หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 675
ตอนที่ 675 : แสวงหาประโยชน์สุขเพื่อโลกหล้า
ตอนที่ 675
ในขณะเดียวกันนั้นเอง ภายในลานอารามเล็กๆ กลางเมืองไป่ ประกายแสงสีเขียวพลันปรากฏขึ้นในความว่า(@NameIsNovel)งเปล่า ก่อนที่(@NameIsNovel)ร่างของเซินลั่วและ(@NameIsNovel)ไป๋เสี่ยวเถียนจะปรากฏขึ้นจากภายใน
“อมิตาภพุทธ โยมทั้งสอง ท่านมิได้(@NameIsNovel)รับบาดเจ็บใช่หรือไม่?” ฉานเอ๋อร์ซึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว เอ่ยทักทายขึ้นทันที
“พวกเราไม่เป็น(@NameIsNovel)ไร แต่ข้าเกรงว่า(@NameIsNovel)เราจะอยู่ที่(@NameIsNovel)เมืองไป่ต่อไปมิได้(@NameIsNovel)แล้ว จำต้องจากไปโดยเร็วที่(@NameIsNovel)สุด” โดยมิได้(@NameIsNovel)ลงลึกในรายละเอียด เซินลั่วพลันคว้าไหล่ของฉานเอ๋อร์พร้อมกับกล่าว
เมื่อถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีเขียว ร่างของคนทั้งสามก็อันตรธานหายไปพร้อมกับประกายแสงวาบหนึ่ง
เงาสีเขียวสายหนึ่งลอยผ่านพื้นที่(@NameIsNovel)รกร้างนอกเมืองไป่ ก่อนที่(@NameIsNovel)ร่างของคนสามคนจะปรากฏขึ้นและ(@NameIsNovel)โซซัดโซเซลงสู่พื้น
ใบหน้าของเซินลั่วซีดเผือดลงเล็กน้อย ด้วยระดับพลังบำเพ็ญในปัจจุบัน แม้จะสามารถใช้เคล็ดวิชาเงาพฤกษาพาคนทั้งสองออกมาได้(@NameIsNovel) แต่มันก็สิ้นเปลืองปราณเต๋าไปไม่น้อย เมื่อรวมกับความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ครั้งก่อนหน้า เขา(@NameIsNovel)จึงหยิบโอสถฟื้นฟูเม็ดหนึ่งออกมากิน แล้วหลอมมันอย่างเงียบๆ ด้วยเคล็ดวิชา
ในขณะนั้นเอง ใจกลางเมืองไป่ เจดีย์สมบัติก็สว่า(@NameIsNovel)งวาบขึ้นอีกครั้งด้วยลำแสงสีทองเจิดจ้าที่(@NameIsNovel)พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกันนั้น ลำแสงสีทองที่(@NameIsNovel)เล็กกว่า(@NameIsNovel)สี่สายก็ได้(@NameIsNovel)แยกตัวออกไปแล้วร่อนลงที่(@NameIsNovel)มุมทั้งสี่ของกำแพงเมือง
ปราการแสงสีทองในรูปทรงของฝาหม้อคว่ำก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ห่อหุ้มเมืองทั้งเมืองเอาไว้ภายใน
“ข้ามิเคยคาดคิดเลยว่า(@NameIsNovel)เมืองแห่งนี้จะมี(@NameIsNovel)ตราผนึกที่(@NameIsNovel)ครอบคลุมได้(@NameIsNovel)ถึงเพียงนี้ โชคดีที่(@NameIsNovel)สหายเซินลงมืออย่างรวดเร็ว มิจะนั้นพวกเราคงถูกขังอยู่ข้างในเป็น(@NameIsNovel)แน่” ไป๋เสี่ยวเถียนถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นภาพนั้น
