หน้าแรก / จอมราชันย์สุญญตา / ตอนที่ 724
ตอนที่ 724 : ฐานที่มั่นอสูร
ตอนที่ 724
"ยอดเยี่ยม ไม่ต้องเสียแรงตามหาเลย" รอยยิ้มหยันเยาะปรากฏขึ้นบนใบหน้าเซินลั่ว กระดูกทั่วร่างพลันลั่นครืน เพียงชั่วพริบตา รูปโฉมของเขา(@NameIsNovel)ก็แปรเปลี่ยนเป็น(@NameIsNovel)ชายหนุ่มใบหน้ากลมผู้หนึ่ง
กลิ่นอายของชายหนุ่มผู้นี้ก็ผันแปรไปจนสิ้น แม้แต่คนสนิทที่(@NameIsNovel)ใกล้ชิดที่(@NameIsNovel)สุดก็ยากจะจดจำได้(@NameIsNovel)ว่า(@NameIsNovel)เป็น(@NameIsNovel)เซินลั่ว
ผู้จัดการหม่าผู้นั้นหลบหนีในทันทีที่(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)พบหน้า ย่อมต้องมี(@NameIsNovel)เหตุผลสำคัญซ่อนอยู่ การเปลี่ยนรูปโฉมนี้ย่อมเอื้อประโยชน์ในการจับกุมคนผู้นั้นได้(@NameIsNovel)มากกว่า(@NameIsNovel)
เมื่อจัดเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เซินลั่วก็แปรเป็น(@NameIsNovel)เพียง เงาพร่า พุ่งทะยานลึกเข้าไปในหุบเขา(@NameIsNovel)อย่างรวดเร็ว
ภายในถ้ำที่(@NameIsNovel)มืดสลัว ความหนาวเหน็บ ของพลังปราณหยิน หมุนวนอยู่ทุกทิศ พลังปราณพวยพุ่งขึ้นสู่เพดานถ้ำ พร้อมกลิ่นคาวเลือดที่(@NameIsNovel)ฉุนกึกจนแทบอาเจียน
เมฆทมิฬก้อนหนึ่งพุ่งเข้าสู่ปากถ้ำแล้วชะงักลง เผยให้เห็นร่างสูงสง่าของอสูรมนุษย์หัวนกตนหนึ่ง มี(@NameIsNovel)ขนสีดำสนิทและ(@NameIsNovel)จะงอยปากสีทองอร่าม
พลังปราณอสูรคล้ายหมอกควันสีดำรายล้อมรอบกาย ดวงตาที่(@NameIsNovel)แหลมคมของมันฉายแววเย็นชาและ(@NameIsNovel)เยือกเย็นยิ่งนัก
เมื่อเมฆทมิฬที่(@NameIsNovel)โอบล้อมอสูรอินทรีพลันสลาย กองวัตถุขนาดใหญ่ก็ร่วงลงสู่พื้น เกิดเสียงปึกปัก พวกมันล้วนเป็น(@NameIsNovel)สัตว์ร้ายหลายชนิด
อาทิ หมาป่า เสือ สิงโต เสือดาว ซึ่งทั้งหมดอยู่ในอาการแน่นิ่งราวกับถูกตรึงไว้ เห็นได้(@NameIsNovel)ชัดว่า(@NameIsNovel)ถูกเคล็ดวิชาอสูรที่(@NameIsNovel)ทำให้สับสนงุนงงเล่นงาน
“เหตุใดจึงมี(@NameIsNovel)เพียงน้อยนิดเช่นนี้?” เสียงอันหยาบกร้านดังสะท้อนมาจากส่วนลึกของถ้ำ
“พวกเราอยู่ที่(@NameIsNovel)นี่มานานกว่า(@NameIsNovel)ครึ่งปีแล้ว ป่าโดยรอบนับพันลี้ถูกค้นหาจนพรุน ข้าต้องเดินทางออกไปไกลเป็น(@NameIsNovel)หมื่นลี้จึงจะได้(@NameIsNovel)มาเพียงเท่านี้
