หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 723
ตอนที่ 723 : การติดตาม
ตอนที่ 723
ห่างจากกระแสวนทมิฬไปราวร้อยลี้ แสงสีทองสายหนึ่งที่(@NameIsNovel)พุ่งทะยานอย่างรวดพลันก็พลันชะงักงัน มันหดตัวกลับอย่างฉับไว เผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่ง นั่นคือเซินลั่ว
บนใบหน้าของเขา(@NameIsNovel)ปรากฏร่องรอยของพลังปราณทมิฬประหลาด คล้ายถูกพิษร้ายกัดกินไปหลายส่วนทั่วร่าง แม้จะมี(@NameIsNovel)บาดแผลหลายแห่ง ทว่า(@NameIsNovel)โชคยังดีที่(@NameIsNovel)ไม่ลึกจนถึงกระดูก
แววตาของเขา(@NameIsNovel)ทอดมองลงไปยังผืนทะเลทมิฬเบื้องล่าง ความหวาดหวั่นพรั่นพรึงที่(@NameIsNovel)ยังหลงเหลืออยู่ในจิตใจฉายวาบขึ้นมาให้เห็นชัดเจน
หลังจากที่(@NameIsNovel)ต้องผ่านรอยแยกแห่งห้วงมิตินับไม่ถ้วน ชายหนุ่มผู้นี้ก็มาพบเข้ากับเหวลึกทมิฬ หลังจากที่(@NameIsNovel)ลังเลและ(@NameIsNovel)สำรวจอยู่เป็น(@NameIsNovel)นาน ก็ตัดสินใจมุ่งหน้าเข้าไปในนั้น
ภายในเหวลึกนั้นเต็มไปด้วยพลังแห่งความมืดมิดที่(@NameIsNovel)กัดกร่อน มันสามารถทำลายได้(@NameIsNovel)ทั้งปราณเต๋าของผู้บำเพ็ญและ(@NameIsNovel)ร่างกายเนื้อของสิ่งมี(@NameIsNovel)ชีวิต
ในบางครา พายุทมิฬอันกว้างใหญ่ก็พลันปะทุขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว พลังทำลายล้างของมันไม่เพียงน่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง
ทว่า(@NameIsNovel)ยังแฝงเร้นด้วยพลังฉีกกระชากมหาศาล ที่(@NameIsNovel)พร้อมจะดึงดูดผู้คนให้ร่วงหล่นลงไปยังส่วนลึกที่(@NameIsNovel)สุดของเหวนั้น
นับเป็น(@NameIsNovel)โชคดีที่(@NameIsNovel)เซินลั่วมี(@NameIsNovel)วรยุทธ์สูงส่ง ทั้งยังมี(@NameIsNovel)เสาเหล็กสะกดสมุทรและ(@NameIsNovel)คัมภีร์สวรรค์เป็น(@NameIsNovel)สมบัติวิเศษในการป้องกันภัย
ถึงกระนั้น ชายหนุ่มก็ต้องสิ้นเปลืองพลังงานไปมากมาย เพื่อที่(@NameIsNovel)จะผ่านพ้นเหวลึกทมิฬนั้นมาได้(@NameIsNovel)อย่างยากลำบาก และ(@NameIsNovel)ก้าวเข้าสู่พื้นที่(@NameIsNovel)ผืนน้ำเบื้องล่าง ซึ่งเป็น(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)รู้จักกันในนาม ทะเลทมิฬ
ทะเลแห่งนี้เต็มไปด้วยภยันตราย มันอัดแน่นด้วยพลังปราณศพที่(@NameIsNovel)รุนแรง พลังปราณศพนี้ยังผิดแผกจากปกติทั่วไป
ด้วยมันมี(@NameIsNovel)พิษร้ายแรงแฝงอยู่ ผืนทะเลทั้งมวลจึงเปรียบดุจทะเลแห่งพิษร้าย อสุรกายมากมายถือกำเนิดจากการรวมตัวของพลังปราณศพ
