)สมควรกระทำอยู่แล้ว” ไป๋เสี่ยวเถียนพยักหน้ารับคำทันที
ในขณะนั้นเอง ลำแสงกระบี่สีแดงฉานสายหนึ่งก็พุ่งทะยานมาจากแดนไกล ตรงมายังพวกเขา(@NameIsNovel)ในชั่วพริบตา ก่อนจะปรากฏร่างของเซินลั่วขึ้น
“ท่านอาจารย์ฉานเอ๋อร์ สหายไป๋ พวกท่านไม่เป็น(@NameIsNovel)อะไรใช่หรือไม่?”
“สหายเซิน ท่านมาได้(@NameIsNovel)ทันเวลาพอดีจริงๆ” ไป๋เสี่ยวเถียนกล่าว พลางลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
พลังของอสูรที่(@NameIsNovel)ซ่อนกายอยู่ท่ามกลางเมฆดำนั้นแข็งแกร่งเกินคาด เพียงแค่การปรากฏตัวก็ปลดปล่อยแรงกดดันอันน่าสะพรึงออกมาแล้ว
เขา(@NameIsNovel)กำลังครุ่นคิดอยู่ว่า(@NameIsNovel)การปกป้องฉานเอ๋อร์พร้อมกับขับไล่อสูรไปพร้อมกันอาจเป็น(@NameIsNovel)เรื่องที่(@NameIsNovel)เกินกำลัง แต่เมื่อเห็นเซินลั่วปรากฏกาย ศิลาหนักอึ้งที่(@NameIsNovel)ถ่วงอยู่ในใจก็พลันถูกยกออกไปทันที
ระหว่า(@NameIsNovel)งที่(@NameIsNovel)ทั้งสองสนทนา กลุ่มเมฆทะมึนก้อนนั้นได้(@NameIsNovel)ลอยมาถึงเหนือเมืองไป่แล้ว มันแผ่ขยายออกอย่างรวดเร็ว ประดุจมหานทีสีดำที่(@NameIsNovel)กำลังจะกลืนกินท้องฟ้า
เพียงชั่วอึดใจ ท้องฟ้ากว่า(@NameIsNovel)ครึ่งค่อนผืนก็ถูกบดบังด้วยเงาอันหนาทึบ เมืองไป่ทั้งเมืองจมอยู่ใต้แสงสลัวอันน่าพรั่นพรึง
เสียงฟ่อดังลั่นสะท้านเลื่อนลั่นมาจากกลุ่มเมฆดำ ฟังคล้ายเสียงอสรพิษยักษ์กำลังแลบลิ้น
ยิ่งไปกว่า(@NameIsNovel)นั้น แสงสีแดงฉานสองดวงขนาดเท่าโคมไฟก็ปรากฏขึ้นภายในก้อนเมฆทมิฬนั้น ดูคล้ายดวงตาปีศาจสองดวงที่(@NameIsNovel)กำลังจ้องมองลงมายังเมืองไป่เบื้องล่าง เปี่ยมล้นไปด้วยประกายแห่งความละโมบอันเย็นเยียบ
ฝ่ามือของเซินลั่วถูกห่อหุ้มด้วยคลื่นแสงสีแดงจางๆ เตรียมพร้อมที่(@NameIsNovel)จะปลดปล่อยตัวอ่อนกระบี่หยางบริสุทธิ์ออกไปตอบโต้
ทว่า(@NameIsNovel) ในฉับพลันนั้นเอง จากเจดีย์ทองคำสูงตระหง่านใจกลางเมืองไป่ ก็พลันสว่า(@NameIsNovel)งวาบขึ้นด้วยแสงสีทองเจิดจ้า แสงนั้นมาจากลูกแก้วผลึกสีทองขนาดเท่าโอ่งน้ำใบใหญ่ที่(@NameIsNovel)ฝังอยู่บนยอดเจดีย์
ทั่วทั้งผิวของลูกแก้วผลึกสลักไว้ด้วยอักขระค่ายกลซับซ้อน ขณะที่(@NameIsNovel)อักขระชุดหนึ่งพลันสว่า(@NameIsNovel)งขึ้น แสงจากลูกแก้วผลึกสีทองก็ยิ่งเจิดจรัสขึ้นอีกหลายส่วน ก่อนจะเปล่งเสาแสงสีทองมหึมาสายหนึ่งพุ่งปะทะเข้ากับลมปีศาจที่(@NameIsNovel)กำลังกดต่ำลงมา
บังเกิดเสียงระเบิดกึกก้องสะท้านฟ้า แสงสีทองสลายไปพร้อมกับลมปีศาจ ทั้งสองสลายล้างซึ่งกันและ(@NameIsNovel)กันจนสิ้นซาก