เซินลั่วส่ายศีรษะ มิได้(@NameIsNovel)แสดงท่าทีลิงโลดในชัยชนะแต่อย่างใด ทอดสายตามองไปยังปราการแสงสีทองที่(@NameIsNovel)ห่อหุ้มเมืองไป่ไว้ทั้งหมด แววตาพลันสั่นไหวเล็กน้อย
เมื่อพิจารณาถึงสภาพอันปรักหักพังภายในเมืองไป่แล้ว ก็คาดเดาได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)นิกายธรรมบัวศักดิ์สิทธิ์คงจะมิได้(@NameIsNovel)มั่งคั่งเท่าใดนัก เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการจู่โจมของอสูรก่อนหน้านี้ ตราผนึกของเจดีย์ทองคำก็สั่นคลอนหลังจากผ่านไปเพียงชั่วครู่ บัดนี้พวกเขา(@NameIsNovel)คงจะเปิดใช้งานมันอีกครั้งเพื่อไล่ตามหาพวกตน
ยิ่งไปกว่า(@NameIsNovel)นั้น การเปิดใช้งานปราการแสงสีทองที่(@NameIsNovel)ปกคลุมทั้งเมืองนี้ย่อมสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่า(@NameIsNovel)ความพยายามครั้งก่อนๆ ในการขัดขวางอสูรงูอย่างเทียบกันมิได้(@NameIsNovel) หรือว่า(@NameIsNovel)น้ำเต้าหยกใบนั้นจะล้ำค่าถึงขนาดที่(@NameIsNovel)ทำให้พระสงฆ์หน้าเหลืองยอมทำทุกวิถีทางเพื่อเอามันกลับคืนมากันแน่?
“เหตุใดเหล่าพระสงฆ์จากอารามจึงไล่ตามพวกท่านเล่า?” ฉานเอ๋อร์เอ่ยถามด้วยความงุนงง
“ฮิฮิ จะเป็น(@NameIsNovel)เรื่องอันใดไปได้(@NameIsNovel)อีกเล่า? สหายเซินของเจ้าโฉบเข้าไปฉกฉวยศาสตราเวทของพวกเขา(@NameIsNovel)มา แน่นอนว่า(@NameIsNovel)พระสงฆ์พวกนั้นย่อมต้องโกรธเป็น(@NameIsNovel)ฟืนเป็น(@NameIsNovel)ไฟอยู่แล้ว” ลูกประคำพุทธะของฉานเอ๋อร์หัวเราะออกมาอย่างซุกซน
“โยมเซิน นี่เป็น(@NameIsNovel)ความจริงรึ? การลักขโมยเป็น(@NameIsNovel)อุปสรรคสำคัญต่อการสร้างกุศลกรรม แม้ท่านจะมิได้(@NameIsNovel)อยู่ในพุทธนิกาย แต่ก็มิควรทำการเช่นนั้น ข้าคิดว่า(@NameIsNovel)จะเป็น(@NameIsNovel)การดีที่(@NameIsNovel)สุดหากท่านนำของไปคืนพวกเขา(@NameIsNovel)” ฉานเอ๋อร์เอ่ยแนะนำเซินลั่ว
ลูกประคำพุทธะหัวเราะอย่างขบขัน แต่ก็มิได้(@NameIsNovel)เอ่ยคำใดออกมาอีก
“ท่านอาจารย์ฉานเอ๋อร์ ความเมตตาของท่านช่างน่าชื่นชมยิ่งนัก แต่ข้าผู้นี้เพียงแค่กระทำการไปตามความจำเป็น(@NameIsNovel)เมื่อครั้งที่(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)ศาสตราเวทของพวกเขา(@NameIsNovel)มา อีกอย่าง การกระทำของพระสงฆ์เหล่านั้นก็ผิดศีลธรรม ทั้งเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรของพวกเขา(@NameIsNovel)ก็ชั่วร้ายอย่างยิ่ง