อาศัยอยู่ในห้วงทะเลแห่งนี้ พวกมันไม่เพียงแต่ทรงพลังอย่างยิ่ง ทว่า(@NameIsNovel)ยังสามารถใช้พิษร้ายในการจู่โจมศัตรู
ทันทีที่(@NameIsNovel)ย่างกรายเข้าสู่ผืนน้ำ เซินลั่วก็พลันกระตุ้นเคล็ดวิชาหวงถิง เพื่อต้านทานการกัดกร่อนของพลังปราณศพที่(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)พิษร้ายในน้ำทะเล
จากนั้นจึงใช้เคล็ดวิชาเงาพฤกษาและ(@NameIsNovel)เคล็ดวิชาทะยานปีกพันลี้ไปพร้อมกัน พยายามอย่างสุดกำลังที่(@NameIsNovel)จะทะยานขึ้นสู่เบื้องบน เขา(@NameIsNovel)แทบเอาชีวิตไม่รอดออกมาได้(@NameIsNovel)
เซินลั่วรีบหดสายตากลับมา โคจรเคล็ดวิชาผนึกสวรรค์ ดูดซับพลังปราณฟ้าดินเพื่อเยียวยาบาดแผล
ทว่า(@NameIsNovel)พลังปราณฟ้าดินเหนือผิวน้ำทะเลกลับเบาบางอย่างยิ่ง ขณะที่(@NameIsNovel)พลังปราณศพนั้นหนาแน่นกว่า(@NameIsNovel)มาก อาการบาดเจ็บของเขา(@NameIsNovel)ไม่เพียงไม่ดีขึ้น ทว่า(@NameIsNovel)พิษร้ายกลับยิ่งกำเริบหนักขึ้นไปอีก
ความอัดอั้นพลันพลุ่งพล่านในอกจนไม่อาจยับยั้ง เขา(@NameIsNovel)พลันกำหมัดแน่น และ(@NameIsNovel)ระบายโทสะด้วยการชกเข้าใส่ผืนทะเลทมิฬเบื้องล่างอย่างรุนแรง
เสียงระเบิดที่(@NameIsNovel)สั่นสะท้านปฐพีดังลั่นมาจากใต้ผืนน้ำ ผิวน้ำที่(@NameIsNovel)เคยสงบนิ่งพลันเกิดคลื่นลมโหมกระหน่ำ พายุสีทองหลายสายพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าจากห้วงทะเล สร้างความวินาศสันตะโรไปทั่วบริเวณนั้น
เพียงชั่วครู่ พายุสีทองก็สงบลง และ(@NameIsNovel)ผิวน้ำทะเลก็กลับคืนสู่ความสงบเรียบร้อยดังเดิม
เซินลั่วถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก จิตใจของเขา(@NameIsNovel)ก็พลันผ่อนคลายลงในทันใด “เหตุใดข้าผู้นี้ถึงบันดาลโทสะขึ้นอย่างกะทันหันเช่นนี้?”
เมื่ออารมณ์สงบลง เขา(@NameIsNovel)ก็ตระหนักได้(@NameIsNovel)ในทันทีว่า(@NameIsNovel)สภาพตนเองเมื่อครู่ผิดวิสัยไปมาก เพราะโดยปกติแล้วเขา(@NameIsNovel)ไม่ใช่ผู้ที่(@NameIsNovel)หุนหันพลันแล่นเช่นนี้
“หรือว่า(@NameIsNovel)นี่คือผลจากพิษร้ายแรงที่(@NameIsNovel)เข้าแทรกซึมในกาย ข้าควรออกจากทะเลแห่งนี้ไปก่อนเป็น(@NameIsNovel)อันดับแรก” เซินลั่วตัดสินใจในทันทีและ(@NameIsNovel)กวาดสายตามองไปรอบด้าน
สถานการณ์ของทะเลแห่งนี้ในทุกทิศทางล้วนคล้ายคลึงกัน มี(@NameIsNovel)เพียงเมฆหมอกบริเวณขอบฟ้าทางซ้ายมือ ที่(@NameIsNovel)ดูเหมือนจะผิดแปลกไปเล็กน้อย ดังนั้นเขา(@NameIsNovel)จึงรีบทะยานร่างไปยังทิศทางนั้นทันที