หากท่านคิดว่า(@NameIsNovel)ไม่เพียงพอ คราหน้าท่านก็จงออกไปล่าอาหารโลหิตด้วยตนเองเถิด ข้าผู้นี้ไม่ต้องการงานที่(@NameIsNovel)น่าเบื่อหน่ายเช่นนี้อีกแล้ว” อสูรอินทรีบ่นพึมพำด้วยความไม่พอใจ
เสียงอันหยาบกร้านเงียบลงเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวตอบ “น้อยก็ช่างเถิด เพียงหวังว่า(@NameIsNovel)แขกคนสำคัญจะไม่ถือสา”
“ว่า(@NameIsNovel)แต่ เหตุใดพวกเราจึงไม่ได้(@NameIsNovel)รับอนุญาตให้ล่าเผ่าพันธุ์มนุษย์? โลหิตแก่นแท้ของพวกเขา(@NameIsNovel)นั้นเหนือกว่า(@NameIsNovel)เลือดของสัตว์คละชนิดเหล่านี้มากนัก และ(@NameIsNovel)เหมาะแก่การประกอบพิธีบูชายัญโลหิตมากกว่า(@NameIsNovel)
อีกทั้ง มนุษย์ก็มี(@NameIsNovel)จำนวนมากราวฝูงมด พวกเราต้องการเท่าไหร่ก็ได้(@NameIsNovel)” อสูรอินทรีสอบถาม
“นี่เป็น(@NameIsNovel)คำสั่งจากผู้ยิ่งใหญ่ ข้าจะทำสิ่งใดได้(@NameIsNovel)เล่า” เสียงหยาบกร้านถอนหายใจ
“หึ! ข้าได้(@NameIsNovel)ยินมาว่า(@NameIsNovel)ผู้ยิ่งใหญ่เคยเป็น(@NameIsNovel)ส่วนหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์ บางที นางผู้นั้นอาจกำลังเมตตาต่อมดเหล่านี้ นั่นแหละ ความเมตตาของสตรี”
อสูรอินทรีหัวเราะอย่างเย็นชา แสดงความไม่พอใจต่อผู้ยิ่งใหญ่ผู้นั้นอย่างชัดเจน
“หุบปากเสีย! ผู้ยิ่งใหญ่อยู่ ณ ที่(@NameIsNovel)นี้ นางเป็น(@NameIsNovel)คนโปรดภายใต้บัญชาของเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ฉือโย่ว เจ้าไม่เกรงกลัวความตายหรือที่(@NameIsNovel)กล่าววิจารณ์ลับหลังนางผู้นั้น” เสียงหยาบกร้านเตือนอย่างตื่นตระหนก
เมื่อถูกตำหนิเช่นนั้น อสูรอินทรีก็เงียบงันลงทันควัน ดวงตามองสอดส่องเข้าไปด้านในอย่างระแวดระวัง ร่างกายตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย ประหนึ่งพร้อมที่(@NameIsNovel)จะโบยบินหนีไปทันทีหากมี(@NameIsNovel)สัญญาณอันตราย
นับเป็น(@NameIsNovel)โชคดีที่(@NameIsNovel)เวลาผ่านไปโดยปราศจากเหตุร้ายใดๆ อสูรอินทรีจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
“เอาเถิด เจ้าเข้ามาได้(@NameIsNovel)แล้ว ช่วงนี้เจ้าออกไปข้างนอกบ่อยเกินไป จนพลาดการฝึกฝนไปมากนัก” เสียงหยาบกร้านกล่าว
เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินดังนั้น ดวงตาของอสูรอินทรีก็สว่า(@NameIsNovel)งวาบขึ้น และ(@NameIsNovel)รีบเดินลึกเข้าไปในถ้ำอย่างรวดเร็ว