ภายในกลุ่มเมฆดำที่(@NameIsNovel)ลอยอยู่กลางอากาศพลันบังเกิดเสียงคำรามด้วยความเดือดดาล จากอีกฟากหนึ่งของก้อนเมฆ ปรากฏลมปีศาจที่(@NameIsNovel)ใหญ่โตยิ่งกว่า(@NameIsNovel)เดิมพุ่งลงมาอีกสาย คราวนี้มุ่งหน้าไปยังเขตก่อสร้างทางตอนใต้ของเมือง
ทว่า(@NameIsNovel) อักขระค่ายกลทางทิศใต้ของลูกแก้วผลึกก็สว่า(@NameIsNovel)งวาบขึ้นอีกครั้ง ปลดปล่อยลำแสงสีทองจากอีกฟากของลูกแก้ว พุ่งเข้าสกัดกั้นลมปีศาจสายนั้นไว้ได้(@NameIsNovel)อย่างแม่นยำอีกครา
อสูรบนฟากฟ้าโกรธเกรี้ยวจนคลั่ง เมฆดำปั่นป่วนอย่างน่าสะพรึงกลัว บังเกิดเสียงกรีดร้องต่อเนื่อง ขณะที่(@NameIsNovel)ลมปีศาจกว่า(@NameIsNovel)สิบสายหมุนวนลงมา แปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)อสูรงูสีดำทะมึนกระโจนเข้าใส่ทุกส่วนของเมือง
ลูกแก้วผลึกสีทองราวกับสัมผัสได้(@NameIsNovel)ถึงภยันตรายที่(@NameIsNovel)คืบคลานเข้ามา อักขระค่ายกลทั่วทั้งลูกแก้วพลันสว่า(@NameIsNovel)งวาบขึ้นพร้อมกัน ภายในลูกแก้วส่องประกายแสงสีทองเจิดจ้ายิ่งกว่า(@NameIsNovel)เดิมหลายเท่าตัว พร้อมกับกลุ่มเมฆสีทองพร่าเลือนที่(@NameIsNovel)หมุนวนอย่างรวดเร็วอยู่ภายใน
พร้อมกับเสียงหึ่งๆ กึกก้อง ลำแสงสีทองหนาหนักหลายสิบสายก็พวยพุ่งออกมาจากภายในลูกแก้วผลึกสีทอง เข้าปะทะกับอสูรงูสีดำเหล่านั้น และ(@NameIsNovel)สกัดกั้นพวกมันไว้ได้(@NameIsNovel)ทีละตัวอย่างน่าอัศจรรย์
“ดูเหมือนว่า(@NameIsNovel)เมืองไป่จะมิได้(@NameIsNovel)ไร้ซึ่งหนทางรับมือการจู่โจมของอสูร นั่นคงเป็น(@NameIsNovel)ฝีมือของนิกายธรรมบัวศักดิ์สิทธิ์ ในเมื่อพวกเขา(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)กลไกรับมืออยู่แล้ว ในฐานะคนนอกเช่นเรา การเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงไปก่อนย่อมเป็น(@NameIsNovel)ทางเลือกที่(@NameIsNovel)ดีที่(@NameIsNovel)สุด” เซินลั่วเอ่ยขึ้นพลางพยักหน้าเล็กน้อยอย่างเห็นด้วย
“นิกายธรรมบัวศักดิ์สิทธิ์?” ไป๋เสี่ยวเถียนทวนคำ สีหน้าฉายแววงุนงง ดูเหมือนว่า(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)เพิ่งเคยได้(@NameIsNovel)ยินชื่อนี้เป็น(@NameIsNovel)ครั้งแรก
“ท่านไม่ได้(@NameIsNovel)สอบถามเรื่องราวของเมืองไป่และ(@NameIsNovel)อาณาจักรไก่ดำจากพระสงฆ์ในอารามนี้หรอกหรือ?” เซินลั่วถามด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