พวกเขา(@NameIsNovel)มิใช่ผู้ทรงคุณธรรมอย่างแน่นอน หากศาสตราเวทตกไปอยู่ในมือของคนเช่นนั้น ก็จะยิ่งทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องทนทุกข์ทรมานมากขึ้น การที่(@NameIsNovel)ข้ายึดศาสตราเวทนั้นมามิใช่การปล้นชิง แต่เป็น(@NameIsNovel)มาตรการเพื่อประโยชน์สุขของโลกหล้าต่างหาก” เซินลั่วเหลือบมองลูกประคำพุทธะแวบหนึ่ง ก่อนจะอธิบายอย่างจริงจัง
“เป็น(@NameIsNovel)เช่นนั้นเองรึ...” ฉานเอ๋อร์ครุ่นคิด พลางเกาศีรษะเบาๆ
“ชิ อ้างเหตุผลในการขโมยได้(@NameIsNovel)อย่างชอบธรรมถึงเพียงนี้ เซินลั่ว ข้าว่า(@NameIsNovel)เจ้าเก่งกาจในการเล่านิทานหลอกเด็กยิ่งกว่า(@NameIsNovel)พระสงฆ์พวกนั้นเสียอีก” ลูกประคำพุทธะแค่นลมหายใจอย่างดูแคลน
เซินลั่วมิได้(@NameIsNovel)ใส่ใจลูกประคำพุทธะ และ(@NameIsNovel)กล่าวต่อไปว่า(@NameIsNovel) “ถึงแม้พวกเราจะออกมานอกเมืองแล้ว ก็มิได้(@NameIsNovel)หมายความว่า(@NameIsNovel)จะปลอดภัยดี เราสมควรออกเดินทางโดยเร็วที่(@NameIsNovel)สุด”
“ถูกต้อง ไปกันเถอะ” ไป๋เสี่ยวเถียนอัญเชิญเรือเหาะออกมาด้วยการโบกมือคราหนึ่ง
เมื่อถูกลำแสงสีขาวพัดพาไป คนทั้งสามก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและ(@NameIsNovel)มุ่งหน้าไปยังแดนไกล ในไม่ช้าก็ทิ้งเมืองไป่ไว้เบื้องหลังจนลับสายตา
เซินลั่วนั่งขัดสมาธิลงบนเรือ ฟื้นฟูปราณเต๋าของตนขณะที่(@NameIsNovel)หยิบน้ำเต้าหยกออกมาจากห้วงมิติของคัมภีร์สวรรค์
หลังจากพินิจมองอยู่สองสามครั้ง เขา(@NameIsNovel)ก็หลับตาลงเพื่อใช้สัมผัสจิตเทวะหยั่งรู้สภาพภายในน้ำเต้า ทันใดนั้นใบหน้าก็พลันสว่า(@NameIsNovel)งวาบขึ้นด้วยความยินดี
น้ำเต้าหยกใบนี้เป็น(@NameIsNovel)ถึงศาสตราประทับชั้นสูงสุด ซึ่งฝังไว้ด้วยตราผนึกถึงสิบห้าชั้น มิน่าเล่ามันจึงสามารถทนทานต่อแสงเย็นเยียบจากถุงเฉียนคุนได้(@NameIsNovel)
เขา(@NameIsNovel)โคจรเคล็ดเก้าสิบเก้าทรัพย์สมบัติเพื่อหลอมน้ำเต้าหยก และ(@NameIsNovel)ค้นพบว่า(@NameIsNovel)รอยประทับหลอมที่(@NameIsNovel)พระสงฆ์หน้าเหลืองทิ้งไว้ภายในน้ำเต้าได้(@NameIsNovel)สลายหายไปแล้ว ทำให้การหลอมนั้นง่ายดายอย่างยิ่ง
“ห้วงมิติของคัมภีร์สวรรค์ สามารถลบรอยประทับหลอมภายในศาสตราเวทได้(@NameIsNovel)จริงๆ!” เซินลั่วค่อนข้างประหลาดใจ แต่เมื่อขบคิดต่อไป ก็พบว่า(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)เรื่องที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)เหตุผล