หลังจากเซินลั่วลอบเข้ามาในเทือกเขา(@NameIsNovel)ได้(@NameIsNovel)ไม่นาน ฐานที่(@NameIsNovel)มั่นของอสูรขนาดใหญ่ก็พลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ฐานที่(@NameIsNovel)มั่นแห่งนี้ตั้งอยู่กลางหุบเขา(@NameIsNovel) ล้อมรอบด้วยหอสังเกตการณ์สูงตระหง่าน
อสูรน้อยหลากหลายตนยืนเฝ้าระวังอยู่บนหอคอยนั้น ทหารอสูรจำนวนมากกำลังลาดตระเวนและ(@NameIsNovel)ฝึกฝนกระบวนทัพสงครามอยู่ไม่ขาดสาย
ใกล้ฐานที่(@NameIsNovel)มั่นมี(@NameIsNovel)ทหารอสูรเหล่านี้อยู่ไม่ต่ำกว่า(@NameIsNovel)หลายหมื่นนาย ขณะที่(@NameIsNovel)ใจกลางฐานมั่นเป็น(@NameIsNovel)กลุ่มเรือนขนาดใหญ่
แม้ว่า(@NameIsNovel)การจัดตั้งฐานที่(@NameIsNovel)มั่นอสูรนี้จะดูละเอียดถี่ถ้วน แต่หอสังเกตการณ์และ(@NameIsNovel)เรือนพักตรงกลางกลับสร้างอย่างหยาบช้า บ่งบอกว่า(@NameIsNovel) ไม่ได้(@NameIsNovel)ถูกสร้างมานาน ที่(@NameIsNovel)น่าประหลาดใจยิ่ง คือไม่มี(@NameIsNovel)แนวกั้นค่ายกลใดๆ ตั้งอยู่โดยรอบ
“สถานที่(@NameIsNovel)แห่งนี้ดูราวกับป้อมปราการที่(@NameIsNovel)สร้างขึ้นอย่างเร่งรีบ มากกว่า(@NameIsNovel)จะเป็น(@NameIsNovel)ฐานที่(@NameIsNovel)มั่นอสูรที่(@NameIsNovel)ถาวร หรือว่า(@NameIsNovel)อสูรเหล่านี้กำลังทำสงครามกับฝ่ายใดอยู่กันแน่”
เมื่อวิเคราะห์สถานการณ์ เซินลั่วก็พลันแฝงกายเข้าสู่หุบเขา(@NameIsNovel)ในทันใด
แม้ทหารอสูรใกล้ฐานที่(@NameIsNovel)มั่นจะมี(@NameIsNovel)จำนวนมากมาย ทว่า(@NameIsNovel)ระดับพลังบำเพ็ญของเซินลั่วนั้นเหนือกว่า(@NameIsNovel)พวกมันมาก
ด้วยวิชาเยื้องย่างจันทราและ(@NameIsNovel)เคล็ดวิชาเงาพฤกษา ทำให้เหล่าอสูรไม่สามารถแม้แต่จะมองเห็นเงาของเขา(@NameIsNovel)
เซินลั่วทะลวงผ่านแนวป้องกันที่(@NameIsNovel)ซ้อนกันได้(@NameIsNovel)อย่างง่ายดาย และ(@NameIsNovel)มาถึงข้างเรือนพักที่(@NameIsNovel)ใจกลางหุบเขา(@NameIsNovel)อย่างรวดเร็ว
เขา(@NameIsNovel)ไม่ได้(@NameIsNovel)ก้าวต่อไป แต่กลับหาที่(@NameIsNovel)ซ่อนเร้นเพื่อฟังเสียงใดๆ ที่(@NameIsNovel)อาจเล็ดลอดออกมาจากภายในเรือน