ขณะที่(@NameIsNovel)กำลังโบยบิน เซินลั่วก็พยายามสัมผัสรอยประทับวิญญาณที่(@NameIsNovel)ฝังไว้ในร่างของผู้จัดการหม่า
ทว่า(@NameIsNovel)กลับไม่พบร่องรอยใดๆ เลย เซินลั่วไม่รู้สึกประหลาดใจแต่อย่างใด เขา(@NameIsNovel)ใช้เวลาไปนานโขในการข้ามรอยแยกมิติ เหวลึกทมิฬ และ(@NameIsNovel)ทะเลพิษเบื้องล่าง
เมื่อพิจารณาจากสภาพของผู้จัดการหม่าก่อนหน้า ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเตรียมรับมือกับอันตรายเหล่านี้มาแล้ว ย่อมใช้เวลาเดินทางน้อยกว่า(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel) บัดนี้เขา(@NameIsNovel)อาจจะโบยบินหายลับไปในที่(@NameIsNovel)ใดสักแห่งแล้วก็ได้(@NameIsNovel)
รอยประทับวิญญาณนี้เป็น(@NameIsNovel)เคล็ดวิชาลับที่(@NameIsNovel)บันทึกอยู่ในตำราลับหลอมกายา ต้องใช้พลังบำเพ็ญถึงระดับมหาโพธิญาณในการร่าย
ทว่า(@NameIsNovel)มันสามารถสัมผัสได้(@NameIsNovel)เพียงภายในระยะทางหมื่นลี้เท่านั้น การล่าช้าไปนานเพียงนี้ ผู้จัดการหม่าคงจะโบยบินออกไปพ้นจากขอบเขตนี้แล้วอย่างแน่นอน
เซินลั่วส่ายศีรษะเล็กน้อย ไม่ได้(@NameIsNovel)ให้ความสนใจอีกต่อไป หลังจากบินไปได้(@NameIsNovel)ครึ่งชั่วยาม ร่องรอยสีเขียวก็ปรากฏขึ้นที่(@NameIsNovel)ปลายขอบฟ้า ในที่(@NameIsNovel)สุดเขา(@NameIsNovel)ก็มาถึงผืนแผ่นดิน
เซินลั่วดีใจอย่างยิ่ง เร่งความเร็วในการทะยานร่าง ออกจากผืนทะเลทมิฬอย่างรวดเร็ว แผ่นดินบริเวณขอบทะเลนี้เป็น(@NameIsNovel)ป่าที่(@NameIsNovel)รกร้างว่า(@NameIsNovel)งเปล่า
ยังคงเต็มไปด้วยพลังปราณหยินที่(@NameIsNovel)หนักอึ้ง เขา(@NameIsNovel)ไม่ได้(@NameIsNovel)หยุดยั้งตรงนั้น และ(@NameIsNovel)ยังคงบินลึกเข้าไปในแผ่นดินต่อไป เพียงหลังจากบินไปหลายร้อยลี้ พลังปราณฟ้าดินจึงอุดมสมบูรณ์ขึ้น
ร่อนลง ณ เทือกเขา(@NameIsNovel)แห่งหนึ่ง ขุดถ้ำลับไว้ที่(@NameIsNovel)ข้างภูผา แล้วจึงเข้าไปข้างในเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ
เงาเส้นลมปราณหลายสายส่องสว่า(@NameIsNovel)งขึ้นบนร่างของเซินลั่ว พลังปราณฟ้าดินพลันรวมตัวกันดุจกระแสน้ำเชี่ยว ชำระล้างพิษร้ายแรงที่(@NameIsNovel)แทรกซึมอยู่ในร่างกาย พลังปราณทมิฬบนใบหน้าก็ค่อยๆ ถอยร่นหายไป
ครึ่งวันให้หลัง ใบหน้าของเซินลั่วก็กลับมามี(@NameIsNovel)สีเลือดฝาดในที่(@NameIsNovel)สุด บ่งบอกว่า(@NameIsNovel)พิษร้ายแรงได้(@NameIsNovel)สลายหายไปโดยสิ้นเชิง