คัมภีร์สวรรค์นี้ถูกอัญเชิญมาโดยหมอนหยกจากโลกในอีกหนึ่งพันปีข้างหน้า มันลึกซึ้งอย่างมิอาจหยั่งถึงได้(@NameIsNovel) เมื่อศาสตราเวทของผู้ใดถูกนำเข้าไป ในบางแง่มุม มันก็เปรียบเสมือนถูกนำไปวางไว้ในอีกหนึ่งพันปีข้างหน้า อุปสรรคข้ามห้วงเวลาและ(@NameIsNovel)มิติเช่นนี้น่าจะสามารถตัดขาดรอยประทับหลอมใดๆ ได้(@NameIsNovel)อย่างสิ้นเชิง
มิได้(@NameIsNovel)ครุ่นคิดถึงเรื่องนี้อีกต่อไป เขา(@NameIsNovel)ยังคงหลอมน้ำเต้าหยกต่อไป และ(@NameIsNovel)สามารถหลอมตราผนึกได้(@NameIsNovel)สองถึงสามชั้นอย่างรวดเร็ว
ทว่า(@NameIsNovel) เนื่องจากน้ำเต้าหยกมี(@NameIsNovel)ตราผนึกถึงสิบห้าชั้น จึงมิอาจทราบได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)จะต้องใช้เวลานานเพียงใดในการหลอมทั้งหมด เขา(@NameIsNovel)จึงมิได้(@NameIsNovel)ทำต่อไป และ(@NameIsNovel)เก็บน้ำเต้ากลับไป
จากนั้น สัมผัสจิตเทวะก็เข้าสู่ห้วงมิติของคัมภีร์สวรรค์อีกครั้ง ทอดสายตามองไปยังซากศพของอสูรงูพันปี พลางพิจารณาว่า(@NameIsNovel)จะสกัดดีของมันออกมาได้(@NameIsNovel)อย่างไร
ซากศพของงูนั้นใหญ่เกินกว่า(@NameIsNovel)จะนำออกมาวางบนเรือเหาะได้(@NameIsNovel) ดังนั้นเขา(@NameIsNovel)จึงจำต้องขอให้ไป๋เสี่ยวเถียนหยุดเรือชั่วคราว
“ห้วงมิติของคัมภีร์สวรรค์สามารถแยกรอยประทับหลอมของผู้อื่นได้(@NameIsNovel) ทว่า(@NameIsNovel)รอยประทับภายในสว่า(@NameIsNovel)นสั้นสีทองของข้าดูเหมือนจะมิได้(@NameIsNovel)ถูกแยกออกไปเมื่อครั้งที่(@NameIsNovel)ข้าใส่มันเข้าไป”
ทันใดนั้น เซินลั่วนึกถึงบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาได้(@NameIsNovel) จึงหยิบสว่า(@NameIsNovel)นสั้นสีทองออกมา แล้วใส่มันเข้าไปในห้วงมิติของคัมภีร์สวรรค์
สว่า(@NameIsNovel)นสั้นสีทองแผ่คลื่นแสงสีทองออกมา ถึงแม้การเชื่อมต่อกับจิตสำนึกจะอ่อนลงอย่างมาก แต่ก็ยังคงสามารถขับเคลื่อนมันได้(@NameIsNovel)อย่างฉิวเฉียด
“เป็น(@NameIsNovel)อย่างที่(@NameIsNovel)คาดไว้ ดูเหมือนว่า(@NameIsNovel)ศาสตราเวทของข้าเองจะได้(@NameIsNovel)รับการยกเว้นจากเรื่องนี้” เมื่อเห็นดังนั้น เซินลั่วก็พึมพำกับตนเอง จากนั้นจึงควบคุมสว่า(@NameIsNovel)นสั้นสีทอง ทำให้เกิดแสงสีทองอันแหลมคมผุดขึ้นจากปลายของมัน แล้วฟันไปยังท้องของอสูรงูพันปี