ทว่า(@NameIsNovel)กลับไร้สุ้มเสียงใดๆ “ไม่มี(@NameIsNovel)ผู้ใดอยู่ในนี้รึ?” คิ้วของเซินลั่วขมวดเข้าหากัน นี่เป็น(@NameIsNovel)ไปไม่ได้(@NameIsNovel) เพราะเขา(@NameIsNovel)เพิ่งเห็นเมฆดำสนิทร่อนลงสู่สถานที่(@NameIsNovel)แห่งนี้อย่างชัดเจน
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ชายหนุ่มก็ตัดสินใจเสี่ยง แผ่สัมผัสจิตเทวะไปยังเรือนเหล่านั้นเพื่อตรวจจับ ภายในเรือนกว่า(@NameIsNovel)สิบหลัง
มี(@NameIsNovel)เพียงอสูรน้อยสองสามตนที่(@NameIsNovel)อยู่ในระดับหลอมวิญญาณและ(@NameIsNovel)ก่อกำเนิดเท่านั้น ไม่พบอสูรระดับมหาโพธิญาณหรือเซียนแท้เลยแม้แต่ตนเดียว ผู้เฒ่าหม่าผู้นั้นก็มิได้(@NameIsNovel)อยู่ที่(@NameIsNovel)นี่เช่นกัน
ขณะที่(@NameIsNovel)เซินลั่วกำลังจะแผ่สัมผัสอย่างระมัดระวัง บทสนทนาสายหนึ่งก็พลันมาถึงโสตประสาท
“พี่ใหญ่ นับเป็น(@NameIsNovel)หลายวันที่(@NameIsNovel)เรามาถึงภูเขา(@NameIsNovel)หมาป่าดำแล้ว ท่านราชันย์สั่งห้ามมิให้พวกเราออกไปอย่างเข้มงวด
ทุกวันต้องหมดไปกับการฝึกทหาร ช่างน่าเบื่อหน่ายอย่างยิ่ง” ภายในเรือนหลังหนึ่ง อสูรหมูดำบ่นกับอสูรหัวหมาป่าที่(@NameIsNovel)อยู่ข้างกาย
“ใครจะกล่าวดังนั้นได้(@NameIsNovel)เล่า? นี่เป็น(@NameIsNovel)คำสั่งของท่านราชันย์ พวกเราทำได้(@NameIsNovel)เพียงเชื่อฟัง ข้าผู้นี้เพียงหวังว่า(@NameIsNovel)วันเวลาดุจนรกเหล่านี้จะสิ้นสุดลงในเร็ววัน” อสูรหัวหมาป่าตอบกลับ
“ภูเขา(@NameIsNovel)หมาป่าดำรึ? ดูเหมือนที่(@NameIsNovel)นี่จะเป็น(@NameIsNovel)ชมพูทวีปอย่างที่(@NameIsNovel)คิด” เซินลั่วพึมพำ พยักหน้าเล็กน้อยเมื่อได้(@NameIsNovel)ยินชื่อสถานที่(@NameIsNovel)แห่งนี้
ก่อนหน้านี้ เซินลั่วเคยเดินทางร่วมกับไป๋เสี่ยวเถียนและ(@NameIsNovel)ฉานเอ๋อร์ ผ่านสถานที่(@NameIsNovel)ต่างๆ มามากนัก
ในระหว่า(@NameIsNovel)งการเดินทางนั้นเอง เขา(@NameIsNovel)จึงได้(@NameIsNovel)เรียนรู้ชื่อสถานที่(@NameIsNovel)หลายแห่งในดินแดนตะวันตกจากไป๋เสี่ยวเถียน และ(@NameIsNovel)ภูเขา(@NameIsNovel)หมาป่าดำก็เป็น(@NameIsNovel)หนึ่งในชื่อที่(@NameIsNovel)เคยได้(@NameIsNovel)ยินมาก่อน
“การต้องมาอยู่ในภูเขา(@NameIsNovel)ที่(@NameIsNovel)รกร้างเช่นนี้ก็พอทน แต่พวกเรากลับได้(@NameIsNovel)กินเพียงอาหารหยาบทุกวัน มันน่าอึดอัดใจยิ่งนัก