เขา(@NameIsNovel)ไม่ได้(@NameIsNovel)จากไปในทันที แต่หยิบเชือกทองคำและ(@NameIsNovel)กระบองหนามพยัคฆ์ ซึ่งได้(@NameIsNovel)รับมาจากการเดินทางเข้าสู่ความฝันครั้งล่าสุดออกมา โคจรเคล็ดเก้าสิบเก้าทรัพย์สมบัติเพื่อเริ่มการหลอมสมบัติ
หลังจากได้(@NameIsNovel)สมบัติทั้งสองชิ้นนี้มา เขา(@NameIsNovel)ก็ยังไม่มี(@NameIsNovel)โอกาสทำพิธีหลอมให้สำเร็จ บัดนี้เมื่อมี(@NameIsNovel)เวลาว่า(@NameIsNovel)ง จึงรีบทำพิธีหลอมสมบัติทั้งสองนี้เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ตนเองในทันที
สมบัติทั้งสองนี้ตอบสนองต่อเคล็ดเก้าสิบเก้าทรัพย์สมบัติอย่างรวดเร็ว ผิดแผกจากเจดีย์วิจิตร ปราณเต๋าของเซินลั่วค่อยๆ หลอมรวมตราผนึกภายในอย่างราบรื่น
ทว่า(@NameIsNovel)ในขณะนี้เอง เสียงหอนอันแหลมคมก็ดังมาจากระยะไกล เสียงหอนนั้นเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องที่(@NameIsNovel)น่าสะพรึงกลัวของภูตผีและ(@NameIsNovel)หมาป่า ชวนให้ผู้คนสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจโดยไม่รู้ตัว
เซินลั่วขมวดคิ้วแน่น หยุดการหลอมสมบัติลง ลุกขึ้นยืนและ(@NameIsNovel)เดินไปยังทางเข้าถ้ำ เขา(@NameIsNovel)ซ่อนเร้นกลิ่นอายของตนเองอย่างมิดชิด ก่อนจะทอดสายตามองออกไปเบื้องนอก
เขา(@NameIsNovel)เห็นเมฆดำมหึมาสายหนึ่งกำลังพุ่งผ่านไป มันบดบังรัศมี(@NameIsNovel)ของดวงตะวัน เมฆก้อนนี้เปล่งพลังปราณอสูรที่(@NameIsNovel)น่าหวาดผวา
โครงกระดูกสีดำนับไม่ถ้วนซ่อนเร้นอยู่ภายในเมฆ ส่งเสียงกรีดร้องแหลมคม ช่างน่าขนลุกขนพองยิ่งนัก
เมฆทมิฬโบยบินในระดับที่(@NameIsNovel)ไม่สูงนัก ทำให้ภูเขา(@NameIsNovel)เบื้องล่างได้(@NameIsNovel)รับผลกระทบ ป่าเขา(@NameIsNovel)สั่นสะท้านจากการเคลื่อนที่(@NameIsNovel)ของมัน สัตว์ป่ามากมายที่(@NameIsNovel)อาศัยอยู่บริเวณนั้นต่างพากันหนีด้วยความตื่นตระหนก
ทว่า(@NameIsNovel)ลมปีศาจสีดำที่(@NameIsNovel)พัดออกมาจากเมฆเป็น(@NameIsNovel)ครั้งคราว ก็จะพัดพาสัตว์ป่าขนาดใหญ่บางตัวขึ้นไป และ(@NameIsNovel)ฉุดกระชากพวกมันเข้าไปในเมฆดำนั้น
“อสุรกายชนิดใดกันที่(@NameIsNovel)อาศัยอยู่ในเมฆทมิฬนี้ มันต้องการสิ่งใดจากสัตว์ป่าธรรมดา?” เซินลั่วสงสัยในใจ และ(@NameIsNovel)เลือกที่(@NameIsNovel)จะไม่เผยกลิ่นอายของตนเอง
กลิ่นอายของอสูรในเมฆทมิฬนั้นแข็งแกร่งอย่างยิ่ง ไม่ด้อยไปกว่า(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel) ทว่า(@NameIsNovel)เนื่องจากได้(@NameIsNovel)ซ่อนเร้นกลิ่นอายไว้ก่อนแล้ว จึงไม่ถูกอสูรตนนั้นสังเกตเห็น