เกราะเกล็ดบนท้องของอสูรงูถูกยันต์ทลายเกราะฉีกขาดไปก่อนแล้ว ด้วยเสียงฉีกขาด ท้องของอสูรงูก็ถูกผ่าเปิดออก เผยให้เห็นอวัยวะภายในที่(@NameIsNovel)เปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิต
เซินลั่วใช้สัมผัสจิตเทวะค้นหาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงควบคุมสว่า(@NameIsNovel)นสั้นสีทองให้เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน แผ่นแสงสีทองก็เริ่มผุดขึ้นจากตัวสว่า(@NameIsNovel)น แทรกซึมเข้าไปในร่างของอสูรงู
เพียงชั่วครู่ต่อมา แสงสีทองก็ถอยกลับออกมา ภายในนั้นปรากฏดีงูสีเงินขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือดวงหนึ่ง
มุมปากของเซินลั่วโค้งเป็น(@NameIsNovel)รอยยิ้ม ทำสัญญาณด้วยมือ เรียกสว่า(@NameIsNovel)นสั้นสีทองและ(@NameIsNovel)ดีสีเงินกลับคืนมา
หลังจากเก็บสว่า(@NameIsNovel)นสั้นสีทองไปแล้ว เขา(@NameIsNovel)ก็ถือดีสีเงินไว้ในมือครู่หนึ่ง แล้วจึงกลืนมันลงไป
คัมภีร์ของภูเขา(@NameIsNovel)ฟางชุ่นได้(@NameIsNovel)บันทึกไว้ว่า(@NameIsNovel) ดีของงูพันปีสามารถบริโภคได้(@NameIsNovel)โดยตรง และ(@NameIsNovel)ไม่จำเป็น(@NameIsNovel)ต้องนำไปหลอมเป็น(@NameIsNovel)โอสถทิพย์
ดีงูเข้าสู่ท้องและ(@NameIsNovel)แปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)กลิ่นอายที่(@NameIsNovel)ทรงพลังและ(@NameIsNovel)ร้อนระอุอย่างรวดเร็ว ราวกับเปลวเพลิงที่(@NameIsNovel)ลุกโชน ทำให้เกิดความรู้สึกปั่นป่วนในอวัยวะภายในชั่วขณะ
เมื่อเห็นว่า(@NameIsNovel)ฤทธิ์ของดีงูนั้นรุนแรงเกินความคาดหมายไปมาก เซินลั่วก็รีบโคจรเคล็ดวิชาบำเพ็ญไร้นามเพื่อปกป้องอวัยวะภายในและ(@NameIsNovel)ต้านทานความร้อนระอุของกลิ่นอายนั้น ทำให้รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
ทันทีที่(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)กำลังจะหาทางหลอมกลิ่นอายร้อนระอุจากดีงูนั้น กลิ่นอายดังกล่าวกลับพลันพุ่งขึ้นเบื้องบนราวกับมี(@NameIsNovel)ชีวิตและ(@NameIsNovel)เกรงกลัวที่(@NameIsNovel)จะถูกหลอม
ด้วยความประหลาดใจ เซินลั่วรีบโคจรปราณเต๋าเพื่อไล่ตามมัน ทว่า(@NameIsNovel) กลิ่นอายร้อนระอุนั้นเคลื่อนที่(@NameIsNovel)รวดเร็วอย่างยิ่ง และ(@NameIsNovel)ภายในเวลาไม่กี่ลมหายใจ มันก็ไปถึงศีรษะ ก่อนจะแยกออกเป็น(@NameIsNovel)สองส่วนแล้วทะลักเข้าไปในดวงตาทั้งสองข้างของเขา(@NameIsNovel)
----------