ท่านพี่ใหญ่ ท่านราชันย์มักจะปิดด่านบำเพ็ญเสมอ ส่วนท่านราชันย์องค์ที่(@NameIsNovel)สองก็เพิ่งกลับมา และ(@NameIsNovel)น่าจะเข้าสู่การบำเพ็ญสันโดษอีกครา คงไม่ปรากฏตัวในช่วงเวลาอันสั้นนี้
พวกเราไปที่(@NameIsNovel)แคว้นเทียนโย่วเพื่อขโมยโลหิตของเผ่าพันธุ์มนุษย์กันหน่อยจะเป็น(@NameIsNovel)ไร?” อสูรหัวหมูกระซิบชักชวน
เมื่อได้(@NameIsNovel)ยินดังนี้ เซินลั่วก็หมดความสงสัยใดๆ แคว้นเทียนโย่วเป็น(@NameIsNovel)หนึ่งในอาณาจักรของดินแดนตะวันตก แสดงว่า(@NameIsNovel)สถานที่(@NameIsNovel)แห่งนี้อยู่ในชมพูทวีป
ยิ่งไปกว่า(@NameIsNovel)นั้น ตามที่(@NameIsNovel)อสูรทั้งสองกล่าว ผู้นำของฐานที่(@NameIsNovel)มั่นอสูรแห่งนี้กำลังปิดด่านบำเพ็ญอยู่
เซินลั่วแผ่สัมผัสจิตเทวะค้นหาไปทั่วเรือนพักในทันที และ(@NameIsNovel)ตรวจพบความผิดปกติที่(@NameIsNovel)ใต้เรือนหลังหนึ่ง ใต้เรือนนั้นมี(@NameIsNovel)ทางเดินสีดำทมิฬ นำลงสู่ใต้ดินลึก ทางเดินมืดสนิทจนไม่อาจมองเห็นปลายทางได้(@NameIsNovel)เลย
หมอกทมิฬจางๆ พวยพุ่งขึ้นมาจากส่วนลึกของทางเดิน แสดงว่า(@NameIsNovel)มี(@NameIsNovel)บางสิ่งที่(@NameIsNovel)สำคัญซ่อนอยู่ใต้ดินอย่างชัดเจน ท่านราชันย์ทั้งสองย่อมน่าจะอยู่ในนั้น
เซินลั่วไม่ใช้สัมผัสจิตเทวะสำรวจต่อไป โบกมือเบาๆ พลันแสงสีทองสว่า(@NameIsNovel)งวาบขึ้น ทหารสวรรค์สีเงินตนหนึ่งก็ปรากฏกายขึ้นข้างกาย "จงลงไปดูสถานการณ์เบื้องล่าง"
ชายหนุ่มใช้ผนึกตรึงพลังปราณของทหารสวรรค์ไว้ไม่ให้แปรปรวน อีกทั้งยังผนึกสัมผัสจิตเทวะส่วนหนึ่งของตนไว้ในร่าง แล้วจึงออกคำสั่งเสียงเบา
ทหารสวรรค์สีเงินรับคำ พลันร่างสว่า(@NameIsNovel)งวาบและ(@NameIsNovel)จมหายลงสู่พื้นดิน ด้วยเป็น(@NameIsNovel)ร่างวิญญาณจึงสามารถเคลื่อนผ่านพื้นดินได้(@NameIsNovel)อย่างไร้อุปสรรค มันเข้าสู่ทางเดินอย่างรวดเร็ว ดิ่งลงไปยังปลายสุดของอุโมงค์
ทางเดินนั้นยาวไกลนัก กินเวลาพอสมควรที่(@NameIsNovel)ทหารสวรรค์จะไปถึงปลายทาง ปลายอุโมงค์คือถ้ำใต้ดินมหึมา กว้างเกือบพันฉื่อ
ภายในเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยสีเทาดำ ถ้ำแห่งนี้อบอวลด้วยพลังวิญญาณอันหนาแน่น ทว่า(@NameIsNovel)สิ่งที่(@NameIsNovel)เข้มข้นยิ่งกว่า(@NameIsNovel)นั้น คือพลังหยินอัปมงคล—
หมอกสีแดงฉานดุจโลหิตลอยคลุ้งอยู่ทั่วอากาศ ทั้งหมดล้วนไหลเวียนออกมาจากใจกลางถ้ำอย่างต่อเนื่อง
----------