เมฆอสูรทมิฬโบยบินจากไปอย่างรวดเร็ว หลังจากค้นหาในป่าเขา(@NameIsNovel)เพียงชั่วครู่ มันเร็วอย่างเหลือเชื่อ หายลับไปจากขอบฟ้าในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ
หลังจากลังเลอยู่เพียงเล็กน้อย ร่างกายของเซินลั่วก็พลันสว่า(@NameIsNovel)งวาบด้วยแสงสีเขียว เขา(@NameIsNovel)ใช้เคล็ดวิชาเงาพฤกษา เคลื่อนที่(@NameIsNovel)ไปข้างหน้าหลายสิบลี้ แล้วจึงปรากฏกายขึ้นในดงไม้ เงยหน้าขึ้นมองยังปลายขอบฟ้า
เมฆทมิฬนั้นเคลื่อนที่(@NameIsNovel)เร็วเหลือเชื่อ และ(@NameIsNovel)ส่วนเล็กน้อยที่(@NameIsNovel)ยังมองเห็นก็หายลับไปในพริบตา เมื่อเห็นดังนั้น เซินลั่วก็ใช้เคล็ดวิชาเงาพฤกษาอีกครั้ง และ(@NameIsNovel)ไล่ติดตามไปในทันที
เขา(@NameIsNovel)ไม่ได้(@NameIsNovel)เข้าใกล้เมฆทมิฬ ทว่า(@NameIsNovel)กลับติดตามมันจากระยะที่(@NameIsNovel)ปลอดภัย เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจจับ หลังจากที่(@NameIsNovel)เดินทางเข้าสู่ความฝันมาหลายครา
เซินลั่วมี(@NameIsNovel)ความเข้าใจโดยทั่วไปเกี่ยวกับโลกแห่งความฝันแห่งนี้แล้ว ทว่า(@NameIsNovel)เขา(@NameIsNovel)ยังคงรู้น้อยมากเกี่ยวกับแรงจูงใจของอสุรกายเหล่านี้
ด้วยเหตุนี้ จึงตัดสินใจติดตามอสูรตนนี้อย่างใกล้ชิด หวังว่า(@NameIsNovel)จะได้(@NameIsNovel)รับข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของพวกมัน
หลังจากติดตามไปกว่า(@NameIsNovel)หนึ่งชั่วยาม ในที่(@NameIsNovel)สุดเมฆทมิฬก็ช้าลงและ(@NameIsNovel)ร่อนลงสู่เทือกเขา(@NameIsNovel)แห่งหนึ่ง เซินลั่วปรากฏกายขึ้นบริเวณนอกเทือกเขา(@NameIsNovel)และ(@NameIsNovel)ทอดสายตาสำรวจออกไป
ภูผาเบื้องหน้านั้นมี(@NameIsNovel)สีเทาและ(@NameIsNovel)ดำทะมึน ยอดเขา(@NameIsNovel)สูงชัน มี(@NameIsNovel)หินผามากมาย พืชพรรณมี(@NameIsNovel)น้อยมาก ดูรกร้างว่า(@NameIsNovel)งเปล่าอย่างยิ่ง เหนือเทือกเขา(@NameIsNovel)นั้น ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆทมิฬ ดูมืดครึ้มมัวซัวชวนให้รู้สึกอึดอัด
ทันทีที่(@NameIsNovel)เซินลั่วกำลังจะสืบค้นลงไปให้ลึกกว่า(@NameIsNovel)เดิม สีหน้าประหลาดใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา(@NameIsNovel)
ผู้จัดการหม่า ผู้ซึ่งหลบหนีไปจากเงื้อมมือของเขา(@NameIsNovel) ก็กำลังซ่อนตัวอยู่ในเทือกเขา(@NameIsNovel)แห่งนี้ด้วยเช่นกัน!
----------