“สอบถามแล้ว แต่ทันทีที่(@NameIsNovel)เหล่าพระสงฆ์ได้(@NameIsNovel)ยินว่า(@NameIsNovel)พวกเรามาจากต้าถัง พวกเขา(@NameIsNovel)ก็ปฏิเสธที่(@NameIsNovel)จะเอ่ยปากแม้แต่ครึ่งคำ ดูเหมือนว่า(@NameIsNovel)จะค่อนข้างตั้งป้อมเป็น(@NameIsNovel)ปรปักษ์ต่อผู้มาเยือนจากต่างแดน” ไป๋เสี่ยวเถียนอธิบาย
“ข้าเข้าใจแล้ว เป็น(@NameIsNovel)เช่นนี้นี่เอง ที่(@NameIsNovel)ข้าสืบพบเกี่ยวกับอาณาจักรไก่ดำนั้น...” เซินลั่วพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะสรุปสถานการณ์ที่(@NameIsNovel)ตนได้(@NameIsNovel)สืบเสาะมาให้คนทั้งสองฟังอย่างรวดเร็ว
“ข้าไม่เคยคาดคิดเลยว่า(@NameIsNovel)สถานการณ์ภายในอาณาจักรไก่ดำจะเป็น(@NameIsNovel)เช่นนี้ สหายเซินพูดถูกแล้ว พวกเราควรรอเวลาที่(@NameIsNovel)เหมาะสมก่อนจะเข้าแทรกแซงอย่างผลีผลาม” ไป๋เสี่ยวเถียนพยักหน้าเห็นพ้อง
“หากนิกายธรรมบัวศักดิ์สิทธิ์มิอาจต้านทานอสูรได้(@NameIsNovel) พวกเราก็จำต้องลงมือ จะปล่อยให้เหล่าสามัญชนต้องทนทุกข์ทรมานมิได้(@NameIsNovel)” ฉานเอ๋อร์รีบกล่าวเสริมขึ้น
“วางใจเถิด นั่นเป็น(@NameIsNovel)เรื่องที่(@NameIsNovel)ต้องทำอยู่แล้ว” เซินลั่วกล่าว
ถึงแม้อาณาจักรไก่ดำจะมิใช่ส่วนหนึ่งของต้าถัง แต่ในฐานะส่วนหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เขา(@NameIsNovel)ไม่มี(@NameIsNovel)วันนิ่งดูดายปล่อยให้ผู้คนต้องล้มตายอย่างทุกข์ทรมานเป็น(@NameIsNovel)แน่
“ไม่ดีแล้ว! พลังของลูกแก้วผลึกสีทองเริ่มอ่อนลงแล้ว!” ในขณะนั้นเอง สีหน้าของไป๋เสี่ยวเถียนก็พลันแปรเปลี่ยนไป
เซินลั่วและ(@NameIsNovel)ฉานเอ๋อร์รีบมองตามไปยังเจดีย์ทองคำ ลูกแก้วผลึกสีทองยังคงยิงลำแสงสีทองเข้าใส่เมฆดำกลางอากาศไม่หยุดยั้ง
แต่ทว่า(@NameIsNovel)รัศมี(@NameIsNovel)สีทองนั้นกลับหม่นหมองลงอย่างเห็นได้(@NameIsNovel)ชัดเมื่อเทียบกับช่วงแรก เริ่มต้านทานการรุกรานของลมปีศาจบนฟากฟ้าอย่างยากลำบากแล้ว
“ดูท่าพลังของลูกแก้วผลึกสีทองจะมี(@NameIsNovel)จำกัด พวกเราคงต้องเข้าแทรกแซงแล้ว” เซินลั่วกล่าว
ในขณะนั้นเอง ภายในเจดีย์สมบัติของนิกายธรรมบัวศักดิ์สิทธิ์ในเมืองไป่ พระสงฆ์หลายรูปสวมหมวกลามะสีเหลืองทรงสูงและ(@NameIsNovel)จีวรสีแดงโอ่อ่ากำลังนั่งสมาธิอยู่บนแท่นบัวสีม่วงทอง
แสงแห่งธรรมแผ่ออกมาจากร่างของบุคคลเหล่านี้ พร้อมกับเสียงสวดมนต์แผ่วเบาที่(@NameIsNovel)ลอยวนอยู่รอบกาย ก่อเกิดเป็น(@NameIsNovel)กลิ่นอายของพระสงฆ์ผู้สูงส่งน่าเลื่อมใส
ทว่า(@NameIsNovel) บนใบหน้าของพวกเขา(@NameIsNovel)ทุกรูปกลับปรากฏร่องรอยของความหยิ่งยโสอย่างโจ่งแจ้ง ทำให้พวกเขา(@NameIsNovel)แตกต่างจากพระสงฆ์ในแดนจงหยวนโดยสิ้นเชิง
----------